26/08/2026
#จ่ายแต่เบี้บริษัทประกันรวยตาย!” 😏
ผมเองคนหนึ่งแหละ คิด ถ้าเราไม่เคลม
บริษัทรวยตาย แต่จนมาถึง เคลมให้แฟนตัวเอง
2 ปี เคลมไป เกือบสามล้าน แต่จ่ายเบี้ย ปีละ
ประมาณสามหมื่น
ผมเลยเริ่มเข้าใจจริง ๆ ว่า บริษัทมีความเสี่ยง
เหมือนเรากำลังเล่นแชร์ ใครต้องใช้ เอาไปก่อนเลย
มาอ่านเหตุผลกันครับ👇👇👇
“เราจ่ายเบี้ยทุกปี ไม่เห็นได้อะไรเลย บริษัทประกันก็รวยสิ!”
ก็จริงครับ…
บริษัทประกัน ต้องมีกำไร
เพราะถ้าบริษัทขาดทุนจนอยู่ไม่ได้
วันที่ลูกค้าต้องเคลมขึ้นมาจริง ๆ ใครจะเป็นคนจ่าย?
แต่สิ่งที่เราได้รับจากการจ่ายเบี้ย
ไม่ใช่แค่รอว่า “ปีนี้จะได้เคลมเท่าไหร่”
สิ่งที่เรากำลังทำคือ...
“ย้ายความเสี่ยง”
สมมติวันนี้เรามีความเสี่ยงว่า
วันหนึ่งอาจเจ็บป่วยหนัก
ค่ารักษาอาจเป็นหลักแสน หลักล้าน
ถ้าเราไม่มีประกัน
ความเสี่ยงก้อนนั้น = เรารับเองเต็ม ๆ
แต่เมื่อเราทำประกัน
เรายอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรารับไหว
เพื่อโอนความเสี่ยงก้อนใหญ่บางส่วนไปให้บริษัทประกัน
ตามเงื่อนไขและวงเงินในกรมธรรม์
พูดง่าย ๆ คือ...
เราไม่ได้จ่ายเบี้ยเพราะ “อยากเอาคืนให้คุ้ม”
แต่เราจ่ายเพื่อบอกบริษัทว่า
“ถ้าวันหนึ่งเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
ช่วยรับภาระส่วนนี้แทนฉันด้วยนะ”
ส่วนบริษัทประกันเองก็ต้องบริหารความเสี่ยง
ต้องมีเงินสำรอง
ต้องจ่ายสินไหมให้คนที่เกิดเหตุ
มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
และแน่นอน... ต้องมีกำไรเพื่อให้ธุรกิจอยู่ต่อได้
เพราะฉะนั้น บริษัทประกันมีกำไร
ไม่ใช่เรื่องแปลก
เหมือนธนาคาร โรงพยาบาล หรือธุรกิจอื่น ๆ
ถ้าไม่มีรายได้มากพอที่จะดำเนินกิจการ
สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้
คำถามที่สำคัญกว่าคือ...
ถ้าวันนี้เราไม่ยอมจ่ายเงินก้อนเล็ก
เพื่อย้ายความเสี่ยงออกไป
วันที่เกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ...
“เราพร้อมรับเงินก้อนใหญ่ด้วยตัวเองหรือเปล่า?”
ประกันไม่ใช่การลงทุนที่ต้องคิดว่า
จ่ายไปแล้วต้องเอาคืนให้ได้
แต่มันคือการบริหารความเสี่ยง
บริษัทรับความเสี่ยงไป
เราเก็บเงินก้อนใหญ่ของเราไว้
และถ้าจ่ายเบี้ยไปหลายปีแล้วไม่ได้ใช้เลย...
บางทีคนที่ “ได้กำไร” ที่สุด
อาจเป็นเราก็ได้ เพราะชีวิตยังไม่มีเรื่องใหญ่ให้ต้องเคลม ❤️
#ประกันย่อยมาแล้ว
ประกันที่เข้าใจง่าย ๆ