Stroke & CAD โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ

Stroke & CAD โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Stroke & CAD โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ, เว็บไซต์สุขภาพและความเป็นอยู่, Bangkok.

แนวทางแก้ไข ป้องกัน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ เน้นปรับ Lifestyle เพื่อความยั่งยืนและแก้ที่ต้นเหตุ

อยากมาแชร์ความรู้จากการศึกษาจากหมอโรค เส้นเลือดหัวใจและสมองโดยตรงหลายท่าน ที่เคยผ่าหัวใจคนไข้มาจริงๆ เป็นสิบๆ ปี และหมอทางด้านอื่นๆ

Clip ดีๆ โดนใจแอดมาก เพิ่งเห็นครับ ฟังแล้วได้ความรู้ดีมากครับ
13/05/2026

Clip ดีๆ โดนใจแอดมาก เพิ่งเห็นครับ ฟังแล้วได้ความรู้ดีมากครับ

876 likes, 50 comments. "อ่านค่าไขมันแบบโปร รู้ความเสี่ยงโรคหัวใจ | Top to Toe EP.176"

วิดีโอนี้นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีสุขภาพดีที่ต้องเผชิญกับอาการหัวใจวายอย่างไม่คาดคิด และความพยายามของแพทย์ในการทำค...
12/05/2026

วิดีโอนี้นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีสุขภาพดีที่ต้องเผชิญกับอาการหัวใจวายอย่างไม่คาดคิด และความพยายามของแพทย์ในการทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้คนอายุน้อยและสุขภาพดีประสบปัญหาโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญจากวิดีโอ:

กรณีศึกษาของ Matias Escobar (0:00 - 1:12): ชายวัย 38 ปี ผู้รักการวิ่งและเล่นไตรกีฬาอย่างต่อเนื่อง เกิดหัวใจวายกะทันหันหลังจบการแข่งขัน แม้ว่าเขาจะดูสุขภาพดีมากและไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจน
แนวโน้มที่น่ากังวล (1:14 - 1:37): ดร. Deepak Bhatt จาก Mount Sinai Fuster Heart Hospital ระบุว่ามีผู้ป่วยอายุน้อยจำนวนมากขึ้นที่เกิดอาการหัวใจวายโดยไม่มีปัจจัยเสี่ยงทั่วไป เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งพบได้ถึง 12% ของผู้ป่วย
สาเหตุที่เป็นไปได้ (1:38 - 2:15): แพทย์คาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ได้แก่:
ภาวะโรคอ้วนที่แพร่ระบาด
การใช้สารเสพติด (เช่น โคเคน หรือกัญชา)
การอักเสบเรื้อรังในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การแตกของคราบไขมัน (plaque) ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน
การดูแลตนเองและแนวทางปฏิบัติ (2:25 - 3:20): ดร. Bhatt แนะนำให้ทุกคนควรทราบตัวเลขสุขภาพของตนเอง ได้แก่ ความดันโลหิต, ระดับน้ำตาลในเลือด, คอเลสเตอรอล และขนาดของรอบเอว เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยง นอกจากนี้ยังแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนอาหาร (ทานพืชเป็นหลัก/ลดเนื้อแดง) ออกกำลังกายวันละ 30 นาที และพักผ่อนให้เพียงพอ

ในวิดีโอนี้ ดร. ลิลลี่ จอห์นสตัน ศัลยแพทย์หลอดเลือด อธิบายว่าทำไมการตรวจคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยวิธีทั่วไป (เช่น ...
10/05/2026

ในวิดีโอนี้ ดร. ลิลลี่ จอห์นสตัน ศัลยแพทย์หลอดเลือด อธิบายว่าทำไมการตรวจคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยวิธีทั่วไป (เช่น การคำนวณความเสี่ยงจากระดับคอเลสเตอรอล) จึงไม่เพียงพอ เพราะการสะสมของคราบไขมัน (plaque) ในหลอดเลือดเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาหลายทศวรรษ และเราควรเปลี่ยนจากการเดาความเสี่ยงมาเป็นการ "มองเห็น" สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลอดเลือดของเราผ่านการตรวจภาพถ่ายทางรังสี
เครื่องมือตรวจคัดกรอง 3 ประเภทหลัก:
1. CAC (Coronary Artery Calcium Score): (3:17-6:50)
• คือการทำ CT scan โดยไม่ใช้สารทึบรังสี เพื่อวัดระดับแคลเซียมที่เกาะอยู่ในคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจ
• ข้อดี: ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ($50-$300) และแพร่หลาย
• ข้อควรระวัง: เป็นสัญญาณของโรคในระยะค่อนข้างท้าย (เพราะแคลเซียมคือการที่ร่างกายพยายามซ่อมแซมคราบไขมัน) ดังนั้นคะแนนเป็นศูนย์ในคนอายุน้อยอาจไม่ได้การันตีว่าไม่มีคราบไขมันชนิดอ่อน (soft plaque)
2. CIMT (Carotid Intima-Media Thickness): (7:08-10:59)
• คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ตรวจความหนาของผนังหลอดเลือดแดงที่คอ
• ข้อดี: ไม่ใช้รังสี, ปลอดภัย, และสามารถตรวจพบ คราบไขมันชนิดอ่อน (soft plaque) ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งวิธี CAC มองไม่เห็น นอกจากนี้ยังใช้ติดตามผลการรักษาได้ดีที่สุด
• ราคา: ประมาณ $150-$500
3. CCTA (Coronary CT Angiography): (11:00-14:28)
• คือการทำ CT scan หัวใจโดยใช้สารทึบรังสีร่วมกับ AI วิเคราะห์ภาพ
• ข้อดี: ถือเป็น "มาตรฐานทองคำ" เพราะสามารถระบุปริมาณและชนิดของคราบไขมัน (ชนิดอ่อน vs ชนิดแข็ง) และวัดการไหลเวียนเลือดได้แม่นยำมาก
• ราคา: สูงสุด ($800-$1,500+ ไม่รวมค่า AI) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหรือมีความเสี่ยงสูง
ข้อคิดสำคัญ:
• ดร. จอห์นสตัน เน้นย้ำว่าเนื่องจากระบบประกันสุขภาพมักไม่ครอบคลุมการตรวจเหล่านี้หากยังไม่มีอาการผิดปกติ (เช่น เจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่ออก) ผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพเชิงรุกอาจจำเป็นต้องวางแผนจัดการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง (18:40-19:14)
• เป้าหมายคือการตรวจพบความผิดปกติก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง

https://youtu.be/-lt_2swYFhY?si=jEnXnjShlm72yGr4

วิดีโอนี้จาก Doctor Alex อธิบายถึงความสำคัญของ HbA1c ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน และเป็น...
09/05/2026

วิดีโอนี้จาก Doctor Alex อธิบายถึงความสำคัญของ HbA1c ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน และเป็นตัวทำนายความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ (0:00-3:00)
คุณหมอได้แนะนำ 15 วิธีการที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว เพื่อช่วยลดระดับ HbA1c และปรับปรุงสุขภาพเผาผลาญ (Metabolic Health) โดยเน้นที่การเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดไขมันในช่องท้อง:
1. ลดอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาล: เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว และน้ำหวาน (3:49)
2. เพิ่มใยอาหาร: ตั้งเป้าไว้ที่ 30-50 กรัมต่อวัน (4:54)
3. เพิ่มโปรตีน: ช่วยลดระดับน้ำตาลพุ่งหลังมื้ออาหารและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (5:47)
4. รับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน: เน้นน้ำมันมะกอก ถั่ว และผัก (6:49)
5. ลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน: ลดน้ำหนักตัวลง 5-10% เพื่อลดไขมันในช่องท้อง (7:53)
6. เวทเทรนนิ่ง (Resistance Training): เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการน้ำตาลของกล้ามเนื้อ (9:02)
7. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก: ช่วยเรื่องการทำงานของไมโทคอนเดรีย (10:11)
8. เพิ่มการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน (NEAT): การเดินหลังมื้ออาหารช่วยลดน้ำตาลได้ดี (10:59)
9. ปรับปรุงการนอน: ควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง (12:20)
10. ลดการดื่มแอลกอฮอล์: เพื่อลดไขมันพอกตับ (13:22)
11. ลดไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat): ซึ่งเป็นต้นเหตุของการดื้ออินซูลิน (14:05)
12. จัดการความเครียดเรื้อรัง: เพราะความเครียดทำให้ระดับคอร์ติซอลสูงและส่งผลต่อระดับน้ำตาล (15:02)
13. การจำกัดช่วงเวลาการกิน (Time-Restricted Eating): (16:03)
14. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปสูง (Ultra-processed foods): หันมาทานอาหารจากธรรมชาติ (16:55)
15. ใช้ยาเมื่อจำเป็น: ปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาเช่น Metformin หรือ GLP-1 receptor agonists ตามคำแนะนำ (17:58)
คุณหมอเน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยย้อนกระบวนการก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) ให้กลับมาเป็นปกติได้ครับ

https://youtu.be/uY7Vh5-idDw?si=I81kzkNu037oABCz

ในวิดีโอนี้ Dr. Lily Johnston ศัลยแพทย์หลอดเลือดได้อธิบายถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยเป...
08/05/2026

ในวิดีโอนี้ Dr. Lily Johnston ศัลยแพทย์หลอดเลือดได้อธิบายถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยเปรียบเทียบว่าคอเลสเตอรอลไม่ใช่ "ผู้ร้าย" แต่เป็น "เชื้อเพลิง" (0:00 - 2:32)
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ:
• การเปรียบเทียบกับไฟป่า: Dr. Johnston อธิบายว่าการเกิดคราบพลัคในหลอดเลือดเปรียบเสมือน "ไฟป่า" โดยคอเลสเตอรอลคือ "ต้นไม้" หรือเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกลาม แต่การมีแค่ต้นไม้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดไฟป่าเสมอไป สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "สภาพอากาศ" หรือสภาวะทางเมตาบอลิซึมของร่างกาย (2:33 - 4:02)
• การประเมินความเสี่ยง: เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงของตนเอง เธอแนะนำให้พิจารณา 3 ปัจจัยหลัก:
1. มีควันไฟหรือไม่: ตรวจหาคราบพลัคที่มีอยู่จริงด้วยเครื่องมือภาพถ่ายทางการแพทย์ เช่น Coronary Calcium Score หรือ CCTA (14:28 - 15:10)
2. สภาพอากาศเป็นอย่างไร: ตรวจดูสภาวะทางเมตาบอลิซึม เช่น ดัชนีน้ำตาล อินซูลิน และค่าการอักเสบในร่างกาย (15:31 - 16:01)
3. ความหนาแน่นของป่า: ตรวจดูระดับคอเลสเตอรอล (ApoB, LDL, LP(a)) เพื่อดูว่ามีเชื้อเพลิงสะสมอยู่มากน้อยเพียงใด (16:05 - 17:12)
• การตัดสินใจส่วนบุคคล: แพทย์ย้ำว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน การตัดสินใจใช้ยาลดไขมันขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของแต่ละคน (ว่าหลอดเลือดมีปัญหาแล้วหรือยัง) รวมถึงปรัชญาการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากันระหว่างการใช้ยาหรือการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง (17:13 - 19:46)
สรุปคือ Dr. Johnston สนับสนุนการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) โดยให้ความสำคัญกับการจัดการสุขภาพเมตาบอลิซึมควบคู่ไปกับการคุมระดับคอเลสเตอรอลตามความเหมาะสมของสภาพหลอดเลือดในแต่ละบุคคล

08/05/2026

ให้ Chat GPT, Claude , Gemini
จัดอันดับปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดอุดตัน
ช่วยกด like อันที่เห็นด้วยครับ

07/05/2026

ข่าวดี !! การดื่มกาแฟมีส่วนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

Send a message to learn more

Soft Plaque & Hard Plaque , Calcium Score Test & CIMT Testหมอบางท่านบอกว่าบอกความเสี่ยงได้ดีกว่า LDLวิดีโอนี้อธิบายความแ...
07/05/2026

Soft Plaque & Hard Plaque , Calcium Score Test & CIMT Test
หมอบางท่านบอกว่าบอกความเสี่ยงได้ดีกว่า LDL

วิดีโอนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการตรวจ Calcium Score Test และ CIMT Test เพื่อช่วยให้ผู้ชมตัดสินใจเลือกการตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจที่เหมาะสม โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
• ความแตกต่างของคราบพลัค (Plaque): ผู้บรรยายอธิบายว่าคราบพลัคมีทั้งแบบ นุ่ม (Soft plaque) ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นและมีความเสี่ยงสูงที่จะแตกตัวจนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวาย และแบบ แข็ง (Hard plaque) ซึ่งเกิดจากการสะสมของแคลเซียมและมีความเสถียรมากกว่า (0:15 - 1:20)
• Calcium Score Test: เป็นการตรวจหลอดเลือดหัวใจเพื่อหาคราบพลัคที่มีการสะสมของแคลเซียม (Hard plaque) แม้จะเป็นการตรวจที่ดี แต่ข้อจำกัดคือ ไม่สามารถตรวจพบ Soft plaque ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยในระยะเริ่มต้นได้ (1:23 - 3:51)
• CIMT Test (Carotid Intima-Media Thickness): เป็นการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ที่หลอดเลือดแดงบริเวณคอ เพื่อวัดความหนาของผนังหลอดเลือด ซึ่งสามารถตรวจพบได้ทั้งคราบพลัคแบบนุ่มและแบบแข็ง รวมถึงวัดการอักเสบภายในหลอดเลือดได้ด้วย งานวิจัยจาก Mayo Clinic ระบุว่าการตรวจนี้มีความแม่นยำสูงในการประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะเวลา 10 ปี (6:23 - 7:22)
• คำแนะนำ: ผู้บรรยายแนะนำว่าการตรวจทั้งสองวิธีควบคู่กันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น (8:22 - 8:31) อย่างไรก็ตาม ผู้บรรยายย้ำว่าตนเป็นเพียงนักอัลตราซาวด์ ไม่ใช่แพทย์ จึงแนะนำให้ผู้ชมปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจก่อนการตัดสินใจตรวจ (8:33 - 9:03)
https://youtu.be/pGSMsLEeTus?si=LyuNrX9H-BGQLpiK

06/05/2026
05/05/2026

คุณหมอท่านนี้เคยมีหลอดเลือดอุดตันที่เสี่ยงสูง มาเล่าว่าลดลงให้เสี่ยงต่ำมากได้อย่างไร

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Stroke & CAD โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์