10/08/2026
ช่วงนี้ที่หายไปจากเพจ ไม่ได้หายไปไหนนะคะ 😆
ออยล์ไปวิ่งเทรลงาน CM6 i4 ที่เชียงใหม่มา
ระยะเต็ม 82.2 กม. D+ 4,405 เมตร
รอบนี้ออยล์ไปได้ 60.9 กม. D+ 3,695 เมตร ใช้เวลาไปกว่า 16 ชั่วโมง ก่อนจบที่ DNF
ถึงจะไม่จบระยะ แต่สิ่งที่ได้กลับมาเยอะมาก คือประสบการณ์ตรงเรื่อง “ร่างกายและโภชนาการ”
จริงๆ การวิ่งเทรลนี่แหละค่ะ เป็นเหมือนห้องทดลองของออยล์เลย
มันทำให้เราได้รู้จากร่างกายตัวเองจริงๆ ว่า...
ก่อนวิ่งควรเติมอะไร
ระหว่างวิ่งควรใส่พลังงานตอนไหน
น้ำและเกลือแร่ต้องจัดยังไง
เมื่อไหร่ที่พลังงานเริ่มตก
และหลังวิ่งต้องฟื้นฟูร่างกายแบบไหน
เพราะเป้าหมายของการออกกำลังกายไม่ใช่แค่ “วันนี้ฉันทำได้กี่กิโล”
แต่ต้องคิดต่อด้วยว่า...
ทำยังไงให้สนุกกับมัน แล้วกลับมาร่างกายยังฟื้นตัวได้ ไม่ใช่วิ่งสนุกอยู่หนึ่งวัน แล้วกลับมาพังอีกหลายวัน 😆
และสนามนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดมากว่า
“อาหารชนิดเดียวกัน” มีความหมายกับร่างกายไม่เหมือนกันในแต่ละสถานการณ์
ปกติเวลาคุยเรื่องลดไขมัน เรามักถามว่า
“อันนี้กินแล้วอ้วนไหม?”
“อันนี้กี่แคล?”
“กินเยอะไปหรือเปล่า?”
แต่พออยู่กลางเขาเป็นสิบๆ ชั่วโมง คำถามเปลี่ยนทันทีค่ะ 😂
กลายเป็นว่า...
“ต้องกินอะไร เพื่อให้ร่างกายยังมีพลังไปต่อ?”
รอบนี้ออยล์กินกล้วยแทบทุก Station 🍌🤣
มีทั้งข้าวต้มมัด มาม่า ข้าว อาหารระหว่างทาง น้ำและเกลือแร่
เอาง่ายๆ แค่ “กล้วยน้ำว้า”
ในวันปกติ กล้วยน้ำว้า 1 ลูกก็ให้พลังงานในระดับที่ต้องนับรวมกับอาหารทั้งวันแล้ว
พลังงานอาจอยู่ในระดับใกล้เคียงกับข้าวประมาณ 1 ทัพพี ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณ
ถ้าเป็นมื้อของออยล์ในวันปกติ แค่คาร์บประมาณนี้ร่วมกับโปรตีนและอาหารอื่นๆ ก็ถือว่าได้พลังงานส่วนหนึ่งของมื้อแล้ว
แต่พอมาอยู่ในสนาม Ultra...
กล้วย 1 ลูก 🍌
บางทียังไม่ทันหนึ่งชั่วโมงก็ใช้พลังงานไปหมดแล้วค่ะ 😂
เพราะตอนนั้นร่างกายกำลังเดิน วิ่ง ปีนขึ้นเขา ลงเขา ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
สิ่งที่ในวันปกติเราอาจเรียกว่า “กินเยอะ”
กลับกลายเป็น “เชื้อเพลิงที่จำเป็น”
ตรงนี้แหละที่ทำให้เห็นว่า...
อาหารไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เรา “อ้วนหรือผอม”
แต่มันมีหน้าที่ให้พลังงานและสารอาหาร
ให้เหมาะกับสิ่งที่ร่างกายกำลังทำอยู่ในตอนนั้น
วันที่เป้าหมายคือ “ลดไขมัน”
เราต้องจัดพลังงานให้เหมาะสม
กินมากเกินกว่าที่ใช้ต่อเนื่อง พลังงานส่วนเกินก็มีโอกาสถูกสะสม
แต่วันที่ต้องเดิน วิ่ง ขึ้นเขา ลงเขา ติดต่อกัน 10–20 ชั่วโมง
โจทย์กลับกันเลยค่ะ
วันนั้นต้อง “กล้ากิน”
ต้องเติมคาร์โบไฮเดรต
ต้องเติมน้ำ
ต้องเติมเกลือแร่
และที่สำคัญ ต้องเติมให้ทันก่อนที่พลังงานจะตก
เพราะถ้ารอให้หิวจัด
รอให้ขาหมด
รอให้เริ่มเบลอ
บางทีมันสายไปแล้วที่จะไล่เติมกลับมาให้ทัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ออยล์ไม่ค่อยชอบแบ่งอาหารแบบตายตัวว่า
“อาหารนี้ดี”
“อาหารนี้ไม่ดี”
“อาหารนี้กินแล้วอ้วน”
แต่ออยล์จะถามต่อว่า...
👉 กินเมื่อไหร่?
👉 กินเท่าไหร่?
👉 วันนี้ร่างกายใช้พลังงานแค่ไหน?
👉 และเรากินเพื่อเป้าหมายอะไร?
อาหารชนิดเดียวกัน
ในวันหนึ่งอาจเป็น “พลังงานส่วนเกิน”
แต่อีกวันหนึ่ง
มันอาจเป็น “พลังงานที่จำเป็นมากๆ”
นี่แหละค่ะ สิ่งที่การวิ่งเทรลสอนออยล์มาตลอด
ไม่ใช่แค่เรื่องความอึด
ไม่ใช่แค่วิ่งให้ถึงเส้นชัย
แต่มันสอนให้รู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น
รู้ว่าเมื่อไหร่ควรกิน
เมื่อไหร่ควรพัก
เมื่อไหร่ควรเติม
และหลังจากใช้งานร่างกายหนักๆ แล้ว ต้องดูแลมันกลับมายังไง
เพราะสุดท้ายแล้ว...
“สุขภาพดี” ไม่ใช่การออกกำลังกายให้หนักที่สุด
แต่คือการรู้จักใช้ร่างกาย และรู้จักดูแลมันให้กลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง ❤️
CM6 รอบนี้ถึงจะกลับมาพร้อมคำว่า DNF
แต่ในฐานะโค้ชโภชนาการ
ออยล์ได้ Data ของร่างกายตัวเองกลับมาอีกเพียบค่ะ 😆
และได้ยืนยันอีกเรื่องว่า...
กล้วย 🍌
คือเพื่อนแท้ยามยากของนักวิ่งจริงๆ 🤣
#โภชนาการ
#โภชนาการนักวิ่ง
#ลดไขมันอย่างถูกวิธี
#วิ่งเทรล