GNOS GNOS is a non-profit organization dedicated to the dissemination of cutting-edge scientific knowledge

03/11/2025

ตอนนี้ Patreon กลับมาสื่อสารได้ตามปกติแล้วค่า ❤️

01/11/2025

ผู้เขียนหนังสือเข้า Patreon ไม่ได้มา 5 วันแล้ว จะรีบแก้ไขด่วนนะคะ พอที่ย้ายที่อยู่ค่ะและต้องใช้คอมเข้า ใช้มือถือเข้าไม่ได้

09/12/2023

แม่เด็ก 1 ขวบลั่น จะขอเอาผิดคนจ่ายยาให้ถึงที่สุด เผยล่าสุดต้องใส่ท่อช่วยหายใจ กระเพาะรั่ว หมอไม่ยืนยันจะ.....

09/12/2023

Get more from GNOS on Patreon

24/11/2023

เมื่อโลกของเราเปลี่ยนไป

ที่ผ่านมา อิทธิพลจาก epigenetics ยังไม่ค่อยเด่นชัดและแพทย์ไม่ต้องเรียนรู้ แต่มันจะเริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะระดับการสะสมของสารพิษในแต่ละรุ่นมันมากขึ้น จนตอนนี้โรคที่เคยเป็นโรคหายากก็เกิดเป็นจำนวนมาก และโรคที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคนอายุน้อย ก็เป็นในคนอายุน้อยมากขึ้น มันต้องเปลี่ยนมุมมองหรือ mindset ของคนทั้งสังคม ที่ไม่เข้าใจใน concept นี้ การบอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ใช่สาเหตุของโรค แต่อาจจะเป็นเพียงแค่สาเหตุร่วม อีกหน่อยก็จะไม่ใช่แค่คำว่า "แค่"

อิทธิพลของ epigenetics ที่มากับสารปรอท ที่เรารู้แล้วว่าไม่มีทางขับออกไปได้ตามธรรมชาติ และมีแต่จะสั่งสมเพิ่มพูนอยู่ในสมองมากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงเป็นพันธะที่สำคัญของพวกเราที่จะต้องบอกให้ทุกคนตระหนักในเรื่องนี้ ปัญหาการหดตัวของประชากร ปัญหาอารมณ์โกรธ วิตกกังวล ซึมเศร้า ที่ทำให้สังคมลุกเป็นไฟ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กที่มีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดแล้ว มันสามารถทำนายได้จากสถิติว่า มนุษย์อาจไม่สามารถรอดพ้นจากความหายนะในอีกไม่กี่รุ่นต่อจากนี้ และถ้าสมมติเราตายไปแล้วเกิดใหม่มาก็ต้องเป็นโรค เพราะพ่อแม่ที่ไม่รู้เรื่องนี้ ก็สะสมสารพิษให้กับลูก ในที่สุดคนที่ไม่เคยเป็นอะไรก็ต้องเป็นกันทุกคน ไม่ว่าจะโรคซึมเศร้า วิตกกังวล ออทิซึม โรคติกส์ และโรคอื่น ๆ ที่การแพทย์ทั่วไปก็รักษาไม่ได้

(ปัจจุบันเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ ค่อนข้างจะมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะครับ แต่ต้องขอว่าอย่าโยงกับเรื่องศาสนาเพราะมันจะทำให้เกิด bias เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไปจนกระทบกับความคิดแบบมีเหตุผลของเราได้นะครับ)

โซเชียลมีเดียหลัก ๆ ทั้งหมดก็แบนข้อมูลของพวกเรา หรือจำกัดไม่ให้คลิปของเราเผยแพร่ให้คนมองเห็นเยอะ ซึ่งก็มีช่องของ ดร.เบิร์ก ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูลการรักษาแบบองค์รวม ที่ไม่ตรงกับการแพทย์สายหลักเพียงเล็กน้อย เช่นในเรื่อง อาหารคีโต ดังนั้นช่องที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับการแพทย์สายหลักแบบนี้ ก็คงต้องใช้เงินโฆษณาเท่านั้นถึงจะช่วยให้มีคนเห็นมากขึ้น

สุดท้ายแล้วเราหวังว่า งานของเราจะสามารถช่วยเหลือทุก ๆ คน เพราะถ้าช่วยให้คนส่วนใหญ่รู้ในเรื่องนี้ ก็จะช่วยให้ระดับการสะสมสารพิษในมนุษย์ลดลงได้อย่างมาก มีคนหันมารักษาแบบองค์รวมโดยการใช้ ALA ขับสารปรอทตามระยะครึ่งชีวิตกันมากขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีแรงสนับสนุนคนละเล็กละน้อยจากทุกคน เรื่องนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ เพราะนอกจากจะต้องอาศัยความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง mindset ของผู้คน ที่ยังคงติดภาพอยู่กับมุมมองทางการแพทย์เดิม ๆ ก็ยังต้องอาศัยการโปรโมทที่ต้องใช้เงินอย่างจริงจัง

การบอกต่อ ๆ กันของคนที่ทำไปแล้ว อาจจะช่วยได้เพียงเล็กน้อย เพราะการรักษาแบบองค์รวมมันเห็นผลได้ช้า และต้องอยู่ที่ mindset ของคนที่รักษาด้วยตัวเองและตัวคนที่เราไปบอกเขาด้วย ถ้า mindset ยังคงเป็นแบบเดิม ที่ไม่เข้าใจถึงลักษณะผลกระทบทาง epigenetics ก็จะไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ มีแต่จะมองหายาวิเศษหรือวิธีการพิเศษใด ๆ ที่ช่วยให้หายต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็คือแนวคิดแบบการแพทย์สายหลักแบบที่คนในปัจจุบันคุ้นเคยนั่นเอง

สำหรับตัวของผมเอง เรื่องที่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ อาจจะไม่ค่อยน่าสงสารเท่ากับเรื่องที่ว่า เด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็จะพลอยไม่มีวันหายไปด้วย เพราะพ่อแม่ของพวกเขาไม่เข้าใจในเรื่องนี้ แต่กับผู้ใหญ่ที่เขาไม่เข้าใจจนหายจากโรคไม่ได้ มันอาจเป็นเพราะมันคือชอยส์ที่พวกเขาเลือกเอง ซึ่งเราต้องเคารพการตัดสินใจของพวกเขา ซึ่งคลิปของพวกเราก็ได้ทำให้พวกเราถูกแบนจากกลุ่ม Facebook โรควิตกกังวล ที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งไปแล้ว ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะบอกพวกเขาถึงสาเหตุของโรค ความเสี่ยงของการใช้ยาต้านเศร้าหรือ SSRI และวิธีการที่ควรใช้ในการรักษาโรคนี้ให้หาย

แต่เราเองก็ยังเชื่อมั่นว่า ในคนทั้งหมด 100% ก็อาจจะมีอย่างน้อยสัก 50% ที่จะเปิดใจรับฟังข้อมูลนี้และสามารถเปลี่ยนแปลง mindset ของพวกเขาได้ จากสถิติที่เรามองเห็นได้ เพราะพลเมืองส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศก็ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ยึดติด เปิดกว้าง มีเสรีทางความคิดที่สามารถเปิดรับกับสิ่งใหม่ ๆ อย่างน้อย ๆ ก็มีครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าพวกเราเข้าถึงพวกเขาได้ คนที่เหลืออีกครึ่งที่มีความคิดแบบเก่า ก็อาจจะปรับเปลี่ยนตามได้ และสามารถเกิดเป็นความเห็นพ้องร่วมกันในระดับที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับโลกนี้ได้

ดังนั้นเป้าหมายของเราคือเราต้องการความช่วยเหลือจากทุก ๆ คน ที่สามารถถือเป็นบุญกุศลที่สำคัญ เพราะจะสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้จริง หากทำให้ระดับสารพิษปรอทที่สะสมกันมาในแต่ละรุ่น ๆ ลดลงได้ หรือทำให้หมดไปได้ก็ยิ่งดี ถึงแม้ว่าจะมีแค่คนที่เป็นโรคแล้วอย่างโรคติกส์ทำ ก็ยังดี เพราะโรคก็คือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังวิกฤตแล้วนะ เมื่อร่างกายเตือนว่าต้องทำ แล้วเราทำ ก็ยังถือว่าใช้ได้ ผู้ที่ต้องการช่วยสามารถนำคลิปทั้งหลายที่เราทำ ไปใช้เพื่อขอระดมทุนได้ แต่ให้บอกเราทาง email: [email protected] ด้วย เพื่อที่เราจะได้ลงทะเบียนผู้ช่วยระดมทุน และคืนส่วน 50% ที่ได้รับจากค่าสมาชิกใหม่ให้กับผู้ช่วยทุกเดือน เราเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถไปได้ดี ถ้าได้พบกับคนที่เข้าใจ ซึ่งมันก็คงต้องอาศัยเงินในการลงโฆษณาเกี่ยวกับโครงการนี้อยู่ดี ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเราในตอนนี้ ในการแค่ที่จะเปลี่ยน mindset ของผู้คนให้เข้าใจผลกระทบทาง epigenetics ให้มากขึ้น (ซึ่งพวกเราเข้าใจได้เพราะมีลูกเป็นโรคติกส์ ที่ช่วยเตือนให้เห็นผลกระทบตลอดเวลา เมื่อเจอสารที่อันตราย) แต่คนส่วนใหญ่คงจะเข้าใจในเรื่องนี้ยากมากกว่ามาก

หากการทำบุญที่วัดช่วยให้เรารอดพ้นจากสารพิษได้ก็ดี แต่ปรากฎว่ามันกลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะการทำบุญที่เราหวังว่าชาติหน้าเราจะเกิดมาได้ดีตามความเชื่อทางศาสนาของเรา กลายเป็นเมื่อเรามาเกิด คนส่วนใหญ่ก็ท่วมท้นไปด้วยสารพิษเสียแล้ว สมมติเราเกิดมามีฐานันดรที่ดี มีครอบครัวที่ดี หน้าตาดี อาชีพการงานดี มีความรักดี แต่กลับมาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันในภายหลัง มันจะแย่ขนาดไหน ยังไม่นับว่า ถ้าไปรักษาด้วยยาต้านเศร้าหรือ SSRI แล้วไปเจอผลไม่พึงประสงค์ของยา ที่นอกจากตัวเราจะตายแล้ว ก็อาจจะทำให้คนที่เรารักต้องบาดเจ็บหรือตายอีก นี่คือสภาพที่ในอนาคตมนุษย์ส่วนใหญ่อาจหนีไม่พ้น มีแต่ความเข้าใจและความตั้งใจในการทำสิ่งใด ๆ ก็ตามที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น จึงจะสามารถช่วยให้เราพ้นจากวิกฤตนี้ได้ หรือแม้ว่า เราอาจจะไม่ได้คิดถึงตัวเอง แต่ก็ให้คิดถึงคนอื่นที่เรารัก คิดถึงเด็ก ๆ และคนในสังคมในโลกใบนี้ มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สังคมที่สงบสุขและมีความสุขสามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ ในหลาย ๆ ประเทศ เหลือแต่เรื่องของสารพิษเท่านั้นที่ยังแก้ไขไม่ได้ และสิ่งที่เข้าไปทำลายสมองนี้ ก็เป็นสาเหตุของการฆ่า การทำลาย ความทุกข์ ความสับสน และสิ่งใดก็ตามที่เป็นด้านลบ กับคนทุกคน

21/11/2023

โรคใหม่ -new syndrome- 2/2

21/11/2023

โรคใหม่ -new syndrome- 1/2

29/10/2023

อันตรายของยาต้านเศร้าตอนที่ 3 การกราดยิงที่รัฐเมนในสหรัฐ 2/2

#ยาต้านเศร้า #ผลของยาต้านเศร้า #เหตุการณ์การกราดยิง #ผลกระทบของยาจิตเวช #โรคซึมเศร้า #โรควิตกกังวล #โรพแพนิค

โปรดช่วยสนับสนุนในการช่วยบริจาคต่อเดือนเพียง 100 บาท
ทางช่องทางแพทริออน: patreon.com/GNOS128
ในแพทริออนเราให้คำปรึกษา และช่วยให้การศึกษาข้อมูลที่ยากเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

29/10/2023

อันตรายของยาต้านเศร้าตอนที่ 3 การกราดยิงที่รัฐเมนในสหรัฐ 1/2

#ยาต้านเศร้า #ผลของยาต้านเศร้า #เหตุการณ์การกราดยิง #ผลกระทบของยาจิตเวช #โรคซึมเศร้า #โรควิตกกังวล #โรพแพนิค

โปรดช่วยสนับสนุนในการช่วยบริจาคต่อเดือนเพียง 100 บาท
ทางช่องทางแพทริออน: patreon.com/GNOS128
ในแพทริออนเราให้คำปรึกษา และช่วยให้การศึกษาข้อมูลที่ยากเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

อาการวิงเวียนศีรษะ, วิตกกังวล, ตื่นตระหนกปัญหาการนอนหลับ, เจ็บหน้าอกซีกซ้าย, มือชาในตอนเช้า, อาการขาอยู่ไม่สุข, เวียนศีร...
10/10/2023

อาการวิงเวียนศีรษะ, วิตกกังวล, ตื่นตระหนก
ปัญหาการนอนหลับ, เจ็บหน้าอกซีกซ้าย, มือชาในตอนเช้า, อาการขาอยู่ไม่สุข, เวียนศีรษะ, สายตาวูบวาบ, แรงจูงใจน้อยลง

เป็นลักษณะอาการของโรคต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง ปรอทยุ่งกับระบบต่อมไร้ท่อ และต่อมหมวกไตก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อนั้น น่าเสียดายที่สารปรอทไม่ได้ขัดขวางการผลิตอะดรีนาลีน และต่อมหมวกไตมีแนวโน้มที่จะผลิตมากเกินไป เมื่ออะดรีนาลีนมากเกินไปก็จะทำให้เกิด โรควิตกกังวล และ โรคแพนิค เมื่อคุณขาดคอร์ติซอลเพราะสารปรอท มันทำให้ความสามารถของร่างกายในการจัดการกับความเครียด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการตอบสนองต่อการอักเสบ ต้องหยุดชะงักลง ในขณะที่การผลิตอะดรีนาลีนอาจเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดแบบเฉียบพลัน

เราสามารถใช้สารที่เรียกว่าอะดรีนัลคอร์เท็กซ์ (adrenal cortex) ซึ่งเป็นต่อมหมวกไตส่วนนอกของวัวที่ถูกสลายไขมัน การกำจัดไขมันจะกำจัดฮอร์โมนออกไป และเหลือเฉพาะส่วนที่ดีต่อต่อมหมวกไต ซึ่งมันจะช่วยให้ต่อมหมวกไตทำงานได้ดีขึ้นในการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นเมื่อคุณต้องการ มันมีราคาแพง แต่ใช้งานได้ดี และไม่ทำให้ร่างกายติดหรือต้องพึ่งพามันไปตลอด ที่ดีที่สุดคือมันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีเมื่อต่อมหมวกไตของคุณทำงานได้ดีมากขึ้น

เพรดนิโซโลนเป็นคอร์ติซอลสังเคราะห์รูปแบบหนึ่ง และทำหน้าที่เหมือนกับคอร์ติซอลของคุณเอง มันสามารถหยุดอาการของ โรควิตกกังวลหรือโรคแพนิคได้ แต่เพรดนิโซโลนไม่ได้เอาไว้สำหรับใช้ต่อเนื่องระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับยาในปริมาณมาก คุณมีความเสี่ยงที่จะทำให้ต่อมหมวกไตของคุณเข้าสู่โหมดการหยุดทำงานอย่างถาวร ต่อมหมวกไตของคุณหยุดผลิตคอร์ติซอลของตัวเอง และทำให้ร่างกายติดและต้องพึ่งพายาตัวนี้ไปตลอดชีวิต

คุณไม่สามารถหยุดใช้มันได้ในทันทีเช่นกัน และต้องค่อย ๆ ลดโดสของมันลงภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ช่วยดูแลตารางเวลาให้คุณและคอยติดตามการผลิตและประสิทธิภาพของต่อมหมวกไต

คนที่เป็นพิษจากโลหะหนักบางคนต้องใช้เพรดนิโซโลนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ควรถือเป็นทางเลือกสุดท้ายเนื่องจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น

อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดในคนที่เป็นแพนิค อาจมีสาเหตุหลายประการ และอาการต่อมหมวกไตเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ ต่อมหมวกไตมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน เช่น อะดรีนาลีนและคอร์ติซอล และบางครั้งปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการที่ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอาการเจ็บหน้าอก

ถ้าการใช้อะดรีนัลคอร์เท็กซ์ไม่สามารถช่วยคุณได้ บางคนต้องไปในเส้นทางของการใช้ไฮโดรคอร์ติโซนซึ่งเป็นคอร์ติโค-สเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์เบากว่าเพรดนิโซโลน แต่อย่างที่บอกไปแล้ว นี่คือสิ่งที่คุณต้องปรึกษาแพทย์ ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องเป็นภาวะที่ร้ายแรงมากและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดร. แอนดรูว์ ฮอลล์ คัตเลอร์ กล่าวเอาไว้ว่า การขับสารปรอทด้วยโดสต่ำตามระยะครึ่งชีวิต จะช่วยแก้ไขปัญหาฮอร์โมนของคุณได้ในที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการชีวิตให้พออยู่ได้ในระหว่างนี้ ก็ไม่เป็นไร และมันจะทำให้คุณรู้สึกสบายกว่ามากที่จะต้องทนอยู่กับอาการต่าง ๆ สิ่งที่ต้องพึงระวังอย่างมากคือต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซนในปริมาณที่กดการทำงานของต่อมหมวกไต

“แต่การใช้อะดรีนัลคอร์เท็กซ์จะไม่สามารถไปกดการทำงานของต่อมหมวกไตของคุณได้”

“ระยะเวลาที่ปลอดภัยในการใช้สเตียรอยด์ในปริมาณมากคือ 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ 1 เดือน หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ การกดการทำงานของต่อมหมวกไตจะเกิดขึ้น เมื่อมันเริ่มเกิดขึ้น การถอนยาสเตียรอยด์จะทำให้ปัญหาที่คุณเคยมีย้อนกลับมาทั้งหมด เพราะร่างกายที่เสพติดกับยาสเตียรอยด์ไปแล้วจะไม่สามารถรับกับการลดโดสได้ เพราะมันทำให้ปริมาณสเตียรอยด์เหลือน้อยจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย”

“คุณต้องถอนสเตียรอยด์ออกอย่างช้าๆ จนถึงระดับที่ต่ำกว่าโดสยาที่จะไม่กดการทำงานของต่อมหมวกไต และต้องทำมันอย่างช้าๆ อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน กว่าที่ร่างกายของคุณจะฟื้นตัว

ในระหว่างนี้ หากคุณมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดความเครียดที่รุนแรง เช่น มีการเจ็บป่วยร้ายแรง การมีไข้สูง อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่ต้องได้ขึ้นรถพยาบาลหรือต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล สิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉิน คุณต้อง บอกแพทย์ว่าคุณอาจติดสเตียรอยด์

“เหตุผลที่คุณต้องบอกพวกเขา เพื่อให้พวกเขาใส่ใจกับคุณมากขึ้นว่าหมออาจต้องรีบให้สเตียรอยด์แก่คุณในปริมาณที่เหมาะสม เพราะคุณอาจจะช็อคได้ง่ายมาก จนอาจถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าไม่ได้สเตียรอยด์ได้ทันตามที่ร่างกายต้องการ

การกินเพรดนิโซโลนโดสสูงมากๆ สามารถทำให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้นอยู่แล้ว ดีจนไม่ต้องกินยาแก้ซึมเศร้า ไม่มีอาการโรคแพนิค และอาการของโรคนอนไม่หลับ และทั้งหมดนี้ก็จะไม่มีผลข้างเคียงเหมือนที่เจอกับยารักษาโรคซึมเศร้าด้วย ยกเว้นส่วนที่เป็นผลข้างเคียงที่จะตามมาในภายหลังเมื่อคุณพยายามหยุดยา ยิ่งไปกว่านั้นเพรดนิโซโลนสามารถทำลายการทำงานของต่อมหมวกไตและทำให้คุณขาดสเตียรอยด์ไม่ได้ไปตลอดชีวิต เมื่อมีอะไรบางอย่างที่ดูดีเกินจริง มันก็มักมีสิ่งที่ไม่ดีตามมาในที่สุด

สมมุติว่าแพทย์ของคุณต้องสั่งจ่ายเพรดนิโซโลนโดสสูงให้คุณมันก็เพื่อให้ใช้ในระยะสั้น ไม่เช่นนั้นถ้าใช้ระยะยาวมันจะทำให้ตัวคุณพองตัวเหมือนลูกโป่ง แต่การที่มันทำให้คุณรู้สึกว่าหาย ก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าคุณต้องการการเสริมต่อมหมวกไตอย่างแน่นอน คุณอาจใช้ไฮโดรคอร์ติโซน แทนได้ ซึ่งไม่แรงเท่า ผู้คนใช้มันในระยะยาวในขนาดต่ำกว่า 20 มก. และได้ผลดี

ที่สำคัญคือการมุ่งเน้นไปที่การลดยาเพรดนิโซโลนและเปลี่ยนไปใช้ไฮโดรคอร์ติโซน จากนั้นจึงลดขนาดยาไฮโดรคอร์ติโซนลงจนกว่าคุณจะอยู่ที่ 20 มก. ต่อวัน คุณต้องการการเสริมต่อมหมวกไตอย่างชัดเจน แต่ต้องใช้ยาเหล่านี้อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เลวร้ายไปกว่าตอนที่คุณเริ่ม

ในตอนจบของเรื่อง คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไตมากกว่าปัญหาการมีเซโรโทนินไม่เพียงพอ

ถ้าต้องการให้โรคนี้หายไป คุณต้องเข้ามาบนเส้นทางของการขับสารปรอทด้วยโดสต่ำตามระยะครึ่งชีวิต แล้วคุณจะไม่ต้องอยู่กับโรคนี้ตลอดไป การเป็นโรคแพนิคยังบ่งบอกให้เห็นว่าคุณต้องการการเสริมต่อมหมวกไตอย่างมากมาย แต่คุณต้องดูแลตัวเองด้วยวิธีบางอย่างที่จะไม่ไปปิดการทำงานของต่อมหมวกไตและทำให้คุณอ่อนแอลง การใช้ไฮโดรคอร์ติโซนที่ต่ำกว่า 20 มก. ต่อวันพร้อมกับเสริมอะดรีนัลคอร์เท็กซ์จำนวนมากจะช่วยให้ได้ผล

เราได้ใส่หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับวิธีการรักษาทั้งหมดไว้ในแพทริออน https://www.patreon.com/GNOS128 ควรอ่านหนังสือและถ้ามีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ทางข้อความหลังไมค์ของแพทริออน

ที่อยู่

185/147 The Connect Up3, Lat Phrao 126 Ladprao Road Plabpla
Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66640545482

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GNOSผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์