Kritaya - Healer with magical tools

Kritaya - Healer with magical tools Transformational facilitator, alternative healer, workshop organizer and interpreter

“Battles of the Soul” Sufi workshop by Basit Jamalชวนมาทำความรู้จักสภาวะต่างๆที่เราต้องเจอบนเส้นทางแห่งการเติบโตทางจิตวิ...
10/09/2026

“Battles of the Soul”
Sufi workshop by Basit Jamal
ชวนมาทำความรู้จักสภาวะต่างๆที่เราต้องเจอบนเส้นทางแห่งการเติบโตทางจิตวิญญาณ การเดินทางนี้ไม่ได้ตรงไปตรงมา มีหลากหลายหลุมพรางและสิ่งที่เราคาดไม่ถึงมากมาย เป็นการต่อสู้ที่มีหลายศึกกว่าเราจะไปถึงเส้นชัยของสงครามนี้ในการต่อสู้เพื่อก้าวข้ามพ้นอัตตาหรือตัวตนปลอมของเราเอง เพื่อไปสู่เส้นชัยแห่งการกลับถึงบ้าน กลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงของเรา
ความโชคดีอย่างนึงคือเราไม่ได้เดินทางนี้อยู่คนเดียว มีผู้คนมากมายกำลังอยู่บนเส้นทางนี้ และมีผู้คนมากมายผู้มาก่อนเราผู้เคยผ่านศึกเหล่านี้มาแล้ว กลับบอกเล่าถึงเส้นทางนี้และวิธีเตรียมตัวรับมือในแต่ละศึกระหว่างทาง

มีตำราซูฟีหลายเล่มที่บอกเล่าการเดินทางเหล่านี้และวิธีการรับมือศึกต่างๆระหว่างทางอย่างละเอียด หนึ่งในนั้นคือ Conference of the Birds โดย Farid ud-Din Attar ครูซูฟีชาวเปอร์เซีย ถือว่าเป็นตำราสำคัญเล่มหนึ่งของซูฟี ในคอร์สนี้ครูบาสิทจะมาถอดรหัสนี้ให้เราได้เรียนรู้ ให้เราได้รู้จักป้ายบอกทางแห่งจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ และเตรียมตัวรับมือกับอุปสรรคและการต่อสู้ต่างๆระหว่างทาง ให้เราได้กลับถึงบ้านที่แท้จริงของเราด้วยกัน

พรุ่งนี้เจอกันกับ Free Zoom Sufi Talk นะคะURBAN TALK: “The Journey of Love and Battles of the Soul”เส้นทางแห่งความรัก แล...
01/09/2026

พรุ่งนี้เจอกันกับ Free Zoom Sufi Talk นะคะ
URBAN TALK: “The Journey of Love and Battles of the Soul”
เส้นทางแห่งความรัก และการต่อสู้ของจิตวิญญาณ with Basit Jamal
วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น.
ทาง Zoom
การสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมล่ามแปลภาษาไทย
ลงทะเบียน: https://forms.gle/r1yqj7i7qMo1oh2R7

URBAN TALK: “The Journey of Love and Battles of the Soul”
เส้นทางแห่งความรัก และการต่อสู้ของจิตวิญญาณ

ขอชวนทุกคนมาร่วมสนทนาออนไลน์กับ Basit Jamal ครูและผู้ปฏิบัติวิถีซูฟี ผู้ทำงานด้านการพัฒนาจิตวิญญาณมากว่า 20 ปี

ในการสนทนาครั้งนี้ เราจะร่วมกันสำรวจว่า การใช้ความรักเป็นเข็มทิศของชีวิตหมายถึงอะไร เราจะกลับคืนสู่ความกลมกลืนกับตัวเองและจักรวาลได้อย่างไร และเพราะเหตุใดการเติบโตทางจิตวิญญาณจึงมาพร้อมกับการต่อสู้ภายใน

มาร่วมพูดคุยถึงวิถีแห่งความรัก การรู้จักตัวเอง ตลอดจนแนวคิดเรื่อง Maqam และ Haal—สถานีและสภาวะทางจิตวิญญาณบนเส้นทางของผู้แสวงหา

วันพุธที่ 2 กันยายน 2569
เวลา 20.00 น.
ทาง Zoom

การสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมล่ามแปลภาษาไทย

ลงทะเบียนเข้าร่วม:
https://forms.gle/r1yqj7i7qMo1oh2R7

==============================================

“The Journey of Love and Battles of the Soul”

Join us for an online conversation with Basit Jamal, a Sufi spiritual practitioner and teacher with more than 20 years of experience in spiritual development.

Together, we will explore what it means to make love the compass of our lives, how we can return to harmony with ourselves and the universe, and why spiritual growth often requires us to face profound inner battles.

The conversation will also introduce the Sufi concepts of Maqam and Haal—the spiritual stations and temporary states encountered along a seeker’s journey.

Wednesday, 2 September 2026
8:00 PM
Live on Zoom

The session will be conducted in English with Thai interpretation.

Register here:
https://forms.gle/r1yqj7i7qMo1oh2R7

Harmony with the Universe10–11 ตุลาคม 2569 (10.00–18.00)Urban Craziness ซอยทองหล่อ 25ซูฟีคือวิถีแห่งความรัก เป็นเส้นทางท...
27/08/2026

Harmony with the Universe
10–11 ตุลาคม 2569 (10.00–18.00)
Urban Craziness ซอยทองหล่อ 25

ซูฟีคือวิถีแห่งความรัก เป็นเส้นทางที่ใช้ ความรักเป็นเป้าหมาย แนวทาง และเข็มทิศของชีวิต
ภูมิปัญญานี้ได้รับการสืบทอดกันมาหลายศตวรรษ ผ่านเรื่องเล่า นิทาน บทกวี ดนตรี และการภาวนา เพื่อพามนุษย์เดินทางกลับมารู้จักตัวเองและเชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง
คอร์สนี้ชวนผู้เข้าร่วมกลับมาสำรวจคำถามสำคัญที่สุดของชีวิต
“ฉันคือใคร?”
“บทบาทของฉันในโลกนี้คืออะไร?”
เมื่อปล่อยให้ความไม่พอใจ ความเกลียดชัง หรือความอิจฉาเข้าครอบงำ เราจะค่อย ๆ สูญเสียความกลมกลืนกับจักรวาล และจมอยู่กับความสับสน ความทุกข์ ความผิดหวัง และความโกรธ
Harmony with the Universe เป็นพื้นที่ที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบ ความสมดุล และความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับชีวิตอีกครั้ง
เมื่อการเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง ผู้เข้าร่วมจะไม่เพียงได้รู้จักซูฟีเท่านั้น แต่ยังได้เห็นภาพรวมของตัวเองในจักรวาลอย่างชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งค้นพบแนวทางในการใช้ชีวิตด้วยความรัก ความหมาย และความสงบ

Harmony with the Universe
10-11 October 2026 (10.00 - 18.00)
Urban Craziness Thonglor 25

Sufi spiritual growth stems from a fervent desire for
self-knowledge and meaningful relationship with others.
This workshop will bring the participants face to face with the most crucial questions like “Who am I?” “What is my role in this world?” and help them see clear answers.
By giving room to complaints, hatred and envy, human life loses harmony with the universe and enters a state of misery, confusion, pain, frustration and anger. This workshop will create a space for the participants to step back into harmony
with the universe and find themselves much more at peace. Besides having
several unique Sufi meditation practices the workshop will be sprinkled with
Sufi anecdotes, Sufi jokes and Sufi poems that will help make the workshop
deeper and meaningful. The participants will surely find a shift towards being
a better version of themselves and carry back many ideas that they will cherish
for the whole of their lives. At the end the participants will not just get a
glimpse of what Sufism is about but also get a glimpse into what they are about
in this universe.

“Battles of the Soul”17-18 ตุลาคม 2569  (10.00 - 18.00)สถานที่:  Urban Craziness ทองหล่อ 25* การอบรมเป็นภาษาอังกฤษแปลไทย...
26/08/2026

“Battles of the Soul”
17-18 ตุลาคม 2569 (10.00 - 18.00)
สถานที่: Urban Craziness ทองหล่อ 25
* การอบรมเป็นภาษาอังกฤษแปลไทย

ในการเติบโตทางจิตวิญญาณเราต้องผ่านการต่อสู้หลายครั้งเพื่อเอาชนะสงครามทางจิตวิญญาณ
การต่อสู้เหล่านั้นคืออะไร? จะต้องเจออะไรบ้าง
และแนวทางการต่อสู้ในแต่ละขั้นนั้นมีรายละเอียดอย่างไร?
หากไม่ชนะการต่อสู้เหล่านี้
จิตวิญญาณจะไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับต่อไปของการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณได้
ในคอร์สนี้เราจะสำรวจแนวคิดของซูฟิเรื่องมาคัมและฮาล (Maqam and Haal)
ซึ่งเป็นแนวคิดทางจิตวิญญาณที่อธิบายถึงความก้าวหน้าของผู้แสวงหา มาคัมคือสถานีทางจิตวิญญาณถาวรที่ได้รับมาจากความพยายามและฝึกฝนส่วนบุคคล
บรรลุได้ด้วยการทำงานหนัก วินัย และการอุทิศตนอย่างยาวนาน เป็นรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน
ในขณะที่ฮาลคือสภาวะทางจิตวิญญาณชั่วคราว
ซึ่งเป็นความรู้สึกทางจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นชั่วขณะ
ได้รับเป็นพระคุณหรือของขวัญจากพระเจ้าโดยไม่ต้องทำ
มันมาแล้วก็ไปอย่างรวดเร็วโดยที่มนุษย์เราควบคุมไม่ได้
เราจะเรียนรู้การต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละขั้นของวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณและวิธีการเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

“Battles of the Soul”
Dates: 17-18 October 2026 (10.00 - 18.00)
Venue: Urban Craziness Thonglor 25
* The workshop will be in English with Thai translation

The soul has to fight many battles to win the spiritual war.
What are those battles? Where and how do the soul need to fight them? Without
winning these battles the soul can't reach the next level of its spiritual
evolution.
In this workshop we will explore the Sufism concept of Maqam
and Haal which are core spiritual terms describing a seeker's progress. Maqam
is a permanent spiritual station earned through personal effort and practice.
Reached through hard work, discipline, and long devotion. It is stable and
lasting foundation. While Haal is a temporary spiritual state which is temporary
flash of spiritual feeling given as an unearned grace or gift from God. It comes
and goes quickly without human control.
We will learn the battles that take place in each stage of
spiritual evolution and how to fight them.

Register at: https://forms.gle/QwV3bPkSDZvVQDa66

Letting love flow again โอบรับรากของเราให้ความรักไหลเวียนได้อีกครั้ง กระบวนการตามแนวทางของซูฟี ผสมผสานกับแนวคิดของ Famil...
28/07/2026

Letting love flow again
โอบรับรากของเราให้ความรักไหลเวียนได้อีกครั้ง กระบวนการตามแนวทางของซูฟี ผสมผสานกับแนวคิดของ Family Constellation จัดรอบพิเศษให้นักศึกษาจิตตปัญญาเมื่ออาทิตย์ก่อน

การรักตัวเองเริ่มจากการเปิดรับที่มาของตัวเราเองก่อน นั่นคือพ่อแม่และครอบครัวของเรา พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เราต้องการเสมอ ไม่มีใครไม่เคยผิดหวังจากครอบครัว และบางคนอาจจะเติบโตมาในครอบครัวที่เจอความยากลำบากแสนสาหัญมากกว่าคนอื่น ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ สิ่งเหล่านั้นก็ได้เกิดไปแล้ว ทำอย่างไรเราถึงจะเติบโตจากประสบการณ์ในอดีต และมีอิสระในการเลือกทางเดินชีวิตต่อไปของเราเองได้อย่างเต็มที่ และในระดับจิตวิญญาน ใน soul level เราก็ได้เลือกมาเองเพื่อจะมาเกิดที่นี่ ตอนนี้ ที่เมืองนี้ประเทศนี้ และกับพ่อแม่คู่นี้ ครอบครัวนี้ เพราะนี่จะเป็นเหตุปัจจัยที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้เราได้ตื่นรู้ได้รู้จักตัวเอง การรู้จักตัวเองไม่ใช่เพียงว่าเราเป็นคนนิสัยแบบไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่คือการได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง True self ของตัวเอง

ซูฟีเชื่อว่าตัวตนที่แท้จริงของเราคือความรัก ในหลักการเข้าใจได้ไม่ยาก แต่การจะรู้สิ่งนี้ได้ผ่านประสบการณ์ตรงของตัวเองนั้นเป็นการเดินทางตลอดชีวิต เธอจำเป็นต้องได้ผ่านสถานการณ์ต่างๆให้เธอได้เรียนรู้ความรักรูปแบบต่างๆ ได้ฝึกที่จะรักในสถานการณ์ที่ไม่ได้ง่าย ได้ฝึกรักคนที่ไม่น่ารักกับเธอ

ในห้องเรียนมีคนถามว่า
"เราควรรักแต่คนที่คู่ควรกับความรักของเราไม่ใช่หรือ?"
เป็นคำถามที่มีคนถามบ่อยมากกกก เมื่อพูดถึงความรัก
ครูซูฟีจะตอบว่าเราแสดงออกอย่างไรขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นใคร มากกว่าว่าผู้รับเป็นยังไง
หากเธอเป็นความรักเธอก็จะให้ความรักได้ไม่มีวันหมด
เหมือนดวงอาทิตย์ที่ให้แสงอาทิตย์
เหมือนต้นไม้ที่ให้ร่มเงา
เหมือนฝนที่ให้น้ำ
กับทุกคน
หากเธอรักเฉพาะคนที่รักเธอเท่านั้น
เธอก็ยังไม่ใช่ความรักที่แท้จริง
เธอเป็นเพียงกำแพงที่สะท้อนอะไรก็ตามที่เข้ามาหาเธอ
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ
แต่นี่คืออุดมคติของซูฟี
คือเป้าหมายชีวิตของซูฟี
คือการขัดเกลาตัวเองให้เป็นความรักที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

และการรักก็ไม่จำเป็นต้องโง่
การรักไม่ได้แปลว่ายอมทุกอย่าง
เราสามารถรักอย่างฉลาดได้
หากบางความสัมพันธ์ที่ทำร้ายเรา เราอาจจะถอยออกมาได้
แต่ถอยออกมาด้วยความเข้าใจและด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยความเกลียดชัง

มีบทสนทนามากมายเกิดขึ้นในสองวันที่เราได้อยู่ร่วมกัน
ขอบคุณพี่ๆน้องๆชาวจิตตปัญญาที่มาเรียนรู้ด้วยกัน
ขอให้ความรักเติบโต งอกงอม แข็งแรงต่อไปเรื่อยๆนะคะ ❤

Healing Unconscious Wounds with Hajjah HamidahJune 2026คลาสนี้อุ๊ไปเรียนกับครูมาแล้วที่เมืองจีนปีที่แล้ว เป็นการค้นพบที่...
27/07/2026

Healing Unconscious Wounds with Hajjah Hamidah
June 2026
คลาสนี้อุ๊ไปเรียนกับครูมาแล้วที่เมืองจีนปีที่แล้ว เป็นการค้นพบที่ทรงพลังในตัวเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงในตัวเองในปีที่ผ่านมามากๆ เลยเลือกหัวข้อนี้มาจัดให้เพื่อนๆที่เมืองไทย เรียนอีกครั้งก็ยังเข้มข้นไปได้อีกและได้อีก

สิ่งสำคัญของการเติบโตทางจิตวิญญาณมีปีกสำคัญสองด้านที่เชื่อมโยงกันและจำเป็นต้องมีทั้งคู่ ด้านแรกคือการรู้จักตัวเอง ผ่านการสังเกตตัวเอง การฝึกความรู้สึกตัวให้เห็นตัวเองตามที่เป็นจริงโดยไม่ identify หรือไหลไปเป็นตามความคิดตามอัตตาของตัวเอง อีกด้านคือการฝึกฝนทางจิตวิญญาณการเพิ่มกำลังทางจิตเพื่อให้มีแรงไปเห็นตัวเอง มีแรงที่จะยกระดับจิตตัวเอง
ครั้งนี้เป็นการฝึกการรู้จักตัวเองด้วยการเห็นบาดแผลที่ซ่อนอยู่ของตัวเอง บาดแผลเหล่านี้เป็นเมล็ดพันธ์ที่ติดตัวเรามาก่อนเกิด เป็นสิ่งที่ soul หรือดวงจิตของเราเลือกมาแล้วว่ามันจะมาช่วยให้เราได้ตื่นรู้ ได้เห็นทุกข์ ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งการกลับมาสู่ตัวตนอันบริสุทธ์ของเรา แก่นแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง

เราเลือกมาเกิดกับพ่อแม่คู่นี้ ที่บ้านนี้ ประเทศนี้ ในช่วงเวลานี้ เพราะนี่คือเหตุปัจจัยเหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดประสบการณ์ชีวิตที่จำเป็นที่จะให้เราได้รู้จักตัวเอง

การเยียวยาตัวเองจะเริ่มขึ้นได้เมื่อเราเห็นว่าเราสร้างหน้ากากมาปกป้องตัวเองอย่างไร ภายใต้หน้ากากเหล่านั้นมีบาดแผลอะไรซ่อนอยู่ มีความเจ็บปวดอะไรที่เรากักเก็บไว้ไม่ยอมให้ตัวเองได้รู้สึก จำเป็นที่จะต้องมีการเห็นในสองระดับ ระดับแรกคือการเห็น เข้าใจและการยอมรับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผู้คนในเหตุการณ์นั้นๆ ระดับที่สองคือจำเป็นที่จะต้องมีการเห็น เข้าใจ และยอมรับตัวเองและประสบการณ์ของตัวเอง เช่น เราเห็น เข้าใจ และยอมรับว่าแม่มารับที่โรงเรียนช้าเพราะแม่ต้องทำงาน แม่ทำดีที่สุดแล้วที่แม่ทำได้ ส่วนการเห็นตัวเอง (ที่เรามักจะไม่ค่อยไปถึง) คือการเห็นว่าเด็กคนนั้นกลัวแค่ไหนที่แม่มาช้า โกรธแค่ไหนที่ถูกทิ้งไว้คนเดียว เสียใจแค่ไหนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ

และที่สำคัญที่สุดที่การเยียวยาที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้คือความรู้สึกตัว คือการเห็นสิ่งต่างๆตามที่มันเป็นจริงๆ ให้อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด สิ่งที่สะสมมาในร่างกายได้ปรากฏตัวออกมา และมีตัวเราอีกส่วนที่แยกตัวออกมาเป็นผู้รู้ เป็นผู้เห็นทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ไปเป็นมัน ไม่ไป identify กับมัน เป็นตัวรู้ที่นั่งดูอยู่บนฝั่งไม่ไหลไปตามน้ำ
แนวทางแห่งการเยียวยาของซูฟีนี้ ช่างเหมือนยิ่งนักกับการภาวนาแบบพุทธที่เราฝึกฝนมายิ่งนัก ระลึกถึงครูบาอาจารย์ทั้งหลายของเราด้วยความขอบคุณและซาบซึ้งในบุญคุณของพวกท่านยิ่งนัก 🙏

ในห้าวันที่ผ่านมานี้ครูฮามิดะได้ชี้ให้เห็นรูปแบบของบาดแผลต่างๆและหน้ากากที่เราใช้อย่างละเอียดและชัดเจนยิ่ง เป็นแผนที่ๆสุดชัดให้เราได้เห็นเมื่อมันเกิดขึ้นในตัวเอง และย้ำเราอยู่ตลอดให้เรารู้สึกตัว ให้เห็นโดยไม่ไปเป็นมัน ในการเรียนทุกคอร์สของครูมีการเคาะระฆังทุก 30 นาที ให้เราได้ทบทวนตัวเองว่า 30 นาทีที่ผ่านมาเรารู้ตัวแค่ไหน ครูย้ำว่าการฟังคำสอนอย่างตั้งใจอย่างเดียวนั้นไม่พอ เธอต้องรู้สึกตัวด้วย รู้กาย รู้อารมณ์ รู้ความคิดของเธอไปด้วยพร้อมๆกัน

เย็นวันที่สองหรือสามของการอบรม ที่ผู้เข้าร่วมดูแสนเหนื่อยล้าสะบักสะบอมจากการขุดแผลในตัวเอง ครูบอกว่าวันนี้พอเท่านี้แล้วกัน เราจะไม่เปิดแผลใหม่แล้วตอนนี้ แต่พรุ่งนี้ก็จะไปแบบนี้ต่อนะ เพราะนี่คือหัวข้อของการอบรม!!! 😂😅😭 มันจะยังไม่สบาย แต่เมื่อเธอเยียวยาตัวเองแล้ว เมื่อเธอรู้สึกตัว เมื่อนั้นชีวิตเธอจะมีความสุขขึ้น เป็นความสุขที่แท้จริง
ขอบคุณผู้กล้าทั้งหลายที่มาเดินทางร่วมกัน ชื่นชมในความทุ่มเท กล้าหาญ เปราะบาง และเอื้อเฟื้อในการดูแลกันของทุกคนที่มาเรียนด้วยกัน

ขอบคุณ Chattip Jig Chaikitti Peerawat Ruangroengkulrit ที่มาร่วมกันจัดงานนี้
ขอบคุณครูฮามิดะที่นำมาบทเรียนล้ำค่านี้มาให้ โอบอุ้มและนำทางพวกเราด้วยหัวใจแห่งรัก
ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำพาให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้หากไม่ใช่ประสงค์ของพระองค์
ขอให้ความมุ่งมั่นในการเยียวยาและรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเราแข็มแข็ง ขอให้พวกเราได้เดินทางกลับถึงบ้านที่แท้จริง inshallah 🙏❤🙏

ใกล้ถึงแล้วค่ะ หนึ่งในคอร์สที่ทรงพลังที่สุดที่เคยเข้ามา เป็นการผสมผสานกระบวนการเยียวยาทางจิตวิทยาและด้านจิตวิญญาณไว้ด้วย...
10/06/2026

ใกล้ถึงแล้วค่ะ หนึ่งในคอร์สที่ทรงพลังที่สุดที่เคยเข้ามา เป็นการผสมผสานกระบวนการเยียวยาทางจิตวิทยาและด้านจิตวิญญาณไว้ด้วย เป็นปีกสองข้างที่จำเป็นเพื่อให้เรายกระดับจิตสำนึกของตัวเองได้ ชวนๆอย่างยิ่งค่ะ ยังเปิดรับสมัครได้อยู่ค่ะ

"Wound is where the Light enters you"
- Rumi
“บาดแผลคือที่แสงสว่างเข้ามาสู่เรา”
- รูมี

Trauma เกิดขึ้นในวัยเด็กเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่เกินกว่าจะรับมือไหว หรือประสบการณ์ต่อเนื่องที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเรา trauma สามารถทิ้งบาดแผลลึกที่ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของชีวิต เมื่อเราประสบกับ trauma จิตใจของเราพยายามปกป้องตัวเองโดยการผลักความทรงจำที่เจ็บปวดลงไปสู่จิตใต้สำนึก ไปอยู่ในเงามืด ในตอนแรกวิธีนี้อาจมีประโยชน์ แต่ก็อาจนำไปสู่ความรู้สึกที่แตกแยกของตัวตน บางส่วนของประสบการณ์ของเราถูกซ่อนไว้ พลังงานจะติดขัด เนื่องจากอารมณ์และความทรงจำที่ถูกกดไว้นั้นไม่ได้หายไปง่ายๆ แต่กลายเป็นบาดแผลทางพลังงานและจิตใจ และจะหล่อหลอมความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของเราในแบบที่เราไม่รู้ตัว ในคอร์สนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับบาดแผลในจิตใต้สำนึกเพื่อที่จะสามารถเยียวยาบาดแผลเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยให้เรายอมรับส่วนต่างๆ ของตัวเองที่ถูกกดไว้ และหลอมรวมเด็กน้อยภายในที่มีบาดแผลคนนั้นที่ถูกแยกตัวออกไปกลับเข้ามารวมกับตัวเราอีกครั้ง
Healing Unconscious Wounds with Hamida
20-24 มิถุนายน 2569 (9.00 - 18.00)
* การอบรมเป็นภาษาอังกฤษ แปลไทย
สถานที่: บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่:
https://forms.gle/y3huPiPfRwncGopz6

Transformation game รอบนักศึกษาจิตตปัญญา มหิดล ขอบคุณที่มาเดินทางร่วมกันนะคะ
08/06/2026

Transformation game รอบนักศึกษาจิตตปัญญา มหิดล ขอบคุณที่มาเดินทางร่วมกันนะคะ

พ่อแม่และบรรพบุรุษของเราดำรงอยู่ในตัวเรา“ในวันที่แม่ของฉันเสียชีวิตฉันเขียนลงในสมุดบันทึกว่า:“โชคร้ายครั้งใหญ่ในชีวิตของ...
08/06/2026

พ่อแม่และบรรพบุรุษของเราดำรงอยู่ในตัวเรา
“ในวันที่แม่ของฉันเสียชีวิต
ฉันเขียนลงในสมุดบันทึกว่า:
“โชคร้ายครั้งใหญ่ในชีวิตของฉันได้มาถึงแล้ว”
ฉันทุกข์ทรมานอยู่มากกว่าหนึ่งปีหลังจากที่แม่ของฉันจากไป
แต่คืนหนึ่ง
บนเขาสูงของเวียดนาม
ฉันนอนหลับอยู่ในกระท่อมที่พักของฉัน
ฉันฝันถึงแม่
ฉันเห็นตัวเองนั่งอยู่กับแม่
และเรากำลังสนทนากันอย่างมีความสุข
แม่ดูอ่อนเยาว์และงดงาม
ผมของเธอพลิ้วไหว
มันรู้สึกเป็นธรรมชาติและสงบสุข
ราวกับว่าเธอไม่เคยจากไป
เมื่อตื่นขึ้น
เป็นเวลาประมาณตีสอง
และทันใดนั้น
ฉันก็รู้สึกได้อย่างชัดเจน
ว่าฉันไม่เคยสูญเสียแม่ไปจริงๆ
ความรู้สึกว่าแม่ยังคงอยู่กับฉัน
นั้นปฏิเสธไม่ได้
ฉันเข้าใจในตอนนั้น
ว่าความคิดที่ว่า “สูญเสีย” แม่
เป็นเพียงความคิดเท่านั้น
ในขณะนั้น
มันก็ชัดเจน:
แม่ยังคงมีชีวิตอยู่ในตัวฉัน
ฉันเปิดประตูและก้าวออกไปข้างนอก
เนินเขาทั้งหมด
อาบไปด้วยแสงจันทร์
เนินเขาปกคลุมไปด้วยต้นชา
และกระท่อมเล็กๆ ของฉันตั้งอยู่ด้านหลังวัดบนทางขึ้นเนินเขา
ขณะเดินช้าๆ ผ่านแถวของต้นชา ต้นชาใต้แสงจันทร์
ฉันตระหนักอีกครั้งว่า:
แม่ของฉันยังคงอยู่กับฉัน
แม่คือแสงจันทร์ที่ลูบไล้อย่างอ่อนโยน
เช่นเดียวกับที่แม่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน —
ช่างอ่อนโยน
ช่างอ่อนหวาน
ช่างงดงาม
ทุกครั้งที่เท้าของฉันสัมผัสพื้นดิน
ฉันรู้ว่าแม่ของฉันอยู่ที่นั่น
ฉันตระหนักว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของฉันเพียงคนเดียว
มันคือการสืบเนื่องของชีวิต
ของแม่ของฉัน
พ่อของฉัน
ปู่ย่าตายายของฉัน
และบรรพบุรุษทั้งหมดของฉัน
เท้าที่ฉันเคยเรียกว่า “เท้าของฉัน”
แท้จริงแล้วคือ “เท้าของเรา”
เราเดินไปด้วยกัน
แม่และฉัน
กำลังทิ้งรอยเท้าไว้บนดินชื้น
นับจากนั้นเป็นต้นมา
ความคิดที่ว่าฉันสูญเสียแม่
ก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่ฉันต้องทำ
เพียงแค่ดูฝ่ามือของฉัน
รู้สึกถึงสายลมบนใบหน้าของฉัน
หรือสัมผัสพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของฉัน
เพื่อระลึกว่า:
แม่อยู่กับฉันเสมอ
พร้อมที่จะช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ”
— ติช นัท ฮันห์

“The day my mother died,
I wrote in my journal:

“A serious misfortune of my life has arrived.”

I suffered for more than a year after my mother passed away.

But one night,
in the highlands of Vietnam,
I was sleeping in the hut of my hermitage.

I dreamed of my mother.

I saw myself sitting with her,
and we were having a wonderful conversation.

She looked young and beautiful,
her hair flowing down.

It felt so natural, so peaceful,
as if she had never died.

When I woke up,
it was around two in the morning.

And suddenly,
I felt very clearly
that I had never truly lost my mother.

The sense that she was still with me
was undeniable.

I understood then
that the idea of having “lost” my mother
was only an idea.

In that moment,
it became obvious:

my mother was still alive in me.

I opened the door and stepped outside.

The entire hillside
was bathed in moonlight.

The hill was covered with tea plants,
and my small hut stood behind the temple halfway up the slope.

Walking slowly through the rows of tea plants in the moonlight,
I realized again:

my mother was still there with me.

She was the moonlight gently caressing me,
just as she had done countless times before —

so tender,
so sweet,
so beautiful.

Each time my feet touched the earth,
I knew my mother was there.

I realized this body was not mine alone.

It was a living continuation
of my mother,
my father,
my grandparents,
and all my ancestors.

The feet I once called “my feet”
were actually “our feet.”

Together,
my mother and I
were leaving footprints in the damp soil.

From that moment on,
the idea that I had lost my mother
completely disappeared.

All I had to do
was look at the palm of my hand,
feel the breeze on my face,
or sense the earth beneath my feet,

to remember:

my mother is always with me,
available at any moment.”

— Thich Nhat Hanh

Take your root - โอบรับที่มาของเธอ ที่วัชรสิทธาพื้นที่เปราะบางที่เราได้มาสบตากับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษของเรา และเป...
29/05/2026

Take your root - โอบรับที่มาของเธอ ที่วัชรสิทธา
พื้นที่เปราะบางที่เราได้มาสบตากับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษของเรา และเปิดรับที่มาของเรา

"สิ่งที่เธอผลักไสจะคงอยู่ สิ่งที่เธอรับรู้จะหายไป" พระอาจารย์ไพศาลกล่าวไว้ การที่เราได้สบตาที่มาของเรา ครอบครัวของเรา ได้เห็นคุณค่าและขอบคุณสิ่งที่เราได้มาจากพวกเขา เราก็จะก้าวต่อไปมีชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระและเป็นตัวเองได้

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kritaya - Healer with magical toolsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Kritaya - Healer with magical tools:

ทางลัด

แชร์