Thai Health ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thai Health, การแพทย์และสุขภาพ, Floor 3, Building 2, The Racquet Club, Sukhumvit 49/9 Alley, Bangkok.

คือสื่อสุขภาพครบมิติในสไตล์ไทย: ความรู้ที่เชื่อถือได้เรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การฟื้นฟู การนอน ความเครียด และสุขภาพใจ พร้อมสูตร/ทริคทำตามง่าย เปลี่ยนนิสัยเล็กๆ ให้เห็นผลจริงทุกวัน เพื่อสมดุลกายใจอย่างยั่งยืน

🤧 ช่วงนี้ไอ จาม เจ็บคอ อย่าคิดว่าเป็นแค่ “หวัดธรรมดา”ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย โรคทางเดินหายใจแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น โดยข้อ...
30/08/2026

🤧 ช่วงนี้ไอ จาม เจ็บคอ อย่าคิดว่าเป็นแค่ “หวัดธรรมดา”

ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย โรคทางเดินหายใจแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาแนวโน้มผู้ป่วย โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสถานที่ปิดและพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก

ข่าวดีคือ โควิดสายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวังในไทยขณะนี้ ไม่ได้มีข้อมูลว่าทำให้อาการรุนแรงขึ้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำยังควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

💡 ถ้าเริ่มมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือน้ำมูก ควรทำอย่างไร?

• พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากขึ้น
• หากป่วย ควรลดการใกล้ชิดกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
• สวมหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้านหรืออยู่ในพื้นที่แออัด
• ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน
• หากมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไข้สูงต่อเนื่อง หรืออาการแย่ลง ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

🌧️ อย่าลืมว่า “หน้าฝน” ไม่ได้มีแค่เรื่องเปียกฝน แต่ยังเป็นช่วงที่เราควรใส่ใจสุขภาพทางเดินหายใจมากขึ้น

การใส่หน้ากากเมื่อป่วย การพักอยู่บ้าน และการไม่ฝืนไปทำงานหรือไปโรงเรียน เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยปกป้องทั้งตัวเรา ครอบครัว และคนรอบข้างได้ ❤️

ป่วยก็พัก ลดใกล้ชิด ดูแลตัวเองและคนที่เรารัก

🌧️ ฝนตกทุกวัน…อย่าระวังแค่หวัด เพราะ “ไข้เลือดออก” ก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิดช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องระวังโรคไข้เลือดออกเป็...
30/08/2026

🌧️ ฝนตกทุกวัน…อย่าระวังแค่หวัด เพราะ “ไข้เลือดออก” ก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องระวังโรคไข้เลือดออกเป็นพิเศษ โดยในประเทศไทยจำนวนผู้ป่วยมักเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน และอยู่ในระดับสูงช่วง มิถุนายน–สิงหาคม

🦟 สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ยุงลายกัดตอนกลางวันได้ ไม่ใช่แค่ช่วงเย็น และเพียงน้ำขังเล็ก ๆ ในจานรองกระถาง แจกัน ถัง หรือภาชนะรอบบ้าน ก็สามารถกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ได้

✅ วิธีป้องกันง่าย ๆ ที่ทุกบ้านทำได้
• ตรวจรอบบ้านและเทน้ำขังอย่างสม่ำเสมอ
• เปลี่ยนน้ำในภาชนะเล็ก ๆ อย่างน้อยทุก 7 วัน
• ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
• เก็บบ้านและบริเวณรอบบ้านไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของยุง
• ทายากันยุง และใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มียุงมาก

⚠️ หากมี ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อ่อนเพลียมาก มีจุดเลือดออก หรืออาการผิดปกติที่น่ากังวล ควรพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการนาน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

สุขภาพดีเริ่มได้จากเรื่องเล็ก ๆ — วันนี้ลองใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเดินตรวจรอบบ้าน เพราะการลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหนึ่งจุด อาจช่วยปกป้องได้ทั้งครอบครัว ❤️🇹🇭

🤒 **ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่ “เป็นหวัด เดี๋ยวก็หาย” — ปีนี้คนไทยป่วยแล้วเกือบ 3 แสนราย**หลายคนคิดว่าไข้หวัดใหญ่กับหวัดธรรมดา...
26/08/2026

🤒 **ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่ “เป็นหวัด เดี๋ยวก็หาย” — ปีนี้คนไทยป่วยแล้วเกือบ 3 แสนราย**

หลายคนคิดว่าไข้หวัดใหญ่กับหวัดธรรมดาไม่ต่างกันมาก แต่จริง ๆ แล้วไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิด **ปอดบวม ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ต้องนอนโรงพยาบาล และเสียชีวิตได้** โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

📊 **สถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย**

ข้อมูลล่าสุดที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่ ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยเป็นข้อมูลสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 15 สิงหาคม 2569 พบว่า

• ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ **299,142 ราย**
• เสียชีวิต **38 ราย**
• จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
• สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี และสูงกว่าปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน

กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงที่สุดคือ **เด็กอายุ 5–9 ปี** รองลงมาคือเด็กอายุ 0–4 ปี และ 10–14 ปี

# # # 🤧 แล้วไข้หวัดใหญ่ต่างจาก “หวัดธรรมดา” อย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่มักมาแบบค่อนข้างรวดเร็ว เช่น

• ไข้สูงหรือมีไข้เฉียบพลัน
• หนาวสั่น
• ปวดศีรษะ
• ปวดกล้ามเนื้อและตามข้อ
• อ่อนเพลียมาก
• ไอ มักเป็นไอแห้ง
• เจ็บคอ
• มีน้ำมูก

คนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ภายในประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ไออาจอยู่นานกว่านั้น และในกลุ่มเสี่ยงโรคสามารถรุนแรงได้มากกว่าคนทั่วไป

🚨 **มีอาการแบบไหนไม่ควรรอดูเองที่บ้าน?**

ควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการ เช่น

• หายใจลำบาก หอบ หรือหายใจเร็วผิดปกติ
• เจ็บหรือแน่นหน้าอก
• ซึมลง สับสน หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ
• ดื่มน้ำไม่ได้หรือมีภาวะขาดน้ำ
• อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง
• มีโรคประจำตัวแล้วอาการกำเริบ
• เป็นคนในกลุ่มเสี่ยงและมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

โดยเฉพาะ **หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ** ไม่ควรรอให้อาการหนักก่อนจึงไปพบแพทย์ เพราะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็ว

💊 **ยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาไข้หวัดใหญ่**

ไข้หวัดใหญ่เกิดจาก **ไวรัส Influenza** ดังนั้นการซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองไม่ได้ทำให้เชื้อไข้หวัดใหญ่หายเร็วขึ้น

ยาปฏิชีวนะมีประโยชน์เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยเท่านั้น การใช้โดยไม่จำเป็นยังเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยาได้

ส่วนยาต้านไวรัสสำหรับไข้หวัดใหญ่เป็นคนละกลุ่มกับยาปฏิชีวนะ และควรใช้ตามการประเมินของแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

💉 **วัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังสำคัญ แม้เคยฉีดเมื่อปีที่แล้ว**

ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา จึงมีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีน **เป็นประจำทุกปี**

WHO ระบุว่าการฉีดวัคซีนเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงจากไข้หวัดใหญ่ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ

✅ หญิงตั้งครรภ์
✅ เด็กเล็ก
✅ ผู้สูงอายุ
✅ ผู้มีโรคเรื้อรัง
✅ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
✅ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

🇹🇭 สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขมีการรณรงค์วัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในปี 2569 โดยช่วงรณรงค์หลักกำหนดถึง **31 สิงหาคม 2569** ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายควรสอบถามสิทธิ์และวัคซีนคงเหลือกับหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านโดยตรง

😷 **วิธีลดโอกาสแพร่เชื้อที่ทำได้จริง**

ไข้หวัดใหญ่แพร่ได้ผ่านอนุภาคจากการหายใจ พูด ไอ หรือจาม โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้กันหรืออยู่ในพื้นที่ปิด

ดังนั้นเมื่อป่วย:

✅ พักอยู่บ้านถ้าเป็นไปได้
✅ หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้สวมหน้ากาก
✅ ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม
✅ ล้างมือเป็นประจำ
✅ เปิดหน้าต่างหรือเพิ่มการระบายอากาศ
✅ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดี
✅ ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

WHO ระบุว่าการเพิ่มการระบายอากาศและหลีกเลี่ยงพื้นที่ปิดที่มีคนหนาแน่นเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อได้

❤️ **สิ่งที่อยากให้จำจากโพสต์นี้**

“ไข้หวัดใหญ่” อาจไม่อันตรายสำหรับทุกคน
แต่เราไม่สามารถใช้ประสบการณ์ของคนสุขภาพแข็งแรงมาตัดสินความเสี่ยงของเด็กเล็ก คุณยายที่เป็นเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจได้

**วัคซีนปีละครั้ง + อยู่บ้านเมื่อป่วย + ใส่หน้ากากเมื่อจำเป็น + รู้ว่าเมื่อไรต้องพบแพทย์**
เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยลดทั้งการแพร่เชื้อ ภาวะแทรกซ้อน และการเสียชีวิตได้จริง

📞 สอบถามข้อมูลโรคติดต่อ: **สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422**

แหล่งข้อมูล: กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก (WHO)
ข้อมูลสถานการณ์ประเทศไทยล่าสุดที่เผยแพร่ ณ 26 สิงหาคม 2569

#ไข้หวัดใหญ่ #วัคซีนไข้หวัดใหญ่ #สุขภาพ #ความรู้สุขภาพ #ป้องกันโรค #กรมควบคุมโรค #สุขภาพคนไทย

🦟 **ไข้เลือดออกไม่ใช่แค่ “ไข้ธรรมดา” — และช่วงที่ไข้ลดอาจเป็นช่วงที่ต้องระวังที่สุด**ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคไข้เลือดออกต...
26/08/2026

🦟 **ไข้เลือดออกไม่ใช่แค่ “ไข้ธรรมดา” — และช่วงที่ไข้ลดอาจเป็นช่วงที่ต้องระวังที่สุด**

ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคไข้เลือดออกต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำขังตามภาชนะ กระถางต้นไม้ ขยะ หรือพื้นที่รอบบ้านสามารถกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้

📌 **ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค**
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม **21,620 ราย และเสียชีวิต 31 ราย** โดยจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลระบาด

# # # อาการแบบไหนควรนึกถึงไข้เลือดออก?

อาการที่พบบ่อย ได้แก่
• ไข้สูงเฉียบพลัน
• ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ
• คลื่นไส้หรืออาเจียน
• เบื่ออาหาร
• มีผื่นหรือจุดแดงตามผิวหนัง

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ **“ไข้ลด = กำลังหาย”**

ในไข้เลือดออก อาการรุนแรงอาจเกิดขึ้นหลังไข้เริ่มลด โดยเฉพาะประมาณวันที่ 3–7 ของการป่วย ดังนั้น หากไข้ลดแล้วแต่ผู้ป่วยกลับดูแย่ลง ต้องระวังเป็นพิเศษ

🚨 **รีบไปโรงพยาบาล หากมีอาการเหล่านี้**

• ปวดท้องรุนแรง
• อาเจียนต่อเนื่องหรืออาเจียนมาก
• ซึมลง อ่อนเพลียมาก หรือกระสับกระส่าย
• หน้ามืด มือเท้าเย็น
• เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน
• อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ
• ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ
• หายใจเร็ว หรือรู้สึกอ่อนแรงมาก

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของไข้เลือดออกรุนแรงและควรได้รับการประเมินจากแพทย์ทันที

💊 **เรื่องยาที่สำคัญมาก**

หากมีไข้และสงสัยไข้เลือดออก **อย่าซื้อยาแก้ปวดลดไข้กินเองโดยไม่ตรวจสอบตัวยา**

ควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น
❌ Ibuprofen
❌ Aspirin
❌ Diclofenac

เพราะยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกได้

โดยทั่วไป WHO และกรมควบคุมโรคแนะนำให้ใช้ **พาราเซตามอล (Paracetamol)** สำหรับลดไข้/บรรเทาปวดตามขนาดที่เหมาะสม และหากไข้สูงต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง

🦟 **ป้องกันได้ ไม่ต้องรอให้มีคนในบ้านป่วย**

ยุงลายที่แพร่เชื้อไข้เลือดออกกัดได้ในเวลากลางวัน ดังนั้นการป้องกันเฉพาะตอนนอนกลางคืนอาจไม่เพียงพอ

✅ ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงตามฉลาก
✅ สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มียุงมาก
✅ ใช้มุ้งหรือมุ้งลวด
✅ เทน้ำที่ขังตามภาชนะต่าง ๆ
✅ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
✅ ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนน้ำในภาชนะอย่างน้อยทุกสัปดาห์
✅ เก็บขยะและจัดบริเวณบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

และถ้ามีคนในบ้านป่วยเป็นไข้เลือดออก การป้องกันไม่ให้ยุงกัดผู้ป่วยก็สำคัญ เพราะยุงสามารถกัดผู้ป่วยแล้วนำเชื้อไปแพร่ให้คนอื่นต่อได้

❤️ **จำง่าย ๆ:**
“ไข้สูงเกิน 2 วัน — อย่าชะล่าใจ
ไข้ลดแต่อาการแย่ลง — รีบพบแพทย์
สงสัยไข้เลือดออก — อย่าใช้ NSAIDs เอง”

สุขภาพที่ดีไม่ได้เริ่มจากการมียาเยอะที่สุด แต่เริ่มจากการรู้ว่า **เมื่อไรดูแลที่บ้านได้ และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล**

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: **สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422**

แหล่งข้อมูล: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก (WHO)
ข้อมูลสถานการณ์ประเทศไทยอัปเดต ณ สิงหาคม 2569

#ไข้เลือดออก #สุขภาพ #ความรู้สุขภาพ #กรมควบคุมโรค #ป้องกันไข้เลือดออก #สุขภาพคนไทย

ที่อยู่

Floor 3, Building 2, The Racquet Club, Sukhumvit 49/9 Alley
Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Healthผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์