30/08/2026
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลอกประสาทในสมอง ตอนที่ 2
ทำไมโรคปลอกประสาทเสื่อม (MS) ถึงชอบเกิดที่เส้นประสาทตา (optic nerve)
เพราะเส้นประสาทตาเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง(CNS)เช่นเดียวกับสมองและไขสันหลัง ดังนั้นจึงสามารถเกิดการทำลายปลอกประสาท (demyelination)แบบเดียวกับบริเวณอื่นของสมอง/ไขสันหลังได้
หลักฐานที่แสดงว่าเส้นประสาทตาเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลางได้แก่ การที่ปลอกประสาทที่หุ้มเส้นประสาทนี้ถูกสร้างโดย oligodendrocyte ต่างจากเส้นประสาทอื่นๆส่วนใหญ่ที่สร้างโดย Schwann cells ซึ่งภายในกะโหลกศีรษะนั้นก็ไม่พบไม่มี Schwann cells อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเส้นประสาทตานั้นมีเยื่อหุ้มแบบเดียวกับสมองครบทั้ง 3 ชั้น ได้แก่มี dura mater, arachnoid mater และ pia mater ไม่ใช่รูปแบบของเส้นประสาทรอบนอกทั่วไป
เมื่อมีภาวะแรงดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น (intracranial pressure สูง) ความดันที่สูงนั้นสามารถถ่ายทอดมายังบริเวณขั้วของเส้นประสาทตาได้ จึงเกิดภาวะเส้นประสาทตาบวม สามารถตรวจได้จากการส่องกล้องจอประสาทตาที่เรียกว่าภาวะ papilledema กล่าวคือน้ำไขสันหลัง (CSF) สามารถล้อมรอบเส้นประสาทตาได้ โดยอยู่ในภายในช่องว่างที่เรียกว่า subarachnoid space จึงกล่าวได้ว่า หากสมองมีปัญหาเช่น มีเนื้องอก เลือดออก สมองอักเสบ ฯลฯ ที่รุนแรงขึ้นจนสมองบวม ก็จะทำให้เส้นประสาทตาบวมตามไปด้วยเช่นกัน
และนี่เป็นเหตุผลว่าเมื่อเกิดภาวะเส้นประสาทตาอักเสบ (optic neuritis) แพทย์จึงมัก สงสัยโรคปลอกประสาทเสื่อม MS โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่มีตามัวข้างเดียวแบบเฉียบพลัน/กึ่งเฉียบพลัน
อาการที่พบหากเส้นประสาทตามีปัญหาจากปลอกประสาทเสื่อมได้แก่
-ตามัว/การมองเห็นลดลงข้างเดียวหรือ 2 ข้าง — มักค่อย ๆ แย่ลงในช่วงหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
-มองเห็นสีซีดลง โดยเฉพาะสีแดง (red desaturation) เป็นอาการจำเพาะที่สำคัญมาก
-เจ็บตา โดยเฉพาะเวลาเหลือบตา พบได้บ่อยและค่อนข้างคลาสสิก
-มองเห็นตรงกลางภาพแย่ลง อาจมี central scotoma
-เห็นภาพไม่คม (contrast sensitivity ลดลง) แม้ผลการตรวจวัดสายตา (visual acuity) อาจยังไม่แย่มาก
-เห็นแสงวาบโดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวลูกตา (photopsia)
เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#โรคปลอกประสาทเสื่อม #สมองอักเสบ #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ