08/12/2021
Big Story Part 1 Thai Vision
Talk 🗣
มาค่ะ เรามาแชร์ประสบการณ์ดูแลสุขภาพกันเนื่องในโอกาสที่บิ้งกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นเวลาปีกว่าแล้ว ซึ่งเหนือความคาดหมายไปมาก เพราะตอนแรกคิดว่าน่าจะทำได้มากสุดแค่ 6 เดือนแล้วหลังจากงั้นก็น่าจะ give up ปลายเดือนพฤศจิกายน 2️⃣0️⃣2️⃣0️⃣ บิ้งน้ำหนักอยู่ที่ 8️⃣5️⃣ แต่ว่าตอนช่วงล็อคดาวน์ ปลายมีนาคมถึงมิถุนายน 2️⃣0️⃣2️⃣0️⃣ เนี่ยน้ำหนักขึ้นไปถึง 9️⃣5️⃣ หลังปลดล็อคดาวน์ กลับมาทำงาน มันก็แบบเราได้เดิน เราได้ออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น น้ำหนักเรามันก็ลงไปเหลือ 8️⃣5️⃣ เท่าเดิมก่อนล็อคดาวน์ในเวลา 5 เดือน คือนั้นไม่ได้คุมอาหารหรือออกกำลังกายเลยนะ
ช่วงล็อคดาวน์ปี 2️⃣0️⃣2️⃣0️⃣ คือใช้ชีวิตแบบตื่นนอนกิน ชีวิตประจำวันคือออกไปซุปเปอร์ กับร้านเอเชีย 2-3 ครั้งต่อวีค ไปซื้อ Chicken wings ที่ Audi ครั้งละ 2 กิโล ถ้าไปร้านเอเชียก็จะซื้อหมูสามชั้นมาทอดน้ำปลากินเอง ไก่ทอดน้ำปลากับหมูสามชั้นทอดน้ำปลาเป็นอาหารที่ ❤️ มากในช่วงล็อคดาวน์ บางวันก็สั่ง Uber นอนไม่ดึก แต่นอนเกือบเช้า ตื่นอีกทีบ่ายโมง บางทีบ่ายสามโมง ทำแบบนี้เป็นเวลา 3 เดือน
Try 💪🏻
ใน Part นี้ จะเห็นว่าเราอาจจะไม่ต้องออกกำลังกายหรือว่าควบคุมการกินเลยก็ได้ในการลดน้ำหนัก แค่เราอาจจะต้องเปลี่ยน routine การใช้ชีวิตของเรา
ก็สามารถที่จะทำให้น้ำหนักลดลงได้แล้ว แต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ routine ในบัจจุบัน เช่น บางคนอยู่บ้านเฉยๆ ก็อาจจะแบบออกไปข้างนอกให้มากขึ้น มี indoor and outdoor activity ให้มากขึ้นเพื่อที่จะให้ร่างกายเราได้ขยับ เคลื่อนที่บ้าง
Note : ในรูปเป็นข้าวแกงกระหรี่หมูทงคัสสึที่บิ้งทำช่วง locked down 2️⃣0️⃣2️⃣0️⃣