10/09/2026
บ่อทองยังมีที่สวยงามอีกเยอะมาก
ถ้าว่างๆมาวิ่งด้วยกันนะคะ
กิจกรรมดีๆแบบนี้จะขอสนับสนุนตลอดไปค่ะ
EP.6 | หมอจันทิมา
จาก EP.5…
หลังจากที่ผมคิดคำนวณทุกอย่างอยู่บนกระดาษ
ค่าสมัคร 350 บาท
หักค่าเสื้อ บิบ เหรียญ และค่าใช้จ่ายต่างๆ
ถ้ามีนักวิ่งประมาณ 500 คน
เราน่าจะมีเงินเหลือสัก 30,000–40,000 บาท
และเงินก้อนนั้น…
ผมตั้งใจว่าจะนำไปจัดซื้อของที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลบ่อทอง
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้
เราจึงเลือกวันที่ 3 ธันวาคมเป็นวันจัดงาน
มีเวลาเกือบ 2 เดือนในการเปิดรับสมัคร
ผมเริ่มทำเพจ
ออกแบบเสื้อ
ออกแบบเหรียญ
กำหนดเส้นทาง
วางรูปแบบงาน
งานวิ่งการกุศลงานแรกของผม
กำลังเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
แต่ในระหว่างที่เราเปิดรับสมัครไปเรื่อยๆ
ผมอยากพาทุกคนไปรู้จักกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ผู้หญิงที่ถ้าขาดเธอไป
เรื่องราวของ BOTHONG CHARITY RUN
อาจไม่เดินทางมาไกลถึงวันนี้ก็ได้
เธอคือ “หมอจันทิมา”
จากร้าน จันทิมาเภสัช
และคนที่พาเธอเข้ามาในเรื่องนี้
ก็คือ น้องเจี๊ยบ อัฑฒิปภา
เจ้าของร้านข้าวต้มร้อนๆ ที่อยู่กับงานของเรามาทุกปี
จริงๆ แล้วผมรู้จักหมอจันครับ
แต่เราไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมาก
ผมเป็นเพียงลูกค้าของน้อง
เวลาป่วยหรือไม่สบายก็แวะไปหาเท่านั้น
วันหนึ่งเจี๊ยบบอกผมว่า
“พี่ลองโทรหาหมอจันดูสิ
เผื่อเค้าจะช่วยสนับสนุนอะไรได้บ้าง
เค้าชอบทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมอยู่แล้ว”
ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ…
แต่สำหรับผมตอนนั้น
มันไม่ง่ายเลย
ผมไม่กล้าโทร
ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ช่วย
แต่เพราะผมคิดว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
อยู่ๆ จะโทรไปขอความช่วยเหลือจากเขา
มันก็รู้สึกเกรงใจ
ผมจึงไม่ได้โทรไป
แต่ไม่นานหลังจากนั้น…
มีผู้หญิงคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาหาผมถึงบ้าน
และผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้เลย…
เธอคือหมอจัน
คนที่เจี๊ยบบอกให้ผมโทรหา
แต่ผมกลับไม่กล้าโทร
เธอขี่รถมาหาผมเอง
พร้อมกับพูดประโยคง่ายๆ
ที่ผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้…
«“เจี๊ยบโทรบอกหนูแล้วว่า
พี่จะจัดงานวิ่งให้โรงพยาบาล”»
แล้วก็พูดต่อว่า…
«“เจี๊ยบก็รู้ว่าพี่ไม่กล้าโทรหาหนู
หนูเลยมาเองเลย”»
จากนั้นเธอก็ถามผมเหมือนเรื่องทั้งหมดนี้
เป็นเรื่องธรรมดามากๆ
«“เป็นไงบ้างพี่ ขาดเหลืออะไร
หนูทำอะไรได้บ้าง”»
ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไรเลยครับ…
เธอก็พูดต่อว่า
«“เอาเป็นน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ได้มั้ย
หนูอยากช่วยด้วยพี่”»
ก่อนจะถามต่อว่า
«“พี่รู้จักร้านที่เค้าขายมั้ย
พี่ไปเหมามาเลย”»
แล้วก็เปลี่ยนใจแทบจะทันที…
«“อ่อ…ไม่สิ
เดี๋ยวหนูจัดการให้เลยดีกว่า”»
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากครับ
เร็วเสียจนผมแทบไม่ได้ตั้งตัว
ผมยืนฟังอยู่ตรงนั้น
แล้วก็ไม่รู้จะตอบอะไรจริงๆ
เพราะผมไม่คิดว่า…
จะมีใครมาร่วม “บ้า” กับผมเพิ่มอีกคน
เธอไม่ได้ถามผมเลยว่า
งานจัดที่ไหน
จัดยังไง
ทำไมต้องจัด
จะมีคนมาวิ่งกี่คน
แล้วมันจะสำเร็จหรือเปล่า
เธอรู้เพียงว่า…
ผมกำลังทำอะไรบางอย่างให้โรงพยาบาล
เจี๊ยบเพื่อนของเธอทำด้วย
เธอก็เลยทำด้วย
แค่นั้นเองครับ…
บางครั้งการที่ใครสักคนจะยื่นมือเข้ามาช่วยเรา
เขาไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดทุกอย่าง
ไม่จำเป็นต้องถามว่า
“แล้วฉันจะได้อะไร?”
บางคนเพียงแค่เห็นว่า
เรากำลังพยายามจะทำอะไร
เขาก็เลือกที่จะเดินเข้ามาข้างๆ
แล้วพูดสั้นๆ ว่า…
“มีอะไรให้ช่วยบอกนะ”
หมอจันคือหนึ่งในคนเหล่านั้น
และที่สำคัญที่สุด…
เธอไม่ได้เป็นเพียงคนที่เข้ามาช่วยงานในปีแรก
แต่เธอเป็นคนที่อยู่คู่กับผม
อยู่คู่กับงานนี้
ตั้งแต่ครั้งแรก…
จนถึงวันนี้
อ่านมาถึงตรงนี้
เริ่มอิจฉาผมแล้วใช่ไหมครับ…
ว่าทำไมคนรอบๆ ตัวผมถึงใจดีกันขนาดนี้
แต่ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ
เพราะในวันที่ผมกำลังจะได้รู้ว่า
การจัดงานวิ่งหนึ่งงาน
มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ในวันที่ “โลกแห่งความจริง”
กำลังจะสอนบทเรียนราคาแพงให้กับผม
กลับมีคนดีๆ
และสิ่งดีๆ
ค่อยๆ วิ่งเข้ามาหาผมอยู่ตลอดเวลา
เหมือนกับกำลังบอกผมว่า…
“ฝันไปเถอะพี่…
ถ้าพี่จะทำเพื่อคนอื่น
พี่ไม่ได้ฝันอยู่คนเดียว” ❤️
และหมอจัน…
คืออีกหนึ่งคน
ที่ทำให้ความฝันของคนบ้าคนหนึ่ง
เริ่มมีคำว่า “เรา” เกิดขึ้น
โปรดติดตาม EP.7
เรื่องราวของงานวิ่งการกุศลเล็กๆ
ที่ในวันนั้นยังไม่มีใครรู้เลยว่า…
มันกำลังจะพาเราไปเจอกับอะไรบ้าง