12/05/2026
เราจะเทรนกี่วัน/สัปดาห์
เมื่อการพัฒนาเริ่มช้า ไม่สามารถเพิ่ม นน ในการยก หรือจำนวนครั้งในการยกเพิ่มขึ้นได้เหมือน
เดิม การทำ progressive overload อีกอย่างนึงนอกจากการเพิ่ม นน.ในการยก นั่นก็คือการ เพิ่มจำนวนเซตที่ใช้เวทเทรนนิ่งให้สูงขึ้น
รวมทั้งผู้ที่ผ่านระดับเริ่มต้น หรือเวทมาเกิน1-3ปี
การพัฒนาจะเริ่มช้ามากๆ การเพิ่มจำนวนเซต
ให้ขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 10-20เซต หรือมากกว่า
ก็จะช่วยให้ผ่านจุดตันในการสร้างกล้ามไปได้
(แต่ที่สำคัญเราต้องฟื้นตัวทันด้วย)
และเมื่อจำนวนเซตรวมต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้น
การมาอัดจำนวนเซตทั้งหมดเทรนใน1วันทีเดียว
แน่นอนว่า ในเซตท้ายๆ เราคงไม่สามารถทำได้ดี
หรือมีพลังในการฝึกเพียงพอ
บวกกับข้อจำกัดด้านเวลาในการเทรนต่อ1ครั้ง
บางคนอาจไม่สะดวกอยู่ที่ฟิตเนส
ครั้งนึง 2-3ชั่วโมง
งานวิจัยปัจจุบัน พบว่าการกระจายการฝึก
ให้ผลดีกว่าไปอัดวันเดียว
(**PMID: 36228016)
อย่างงานนี้ ให้อาสาสมัคร แบ่งขาข้างนึง
เทรน1วัน อีกข้างนึงเทรน3วัน
คุมจำนวนเซตเท่ากันที่ 9set/สัปดาห์
ผลปรากฎว่า ขาข้างที่เทรน3วัน แม้คุมจำนวนเซตเท่ากัน แต่ สามารถทำ นน.ยก และ จำนวนครั้งรวมได้มากกว่าขาอีกข้าง ผลคือ ปริมาน
การกระตุ้นรวมมากกว่า
ทำให้เกิดการสร้างกล้ามที่มากกว่า
สำหรับผู้เริ่มต้นที่เทรนจำนวนเซต 5-10 เซต
ต่อกล้ามเนื้อต่อสัปดาห์
อาจจะยังไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งเป็น2หรือ3วัน
เพราะจำนวนเซตรวมต่อการเล่น1ครั้ง
ยังไม่สูงมาก เช่น สามารถเล่นกล้ามอก10เซตใน1วัน ขา10เซต1วัน หลัง10เซต
แยกเป็นวันๆได้เลย
แต่เมื่อไหร่ที่มีการเพิ่มจำนวนเซตมากขึ้น
หรือผ่านจุดเริ่มต้นของการสร้างกล้ามไปแล้ว
ต้องการพัฒนาต่อ เราจะหนีการเพิ่มจำนวนเซตให้มากขึ้นไปไม่ได้ และการกระจายวันเทรน
ออกมาจึงตอบโจทย์ตรงนี้มากที่สุด
ปัจจัยอื่นๆที่ต้องคำนึงถึงความถี่ในการเทรน
เช่น ความไวในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนเทรนกล้ามเนื้อมัดนึง
แล้วระบมไปหลายวัน บางคนวันเดียวหาย
กลับมาเทรนซ้ำได้ บางคนทำไม่ได้
รวมทั้ง เส้นเอ็นข้อต่อ
มีการฟื้นตัวช้ากว่ากล้ามเนื้อ
การฝืนยกหนักหลายครั้งต่อสัปดาห์
จึงอาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้
ปัจจัยตรงนี้ จึงควรนำมาพิจารณา
ในการออกแบบโปรแกรมร่วมด้วย
ความถี่ในการเทรนกล้ามเนื้อส่วนนึง
ต่อสัปดาห์ จึงสามารถแบ่งได้หลากหลาย
ตั้งแต่ 1-3ครั้งต่อสัปดาห์
ทำให้การออกแบบโปรแกรมเวทเทรนนิ่ง
เป็นไปได้หลากหลายรูปแบบ ดังต่อไปนี้
ความถี่ในการเทรน 1ครั้ง/สัปดาห์
👉ตัวอย่างโปรแกรมแบบแยกส่วน
วันที่1 กล้ามเนื้ออก
วันที่2 กล้ามเนื้อหลัง
วันที่3 ขา
วันที่4 พัก
วันที่5 ไหล่
วันที่6 แขน
วันที่7 พัก
✔เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เวทเทรนนิ่งมาแล้วพอสมควร มีปริมาณกล้ามเนื้อมาก
ทำให้กระตุ้นต่อการเล่นใน1วัน
ทำได้หลายท่า หลายมุม
✖ข้อเสีย ถ้าต้องการจำนวนเซตสูงขึ้นจริงๆ
การกระจายวันให้อาทิตย์นึง เทรนกล้ามเนื้อมัดเดิมบ่อยขึ้นจะตอบโจทย์มากกว่า
เพราะท่าการออกกำลังท้ายๆ แรงในการเทรน
จะแทบไม่เหลือแล้ว
Tips : ถ้าต้องการฝึกโปรแกรมแบบแยกส่วนจริงๆ
แนะนำให้ฝึกแบบ แยกส่วนตามปกติ
และ ปรับวันพัก1วัน ในตาราง
เป็นวันแก้มัดด้อยซ้ำอีก1ครั้ง
จะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
ความถี่ในการเทรน 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
👉ตัวอย่างโปรแกรม ช่วงบน - ล่าง
(upper/lower)
วันที่1 กล้ามเนื้อช่วงบน
วันที่2 กล้ามเนื้อช่วงล่าง
วันที่3 พัก
วันที่4 กล้ามเนื้อช่วงบน
วันที่5 กล้ามเนื้อช่วงล่าง
วันที่6,7 พัก
✔เหมาะกับผู้ฝึกแทบทุกระดับ มีความยืดหยุ่นสูง
สามารถปรับเพิ่มความถี่ไปได้สูงสุด
3ครั้งต่อสัปดาห์ เช่นการฝึก upper 3วัน
✖ใช้เวลาต่อการฝึกแต่ละครั้งสูง
ท่าท้ายๆอาจโฟกัสได้ไม่เต็มที่
Tips : สามารถปรับตารางให้เหมาะ
กับการฟื้นตัวได้
มากขึ้นโดยวันที่4,5 อาจปรับการฝึกบางวันให้ง่ายขึ้น หรือ เบาลง เช่นการลดจำนวนเซต
👉ตัวอย่างโปรแกรม push pull legs
วันที่1 กล้ามอก หัวไหล่ด้านหน้า - ข้าง
หลังแขน
วันที่2 กล้ามหลัง หัวไหล่ด้านหลัง
หน้าแขน
วันที่3 ขา
วันที่4 เหมือนวันที่1
วันที่5 เหมือนวันที่2
วันที่6 เหมือนวันที่3
วันที่7 พัก
✔เหมาะกับผู้ฝึกทุกระดับ
กล้ามเนื้อแต่ละวันได้เวลาพักฟื้นไม่สั้น หรือนานจนเกินไป
✖ต้องใช้วันในการเทรนสูงถึง6วัน
ถ้าขาดไปวันเดียวอาจทำให้ ตารางเพี้ยน
หรือความถี่ในการเทรนของกล้ามเนื้อมัดนั้น
เสียไปในสัปดาห์นั้น
และด้วยความหนักถึง6วัน
บางคนอาจจะฟื้นตัวไม่ทัน
Tips : สามารถปรับตารางให้เหมาะ
กับการฟื้นตัวได้
โดยวันที่456 อาจปรับการฝึกบางวันให้ง่ายขึ้น
หรือ เบาลง เช่นการลดจำนวนเซต
👉ตัวอย่างโปรแกรมแบบ push+quad
pull+posterior chain
วันที่1 กล้ามเนื้อกลุ่มpush รวมหน้าขา
เช่น อก หัวไหล่ หน้าท้อง หน้าขา หลังแขน
วันที่2 กล้ามเนื้อกลุ่มpull รวมหลังขา
เช่น ต้นขาด้านหลัง ก้น หลัง หน้าแขน
วันที่3 พัก
วันที่4 เหมือนวันที่1
วันที่5 เหมือนวันที่2
วันที่6,7 พัก
✔เหมาะกับผู้มีเวลาเทรนต่อสัปดาห์จำกัด
สามารถปรับเพิ่มความถี่ไปได้สูงสุด
3ครั้งต่อสัปดาห์ เช่นการฝึก upper+quad 3วัน
✖ใช้เวลาในการเทรนต่อครั้งค่อนข้างนาน
และท่าท้ายๆการโฟกัสทำได้ไม่เต็มที่
Tips : สามารถปรับตาราง
ให้เหมาะกับการฟื้นตัวได้
มากขึ้นโดยวันที่4,5 อาจปรับการฝึกบางวันให้ง่ายขึ้น หรือ เบาลง เช่นการลดจำนวนเซต
โปรแกรมเทรนแบบผสม เช่น
push pull legs ร่วมกับ upper lower
push pull legs ร่วมกับ push+quad
pull+ham หรืออื่นๆ เช่น
วันที่1 กล้ามอก หัวไหล่ด้านหน้า - ข้าง
หลังแขน
วันที่2 กล้ามหลัง หัวไหล่ด้านหลัง
หน้าแขน
วันที่3 ขา
วันที่4 พัก
วันที่5 กล้ามเนื้อช่วงบน
วันที่6 กล้ามเนื้อช่วงล่าง
วันที่7 พัก
แล้วเพื่อนๆละเล่นโปรแกรมแบบไหนกันอยู่
คอมเม้นทกันมาได้ครับ😊
#กล้ามจริงไม่AI