05/06/2026
วัฒนธรรมองค์กร = 'พฤติกรรมแย่ที่สุด' ที่ผู้นำยอมให้เกิดขึ้น แต่เท่าที่เจอแย่กว่าแย่ก็ยังมีนะ 555
หลายองค์กรพูดถึง Core Values ที่จำง่าย บ้างพูดเรื่อง Respect, Trust, Teamwork หรือ Accountability
แต่ในความเป็นจริงวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ถูกวัดจาก “สิ่งที่องค์กรประกาศ” แต่วัดจาก “สิ่งที่ผู้นำยอมให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ” — The culture of any organization is shaped by the worst behavior the leader is willing to tolerate.
────
ถ้าในทีมมีคน:
• พูดไม่ให้เกียรติคนอื่น
• สร้าง Toxic Environment
• เล่นการเมือง
• ไม่รับผิดชอบงาน
• หรือใช้อำนาจกดดันคนอื่น
แต่ผู้นำเลือกที่จะ “ปล่อยผ่าน” เพราะคนนั้นเก่ง ทำยอดขายได้สูง หรือเป็นคนสำคัญขององค์กร สิ่งที่ทีมรับรู้ทันทีคือ:
“พฤติกรรมแบบนี้…เป็นที่ยอมรับได้”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Toxic Culture
────
ในมุมของวัฒนธรรมองค์กร ผู้คนไม่ได้เรียนรู้จากคู่มือพนักงาน แต่เรียนรู้จากสิ่งที่ผู้นำ “ยอมรับ” และ “ไม่ยอมรับ” เพราะทุกครั้งที่ผู้นำเงียบเท่ากับกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้ทีม
ดังนั้น ผู้นำที่ดีจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ต้องมีความกล้าพอที่จะจัดการกับพฤติกรรมที่บ่อนทำลายวัฒนธรรมองค์กร
..แม้มันจะเป็นเรื่องไม่สบายใจ..แม้มันจะเกี่ยวกับคนเก่ง..หรือแม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในสายตาใครบางคน
เพราะสุดท้ายแล้ววัฒนธรรมองค์กรไม่ได้พังจากเหตุการณ์ใหญ่เพียงครั้งเดียวแต่มักพังจาก “พฤติกรรมเล็ก ๆ” ที่ถูกปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
"เป็นฉันที่ทำงานไม่เข้าตา หรือเธอกันนะที่ชมคนไม่เป็น" ปัญหาสุดคลาสสิกในออฟฟิศที่แก้ได้ด้วยศิลปะแห่ง Employee Recognition
..หลายครั้งพนักงานไม่ได้อยากได้เงินเพิ่มเสมอไป แต่อยากได้ "คำชมที่จริงใจ" จากหัวหน้า แต่ปัญหาคือ หัวหน้าหลายคนอยากชมนะ...แต่ "ชมไม่เป็น" หรือชมแบบลอยๆ เช่น "ดีมาก", "เยี่ยม" จนพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้ตั้งใจชมจริงๆ
พนักงานบางคนต้องการคำชมต่อหน้าสาธารณะ (Public Recognition) บางคนขอแค่ข้อความขอบคุณส่วนตัวเงียบๆ (Private Thank You) ในขณะที่หัวหน้าบางคนอาจเผลอคิดว่าการ "ไม่ด่า = ชมแล้ว" หรือ "การให้โบนัส = คือการชม" จนเกิดช่องว่างในใจของคนทำงาน
📍 สำหรับหัวหน้า:
การทำ Employee Recognition ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือเครื่องมือสร้าง Psychological Safety (พื้นที่ปลอดภัย) จงหาให้เจอว่าลูกน้องแต่ละคนชอบรับพลังใจแบบไหน
ลองใช้สูตร SBI (Situation-Behavior-Impact) เปลี่ยนคำชมลอยๆ ให้ทรงพลัง:
• Situation (สถานการณ์): บอกให้ชัดว่าตอนไหน เช่น "เมื่อวานนี้ในที่ประชุม..."
• Behavior (พฤติกรรม): เจาะลึกสิ่งที่เขาทำ เช่น "ที่เธอช่วยสรุปตัวเลขสถิติออกมาเป็นกราฟที่เข้าใจง่าย..."
• Impact (ผลกระทบ): บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เช่น "มันช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้นมาก"
📍 สำหรับลูกน้อง:
ถ้าหัวหน้าเป็นสายเงียบ (ชมไม่เป็น) ลองเปลี่ยนมาเป็นการสื่อสารผลงานแบบเชิงรุก (Proactive Update) หรือสร้างวัฒนธรรม Peer-to-Peer Recognition (ชื่นชมกันเองในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน) เพื่อสร้างพลังบวกในทีมโดยไม่ต้องรอจากหัวหน้าฝ่ายเดียว
เพราะสุดท้าย "คำชมที่ถูกวิธี" คือการลงทุนที่ต่ำที่สุด แต่ได้ผลตอบแทนเป็นพลังใจที่ประเมินค่าไม่ได้
แล้วในออฟฟิศของคุณล่ะ? คำชมแบบไหนที่ได้ยินแล้วใจฟูที่สุด... !
A Cup of Culture
──────────
#ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
───
พูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม:
📲 โทร: 064-972-9155
📥 อีเมล: [email protected]