คลินิกเด็กหมออุษณีย์

คลินิกเด็กหมออุษณีย์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลินิกเด็กหมออุษณีย์, Health/Medical/ Pharmaceuticals, 26/41 ถ. ศรีจันทร์ ทางไปบึงหนองโคตร(เลยรพ. ขอนแก่นรามไป500 ม. ), Khon Kaen.

กุมารแพทย์โรคติดเชื้อโรงพยาบาลขอนแก่น

คลินิกเด็กหมออุษณีย์ ศูนย์วัคซีนขอนแก่น Khonkaen vaccinations center
เปิด จ-ศ 12.00-13.00 , 18.00-20.00 วันเสาร์ 10.00-16.00 (ปิดวัน พฤหัสบดีเย็น และวันอาทิตย์ทั้งวัน) คลินิกเด็กหมออุษณีย์
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์
จ-ศ เวลา12-13.00 และ 18-20.30
ส10-14.00 และ 18-20.00
ปิดวันอาทิตย์
แพทย์เฉพาะทางทางด้านโรคติดเชื้อและวัคซีนโดยตรง ผู้ป่วยคนไหนควรใช้ ยาฆ

่าเชื้อ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ และถ้าใช้ควรใช้ยาฆ่าเชื้อตัวไหนจึงจะเหมาะสม ตรงกับโรคและเชื้อโรคที่เป็น (การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม)(Antibiotic smart useX (Antibiotic smart use) และแพทย์เฉพาะทางทางด้านวัคซีนโดยตรงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ วัคซีนแต่ละยี่ห้อข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร ส่วนประกอบในวัคซีนแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร ฉีดวัคซีนอย่างไรให้ความคุ้มค่ามากที่สุด ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนแต่ละตัว และข้อห้ามในการฉีดวัคซีนแต่ละตัว ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโดยตรง
Tel. 043-246833
mobile: 084-409-8343

12/04/2026

📢 เตือนภัยหน้าร้อน! ตับอักเสบเอ พุ่งสูงกว่าปีที่แล้วถึง 2.4 เท่า! 📈
ช่วงนี้ใครชอบทานอาหารนอกบ้าน หรือสั่งเดลิเวอรี่ต้องระวังเป็นพิเศษค่ะ! จากข้อมูลระบาดวิทยา (DDS) พบสัญญาณเตือนการระบาดของ #โรคตับอักเสบเอ ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

🩺 มุมความรู้สำหรับคุณหมอและน้องๆ นศพ.:
1️⃣ Epidemiology: เคสสะสมปี 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 2.4 เท่า (637 ราย)
2️⃣ Transmission: Fecal-oral route ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน
3️⃣ Clinical Pearl: ระยะฟักตัวเฉลี่ย 28 วัน และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ "ก่อน" มีอาการ (Pre-icteric phase) ทำให้การสอบสวนโรคทำได้ยากและเกิด Cluster ได้ง่าย
4️⃣ Red Flag: อาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) เกิดจากการที่ตับอักเสบจนไม่สามารถขับ Bilirubin ได้ปกติ

✅ สำหรับประชาชนทั่วไป ป้องกันง่ายๆ แค่:
📌1. กินสุก: เลี่ยงของดิบ ของกึ่งสุกกึ่งดิบ
📌2. ดื่มสะอาด: น้ำดื่มและน้ำแข็งต้องได้มาตรฐาน
📌3. ล้างมือ: ก่อนหยิบจับอาหารทุกครั้ง

🎥 ป้าหมอมีคลิปสรุปสั้นๆ มาฝาก เข้าใจง่ายใน 1 นาที ไปชมกันเลยค่ะ!
#ตับอักเสบเอ #ระบาดวิทยา #ป้าหมอขอเล่า #กินร้อนช้อนกลางล้างมือ #การป้องกัน #วัคซีนตับอักเสบเอ

ขอบคุณคลิปวีดีโอของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยนะคะ
📹
@สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

เมื่อป้าหมอขอเข้าโหมดครูพี่เลี้ยง นศพ. ปี 4!หลังจากนั่งคิดอยู่นานว่า เราควรจะเข้ามามีบทบาทเป็นทั้งครูและแม่ให้น้องๆนักศึ...
08/04/2026

เมื่อป้าหมอขอเข้าโหมดครูพี่เลี้ยง นศพ. ปี 4!หลังจากนั่งคิดอยู่นานว่า เราควรจะเข้ามามีบทบาทเป็นทั้งครูและแม่ให้น้องๆนักศึกแพทย์น่าจะได้ประโยชน์อีกทางหนึ่งด้วย วันนี้แม่เลยมาแบบนิวเวอร์ชันครับผม! อยากให้พวกหนูมาเป็นลูกแม่😉

เมื่ออป้าหมอรับบทคุณแม่ลูก 3 (ชั่วคราว) 👧👦👧
งานนี้ใช้ระบบ ‘ประชาธิปไตย’ ตามคำแนะนำของลูกสาวเป๊ะๆ จะสั่งงานทีต้องมีถาม ‘เอาป่าวลูกกกก?’ เอ็นดูความตั้งใจของเด็กๆ มากค่ะ แม่พร้อมซัพพอร์ตสุดตัว! ✌️💉

✅ งานแรก Training course on Tropical Infectious Diseases in Thailand: Organized by KKH and Center for Infectious Disease Education and Research, Osaka University, Japan: 16- 18 July 2026
✅ poster presentation ของงานประชุมใหญ่ PIDST
✅ Elective ID ทั้งในและต่างประเทศ

แล้วมาคอยติดตามป้าหมออีกบทบาทหนึ่งงนะคะ ครูพี่เลี้ยงนศพ. ปี 4
ไหวม่ายยยย บอกมา

#ป้าหมอขอรีวิว #ครูพี่เลี้ยงนศพ #นศพปี4 #ชีวิตหมอ #แม่ก็คือแม่

🩺 Walking Pneumonia: เมื่อภาพเอกซเรย์กับอาการคนไข้ "สวนทางกัน"จากตำราสู่หน้างานจริง... บางครั้ง "ประสบการณ์" และ "การสัง...
04/04/2026

🩺 Walking Pneumonia: เมื่อภาพเอกซเรย์กับอาการคนไข้ "สวนทางกัน"

จากตำราสู่หน้างานจริง... บางครั้ง "ประสบการณ์" และ "การสังเกต" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องเจ็บตัวฟรี‼️‼️

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ป้าหมอได้ราวน์วอร์ดเด็กกับทีมนักศึกษาแพทย์และแพทย์ใช้ทุนกลุ่มใหญ่ เป็นช่วงที่โรคระบบทางเดินหายใจพีคสุดๆ ทั้ง Scarlet Fever ในเด็กโต และ Pneumonia ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเชื้อเจ้าปัญหาอย่าง Mycoplasma pneumoniae ที่เริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี

⁉️❓ "อาจารย์ครับ... ดูยังไงว่าเป็น Mycoplasma?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่น้องๆ มักจะถามป้าหมอเสมอ เพราะการวินิจฉัยเชื้อตัวนี้มีความท้าทายสูง:
📍 No Cell Wall: ย้อม Gram stain ไม่ติด
📍Culture: เพาะเชื้อไม่ขึ้น
📍PCR: ราคาสูง (2,000-3,000 บาท) และต้องระวังเรื่อง False Positive จากการที่เชื้อสามารถอยู่แบบ Colonization ได้นานถึง 6 เดือน
📍 Serology: มีข้อจำกัดเรื่อง Sensitivity และต้องรอเปรียบเทียบผล

นี้เป็นตัวอย่างผู้ป่วย
💡 Case Study: เด็กหญิงอายุ1ปี8 เดือน
กับบทเรียน Walking Pneumonia
เคสนี้ถูกส่งตัวมาด้วยอาการปอดอักเสบที่ให้ยา Tazocin มา 10 วันแล้วแต่ยังไข้สูงตลอด แพลนเดิมคือเตรียม "เจาะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด" เพื่อหาภาวะ Empyema หรือเชื้อ TB
แต่พอคนไข้ลงเตียง ป้าหมอ "ฟันธง" ทันทีว่าเป็น Mycoplasma!
✅ CXR: ดูแย่มาก (Infiltration และมี pleural effusion ) จนน่าจะหอบเหนื่อย
✅ Clinical: คนไข้ดูสบายมาก (Comfortable) ไม่หอบ ไม่ไอ ฟังปอดปกติ มีเพียงแค่ "ไข้" อย่างเดียว
นี่แหละค่ะคือนิยามของ "Walking Pneumonia" — ภาพเอกซเรย์ดูรุนแรง แต่ตัวจริงคนไข้เดินเหินได้ปกติ ป้าหมอบอกน้องๆ ว่า "ดูไว้นะ เจอแค่คนเดียว เธอจะจำไปตลอดชีวิต"‼️‼️

📝 Clinical Pearls สำหรับนักศึกษาแพทย์และแพทย์ใช้ทุนนะคะ

1️⃣ อายุไม่ใช่ข้อจำกัด: แม้ตำราจะบอกว่ามักเจอในเด็ก >5 ปี แต่ปัจจุบันเด็กเล็ก (2ปีอย่างเคสนี้) ก็พบได้บ่อยขึ้น อย่าลืมซักประวัติคนในบ้านว่ามีใครป่วยนำมาก่อนไหม
2️⃣ Clinical over Film: อย่ารักษาแต่ผลเอกซเรย์ ถ้าอาการคนไข้ดูชิลล์สวนทางกับภาพปอด ให้เอะใจเรื่อง Mycoplasma ไว้ก่อน
3️⃣ Treatment: เมื่อวินิจฉัยแม่นยำ คนไข้ก็ไม่ต้องเจ็บตัวเจาะปอด เคสนี้เปลี่ยนมาให้
Doxycycline ไข้ก็สงบและกลับบ้านได้ทันที

📌การเรียนหมอไม่ใช่แค่การจำบรรทัดในตำรา แต่คือการนำความรู้มาประยุกต์ใช้หน้างาน เพื่อให้คนไข้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและ "เจ็บตัว" น้อยที่สุดค่ะ ✌️🏥

#ป้าหมอสอนน้อง #นักศึกษาแพทย์ #แพทย์ใช้ทุน ็ก

สืบเนื่องจากเคส บวม จาก โพสต์ที่แล้วนะคะประเด็นการใช้ AIป้าหมอขอโพสต์ดังนี้ค่ะเนื่องจาก สาระสำคัญ ที่หมอเอาเรื่องนี้มาลง...
31/03/2026

สืบเนื่องจากเคส บวม จาก โพสต์ที่แล้วนะคะ
ประเด็นการใช้ AI
ป้าหมอขอโพสต์ดังนี้ค่ะ

เนื่องจาก สาระสำคัญ ที่หมอเอาเรื่องนี้มาลง และ น่าจะมีน้องๆ อ่านอยู่มาก
สาระสำคัญจริงๆของเคส เด็กที่ทานของดิบทั้งปลาดิบ เนื้อดิบ เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ปี 2566
❌และสิ่งที่ไม่ควรจะเกิด (แต่เจอได้บ่อยมากคือ หมอมักคิดว่าเป็น Nephrotic syndrome บ่อยครั้งเคสพวกนี้ ถูกรักษาด้วย Prednisolone อยู่หลายเดือนกว่าจะ definitely diagnosis ได้)‼️‼️

ดังนั้น สิ่งที่หมออยากให้น้องๆๆหมอรุ่นใหม่ๆๆมีสิ่งเหล่านี้
✅ Clinical Thinking: "กระบวนการคิด" ที่ต้องมีก่อนป้อนข้อมูลให้ AI
จากประเด็นเรื่องการใช้ AI ป้าหมอขอแลกเปลี่ยนในมุมมอง "หัวใจของการเป็นหมอรุ่นเก่าๆๆ" ดังนี้ค่ะ:
1️⃣ Clinical Thinking ต้องเกิดก่อน Prompting
เคสนี้เกิดขึ้นในปี 2566 ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ได้พึ่งพา AI เป็นหลัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการให้ Steroid (รักษาแบบ Nephrotic Syndrome) ทั้งที่คนไข้มีอาการถ่ายเหลวเรื้อรังร่วมด้วย การข้ามขั้นตอน Clinical Reasoning ไปสู่การรักษาที่ "Do Harm" ต่อคนไข้ คือบทเรียนสำคัญที่ AI ก็ช่วยไม่ได้ถ้าหมอไม่มีพื้นฐานการคิดที่ดีพอ

2️⃣กระบวนการคิด (Thinking Process) คือด่านหน้า
ก่อนที่เราจะนำข้อมูลไปถาม AI เพื่อหา DDX น้องๆ ต้องมี Clinical Logic ในใจก่อน:
✅ ต้องเอะใจกับ "Red Flags" (เช่น ถ่ายเหลวเรื้อรัง + บวม)
✅ ต้องไม่รีบสรุปโรคเพียงแค่เห็นอาการบวม แล้วสั่ง Steroid ทันทีโดยไม่มอง Differential Diagnosis อื่นๆ (เช่น Protein-Losing Enteropathy)
✅ Garbage In, Garbage Out: หากกระบวนการคิดของหมอผิดพลาดตั้งแต่ต้น ข้อมูลที่ป้อนให้ AI ก็จะผิด และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งนำทางเราไปผิดทิศทาง
3️⃣ ประสบการณ์หน้างานสร้าง "คำถาม" ที่ถูกต้อง
ในพื้นที่ภาคอีสาน "ประวัติการกินของดิบ" คือกุญแจสำคัญ AI ไม่รู้หรอกว่าต้องถามสิ่งนี้ถ้าหมอไม่ "เอะใจ" จากประสบการณ์ การซักประวัติที่แม่นยำและการตรวจร่างกายที่ละเอียด (Classical Signs) คือ Tacit Knowledge ที่หมอต้องสร้างสมขึ้นมาเอง
สรุป: AI เป็นเพียง "เครื่องทุ่นแรง" แต่ "สมองของหมอ" คือ "เข็มทิศ"
เราต้องฝึกให้มีกระบวนการคิดที่เฉียบคม มี Logic ที่ถูกต้อง และรู้จักบริบทพื้นที่ (Local Context) ของคนไข้เสียก่อน เพราะในโลกของการรักษา "ความผิดพลาดจากการขาดการคิดวิเคราะห์... AI ก็เยียวยาไม่ได้ค่ะ"

ปล.เคสนี้ไม่ใช่เคสแรกๆ แต่มีมาเรื่อยๆในจังหวัดและภาคอีสานที่ป้าหมอทำงานอยู่ รวมทั้งเคสผู้ใหญ่ด้วย ป้าหมอมีโอกาสได้ร่วมทำวิจัยพยาธิ parasite กับท่านอาจารย์ ศ.พญ.ผิวพรรณ มาลีวงศ์ ซึ่งล่าสุดท่านดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงมีโอกาสเจอเคสเยอะในผู้ใหญ่

#หมอไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

🩺 เมื่อ AI หรือตำรา ก็สู้ "ประสบการณ์หน้างาน" ไม่ได้: บทเรียนจากเคส Chronic Diarrhea ในเด็ก‼️‼️สัปดาห์ที่แล้ว ป้าหมอมีโอ...
29/03/2026

🩺 เมื่อ AI หรือตำรา ก็สู้ "ประสบการณ์หน้างาน" ไม่ได้: บทเรียนจากเคส Chronic Diarrhea ในเด็ก‼️‼️

สัปดาห์ที่แล้ว ป้าหมอมีโอกาสตรวจรายงานของนักศึกษาแพทย์ปี 4
เป็นเคสเด็ก 3 ขวบ มาด้วยอาการถ่ายเหลวเรื้อรังและมีแผลมุมปาก (Angular Cheilitis) น้องๆ Discuss เคสนี้ว่าสงสัย Crohn’s disease มากที่สุด...
อ่านแล้วป้าหมอต้องรีบเรียกน้องๆ มาคุยกันทันที! เพราะนี่คือตัวอย่างของการ Approach แบบ "เปิดตำรา" หรือ "Search ChatGPT" มากเกินไป จนลืมมองบริบทที่สำคัญที่สุดคือ Age group และ Geographic area ค่ะ

💡 ทำไม Crohn's disease ถึงอาจไม่ใช่คำตอบแรก?
ในเด็กเล็กที่มาด้วยท้องเสียเรื้อรัง สิ่งที่ Common กว่ามากคือ Post-infectious diarrhea (โดยเฉพาะหลังติดเชื้อไวรัส) ส่วน Crohn's นั้นพบได้ "Rare" มากในกลุ่มอายุนี้ การเป็นหมอที่ดี เราต้องมองหาสิ่งที่พบบ่อยก่อน (Common things are common)

นี้เป็นเคสตัวอย่างที่ป้าหมออยากแชร์
🔬 เคสตัวอย่าง: เมื่อ "พยาธิ" ปลอมตัวมาเป็น "โรคไต"
ป้าหมออยากแชร์อีกหนึ่งเคสที่สอนเราได้ดีมากในพื้นที่ภาคอีสานบ้านเราค่ะ:
• 📌Patient: เด็กชาย 9 ปี ถ่ายเหลวเรื้อรังมา 4 เดือน
•📌 Symptoms: หน้าบวม ขาบวม อัณฑะบวม (Pitting edema 1+)
•📌 Misdiagnosis: ตอนแรกถูกสงสัยว่าเป็น Nephrotic Syndrome (NS) และได้ Prednisolone ไปทาน แต่อาการไม่ดีขึ้น
• 📌The Truth: เมื่อมาพบป้าหมอ ประวัติ "ชอบกินของดิบ" และอาการ Clinical มันฟ้องชัดเจนว่าเป็น Protein-Losing Enteropathy จากเชื้อ Capillaria philippinensis
•📌 Treatment: ป้าหมอให้ Albendazole (400 mg/day) นาน 14 วัน
•📌 Outcome: ผลเลือด Immunoblot ยืนยันว่า "Positive" ต่อพยาธิตัวนี้จริงๆ หลังรักษา Albumin เพิ่มจาก 3.8 เป็น 4.2 g/dL อาการบวมและถ่ายเหลวหายสนิท!

🌟 ข้อคิดถึงน้องๆ นักศึกษาแพทย์ทุกคนนะคะ
ป้าหมอสอนน้อง
1️⃣. Context is King: การเรียนแพทย์ไม่ใช่แค่การท่องจำ Symptom ในตำราฝรั่ง แต่ต้องรู้ว่า "คนไข้ของเราคือใคร อยู่ที่ไหน และกินอะไร"

2️⃣. Experience over Algorithms: AI อาจจะประมวลผลโรคที่หายากที่สุดมาให้เราได้ใน 1 วินาที แต่ AI ไม่สามารถลงไปคลุกคลี ซักประวัติเชิงลึก หรือสัมผัสความบวมของคนไข้ได้เหมือน "คน"

3️⃣. อย่าเพิ่งรีบไปโรคยาก: ก่อนจะไปถึง Crohn's Disease อย่าลืมมองหา Infectious causes โดยเฉพาะ "พยาธิ" ที่ยังคงเป็นเจ้าถิ่นในแถบบ้านเรา
ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน ขยันดูคนไข้เยอะๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มาก เพราะ "คนไข้คือครูที่ดีที่สุด" และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม AI ถึงจะไม่มีวันมาแทนที่หมอที่ใส่ใจคนไข้ได้ค่ะ ✌️❤️

#ป้าหมอขอสอน #หมอเด็ก #นักศึกษาแพทย์

เมื่อ "Blast" อาจไม่ใช่ "Leukemia": บทเรียนราคาแพงจากเคส Infectious Mononucleosis (IM)วันนี้ป้าหมอมีเคสที่น่าสนใจมากมาฝา...
26/03/2026

เมื่อ "Blast" อาจไม่ใช่ "Leukemia": บทเรียนราคาแพงจากเคส Infectious Mononucleosis (IM)

วันนี้ป้าหมอมีเคสที่น่าสนใจมากมาฝากกัน เป็นผู้ป่วยเด็กชาย 5 ขวบ มาด้วยอาการที่ดูเหมือนจะเข้าข่าย ALL มากๆ จนถูกส่งตัวมาเพื่อทำ BMA (เจาะไขกระดูก) เพราะผลเลือดมี Blast 80% แต่พอเรามาประเมินใหม่:ดังนี้

🚩 ประวัติ
🤒คนไข้มีไข้สูง 4 วัน, มีคอโต cervical lymphadenopathy และมีประวัตินอนกรนตรวจพบTonsillar hypertrophy with exudate, มีตับโต 2 cmร่วมด้วย
•เจาะเลือด CBC พบ: WBC 34,000, รายงาน พบ Blast 80%!, Hb 10, Platelet ยังดี 255,000, LDH 985

แต่พอเรามาประเมินใหม่:
✅ จุดสังเกต: Platelet ยังปกติ (2.5 แสน) ซึ่งถ้าเป็น ALL ที่ Blast เยอะขนาดนี้ Platelet มักจะต่ำแล้ว
✅ ประวัติเพิ่มเติม: น้องมีประวัตินอนกรน (บ่งบอกถึง Upper airway obstruction จาก Tonsil ที่โตมาก)
✅ Physical Exam: พบ Classical triad ของ IM ชัดเจน
🔍 เมื่อส่องกล้อง (PBS):
เราไม่ได้พบ Lymphoblast แต่เราพบ Atypical Lymphocyte (Downey cell) ที่มีลักษณะ cytoplasm โอบล้อมรอบ Red blood cells (Cytoplasmic molding) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการตอบสนองต่อเชื้อไวรัสเอบสไตน์ บาร์ ไวรัส (Epstein-Barr Virus: EBV)

🫁 Complication ที่น่าสนใจ:
ภาพถ่ายรังสีทรวงอกพบ Interstitial infiltration ซึ่งเข้าได้กับ EBV Pneumonia ทำให้เคสนี้ดูรุนแรงขึ้น

✅ Diagnosis: Infectious Mononucleosis with EBV Pneumonia (Confirmed by VCA IgM)

บทเรียนที่ได้จากเคสนี้
‼️‼️อย่าให้กระดาษแผ่นเดียว... มาบดบังความจริงที่อยู่ตรงหน้าคนไข้" 📖🔬
สำหรับป้าหมอแล้วหมอID ผล Lab มีความหมายมากก็จริง แต่ประโยคที่ป้าหมอมักจะเน้นย้ำเสมอเวลาราวน์กับน้องๆนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน
คือ
✅Treat the patient, not the lab paper
การตรวจร่างกายคนไข้และลักษณะทางคลินิกของคนไข้อย่างละเอียด คือเข็มทิศตัวแรกที่บอกเราว่า Lab นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน

Take home message สำหรับน้องหมอนะคะ
ก่อนจะเข็นคนไข้ไปทำ BMA อย่าลืมเช็ค PBS ให้มั่นใจ และมองหา Atypical Lymphocyte เสมอในคนไข้ที่มี Fever + Lymphadenopathy ค่ะ‼️‼️

จำเคสเด็กชายที่มาด้วยภาพ CT เหมือนฝีในคอ (Retropharyngeal Abscess)แต่ทีมหมอเด็กเอะใจว่าเป็น Kawasaki Disease (KD) ได้ไหม...
24/03/2026

จำเคสเด็กชายที่มาด้วยภาพ CT เหมือนฝีในคอ (Retropharyngeal Abscess)แต่ทีมหมอเด็กเอะใจว่าเป็น Kawasaki Disease (KD) ได้ไหมคะ?

วันนี้ป้าหมอมีข่าวดีมาอัปเดตค่ะ! น้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว! 🏠✨

📝 Clinical Course & Management:
หลังจากที่ทีมกุมารแพทย์ตัดสินใจให้การรักษาแบบ KD แม้ผล Echo ยังไม่ออก (เพราะหน้าตาโรค "ใช่" มาก) น้องได้รับ:
1. IVIG (Intravenous Immunoglobulin)
2. Methylprednisolone (High-dose pulse therapy)

ผลลัพธ์: อาการน้องตอบสนองต่อการรักษาดีมากค่ะ! ไข้ลงภายใน 24 ชม. อาการบวมที่คอยุบลงอย่างเห็นได้ชัด ผื่น MP rash, non-purulent conjunctivitis, และ cracked lips หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ร่าเริงแจ่มใส ทานข้าวได้ปกติ

ป้าหมอขอมาสรุปว่าเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากเคสผู้ป่วยรายนี้
💡 Clinical Pearls : Lessons Learned

1️⃣ The Power of Early Treatment: เคสนี้ย้ำชัดเจนว่าความไวในการวินิจฉัยและการให้ IVIG เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือหัวใจในการป้องกัน Coronary Artery Aneurysm การตัดสินใจของทีมหมอเด็กในวันนั้นคือกุญแจสู่ความสำเร็จของเคสนี้ค่ะ

2️⃣ KD as a Great Mimicker: อย่าลืมว่า KD สามารถมาด้วย Deep Neck Infection, Mesenteric Lymphadenitis, หรือแม้แต่ Sterile Pyuria หากเรารักษาสาเหตุเบื้องต้นแล้วคนไข้ไม่ดีขึ้น ให้คิดถึง KD เสมอ

3️⃣ The Danger of Delay: หากวินิจฉัยล่าช้า ความเสี่ยงของความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจจะสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ Coronary Artery Aneurysm ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดของ KD

👉 Next Steps: Discharge Plan & Follow-up
• น้องจะ Discharge กลับบ้านวันนี้พร้อมยา Low-dose Aspirin
• สำคัญมาก! นัด Follow-up Echocardiography อีก 2-4 สัปดาห์ เพื่อติดตามดูว่ามีภาวะ Coronary Artery Aneurysm เกิดขึ้นหรือไม่ (แม้ช่วงแรกจะปกติดี)
❤️ A Heartfelt Thank You
เคสความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทีมแพทย์และพยาบาลหลายท่าน ป้าหมอขอขอบคุณเป็นพิเศษ:
• คุณหมอกนกวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ รพ ขอนแก่น ที่ให้การดูแลและ Echo อย่างใกล้ชิด
• ทีมคุณหมอENT รพ มหาสารคามที่ช่วยประเมินเรื่อง CT Findings
• และ เจ้าหน้าที่วอร์ดเด็กเล็ก โรงพยาบาลขอนแก่น ทุกท่าน ที่ดูแลน้องอย่างดีเยี่ยมตลอดเวลาที่นอนโรงพยาบาล
"เคสนี้สอนให้เรารู้ว่า การมี High Index of Suspicion และการรักษาอย่างรวดเร็ว สามารถเปลี่ยน Outcome ของโรคจากร้ายให้กลายเป็นดีได้ค่ะ" – ป้าหมอ

ปล. เคสนี้ป้าหมอได้รับอนุญาตจากครอบครัวให้ถ่ายภาพและลงข้อมูล เผยแพร่ความรู้ให้คุณหมอและประชาชนที่สนใจได้อ่านได้

#ขอบคุณทีมแพทย์ #โรงพยาบาลขอนแก่น

เนื่องจาก ช่วงนี้มีข่าวโรคติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นระบาดในอังกฤษ ทำให้คนไทยรู้จักโรคนี้มากขึ้น แต่เนื่องจากโรคนี้ในเมืองไทย...
22/03/2026

เนื่องจาก ช่วงนี้มีข่าวโรคติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นระบาดในอังกฤษ ทำให้คนไทยรู้จักโรคนี้มากขึ้น แต่เนื่องจากโรคนี้ในเมืองไทยเจอน้อยมากมาก เชื่อว่าน้องๆหมอและนักศึกษาแพทย์คงจะเจอเคสเฉพาะในตำรา เพราะว่าในชีวิตป้าหมอเอง ก็เจอเคสเคสเดียวสมัยเป็น fellow ID

ดังนั้น ป้าหมอจึง สรุปความรู้ฉบับนำไปใช้ได้เลยสำหรับน้องๆๆหมอรวมทังประชาชนที่สนใจด้วย

โรคติดเชื้อเมนิงโกค็อกคัส (Meningococcal Disease)
สรุปความรู้พื้นฐานและอาการทางคลินิก
สำหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์

ความรู้พื้นฐาน (Basic Knowledge)

• 🔬 เชื้อก่อโรค: Neisseria meningitidis (แบคทีเรียกรัมลบรูปทรงกลมคู่)
• 🛡️ แคปซูล (Capsule): เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide capsule) มีทั้งหมด 12 กลุ่มซีโรกรุ๊ป (serogroups) กลุ่มที่พบบ่อยได้แก่ A, B, C, Y, X และ W
• 🧫 ความสำคัญของแคปซูล: ใช้ในการจำแนกกลุ่มซีโรกรุ๊ป และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำวัคซีน

ระบาดวิทยาและอัตราการเสียชีวิต (Epidemiology & Mortality)

• ☠️ อัตราการเสียชีวิต (Case fatality rates, CFR): สูงถึง 5-15%
• 📈 แนวโน้ม CFR: เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น, ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
• 🚨 ภาวะที่เสี่ยงสูงสุด: อัตราการเสียชีวิตจะสูงที่สุดในผู้ป่วยที่มีภาวะเชื้อเข้ากระแสเลือด (meningococcaemia)

แหล่งอ้างอิง: Kaplan S. Pediatrics 2006]

กลุ่มอาการทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อเมนิงโกค็อกคัส
(Clinical Syndromes associated with meningococcal disease)

อาการที่พบบ่อยที่สุด (Most frequent presentations)

1. 🧠 เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis): พบได้ถึง 50%
• อาการสำคัญ: ไข้สูง, ปวดศีรษะรุนแรง, คอแข็งเกร็ง (nuchal rigidity), ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
2. 🩸 ภาวะเชื้อเข้ากระแสเลือด (Meningococcaemia/Bacteraemia): พบบ่อย 37.5%
• อาการสำคัญ: ไข้สูง, ผื่นจุดเลือดออก (petechiae) หรือผื่นม่วงคล้ำ (purpura), ช็อก (septic shock), อวัยวะล้มเหลวหลายระบบ
3. 🫁 ปอดอักเสบ (Pneumonia): พบได้ 9%

อาการที่พบได้น้อยกว่า (Less commonly)

• 👀 ตาอักเสบ (Conjunctivitis)
• 🦵 ข้ออักเสบ (Arthritis)
• ❤️ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis)
• 🚽 ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis)
• 🔄 ภาวะเชื้อเข้ากระแสเลือดเรื้อรัง (Chronic Meningococcemia - Chronic MCC)
• ลักษณะ: เป็นภาวะเชื้อเข้ากระแสเลือดแบบเป็นๆ หายๆ หรือต่อเนื่อง (persistent or relapsing bacteraemia)
• อาการ: ไข้ต่ำๆ, ผื่น, ปวดข้อ (อาจมีหรือไม่มีข้ออักเสบ)
[แหล่งอ้างอิง: B. Prista-Leão et al. / IDCases 15 (2018) e00502]

Key Takeaways for Medical Students
1️⃣ การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ: เนื่องจากโรคนี้ดำเนินรวดเร็วและรุนแรง การวินิจฉัยและรักษาที่ล่าช้าส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิต
2️⃣ สังเกตอาการสำคัญ: เน้นย้ำการสังเกตผื่นจุดเลือดออก/ผื่นม่วงคล้ำ ร่วมกับอาการไข้สูง, ปวดศีรษะ, คอแข็งเกร็ง หรืออาการช็อก
3️⃣ นึกถึงภาวะเชื้อเข้ากระแสเลือด: ในผู้ป่วยที่มีไข้สูงรุนแรงและผื่นลักษณะนี้ ควรนึกถึงภาวะ Meningococcaemia เสมอ และให้การรักษาอย่างเร่งด่วน #โรคติดเชื้อเมนิงโกค็อกคัส #ไข้กาฬหลังแอ่น #ไข้กาฬหลังแอ่นคืออะไร❓ #ไข้กาฬหลังแอ่นระบาดที่อังกฤษ

ถามกันมาเยอะว่าควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นยังไงป้าหมอขอมาสรุป คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยดังนี้น...
21/03/2026

ถามกันมาเยอะว่าควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นยังไง
ป้าหมอขอมาสรุป คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยดังนี้นะคะ
🛑 วัคซีน "ไข้กาฬหลังแอ่น" เลือกฉีดแบบไหนดี? (ฉบับอัปเดต 2025)

โรคไข้กาฬหลังแอ่นแม้จะพบน้อยมาก
ไม่เท่าไข้หวัดใหญ่ แต่ความรุนแรงสูงมาก! มักเสียชีวิต
ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีน 2 ชนิดหลัก
ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ (A, B, C, W, Y)

1️⃣ วัคซีนสายพันธุ์ B (ยี่ห้อ Bexsero)
สายพันธุ์นี้พบบ่อยที่สุดในไทย และมีความรุนแรงสูงในเด็กเล็ก
📍ฉีดได้ตั้งแต่อายุ: 2 เดือนขึ้นไป จนถึง 50 ปี
📍ใครควรฉีดบ้าง?
1️⃣เด็กเล็ก (< 2 ปี): แนะนำเป็นวัคซีนเสริม เพราะเด็กเล็กมีอุบัติการณ์การเกิดโรคสูงสุด
2️⃣กลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่ไม่มีม้าม, ภูมิคุ้มกันบกพร่องบางชนิด หรือใช้ยาปรับภูมิคุ้มกัน
3️⃣วัยรุ่น (10-18 ปี): แนะนำโดยเฉพาะผู้ที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ
📉💉ตารางการฉีด (สำหรับเด็กทั่วไป):
📌เริ่ม 2-5 เดือน ฉีดแบบ 2+1
คือ
ฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 2 เดือน) + กระตุ้น 1 เข็มตอนขวบปีที่สอง
📌 เริ่ม 12-23 เดือน ฉีด 2+0
ฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 2 เดือน)
📌วัยรุ่น 10-18 ปี: ฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 1 เดือน) หากไปอเมริกาแนะนำห่าง 6 เดือน
💡 เคล็ดลับ: วัคซีนนี้มักทำให้มีไข้ แนะนำให้กินยาพาราเซตามอลดักไว้ทันทีหลังฉีด และกินต่ออีก 2 ครั้งทุก 4-6 ชม.

2️⃣ วัคซีนสายพันธุ์ A, C, W, Y (ยี่ห้อ MenQuadfi)
เน้นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทาง หรือไปอยู่ในที่คนพลุกพล่าน
📍ฉีดได้ตั้งแต่อายุ: 1 ปีขึ้นไป
📍ใครควรฉีด?บ้าง
👉 1️⃣สายเดินทาง: ไปแสวงบุญฮัจญ์/อุมเราะห์ (บังคับ), ไปแอฟริกา หรือพื้นที่ระบาด
👉2️⃣นักเรียนนอก: โดยเฉพาะอเมริกาและยุโรปที่ต้องอยู่หอพัก (แนะนำฉีดเข็มแรก 11-12 ปี และกระตุ้นตอน 16-18 ปี)
👉3️⃣กลุ่มเสี่ยง: ผู้ไม่มีม้าม หรือมีโรคประจำตัวตามเกณฑ์แพทย์
📉💉 ตารางการฉีด: ฉีดเพียง 1 เข็ม (เข้ากล้ามเนื้อ)

ป้าหมอขอสรุปสั้นๆ นะคะ
เลือกตัวไหนดี⁉️
✅ อยากป้องกันครอบคลุมในไทย: เน้นสายพันธุ์ B (Bexsero) โดยเฉพาะเด็กเล็ก👶👧🧑‍🍼
✅ อยากป้องกันเพื่อเดินทาง/เรียนต่อ: เน้นสายพันธุ์ A, C, W, Y (MenQuadfi)
✅ ปลอดภัยที่สุด: สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดร่วมกันทั้ง 2 ชนิดได้ค่ะ

https://www.facebook.com/100057657871838/posts/1393607495904500/?d=n

บทเรียนจาก Retropharyngeal Abscess ใน Kawasaki Disease เมื่อ #ฝีในคอ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของ "เชื้อแบคทีเรีย"วันนี้ป้าหมอต...
19/03/2026

บทเรียนจาก Retropharyngeal Abscess ใน Kawasaki Disease
เมื่อ #ฝีในคอ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของ "เชื้อแบคทีเรีย"

วันนี้ป้าหมอตื่นเต้น อดทนไม่ไหวที่จะได้
แบ่งปันเคสที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนที่ดีมากให้กับน้องๆ หมอเด็กและนักศึกษาแพทย์ เคสผู้ป่วยรายนี้ถือว่าเป็น"The Great Mimicker" ของทางกุมารเวชศาสตร์ที่แท้จริงเลยค่ะ

📌เคสนี้เป็นบทเรียนล้ำค่า (Clinical Lesson) สำหรับน้องๆ หมอเด็กและ นักศึกษาแพทย์ทุกคนค่ะ
ป้าหมออยากให้ลองดู Clinical Course ของคนไข้รายนี้ให้ดี เพราะเป็นตัวอย่างของ Unusual Presentation of Kawasaki Disease (KD) ที่มาในรูปแบบของ Retropharyngeal Abscess

📝 สรุปเคสเบื้องต้น:
เด็กชาย 3 ปี 7 เดือน มาด้วยไข้สูง คอโต บวมแดง (Cervical Lymphadenitis) ทั้ง2ข้างไปพบ
แพทย์ให้ยาฆ่าเชื้อ (Ceftriaxone, Clindamycin) เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลตามภาวะ Bacterial Lymphadenitis ทั่วไปให้ยาครอบคลุมเชื้อแบคทีเรีย staphylococcus aureus และ streptococcus gr.A

แต่จุดเปลี่ยนคือ: หลังให้ยาฆ่าเชื้อไป ยังมีไข้สูงลอย
📌อาการทาง Neck เป็นมากขึ้น (Progressive neck swelling)
📌เริ่มปรากฏ "Clinical Signs" อื่นๆ: คือมีปากแดงCracked lips, ตาแดงNon-purulent conjunctivitisน้องๆหมอสงสัยแพ้ยา? จึงส่งตัวไป รพ.จังหวัด
📌 ที่รพ.จังหวัดทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่บริเวณคอและปรึกษาแพทย์แผนกหู คอ จมูก เพราะว่าผล CT Neck พบ Retropharyngeal Abscess ขนาดใหญ่ 1.2*2.7*4.0 cm
ENT ยังไม่พิจารณาผ่าตัดทำ I&D ให้ยาฆ่าเชื้อไปก่อน และกุมารแพทย์สงสัย Kawasaki disease ส่งตัวมา ขอนแก่นเพื่อพิจารณาEchocardiogram

💡 Clinical Pearls: ทำไมต้องระวัง?‼️
1️⃣. KD can mimic Retropharyngeal Abscess (RPA):
ในผู้ป่วย KD บางราย อาจมีการอักเสบของเนื้อเยื่อในช่อง Retropharyngeal space อย่างรุนแรงจนภาพทางรังสี (CT Scan) ดูเหมือนเป็นฝี (Abscess/Phlegmon) แต่จริงๆ แล้วมันคือ "Non-suppurative inflammation" จากตัวโรค KD เอง

2️⃣ . อย่ารอจนครบ 5 วัน ถ้า "หน้าตา" มันใช่:ต้องรีบให้ IVIG รักษาKawasaki

เคสนี้ป้าหมอขอชื่นชมน้องๆ มากที่ตัดสินใจให้ IVIG ทันทีเมื่อสงสัยก่อนส่งตัวมา แม้ผล Echoจะยังไม่ออก หรือไข้อาจจะยังไม่ครบเกณฑ์ การวินิจฉัย Diagnostic criteria ของ KD
เพราะการรักษาที่รวดเร็วคือหัวใจสำคัญในการป้องกัน Coronary Artery Aneurysm

3️⃣ . Red Flags ที่ควรเอะใจ:
📍ถ้าวินิจฉัยว่าเป็น Deep neck infection แล้วให้ยาฆ่าเชื้อที่ครอบคลุม (Broad-spectrum) แต่ไข้ไม่ลงภายใน 24-48 ชม. ให้ "หยุดคิด" และประเมินอาการระบบอื่นซ้ำทันที‼️‼️
📍สังเกตอาการทาง Mucocutaneous (ตาแดง ปากแดง ผื่น) ให้ละเอียดในทุกๆ รอบที่ Round

📌 ข้อเตือนใจสำหรับหมอเด็กและนศพ.‼️‼️
"Head and neck manifestations of KD show high variability."
การมาด้วยคอโตหรือฝีในคอ อาจทำให้เราเกิด Delayed Diagnosis ได้ง่ายมาก หากเรายึดติดกับ Diagnosis แรกจนเกินไป (Anchoring Bias)

จำไว้ว่า: ถ้าการรักษาเบื้องต้นไม่ตอบสนอง (Non-responder) ให้มองหา "ผู้ร้ายตัวจริง" ที่ซ่อนอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจให้กับคนไข้ตัวน้อยของเราค่ะ

#ทีมหมอเด็ก #แบ่งปันความรู้กุมารเวชศาสตร์

🛡️ Special Report: เจาะลึกการระบาด "ไข้กาฬหลังแอ่น" ในอังกฤษ: บทเรียนที่คนไทย (โดยเฉพาะนักเรียนนอก) ต้องรู้!ค่ะช่วงสัปดา...
19/03/2026

🛡️ Special Report: เจาะลึกการระบาด "ไข้กาฬหลังแอ่น" ในอังกฤษ: บทเรียนที่คนไทย (โดยเฉพาะนักเรียนนอก) ต้องรู้!ค่ะ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการระบาดของ Meningitis B (MenB) ในมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ (Kent) สร้างความกังวลใจให้หลายครอบครัว วันนี้ป้าหมอขอสรุปประเด็นสำคัญและบทเรียนจากเหตุการณ์นี้มาฝากค่ะ

⚠️ เกิดอะไรขึ้นที่อังกฤษ? (Summary of Outbreak)
‼️‼️มีการยืนยันผู้ป่วยแล้ว 9 ราย และเฝ้าระวังอีกนับสิบราย โดยมีนักศึกษาเสียชีวิตแล้ว 2 ราย สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Meningitis B (Neisseria meningitidis serogroups B ) ซึ่งน่าเสียดายที่วัยรุ่นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับวัคซีนตัวนี้มาก่อน เพราะระบบสาธารณสุขของอังกฤษเดิมเน้นฉีดให้แค่เด็กทารกเท่านั้น

👀🥀 เคสตัวอย่าง:
Megan Draper คือนักศึกษาสาวที่เสียชีวิตที่อังกฤษปลายปีที่แล้วจากไข้กาฬหลังแอ่น
คุณแม่ของเธอเล่าว่า Megan มีอาการเริ่มแรกของโรคนี้ดู ธรรมดามาก เหมือนไข้หวัดทั่วไป คือมีไข้ เพลีย ปวดเมื่อยตัว เช้าวันต่อมามีอาการคลื่นไส้และมีผื่นขึ้นที่หน้าท้อง เธอพยายามนอนพัก แต่พอตื่นบ่าย 3 โมง ผื่นลามไปทั่วร่างกาย ปวดแขนขา และอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตในที่สุด
👉สิ่งที่ต้องสังเกตคือ "ผื่นแดงหรือม่วงที่ไม่จางหายเมื่อกด" (Non-blanching rash)>>purpura fulminans🍁🍁ผื่นม่วงคล้ายใบเมเปิล
ซึ่งหากเห็นผื่นนี้ นั่นแปลว่าเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว และอาการจะทรุดหนักเร็วมากภายในไม่กี่ชั่วโมง

พ่อแม่ของMegan เข้าใจมาตลอดว่าลูกสาวปลอดภัยเพราะฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ (MenACWY) ไปแล้ว แต่ความจริงคือ วัคซีนตัวนั้นไม่คลุมสายพันธุ์ B

ป้าหมอขอย้ำเตือนนะคะ‼️
⚠️ วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น ไม่ได้มีแค่แบบเดียว! มีทั้งหมด2 ชนิดได้แก่

1️⃣ MenACWY (วัคซีนพื้นฐาน): ปกติเด็กวัยรุ่นจะได้รับตัวนี้ ซึ่งป้องกันสายพันธุ์ A, C, W และ Y เท่านั้น

2️⃣ MenB (วัคซีนเสริม): ป้องกันสายพันธุ์ B ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ "พบบ่อยที่สุดและรุนแรงที่สุด" ในยุโรปและอังกฤษ รวมถึงในประเทศไทยด้วย!

🔎📝จาก MenB ที่ระบาดในมหาวิทยาลัยในครั้งนี้มีข้อสังเกตและคำถามคือ❓⁉️

1️⃣ 🔍 ทำไมต้องเป็น "วัยรุ่น"? ที่เสี่ยง
ผู้ใหญ่ยังเสี่ยงไหม?
คำตอบ
📍Lifestyle ที่เอื้อต่อโรค: การเข้ามหาวิทยาลัยทำให้วัยรุ่นมาอยู่รวมกันอย่างแออัดในหอพัก ใช้ห้องครัวร่วมกัน และมีกิจกรรมทางสังคม (Close contact)

📍พาหะเงียบ: วัยรุ่น 1 ใน 4 คน มีเชื้อนี้อยู่ที่ลำคอโดยไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่ให้เพื่อนผ่านการไอ จาม หรือการจูบ (Kissing) จนเพื่อนป่วยหนักได้

📍ผู้ใหญ่ยังเป็นได้ไหม?: เป็นได้ค่ะ! โดยเฉพาะผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่กลุ่มเสี่ยงสูงสุดยังคงเป็นเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี และวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี

2️⃣ ทำไมโรคนี้จึงอันตราย
👇
เพราะอาการเริ่มแรกของโรคนี้ดู "ธรรมดา" มากค่ะ เหมือนไข้หวัดทั่วไป คือมีไข้ เพลีย ปวดเมื่อยตัว แต่สิ่งที่ต้องสังเกตคือ "ผื่นแดงหรือม่วงที่ไม่จางหายเมื่อกด" (Non-blanching rash) ซึ่งหากเห็นผื่นนี้ นั่นแปลว่าเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว และอาการจะทรุดหนักเร็วมากภายในไม่กี่ชั่วโมง

3️⃣ : ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันบ้าง ?และภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานแค่ไหน?
👇
📌กลุ่มเสี่ยงสูงสุด (High-Risk Groups):
📍เด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี: เสี่ยงที่สุด (ใน UK จึงฉีดMenB ให้เด็กทารก 3 เข็มในปีแรก)
📍วัยรุ่นและคนหนุ่มสาว (15-24 ปี): เป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับสอง เนื่องจากมีพฤติกรรมทางสังคมที่เอื้อต่อการแพร่เชื้อ

4️⃣ ทำไมรัฐบาล UK (JCVI) ถึงไม่ฉีดวัคซีน MenB ให้วัยรุ่นทุกคน?
• ในอดีตมองว่า "ไม่คุ้มค่าทางงบประมาณ" (Not cost-effective) เพราะอัตราการเกิดโรคต่ำ และตัววัคซีนเองก็ไม่ช่วยหยุดการแพร่เชื้อในภาพรวม แต่ปัจจุบันรัฐมนตรีสาธารณสุข UK กำลังสั่งให้ทบทวนเกณฑ์นี้ใหม่หลังจากเกิดการระบาดค่ะ

❌ข้อจำกัดของวัคซีน MenB ในวัยรุ่น:❌

•⛔️ ประสิทธิภาพต่างกัน: วัคซีนนี้ป้องกันเด็กทารกได้ดีมาก แต่ในวัยรุ่นประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยอาจไม่สูงเท่า
• ⛔️ไม่ป้องกันการแพร่เชื้อ: แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว แต่เชื้อยังสามารถอยู่ที่ลำคอและแพร่ไปสู่คนอื่นได้ (ไม่สร้าง Herd Immunity เหมือนวัคซีนตัวอื่น)
• ⛔️ไม่ครอบคลุมทุกสายย่อย: ป้องกันสายพันธุ์ B ส่วนใหญ่ได้ แต่ไม่ใช่ 100% ของสายพันธุ์ B ทั้งหมด

5️⃣ วัคซีนอยู่ได้นานแค่ไหน>>ระยะเวลาการคุ้มครอง:
• ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ "หลายปี" แต่ไม่ใช่ตลอดชีวิต (Not lifelong)

6️⃣ ไข้กาฬหลังแอ่น🦠 ต่างจาก COVID-19 อย่างไร?
เชื้อนี้แพร่ผ่าน สารคัดหลั่ง (Secretions) จากปากและทางเดินหายใจ ต้องมีการสัมผัสที่ใกล้ชิดหรือยาวนานพอสมควร (เช่น การจูบ หรืออยู่ห้องเดียวกัน) ไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศง่ายเหมือนโควิด ดังนั้นทางการอังกฤษจึง ยังไม่แนะนำ ให้สวมหน้ากากอนามัยเป็นวงกว้าง แต่เน้นการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดแทน

✅ คำแนะนำสำหรับคนไทย (ฉบับอัปเดต 2026)
🇬🇧 สำหรับผู้ที่อยู่ในอังกฤษ:
• หากพักในหอพักที่ระบุ (University of Kent) ให้รีบไปรับวัคซีนตามที่เจ้าหน้าที่ติดต่อ
• หากเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ต้องได้รับยาปฏิชีวนะ (Chemoprophylaxis) ทันที
• สังเกตอาการ: ไข้สูง ปวดหัว คอแข็ง และ "ผื่นม่วงแดงที่กดไม่จาง" (Glass Test)

🇹🇭 สำหรับคนไทย/ผู้ปกครอง:
• วัคซีนคือคำตอบ: สำหรับนักเรียนที่จะไปเรียนต่ออังกฤษหรือยุโรป หมอแนะนำให้ฉีดวัคซีน MenB (Bexsero) เพิ่มเติม (ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน) แม้มหาวิทยาลัยจะไม่บังคับ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่า "มีไว้ปลอดภัยกว่า"
• เช็คประวัติ: อย่าสับสนระหว่าง MenACWY (ตัวเดิม) กับ MenB (ตัวใหม่) นะคะ ต้องฉีดให้ครบทั้งสองแบบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

🩺 ในฐานะหมอโรคติดเชื้อเด็ก ป้าหมอเคยเจอผู้ป่วยสมัยเรียน fellow
เห็นความรุนแรงของโรคนี้ มันดำเนินโรคเร็วมากภายในไม่กี่ชั่วโมง การป้องกันด้วยวัคซีนและการรู้เท่าทันอาการคือหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ

🌍 Health Advisory สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (Travel to Europe 2026)
ในช่วงที่มีการระบาดของ MenB ในบางพื้นที่ของอังกฤษและยุโรป คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวมีดังนี้ค่ะ:
📍 Vaccination Status: ตรวจสอบประวัติวัคซีนของตนเอง หากยังไม่เคยได้รับวัคซีน MenB (Bexsero) แนะนำให้ฉีดให้ครบ 2 เข็มก่อนเดินทาง เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูงกว่าบุคคลทั่วไปหากต้องสัมผัสผู้ป่วยในสถานพยาบาล
📍Respiratory Protection: แม้จะเป็นเชื้อแบคทีเรียที่แพร่กระจายผ่านละอองฝอย (Droplets) แต่ในสถานการณ์ระบาด แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย (Surgical Mask) อย่างเคร่งครัดในที่สาธารณะที่มีความแออัด หรือเมื่อต้องเข้าใกล้ผู้ที่มีอาการไอจาม
📍 Hand Hygiene: เน้นการล้างมือบ่อยๆ เพราะเชื้อสามารถปนเปื้อนมากับสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจที่ติดอยู่ตามพื้นผิวสัมผัสได้
📍 Early Recognition: หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีผื่น Purpura/Petechiae เกิดขึ้น ให้รีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทาง/วิชาชีพ
📍 Chemoprophylaxis Awareness: พกข้อมูลชื่อยาและโดสที่ใช้ (Ciprofloxacin 500 mg single dose) เผื่อกรณีฉุกเฉินหากทราบว่าตนเองเป็น Close contact กับผู้ป่วยยืนยันในระหว่างเดินทาง

#ไข้กาฬหลังแอ่น #วัคซีนนักเรียนนอก #หมอเด็กขอนแก่น #ป้าหมออุษณีย์ #รีวิววัคซีน

https://www.bbc.com/news/articles/c3rzg0vg947o

ที่อยู่

26/41 ถ. ศรีจันทร์ ทางไปบึงหนองโคตร(เลยรพ. ขอนแก่นรามไป500 ม. )
Khon Kaen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 12:00 - 13:00
18:00 - 20:00
อังคาร 12:00 - 13:00
18:00 - 20:00
พุธ 12:00 - 13:00
18:00 - 20:00
พฤหัสบดี 12:00 - 13:00
18:00 - 20:00
ศุกร์ 12:00 - 13:00
18:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 14:00
18:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

0844098343

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเด็กหมออุษณีย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์