ทางรอดคดีปกครอง

ทางรอดคดีปกครอง ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทางรอดคดีปกครอง, พญาไท, Amphoe Sangkhla Buri.

"โดนคำสั่งย้ายไม่เป็นธรรม? ถูกตั้งกรรมการสอบแบบกลั่นแกล้งกัน? หรือเจอใช้อำนาจมืดในระบบราชการ?
อย่าเพิ่งท้อจนยอมแพ้! คุณ 'โต้กลับ' ได้เสมอ ฟ้องศาลปกครองแบบง่ายๆ ทำตามได้เอง ไม่ต้องง้อทนายราคาแพง
“ ที่นี่...เราจะไม่ปล่อยให้ใครถูกรังแกเพียงลำพัง"

11/03/2026

ในคดีปกครอง "คุณไม่จำเป็นต้องมีทนายความ" คุณสามารถดำเนินการเองได้ทั้งหมด และหากคุณเห็นว่าคำสั่งนั้นจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง คุณสามารถยื่น "คำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา" พร้อมไปกับคำฟ้องได้ทันที แต่อย่าลืมตรวจสอบประเด็นเหล่านี้ก่อนฟ้อง

#4 ประเด็น check list ก่อนฟ้องศาลปกครองด้วยตัวเอง

1. ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนฟ้อง (สำคัญมาก)
🔴สิ้นสุดกระบวนการภายในหรือยัง ?
หากกฎหมายกำหนดให้ต้องอุทธรณ์คำสั่งก่อน คุณต้องทำการอุทธรณ์ต่อหน่วยงานต้นสังกัดให้เรียบร้อย และรอฟังผลจนสิ้นสุดกระบวนการก่อนจึงจะฟ้องศาลได้
🔴ระยะเวลาการฟ้อง
* คดีทั่วไป: ต้องฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
• คดีละเมิด: ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิด
• เขตอำนาจศาล: ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองที่ผู้ฟ้องมีภูมิลำเนาอยู่ หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น

2. การเตรียมคำฟ้อง
คำฟ้องต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร (มีแบบฟอร์มของศาล) โดยต้องมีเนื้อหาสำคัญดังนี้
✅ข้อมูลคู่กรณี: ชื่อ-ที่อยู่ ของผู้ฟ้อง และหน่วยงานรัฐ/เจ้าหน้าที่รัฐ (ผู้ถูกฟ้อง)
✅ข้อเท็จจริง: เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าคุณได้รับความเดือดร้อนอย่างไรจากคำสั่งหรือมตินั้น
✅ข้อกฎหมาย: ระบุว่าการกระทำนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร (เช่น ใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ, ไม่มีอำนาจ, หรือผิดขั้นตอน)
✅คำขอท้ายฟ้อง: ระบุความต้องการให้ศาลสั่งอย่างไร (เช่น ให้เพิกถอนคำสั่ง, ให้ชดใช้ค่าเสียหาย)
3. การยื่นคำฟ้อง (ช่องทางต่างๆ)
คุณสามารถเลือกยื่นได้ตามความสะดวก:
📃ยื่นด้วยตนเอง: ที่ศาลปกครองในเขตพื้นที่
✉️ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน: ถือเอาวันที่ประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นวันยื่นฟ้อง
🖥️ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์: ผ่านระบบ e-Litigation Portal ของศาลปกครอง (สะดวกที่สุดในยุคปัจจุบัน)

4. กระบวนการหลังยื่นฟ้อง
✅การตรวจคำฟ้อง: ศาลจะตรวจว่าคำฟ้องถูกต้องตามเงื่อนไขหรือไม่ หากไม่ครบศาลจะสั่งให้แก้ไข
✅การชำระค่าธรรมเนียม: กรณีฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย (คดีละเมิด) ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล 2% ของทุนทรัพย์ (ไม่เกิน 200,000 บาท) แต่หากเป็นฟ้องเพิกถอนคำสั่งทั่วไปจะ ไม่มีค่าธรรมเนียม
# คดีปกครอง การจ้างทนายราคาแพง อาจไม่ใช่…คำตอบสุดท้าย!!

"ไม่รู้กฎหมาย" ไม่ใช่ทางรอด! เปิดเกราะป้องกันตัวของกรรมการตรวจรับพัสดุ # ทำงานจัดซื้อจัดจ้าง ความเสี่ยงอยู่ที่ "ดุลพินิจ...
11/03/2026

"ไม่รู้กฎหมาย" ไม่ใช่ทางรอด!
เปิดเกราะป้องกันตัวของกรรมการตรวจรับพัสดุ
# ทำงานจัดซื้อจัดจ้าง ความเสี่ยงอยู่ที่ "ดุลพินิจ" จะใช้อย่างไรให้รอด?
สรุปหลัก: การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ชัดเจนเท่านั้น (Reservation of the Law)

🚨 คำแก้ตัวที่ใช้ไม่ได้: การอ้างว่า "ไม่รู้ระเบียบ" ไม่ทำให้พ้นผิด !! แต่จะถูกตีความว่า "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" เนื่องจากการละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวิสัยที่พึงมี

✅ หากไม่แน่ใจใจ อย่าเดา!! ให้ทำหนังสือหารือหน่วยงานกลางหรือ สตง. อย่างเป็นทางการ หากปฏิบัติตามคำแนะนำที่เป็นลายลักษณ์อักษร ถือว่าใช้ดุลพินิจโดยชอบแล้ว

⚖️ แก้สัญญาอย่างไรไม่ให้ติดคุก? "ประโยชน์ของรัฐ" คือหัวใจสำคัญ # "เซ็นสัญญาไปแล้วแก้ได้ไหม?" คำถามยอดฮิตที่อาจกลายเป็นจุ...
11/03/2026

⚖️ แก้สัญญาอย่างไรไม่ให้ติดคุก? "ประโยชน์ของรัฐ" คือหัวใจสำคัญ
# "เซ็นสัญญาไปแล้วแก้ได้ไหม?" คำถามยอดฮิตที่อาจกลายเป็นจุดตายหากไม่แม่นมาตรา 97 และ 156!

🚨กฎเหล็กมาตรา 97: โดยหลักสัญญาแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่การแก้ไขนั้นรัฐจะได้ประโยชน์ หรือเป็นการแก้เพื่อประโยชน์สาธารณะ หากแก้ไขงานจ้างก่อสร้างที่กระทบความมั่นคงแข็งแรง ต้องมีหลักฐานการรับรองจากวิศวกรเป็นลายลักษณ์อักษร

✅ อำนาจการแก้ไข (มาตรา 156): สัญญาแก้ไขได้ "ตอนไหนก็ได้" ก่อนมีการตรวจรับงานงวดสุดท้าย แม้สัญญาจะสิ้นสุดระยะเวลาไปแล้วก็ตาม
🚨 เส้นแบ่งความรับผิด: ต้องตอบให้ได้ว่ารัฐได้ประโยชน์ประการใด (เช่น คุณภาพดีขึ้น หรือประหยัดงบ) หากแก้เพื่อประโยชน์ผู้รับจ้างเพียงฝ่ายเดียวจะมีความผิดฐานทุจริตทันที

🔴 เมื่อเกิดความเสียหาย ผู้ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันคือ คณะกรรมการตรวจรับ (มาตรา 100), เจ้าหน้าที่พัสดุ, ผู้ควบคุมงาน และหัวหน้าหน่วยงาน

สรุป การแก้สัญญาไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ต้องอธิบายได้ด้วย "เหตุผลทางเทคนิค" และ "ประโยชน์ของแผ่นดิน" หากตอบสองข้อนี้ไม่ได้...อย่าหาทำ!

เมื่อถูกสั่งให้ "ทุจริต" กรรมการตรวจรับต้องทำอย่างไร?     มาดูทางหนีทีไล่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เมื่อ “นายสั่งมา”ให...
11/03/2026

เมื่อถูกสั่งให้ "ทุจริต" กรรมการตรวจรับต้องทำอย่างไร?
มาดูทางหนีทีไล่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เมื่อ “นายสั่งมา”ให้ตรวจรับ คณะกรรมการจะทำอย่างไร?
✅ ผู้บริหารไม่มีสิทธิ์เปลี่ยน "มติเอกฉันท์" ของคณะกรรมการตรวจรับ หากจะให้ทบทวนต้องสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผลประกอบ : ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 100 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีอำนาจหน้าที่เฉพาะตัวในการบริหารสัญญาและตรวจรับงาน หัวหน้าหน่วยงานไม่มีอำนาจสั่งเปลี่ยนมติเอกฉันท์
🛤️2️⃣ทางรอด
1️⃣ทำบันทึกทักท้วง: เขียนค้านไว้ให้ชัดเจนในรายงาน (เกราะป้องกันตัวชั้นที่ 1) ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน หากเห็นว่าคำสั่งมิชอบ ให้ทำบันทึกคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อพ้นความรับผิด
2️⃣แจ้ง ป.ป.ช.: หากจำใจต้องทำตามคำสั่งมิชอบ ให้รีบแจ้ง ป.ป.ช. /ป.ป.ท. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทำตามคำสั่งนั้น เพื่อรับความคุ้มครองตามกฎหมาย
🚨อย่าคิดว่าไม่โกงแล้วจะรอด…การปล่อยปละละเลยจนรัฐเสียหายทั้งที่เห็นผลอยู่แล้ว ก็ถือเป็นความผิดอาญา เพราะแนวทางของ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. การทุจริตไม่ได้หมายถึงการรับเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการ "เล็งเห็นผล" ว่าการกระทำนั้นจะทำให้รัฐเสียหายหรือผู้รับจ้างได้ประโยชน์ที่มิควรได้

Check list 5 จุดเสี่ยงงาน events ที่มักถูกชี้มูลจากหน่วยงานตรวจสอบ1. ราคาเกินจริงและไม่คุ้มค่า : เปรียบเทียบ "ราคาที่รัฐ...
10/03/2026

Check list 5 จุดเสี่ยงงาน events ที่มักถูกชี้มูลจากหน่วยงานตรวจสอบ

1. ราคาเกินจริงและไม่คุ้มค่า : เปรียบเทียบ "ราคาที่รัฐจ่าย" กับ "ราคาตลาด" อย่างละเอียด
• จุดที่มักโดน: จ้างออร์แกไนเซอร์จัดงาน 1 วัน ราคา 5 ล้านบาท แต่พอเช็กราคากลางจริงๆ (เช่น ค่าเช่าเวที, ค่าเครื่องเสียง, ค่าจ้างพิธีกร) รวมกันแล้วอาจจะแค่ 2 ล้านบาท
🧑‍⚖️ข้อหา: มุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่ประหยัด
• ทางแก้ของกรรมการ: ต้องมี "เอกสารเปรียบเทียบราคา" จากหลายเจ้าอย่างน้อย 3 เจ้า และบันทึกเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกเจ้านี้ (เช่น คุณภาพวัสดุดีกว่า หรือมีประสบการณ์เฉพาะทาง)
2. การล็อกสเปกใน TOR : มีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางรายหรือไม่
• จุดที่มักโดน: กำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาที่ "แคบเกินไป" เช่น ต้องเคยจัดงานลักษณะนี้ให้หน่วยงานนี้มาก่อน หรือต้องมีอุปกรณ์ยี่ห้อเฉพาะรุ่นที่หาได้เจ้าเดียวในจังหวัด
• ข้อหา: ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
• ทางแก้ของกรรมการ: ต้องอ้างอิงมาตรฐานกลาง และระบุว่า “หรือเทียบเท่า" ไว้เสมอ รวมถึงบันทึกที่มาของ TOR ว่าอิงจากมาตรฐานใด
3. "การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง : หลบเลี่ยงวิธี "e-bidding" (การประมูลทั่วไป) แล้วไปใช้ "วิธีคัดเลือก" หรือ "วิธีเฉพาะเจาะจง" แทน
• จุดที่มักโดน: งานโครงการเดียวมูลค่า 2 ล้านบาท แต่กรรมการแบ่งซอยเป็น 4 สัญญา สัญญาละ 5 แสนบาท เพื่อให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงกับบริษัทเดิมได้
• ข้อหา: จงใจหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาตามระเบียบพัสดุ
• ทางแก้ของกรรมการ: หากต้องแบ่งสัญญา ต้องมีเหตุผลความจำเป็นที่ "ฟังขึ้น" เช่น พื้นที่จัดงานห่างกันมาก หรือช่วงเวลาจัดงานต่างกันสิ้นเชิง
4. การตรวจรับงานทิพย์ / ตรวจรับเป็นเท็จ : งานทำไม่ครบ แต่กรรมการเซ็นว่าครบ
• จุดที่มักโดน: ใน TOR บอกว่าต้องมีอาหารเลี้ยง 500 คน แต่ในงานจริงมีแค่ 200 คน หรือบอกว่าต้องมีจอ LED ขนาด 4x6 เมตร แต่ของจริงใช้จอแค่ 3x4 เมตร แต่กรรมการเซ็นตรวจรับว่า "ถูกต้องครบถ้วน"
• ข้อหา: ตรวจรับงานเป็นเท็จ (โทษวินัยร้ายแรงและอาญา)
• ทางแก้ของกรรมการ: ต้องมี "หลักฐานภาพถ่าย" ทุกจุดที่ตรวจรับ และนับจำนวนจริงก่อนเซ็น หากไม่ครบต้องสั่ง "ปรับ" หรือ "หักเงิน" ตามสัดส่วนทันที ห้ามหยวนเด็ดขาด!
5. การจ้างกิจกรรมที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก : ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จัดงานนี้ไปเพื่ออะไร?
• จุดที่มักโดน: หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลด้านวิศวกรรม แต่ดันไปจ้างจัด Event "คอนเสิร์ตลูกทุ่ง" โดยอ้างว่าเพื่อความสามัคคี
• ข้อหา: ใช้จ่ายเงินนอกเหนืออำนาจหน้าที่
• ทางแก้ของกรรมการ: ต้องเชื่อมโยงกิจกรรมในโครงการให้เข้ากับ "ยุทธศาสตร์หน่วยงาน" หรือ "กฎหมายจัดตั้งหน่วยงาน" ให้ชัดเจนที่สุดในตัวโครงการ

🔸Checklist สำหรับกรรมการตรวจรับ:
1. ภาพมุมกว้าง (Overview): ให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของงาน
2. ภาพมุมเจาะ (Close-up): เจาะจงวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ระบุสเปกไว้ใน TOR
3. ภาพกิจกรรม (Action): ให้เห็นว่ามีการดำเนินงานจริงตามเวลาที่กำหนด
4. ภาพคณะกรรมการ (Committee): ยืนยันว่ากรรมการมีการประชุมและตรวจงานในสถานที่จริง
การถ่ายรูปอย่างละเอียดอาจดูเป็นภาระในวันงาน แต่ในทางปฏิบัติทางกฎหมายปกครอง "ภาพถ่ายเพียงหนึ่งใบ สามารถล้างข้อกล่าวหาได้มากกว่าคำให้การนับร้อยหน้า"
ขอให้จำไว้ว่า... ในโลกของคดีปกครองความสุจริตที่ไม่มีหลักฐาน ก็เหมือนดาบที่ไม่มีคมเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนต้องหมดอนาคตไม่ใช่เพราะเจตนาโกง แต่เพราะ “เกรงใจ” และ “ชะล่าใจ”
อย่าปล่อยให้ลายเซ็นเพียงครั้งเดียวในวันนี้ กลายเป็นตราบาปติดตัวคุณไปจนวันเกษียณ
เพราะในชั้นศาล... เขาไม่ได้ฟังว่าคุณคิดอะไร แต่เขาดูว่าคุณทำอะไรและมีหลักฐานอะไรมายืนยัน

09/03/2026

4 ข้ออ้างที่ศาลไม่ฟัง
🚔👮เมื่อราษฎร(ในเครื่องแบบ) ฟ้องผู้บังคับบัญชา

ประเด็นที่คนสู้คดีปกครองควรรู้

1️⃣ ประเด็นเรื่อง “อำนาจ”
ผู้ฟ้องอ้างว่า ตอนถูกสั่งให้ออก ตนเองไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ แล้ว ผบ.ตร.ไม่ควรมีอำนาจสั่ง
คำพิพากษาศาล : แม้ตัวจะไปช่วยราชการที่อื่น แต่ตำแหน่งยังเป็นรอง ผบ.ตร. อยู่ ดังนั้น ผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายยังมีอำนาจสั่งการได้

2️⃣ ประเด็นเรื่อง "ความเป็นกลาง"
ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผบ.ตร. (รักษาการขณะนั้น) มีส่วนได้เสีย เพราะเป็นคู่แข่งชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. กัน
คำพิพากษาศาล : การพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร. มีหลักเกณฑ์เรื่องอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน ลำพังแค่ความคาดหมายว่าจะได้รับแต่งตั้ง ไม่ถือว่าเป็น "เจ้าหน้าที่ที่มีสภาพร้ายแรงจนทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง"

3️⃣ ประเด็นเรื่อง “ขั้นตอน”
ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า การออกคำสั่งต้องรอให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอแนะก่อนถึงจะสั่งให้ออกได้
คำพิพากษาศาล : ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ และกฎ ก.ตร. หากเป็นกรณีความผิดปรากฏชัดแจ้งหรือเป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อภาพลักษณ์หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา "มีดุลพินิจ" สั่งให้ออกได้ทันทีเพื่อไม่ให้เสียหายต่อราชการ

ผล : ศาลปกครองสูงสุด "พิพากษายกฟ้อง" หมายความว่า คำสั่งให้ออกจากราชการนั้น "ชอบด้วยกฎหมายแล้ว"

ถอดบทเรียนคดี
🚨 อย่าหลงประเด็นเรื่องการไป "ช่วยราชการ" เพราะอำนาจสั่งให้ออก/ลงโทษวินัย มักอยู่ที่ "ต้นสังกัดเจ้าของตำแหน่ง"
🚨การกล่าวอ้างเรื่องความไม่เป็นกลาง (Conflict of Interest) ในคดีปกครอง มีมาตรฐานการพิสูจน์ที่สูงมาก ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรือการคาดเดา
🚨 ข้อยกเว้นการรับฟังคู่กรณี ศาลใช้มาตรา 30 วรรคสอง (1) และ (6) ของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คือ "กรณีเร่งด่วน" และ "เพื่อประโยชน์สาธารณะ" กล่าวคือ หากเรื่องนั้นมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรอย่างรุนแรง (เช่น คดีอาญาฟอกเงิน) รัฐสามารถออกคำสั่ง "ให้ออกไว้ก่อน" ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอฟังคำชี้แจง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
🚨 : ศาลมองว่าผู้ฟ้องเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีคดีอาญาติดตัว ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง การสั่งให้ออกไว้ก่อนจึงเป็น "ดุลพินิจที่เหมาะสม" เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของหน่วยงาน

การใช้ดุลพินิจในการออกคำสั่งหรือปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐจำต้องตรวจสอบโครงสร้างการบันทึกเหตุผล 3 องค์ประกอบหลักเสมอ1. ...
25/12/2025

การใช้ดุลพินิจในการออกคำสั่งหรือปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐจำต้องตรวจสอบโครงสร้างการบันทึกเหตุผล 3 องค์ประกอบหลักเสมอ
1. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญต้องชัดเจน โดยให้ระบุว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ต้องมีที่มาและอ้างอิงพยานหลักฐาน ห้ามใช้ความรู้สึกหลีกเลี่ยงคำนามธรรม เช่น “เชื่อว่าคงจะ...” “น่าจะ...” ให้ใช้คำว่า “ปรากฏข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบว่า...”
2. ข้อกฎหมายที่อ้างอิงต้องระบุมาตราให้ครบ ต้องอ้างกฎหมายให้ถูกฉบับและถูกมาตรา (ทั้งกฎหมายหลักและกฎหมายลำดับรอง) ต้องระบุอำนาจหน้าที่เพื่อยืนยันว่า ผู้มีคำสั่งมีอำนาจตามกฎหมายนั้นๆ จริง (เช่น ตามคำสั่งมอบอำนาจเลขที่...) ห้ามอ้างกฎหมายผิดมาตรา เพราะแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผิดจริง แต่ถ้าอ้างมาตราผิด ศาลอาจเพิกถอนคำสั่งทันที
3. ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ ส่วนนี้สำคัญที่สุดในการต่อสู้คดีปกครองเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ โดยต้องเชื่อมโยงอธิบายว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เข้าองค์ประกอบกฎหมายอย่างไร และต้องระบุเหตุผลตามหลักความพอสมควร
แก่เหตุว่า ทำไมต้องใช้มาตรการนี้ โดยเหตุผลต้องปรากฏในขณะที่มีคำสั่ง หรือแจ้งพร้อมคำสั่ง ไม่ควรใช้เหตุผลเคลือบคลุม เช่น เขียนว่าเป็นไปตามระเบียบหรือ เพื่อประโยชน์แก่ราชการโดยไม่อธิบายรายละเอียด
โดยหากในคดีที่ข้อเท็จจริงคล้ายกัน แต่คำสั่งต่างกัน ต้องบันทึกเหตุผลความต่างให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่า เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

** บทเรียนสำคัญที่สุดจากคดีปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐ ** การใช้อำนาจที่ปราศจากความรอบคอบ คือ ความเสี่ยงที่สุดต่อชีวิตข้าราช...
25/12/2025

** บทเรียนสำคัญที่สุดจากคดีปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐ **
การใช้อำนาจที่ปราศจากความรอบคอบ คือ ความเสี่ยงที่สุดต่อชีวิตข้าราชการ และการถูกฟ้องคดีในศาลปกครองที่มักเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในทรัพย์สินของบุคคลอย่างรุนแรง โดยบทเรียนสำคัญจาก Case Study ที่ผ่านมา ได้แก่
1.การใช้อำนาจโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เช่น การแจ้งสิทธิไม่ครบถ้วน หรือการไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเพียงพอ
2. การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบหรือการอ้างเหตุความจำเป็นเร่งด่วนโดยไม่มีหลักฐานที่สมเหตุสมผล
3. การอายัดทรัพย์สินไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีความคืบหน้าในการสั่งฟ้องหรือเพิกถอนการอายัด ส่งผลให้เจ้าของทรัพย์สินได้รับความเสียหายเกินกว่าเหตุ
สาเหตุแห่งการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมักถูกฟ้องคดีปกครอง ได้แก่
1. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อหลักความพอสมควรแก่เหตุ มุ่งเน้นแต่จะปราบปรามอาชญากรรมจนละเลยการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
2. การขาดพยานหลักฐานที่หนักแน่น โดยใช้อำนาจบนพื้นฐานของความน่าเชื่อมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ในทางกฎหมาย
3. ความกดดันจากนโยบายโดยเร่งสร้างผลงานจนละเลยความละเอียดรอบคอบในแง่ของกฎหมายปกครอง เช่น
- คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานแห่งหนึ่งได้รับบัตรสนเท่ห์กล่าวหาผู้ฟ้องคดี จึงใช้อำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยการออกคำสั่งตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินไปยังสถาบันการเงินต่างๆโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่า การตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำอย่างเคร่งครัดเพราะกระทบสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการกระทำละเมิด เนื่องจากพยานหลักฐานมีเพียงบัตรสนเท่ห์ซึ่งไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และไม่มีมูลฐานความผิดที่ชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด
- คดีความล่าช้าในการคืนทรัพย์สินหลังสิ้นสุดกระบวนการดำเนินคดี เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษายกฟ้องหรือพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่หน่วยงานดังกล่าวกลับไม่ดำเนินการเพิกถอนการอายัดหรือคืนทรัพย์สินโดยทันที
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่า การไม่คืนทรัพย์สินภายในระยะเวลาอันสมควรหลังจากเหตุแห่งการอายัดหมดสิ้นไป ถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่และต้องชดใช้ค่าเสียหาย (ค่าเสียโอกาส/ดอกเบี้ย) ให้แก่เจ้าของทรัพย์

ว่าด้วยมาตรการคืนเงินตาม พ.ร.ก. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 สรุปได้ดังนี้   ...
16/09/2025

ว่าด้วยมาตรการคืนเงินตาม พ.ร.ก. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 สรุปได้ดังนี้
1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไปยังสำนักงาน ปปง.
2. ปปง. ตรวจสอบแล้ว จะประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา
3. ผู้เสียหายยื่นคำร้องพร้อมแสดงหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าวยื่นคำร้องคัดค้านพร้อมแสดงหลักฐานว่าเงินในบัญชีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
4. การพิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายเป็นอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ไม่ต้องรออำนาจศาล ใช้อำนาจทางบริหารในการคืนเงิน หากพิจารณาความเป็น “คำสั่งทางปกครอง” จะเห็นว่า มีองค์ประกอบครบถ้วน)
5. ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา (กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะให้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ไม่ใช่ศาลปกครอง“
6. คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด
7. กรณีที่ไม่มีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมายื่นคำร้องภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ครบกำหนด หรือมีเงินที่เหลือภายหลังจากได้คืนแก่ผู้เสียหายแล้ว เงินดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุน ปปง. แต่ไม่ตัดสิทธิของเจ้าของเงินหรือเจ้าของบัญชีที่จะขอรับเงินคืนจากกองทุนดังกล่าวภายหลังจากนั้น ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุผลที่ไม่อาจมารับคืนได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

“ว่าด้วยเรื่องของศรัทธาและเงินตรา“ 💰💰💰    ต้องยอมรับว่า กระแสเงินบริจาคและเรื่องที่เกี่ยวกับศรัทธาในปีนี้ เป็นที่วิพากษ์...
16/09/2025

“ว่าด้วยเรื่องของศรัทธาและเงินตรา“ 💰💰💰
ต้องยอมรับว่า กระแสเงินบริจาคและเรื่องที่เกี่ยวกับศรัทธาในปีนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนกระทั่ง สรรพากรออกมาขานรับ ด้วยมาตรการควบคุมการรับบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) เท่านั้น จึงจะสามารถลดหย่อนภาษีได้

🚗🚗🚗 มาตรการควบคุมการรับบริจาคในหลายประเทศ เช่น วัดหรือองค์กรศาสนามักจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่ใช้กับองค์กรการกุศล (Charities) หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Non-Profit Organizations) เพื่อให้แน่ใจว่าการบริจาคของประชาชนถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องและเป็นไปอย่างโปร่งใส
มาตรการควบคุมที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่
1️⃣มาตรการกำกับดูแลทางการเงิน + การรายงาน + เปิดเผยข้อมูลโดยมีหน่วยงานรัฐเข้ามากำกับดูแล เช่น:
🇬🇧 สหราชอาณาจักร (UK): คณะกรรมการการกุศล (Charity Commission) กำหนดให้องค์กรศาสนาที่จดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลต้องจัดทำและส่งรายงานการเงินประจำปีอย่างละเอียด ซึ่งต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ
🇺🇸สหรัฐอเมริกา (USA): องค์กรศาสนาส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 501(c)(3) ของกรมสรรพากร (IRS) โดยจะต้องแสดงให้เห็นว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมทางศาสนาหรือการกุศลเท่านั้น
🇦🇺ออสเตรเลีย: คณะกรรมการการกุศลและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรแห่งออสเตรเลีย (ACNC) มีหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมองค์กรศาสนาให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการรายงานการเงินและการบริหารจัดการ

2️⃣ธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณ
- คณะกรรมการบริหารต้องประกอบด้วยบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง
- มีการกำหนดจรรยาบรรณของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในองค์กรศาสนา เพื่อป้องกันการใช้เงินบริจาคเพื่อประโยชน์ส่วนตนและห้ามรับของกำนัลที่มีมูลค่าสูง

3️⃣หน่วยงานกำกับดูแลสามารถสั่งให้มีการ สอบสวนได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารที่ผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิกถอนสถานะการเป็นองค์กรการกุศล หรือการดำเนินคดีทางกฎหมาย

4️⃣ มีกฎหมายที่คุ้มครองผู้ที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตภายในองค์กรศาสนา

การสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจน การบังคับใช้ อย่างเคร่งครัด ความโปร่งใสทางการเงิน และการกำกับดูแลที่เข้มงวด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ร่วมบริจาคได้ในที่สุด

📣📣📣ประกาศการเปลี่ยนแปลงการลดหย่อนภาษีจากการบริจาค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การบริจาคเงินให้กับวัดวาอาราม หร...
16/09/2025

📣📣📣ประกาศการเปลี่ยนแปลงการลดหย่อนภาษีจากการบริจาค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การบริจาคเงินให้กับวัดวาอาราม หรือมูลนิธิต่างๆ เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จะต้องทำผ่าน ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากรผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โมบายแบงก์กิ้ง หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร แล้วข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งตรงไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ใบอนุโมทนาบัตรหรือใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยวัดหรือมูลนิธิ จะไม่สามารถนำไปยื่นลดหย่อนภาษีได้อีก

ที่อยู่

พญาไท
Amphoe Sangkhla Buri

เบอร์โทรศัพท์

0828811017

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทางรอดคดีปกครองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์