21/05/2026
#ไข้เลือดออก2026 มีอะไรใหม่ๆบ้าง ป้าหมอได้มีโอกาสไปงานประชุมวิชาการโรคติดเชื้อในเด็ก ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาที่ถ่ายรูปกับเจ้ายุงลายยักษ์ตัวน่ารัก แต่โรคไม่น่ารักค่ะ เลยอยากมาอัฟเดตข้อมูลโรคไข้เลือดออกที่ยังพบได้บ่อยๆในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เข้าฤดูฝน ให้ฟังกันค่ะ
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 ถึงตอนนี้ อัตราการติดเชื้อไข้เลือดออกลดลง ประมาณ 1.8 เท่าจากปีที่แล้ว แต่พบอัตราการ #เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และโดยมากมักเป็นผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน กลุ่มผู้สูงอายุ และคนที่ใช้ยากลุ่ม แก้ปวดลดไข้สูงมาก่อน เช่น แอสไพริน ไอบูโพเฟน เป็นต้น
ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue Hemorrhagic Fever — DHF) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเชื้อ Dengue virus (DENV) ซึ่งอยู่ในวงศ์ Flaviviridae สกุล Flavivirus มียุงลาย Aedes aegypti เป็นพาหะหลัก DENV มี 4 สายพันธุ์ (serotypes) คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 การติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่งจะให้ภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตต่อสายพันธุ์นั้น แต่ให้ภูมิคุ้มกันข้ามสายพันธุ์เพียงชั่วคราว (2-3 เดือน) ที่สำคัญคือ การติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยสายพันธุ์ต่างจากครั้งแรก (secondary heterotypic infection) มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงขึ้น เนื่องจากปรากฏการณ์ -Dependent Enhancement (ADE)
ในปี 2024-2026 การระบาดของเดงกีรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั่วโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ทำให้ยุง Aedes aegypti ขยายพื้นที่ไปยังเขตอบอุ่นที่ไม่เคยพบเดงกีมาก่อน รวมถึงยุโรปตอนใต้ (อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน) และสหรัฐอเมริกาตอนใต้ (ฟลอริดา เท็กซัส) ปี 2024 เป็นปีที่มีรายงานผู้ป่วยเดงกีสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยหลายประเทศในอเมริกาใต้ (บราซิล อาร์เจนตินา) รายงานจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากปีก่อนหน้า
#อาการไข้เลือดออก แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่
#อาการไข้เดงกี (DF) เริ่มด้วยไข้สูงฉับพลัน 39-40°C (“breakbone fever”) ปวดศีรษะรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณหลังตา (retro-orbital pain) ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง (maculopapular rash) มักปรากฏวันที่ 3-5 และจุดเลือดออก (petechiae) ไข้มักสูง 2-7 วัน
#ไข้เลือดออกเดงกี (DHF) เริ่มจากอาการเหมือน DF แต่ในช่วง “Critical Phase” (วันที่ 3-7 หลังเริ่มมีอาการ เมื่อไข้เริ่มลด) จะมีอาการที่บ่งชี้ว่ารุนแรง ได้แก่ ปวดท้องรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา อาเจียนต่อเนื่อง มีของเหลวรั่วออกจากหลอดเลือด (plasma leakage) ทำให้เกิดท้องมาน น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion) เลือดออกจากจมูก เหงือก ทางเดินอาหาร ตับโต กดเจ็บ เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia) และ hematocrit เพิ่มขึ้น
Shock Syndrome (DSS) เกิดเมื่อ plasma leakage รุนแรงจนเกิดภาวะช็อก ความดันโลหิตตก ชีพจรเบาเร็ว มือเท้าเย็น ผิวเป็นลาย (mottled skin) กระสับกระส่าย และหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อัตราเสียชีวิตสูงถึง 40-50% แต่ด้วยการรักษาที่เหมาะสม อัตราเสียชีวิตลดลงเหลือ 1-2%
#สถาณการณ์ ในประเทศไทย ในขณะนี้มีการตรวจพบทั้ง DEN 1-4
แม้ไวรัสเดงกีจะแพร่หลักผ่านยุงลาย แต่ไวรัสสามารถอยู่รอดในเลือดและสารคัดหลั่งภายนอกร่างกายได้ ในเลือดที่อุณหภูมิห้อง: หลายชั่วโมงถึงวัน บนพื้นผิวที่ปนเปื้อนเลือด: ชั่วโมง ในอุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ: เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อทางเข็มฉีดยา ดังนั้น ในสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเดงกีจำนวนมาก การฆ่าเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนเลือดเป็นสิ่งจำเป็น
#ป้องกันไข้เลือดออก
การป้องกันเดงกีต้องเน้นที่การควบคุมยุงพาหะเป็นหลัก กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย (ภาชนะขังน้ำ จานรองกระถาง ยางรถเก่า) ใช้ยาทากันยุง สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว ติดมุ้งลวด ใช้ยาจุดกันยุงหรือเครื่องไล่ยุง ในระดับชุมชน มีการพ่นหมอกควันฆ่ายุง ปล่อยยุง (เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดการแพร่เชื้อ) และโปรแกรมปล่อยยุงตัวผู้เป็นหมัน (Sterile Insect Technique)
#วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ครอบคลุมไวรัสไข้เลือดออกทั้ง 4สายพันธุ์ ( ที่กำลังระบาดอยู่ตอนนี้).ซึ่ง เป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง ป้องกันโรคได้มากกว่า 80%ลดอัตราการนอน รพ ได้ 90% โดยปัจจุบันสามารถเข้ารับวัคซีนได้ใน โรงพยาบาล และฉีดได้ ตั้งแต่อายุ 4ปี ขึ้นไปถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะที่เน้นย้ำคือไข้เลือดออกสามารถเป็นได้ทุกอายุ ซึ่งจะฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน
และสามารถฉีด หรือ รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้พร้อมกัน นอกจากนี้ในผู้ที่เพิ่งหายจากไข้เลือดออก ควรมารับวัคซีนหลังจากหายป่วยแล้ว 6เดือน เพื่อป้องกันไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ ที่เหลือ และได้ประสิทธิภาพของการป้องกันสูงสุดค่ะ
ที่มาข้อมูล กรมควบคุมโรค
#ป้องกันไข้เลือดออกด้วยวัคซีน
#หมอภูมิแพ้หมอฉัฐฐิมา