คนท้อง ก็ต้องสวย by หมอนุ่น

คนท้อง ก็ต้องสวย by หมอนุ่น ตั้งครรภ์อุ่นใจไปกับ “หมอนุ่น” สูติแพทย์ ประจำรพ.จุฬารัตน์3 สมุทรปราการ
(276)

02/08/2025

กองทัพไทย ผิดหวังรัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแนวหน้า  ตำหนิกองทัพกัมพูชาทอดทิ้งทหารให้รบโดยลำพัง[English...
30/07/2025

กองทัพไทย ผิดหวังรัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแนวหน้า ตำหนิกองทัพกัมพูชาทอดทิ้งทหารให้รบโดยลำพัง

[English version below 🔻🔻🔻]

พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ออกมาแสดงความผิดหวังต่อคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ซึ่งได้ออกแถลงการณ์เมื่อค่ำวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยชี้แจงและแสดงจุดยืนต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้

1. ประเทศไทยยึดถือข้อเท็จจริง และไม่กล่าวหาโดยไร้หลักฐาน : จากข้อมูลที่กองทัพไทยเปิดเผยต่อสาธารณชน ในการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา โดยยืนยันว่าทหารกัมพูชาได้เปิดฉากการยิงเข้ามายังที่มั่นทหารไทยบริเวณภูมะเขือ และช่องอานม้า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 น. นั้น มิได้เกิดจากการกล่าวหาโดยปราศจากมูลความจริง หากแต่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หน้าแนวการวางกำลังของทหาร ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยหลายหน่วยงาน มีบันทึกเหตุการณ์ การสื่อสาร และพยานแวดล้อมที่ยืนยันชัดเจน

การที่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว มิใช่เพียงการเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ปรากฏ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของกลไกสันติภาพในเวทีโลก ทั้งนี้ กองทัพไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อกลไกผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง และยืนยันข้อเท็จจริงบนหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นว่า กองทัพไทยปฏิบัติตามคำมั่นอย่างเคร่งครัด "ไม่ใช่แค่ออกมาพูดว่า "มุ่งมั่นและแน่วแน่" แต่พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ

2. พฤติกรรมของทหารกัมพูชาสะท้อนปัญหาภายในกองทัพตนเอง : การที่ทหารกัมพูชาบางหน่วยยังคงใช้อาวุธหลังการหยุดยิง สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของการบังคับบัญชา และภาวะขาดวินัยในหมู่ทหารระดับผู้ปฏิบัติการ โดยการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาลกัมพูชา ตอกย้ำว่า กองทัพกัมพูชาไม่สามารถควบคุมกำลังพลของตนเองได้ เข้าข่ายภาวะ “ล้มเหลวในการบังคับบัญชา” หมายความได้ว่า ณ ปัจจุบัน ระบบการบังคับบัญชาภายในกองทัพกัมพูชาขาดประสิทธิภาพ ผู้นำไม่สามารถควบคุมกำลังพลของตนเองได้ หรือหากเลวร้ายกว่านั้น อาจเป็นการที่มีผู้มีเจตนาปล่อยให้เกิดความรุนแรงเพื่อหวังผลทางการเมืองบางประการ

3. ไทยยืนยันเจตนารมณ์สันติภาพ โดยเปิดรับการตรวจสอบจากกลไกที่เป็นกลาง : กองทัพไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเข้าถึงพื้นที่ และการเปิดเผยข้อมูล โดยไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด โดยฝ่ายไทยมั่นใจในความโปร่งใสของตนเอง และเชื่อมั่นว่าความจริงจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่แท้จริง

4. เรียกร้องให้กัมพูชาทบทวนตนเอง โดยหยุดกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่แก้ปัญหาภายใน :
ก่อนที่รัฐบาลกัมพูชาจะกล่าวหาประเทศอื่นว่าบิดเบือนความจริง ควรหันกลับไปตรวจสอบตนเอง ว่าเหตุใดคำสั่งหยุดยิงจึงไม่สามารถหยุดเสียงปืนในแนวหน้าได้ หากไม่สามารถควบคุมทหารให้ยุติการสู้รบหลังคำสั่งหยุดยิงได้ ย่อมหมายความว่า รัฐบาลขาดอำนาจในการควบคุมบังคับบัญชากองทัพของตนเองอย่างสิ้นเชิง และการที่กองทัพกัมพูชาไม่สามารถสั่งการให้หยุดยิงได้ หมายถึงความอ่อนแอและไร้เสถียรภาพของกองทัพ นำไปสู่ความไร้ศักดิ์ศรีของการเป็นชายชาติทหาร จึงขอเรียกร้องให้สังคมโลกประณามและจับตามองว่ากองทัพกัมพูชาเป็นกองทัพที่สร้างภัยคุกคามทั้งต่อภูมิภาคและประชาคมโลก

5. สุดท้ายเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธประจำกายและอาวุธประจำหน่วยขนาดเล็กยิงเข้ามายังที่มั่นทหารไทยเมื่อคืนนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ทหารกัมพูชาในแนวหน้าถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังในพื้นที่ห่างไกลโดยขาดการดูแล ส่งกำลังบำรุง จากกองทัพ โดยมีทหารกัมพูชาหลายนาย ยอมวางอาวุธและเข้ามอบตัวต่อทหารไทยในเวลาต่อมา

พฤติกรรมดังกล่าว มิใช่แค่ละเมิดคำสั่ง แต่ยังสะท้อน “สัญญาณอันตราย” ว่ากองทัพกัมพูชาขาดความสามารถในการจัดการกำลังพลในยามวิกฤต ในขณะที่รัฐบาลกัมพูชากล่าวอ้างถึง “ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่” เพื่อสันติภาพในทุกบรรทัดของแถลงการณ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้หวังผลทางยุทธวิธี แต่เป็นการ “เรียกร้อง” จากความรู้สึกถูกทอดทิ้ง ไม่มีเสบียง ไม่มีการหมุนเวียนกำลัง และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ สะท้อนว่ากองทัพกัมพูชาคือระบบอำนาจนิยมที่สร้างจากความหวาดกลัวและไร้มนุษยธรรม

กองทัพไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาและกองทัพกัมพูชา “หันกลับไปดูแลทหารของตัวเอง” ก่อนที่จะกล่าวหาใคร ๆ ว่าบิดเบือนความจริง พฤติกรรมการแสดงออกที่เกิดขึ้น แสดงว่าพวกเขาเหนื่อยล้า หวาดกลัว หิวโหย และต้องการให้ “ผู้บังคับบัญชาของตนดูแลและแสดงความรับผิดชอบ” มากกว่าออกมาแก้ตัว และโกหกซ้ำซาก

กองทัพไทย ขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นต่อกระบวนการสันติภาพโดยแท้จริง พร้อมดำเนินการอย่างโปร่งใส มีวินัย และยึดมั่นในพันธสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ขอเรียกร้องให้กัมพูชากลับมาทบทวนตนเองอย่างจริงจัง และยุติพฤติกรรมการปฏิเสธความจริง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูสันติภาพอย่างยั่งยืน

---------------------

Royal Thai Armed Forces Express Disappointment Over Cambodia’s Denial of Frontline Realities; Condemn Abandonment of Troops

Major General Vithai Laithomya, Spokesperson of the Royal Thai Armed Forces Headquarters, expressed disappointment toward the statement issued by Cambodia’s Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation on the evening of 29 July 2025. The Royal Thai Armed Forces would like to clarify and declare its position as follows:

1. Thailand upholds facts and does not issue baseless accusations
The information publicly disclosed by the Royal Thai Armed Forces regarding Cambodia’s ceasefire violations—including Cambodian troops initiating fire on Thai positions at Phu Makua and Chong Ahn Ma on 29 July 2025 at 21.30 hrs—is grounded in verified facts and not speculative allegations. These incidents occurred clearly within the frontline zone and have been corroborated by multiple Thai units through event logs, communication intercepts, and on-ground witnesses.

Cambodia’s denial disregards this body of evidence and erodes confidence in global peace mechanisms. Thailand remains fully committed to cooperating with impartial observers and to verifying facts through transparent, evidence-based processes. Our resolve is not merely declared, but demonstrated.

2. Behavior of Cambodian troops reflects internal dysfunction within their armed forces
The continued use of weapons by some Cambodian units after the ceasefire demonstrates a breakdown in command and discipline at the operational level. The Cambodian government's refusal to take responsibility underscores the inability of its military leadership to control its troops, which constitutes a clear failure of command.
This situation suggests either a lack of operational control or, in a more troubling scenario, the deliberate perpetuation of violence for political gain.

3. Thailand reaffirms its commitment to peace and welcomes neutral oversight
The Royal Thai Armed Forces stands ready to cooperate fully with neutral international mechanisms in verifying the facts, facilitating access to relevant areas, and disclosing necessary information. Thailand is confident in its transparency and discipline, and affirms that the truth will speak for itself regarding its commitment and conduct.

4. Cambodia must reflect internally before blaming others
Before accusing other nations of distorting the truth, the Cambodian government must ask why its ceasefire orders fail to silence weapons on the frontlines. If the Cambodian military cannot enforce compliance, it indicates a total lack of command authority.
The inability to issue or enforce ceasefire orders points to a fragile and unstable military structure, undermining the credibility and dignity of its armed forces. Thailand urges the international community to condemn these actions and closely monitor the Cambodian military as a source of instability in the region and beyond.

5. The use of weapons by Cambodian troops last night (29 July 2025) reflects abandonment, not strategy
The small-arms fire directed at Thai positions last night was not part of any tactical maneuver. It reflected the desperate conditions faced by Cambodian frontline soldiers, who were left without supply, rotation, or basic support.

Several Cambodian troops later surrendered to Thai forces, indicating that they had been abandoned in remote areas without logistical backing. This is not only a violation of ceasefire agreements but also a grave indicator of the Cambodian military’s inability to manage personnel during crises.

While Cambodia publicly speaks of its “firm commitment” to peace, the actions on the ground show otherwise. The current Cambodian military system is driven by fear and lacking basic humanitarian concern.

The Royal Thai Armed Forces urge the Cambodian government and military to “look after your own soldiers” before casting blame on others. The exhaustion, fear, and hunger of their frontline troops speak louder than any official statement—they do not need excuses, they need leadership.

Thailand reiterates its unwavering commitment to genuine peace through discipline, transparency, and responsibility. We urge Cambodia to engage in honest self-reflection and end its denial of reality—such denial remains the greatest obstacle to lasting peace.

#เขมรยิงก่อน


#หยุดบิดเบือน

#เคารพกติกาสากล
#รวมพลังแผ่นดิน
#หยุดยิงต้องหยุดจริง

แถลงการณ์กองทัพบกเรื่อง การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยกองทัพกัมพูชา----------------------------ตามที่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไท...
30/07/2025

แถลงการณ์กองทัพบก
เรื่อง การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยกองทัพกัมพูชา
----------------------------

ตามที่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ตกลงร่วมกันในการประกาศหยุดยิง เพื่อยุติการปะทะทางทหารบริเวณแนวชายแดน โดยข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 24.00 นาฬิกา ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นั้น

กองทัพบกขอยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด โดยได้ระงับการใช้กำลังทุกรูปแบบ และลดกิจกรรมทางทหารในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดบรรยากาศแห่งสันติภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือที่สร้างสรรค์ระหว่างทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกได้รับรายงานจากหน่วยในพื้นที่ว่า ในวันที่ 29 ถึง 30 กรกฎาคม 2568 กองทัพกัมพูชาได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. พื้นที่ช่องคานม้า จังหวัดศรีสะเกษ
ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 นาฬิกา กองทัพกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็กยิงเข้าใส่แนวกำลังฝ่ายไทย เป็นเหตุให้เกิดการปะทะจนถึงเวลา 22.00 นาฬิกา จึงยุติ

2. พื้นที่เขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือและห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ
ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 22.00 นาฬิกา กองทัพกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็กยิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับใช้อาวุธยิงสนับสนุนประเภทเครื่องยิงลูกระเบิด ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามหลักสากลในการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง การยิงจากฝ่ายกัมพูชายังคงเกิดขึ้นเป็นระยะจนถึงช่วงเช้า วันที่ 30 กรกฎาคม 2568

3. พื้นที่ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ
ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.17 นาฬิกา ตรวจพบการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาในเขตแดนประเทศไทยอย่างชัดเจน

การกระทำของกองทัพกัมพูชาในครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง นับเป็นครั้งที่สองภายหลังจากที่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ และสะท้อนถึงพฤติกรรมที่ไม่เคารพต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ ตลอดจนเป็นการบ่อนทำลายความพยายามในการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยสันติวิธี อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความไว้วางใจที่ควรมีระหว่างสองประเทศ

กองทัพบกขอประณามการกระทำอันไม่รับผิดชอบของกองทัพกัมพูชาอย่างถึงที่สุด และขอแจ้งให้ทราบว่า ฝ่ายไทยจะยังคงดำรงตนอยู่บนหลักแห่งความอดกลั้น สันติภาพ และมนุษยธรรมอย่างสูงสุด อย่างไรก็ดี หากมีการละเมิดต่อเนื่อง กองทัพบกจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมและจำเป็นอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทยโดยไม่ละเว้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน.........................................
กองทัพบก วันที่ 30 กรกฎาคม 2568

ROYAL THAI ARMY STATEMENT

Subject: Violation of Ceasefire Agreement by the Cambodian Armed Forces

----------------------------
As the governments of the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia jointly agreed to declare a ceasefire to end military clashes along the border areas,
with the agreement taking effect from 24:00 hours on 28 July 2025.

The Royal Thai Army affirms that we have strictly adhered to the agreement throughout, having suspended all forms of force deployment and reduced military activities in the area to create opportunities for an atmosphere of peace, mutual trust, and constructive cooperation between both nations. However, the Royal Thai Army
has received reports from military units in the area that on 30 July 2025, the Cambodian Armed Forces violated the ceasefire agreement once again, with details as follows:

1. Chong Kanma Area, Srisaket Province: At 21:30 hours on 29 July 2025, the Cambodian Armed Forces fired small arms at Thai force positions, resulting in clashes that continued until 22:00 hours, when hostilities ceased.

2. Preah Vihear Area, Phu Makheua, and Huai Thamariya Vicinity, Sisaket Province Since 22:00 hours on 29 July 2025, the Cambodian Armed Forces have continuously fired small arms while simultaneously employing supporting weapons, including mortars. The Thai side was therefore compelled to exercise its rights under international principles in self-defensive retaliation. Firing from the Cambodian side continued intermittently until the morning of 30 July 2025.

3. Pha Mo E-Daeng Area, Sisaket Province : The Cambodian side detected mortar at 05:17 hours, clearly entering Thai territorial boundaries.

The actions of the Cambodian Armed Forces on this occasion constitute a serious violation of the ceasefire agreement, marking the second instance since the agreement took effect, and reflect behavior that shows disrespect for international obligations while undermining efforts to resolve the situation through peaceful means. Furthermore, these actions adversely affect the stability and trust that should exist between the two nations.

The Royal Thai Army strongly condemns the irresponsible actions of the Cambodian Armed Forces and affirms its commitment to upholding the highest principles of restraint, peace, and humanity. Nevertheless, should violations continue, the Royal Thai Army will take appropriate and necessary measures decisively to protect Thai sovereignty and the safety of Thai citizens without exception.
This statement is issued for general information.
.........................................
Royal Thai Army, 30 July 2025

จากแนวหลังถึงแนวหน้า ,, ขอคารวะและกราบด้วยใจทุกการเสียสละของทหารไทย 🙇🏻‍♀️🙏
29/07/2025

จากแนวหลังถึงแนวหน้า ,, ขอคารวะและกราบด้วยใจทุกการเสียสละของทหารไทย 🙇🏻‍♀️🙏

ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว, ทุนการศึกษา บุตร-ธิดาครอบครัวทหารผ่านศึก

ธนาคารกสิกรไทย
เลขที่บัญชี: 029-2-71777-6
ชื่อบัญชี: มูลนิธิ สงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก

กรณีบริจาคโอนผ่านบัญชีประสงค์นำไปลดหย่อนภาษี 1 เท่า
(บริจาคแบบสแกน คิวอาร์โค้ด ระบบส่งข้อมูลเพื่อลดหย่อนภาษีอัตโนมัติ)
ส่งหลักฐานการบริจาค, ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์ติดต่อ ที่ไลน์:
หรือ Line Page: https://page.line.me/838fzyeb

สอบถามรายละเอียด: 02 245 3303, 092 750 2642
Facebook: https://www.facebook.com/THAILANDPOPPY/

ร่วมบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือ ผู้อพยพในจังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา
26/07/2025

ร่วมบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือ ผู้อพยพในจังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา

เลขที่บัญชี คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.บุรีรัมย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์เลขที่บัญชี: 308-0-70...
26/07/2025

เลขที่บัญชี คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.บุรีรัมย์

โรงพยาบาลบุรีรัมย์
ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์
เลขที่บัญชี: 308-0-70047-3
ชื่อบัญชี: บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลบุรีรัมย์

โรงพยาบาลแคนดง
ธนาคารออมสิน
เลขที่บัญชี: 020297929679
ชื่อบัญชี: เงินบริจาค ร.พ.แคนดง จ.บุรีรัมย์

โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020-1-556-1145-8
ชื่อบัญชี: บัญชีเงินบริจาคของ รพ.เฉลิมพระเกียรติ

โรงพยาบาลนาโพธิ์
ธนาคารกรุงไทย
เลขที่บัญชี: 334-0-47018-9
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคโรงพยาบาลนาโพธิ์

โรงพยาบาลนางรอง
ธนาคารออมสิน
ชื่อบัญชี: มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลนางรอง
เลขบัญชี 020280139963

โรงพยาบาลโนนดินแดง
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคโรงพยาบาลโนนดินแดง
เลขที่บัญชี: 670-1-73352-2

โรงพยาบาลโนนสุวรรณ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020-1-751-1090-5
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคของโรงพยาบาลโนนสุวรรณ

โรงพยาบาลละหานทราย
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคของโรงพยาบาลละหานทราย
เลขบัญชี: 670-0-73609-9

โรงพยาบาลลำปลายมาศ
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: เงินบริจาค โรงพยาบาลลำปลายมาศ
เลขที่บัญชี: 309-0-52687-5

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://donationthailand.net/e-donation-hospital-thailand/qr-code-e-donation-hospital-buriram/

คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.อุบลราชธานี​ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง ผ่านระบบ e-Donation ข้อมูลบริจาคจ...
26/07/2025

คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.อุบลราชธานี​

ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง ผ่านระบบ e-Donation ข้อมูลบริจาคจากธนาคารจะถูกส่งไปที่สรรพากรโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://donationthailand.net/e-donation-hospital-thailand/qr-code-e-donation-hospital-ubonratchathani/

เลขที่บัญชี คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.ศรีสะเกษ​โรงพยาบาลกันทรลักษ์ธนาคารกรุงไทยชื่อบัญชี: เงินบริจาคของโรงพยาบาลก...
26/07/2025

เลขที่บัญชี คิวอาร์โค้ด บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.ศรีสะเกษ​

โรงพยาบาลกันทรลักษ์
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคของโรงพยาบาลกันทรลักษ์
เลขที่บัญชี: 312-0-87027-7

โรงพยาบาลศรีสะเกษ
ธนาคารกรุงไทย​
ชื่อบัญชี​ “บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลศรีสะเกษ​”
เลขที่บัญชี​ 311-3-32600-1

โรงพยาบาลขุนหาญ
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี “โครงการบริจาคเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพัฒนาระบบบริการโรงพยาบาล ขุนหาญ”
เลขที่บัญชี 326-0-55665-6

โรงพยาบาลขุขันธ์
ธนาคาร ธ.ก.ส.
ชื่อบัญชี: “เงินบริจาคโรงพยาบาลขุขันธ์”
เลขที่บัญชี: 020171463609

โรงพยาบาลเบญจลักษ์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ศรีสะเกษ
ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี: โรงพยาบาลเบญจลักษ์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา
เลขที่บัญชี: 740-245340-3

โรงพยาบาลปรางค์กู่
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปรางค์กู่
ชื่อบัญชี “เงินบำรุงโรงพยาบาลปรางค์กู่”
เลขที่บัญชี 020100438096

โรงพยาบาลพยุห์
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020084249715
ชื่อบัญชี: โธงพยาบาลพยุห์(เงินบริจาค)

โรงพยาบาลภูสิงห์
ธนาคาร ธ.ก.ส.
ชื่อบัญชี: เงินบริจาค โรงพยาบาลภูสิงห์
เลขที่บัญชี: 020162629586

โรงพยาบาลยางชุมน้อย
ธนาคาร ธ.ก.ส.
ชื่อบัญชี: บัญชีเงินบริจาค ของโรงพยาบาลยางชุมน้อย
เลขที่บัญชี: 020-1-541758-49

โรงพยาบาลศรีรัตนะ
ธนาคาร ธ.ก.ส.
เลขที่บัญชี 020167719378
ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลศรีรัตนะ เงินบริจาค”

โรงพยาบาลศิลาลาด
ธนาคาร ธ.ก.ส.
ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลศิลาลาด”
เลขที่บัญชี 020195829001

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://donationthailand.net/e-donation-hospital-thailand/qr-code-e-donation-hospital-sisaket/

คิวอาร์โค้ด, เลขที่บัญชี บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.สุรินทร์โรงพยาบาลสุรินทร์ธนาคารกรุงไทยเลขที่บัญชี: 310-0-94251-5ชื่อบัญชี:...
26/07/2025

คิวอาร์โค้ด, เลขที่บัญชี บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จ.สุรินทร์

โรงพยาบาลสุรินทร์
ธนาคารกรุงไทย
เลขที่บัญชี: 310-0-94251-5
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคของโรงพยาบาลสุรินทร์

โรงพยาบาลจอมพระ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020175108099
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคโรงพยาบาลจอมพระ

โรงพยาบาลท่าตูม
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: “บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลท่าตูม”
เลขที่บัญชี: 320-0-60138-8

โรงพยาบาลโนนนารายณ์
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี: กองทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลโนนนารายณ์
เลขที่บัญชี: 987-0-85213-0

โรงพยาบาลบัวเชด
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020166504299
ชื่อบัญชี: เงินรับบริจาค รพ. บัวเชด

โรงพยาบาลรัตนบุรี
ธนาคารออมสิน
ชื่อบัญชี “เงินบริจาคโรงพยาบาลรัตนบุรี”
เลขที่บัญชี: 020-2-49275-262

โรงพยาบาลศรีณรงค์
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคโรงพยาบาลศรีณรงค์
เลขที่บัญชี: 020177655365

โรงพยาบาลสนม
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เลขที่บัญชี: 020193550896
ชื่อบัญชี: บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลสนม

โรงพยาบาลสำโรงทาบ
ธนาคารออมสิน
ชื่อบัญชี: เงินบริจาคโรงพยาบาลสำโรงทาบ
เลขที่บัญชี: 020311414880

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://donationthailand.net/e-donation-hospital-thailand/qr-code-e-donation-hospital-surin

QR-Code สำหรับ e-Donation บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จังหวัดอุตรดิตถ์บริจาคผ่านบัญชีธนาคารโรงพยาบาลอุตรดิตถ์บริจาคผ่านบัญชี ธนาค...
26/07/2025

QR-Code สำหรับ e-Donation บริจาคโรงพยาบาลรัฐ จังหวัดอุตรดิตถ์

บริจาคผ่านบัญชีธนาคาร

โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาอุตรดิตถ์
เลขที่บัญชี 510-3-03392-5
ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์”

โรงพยาบาลท่าปลา
บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
เลขบัญชี: 020-1-57353-767
ชื่อบัญชี: “เงินบริจาคโรงพยาบาลท่าปลา”

โรงพยาบาลน้ำปาด
บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย
เลขบัญชี: 537-0-39067-3
ชื่อบัญชี: บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลน้ำปาด

โรงพยาบาลฟากท่า
บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
เลขบัญชี 020143819742
ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลฟากท่า”

https://donationthailand.net/e-donation-hospital-thailand/qr-code-e-donation-hospital-uttaradit/

ที่อยู่

Bang Na

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คนท้อง ก็ต้องสวย by หมอนุ่นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์