โรคสมอง น่ารู้เสมอ by หมอมด

โรคสมอง น่ารู้เสมอ by หมอมด สวัสดีครับ ผม "หมอมด" (นพ.พิมาน สีทอง) อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท มารู้จักและเรียนรู้โรคสมองไปกับหมอนะครับ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลอกประสาทในสมอง ตอนที่ 2 ทำไมโรคปลอกประสาทเสื่อม (MS) ถึงชอบเกิดที่เส้นประสาทตา (optic nerve)เพราะ...
30/08/2026

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลอกประสาทในสมอง ตอนที่ 2

ทำไมโรคปลอกประสาทเสื่อม (MS) ถึงชอบเกิดที่เส้นประสาทตา (optic nerve)

เพราะเส้นประสาทตาเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง(CNS)เช่นเดียวกับสมองและไขสันหลัง ดังนั้นจึงสามารถเกิดการทำลายปลอกประสาท (demyelination)แบบเดียวกับบริเวณอื่นของสมอง/ไขสันหลังได้

หลักฐานที่แสดงว่าเส้นประสาทตาเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลางได้แก่ การที่ปลอกประสาทที่หุ้มเส้นประสาทนี้ถูกสร้างโดย oligodendrocyte ต่างจากเส้นประสาทอื่นๆส่วนใหญ่ที่สร้างโดย Schwann cells ซึ่งภายในกะโหลกศีรษะนั้นก็ไม่พบไม่มี Schwann cells อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเส้นประสาทตานั้นมีเยื่อหุ้มแบบเดียวกับสมองครบทั้ง 3 ชั้น ได้แก่มี dura mater, arachnoid mater และ pia mater ไม่ใช่รูปแบบของเส้นประสาทรอบนอกทั่วไป

เมื่อมีภาวะแรงดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น (intracranial pressure สูง) ความดันที่สูงนั้นสามารถถ่ายทอดมายังบริเวณขั้วของเส้นประสาทตาได้ จึงเกิดภาวะเส้นประสาทตาบวม สามารถตรวจได้จากการส่องกล้องจอประสาทตาที่เรียกว่าภาวะ papilledema กล่าวคือน้ำไขสันหลัง (CSF) สามารถล้อมรอบเส้นประสาทตาได้ โดยอยู่ในภายในช่องว่างที่เรียกว่า subarachnoid space จึงกล่าวได้ว่า หากสมองมีปัญหาเช่น มีเนื้องอก เลือดออก สมองอักเสบ ฯลฯ ที่รุนแรงขึ้นจนสมองบวม ก็จะทำให้เส้นประสาทตาบวมตามไปด้วยเช่นกัน

และนี่เป็นเหตุผลว่าเมื่อเกิดภาวะเส้นประสาทตาอักเสบ (optic neuritis) แพทย์จึงมัก สงสัยโรคปลอกประสาทเสื่อม MS โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่มีตามัวข้างเดียวแบบเฉียบพลัน/กึ่งเฉียบพลัน

อาการที่พบหากเส้นประสาทตามีปัญหาจากปลอกประสาทเสื่อมได้แก่

-ตามัว/การมองเห็นลดลงข้างเดียวหรือ 2 ข้าง — มักค่อย ๆ แย่ลงในช่วงหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
-มองเห็นสีซีดลง โดยเฉพาะสีแดง (red desaturation) เป็นอาการจำเพาะที่สำคัญมาก
-เจ็บตา โดยเฉพาะเวลาเหลือบตา พบได้บ่อยและค่อนข้างคลาสสิก
-มองเห็นตรงกลางภาพแย่ลง อาจมี central scotoma
-เห็นภาพไม่คม (contrast sensitivity ลดลง) แม้ผลการตรวจวัดสายตา (visual acuity) อาจยังไม่แย่มาก
-เห็นแสงวาบโดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวลูกตา (photopsia)

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#โรคปลอกประสาทเสื่อม #สมองอักเสบ #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลอกประสาทในสมอง ตอนที่ 1 ปลอกหุ้มเส้นประสาท (myelin sheath)  ทำหน้าที่เปรียบเหมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่...
29/08/2026

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลอกประสาทในสมอง ตอนที่ 1

ปลอกหุ้มเส้นประสาท (myelin sheath) ทำหน้าที่เปรียบเหมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่หุ้มเส้นใยประสาท (axon)ไว้ หน้าที่สำคัญคือทำให้กระแสประสาทวิ่งได้เร็วขึ้น แบบกระโดดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ช่วยประหยัดพลังงานในการส่งผ่านกระแสประสาท ลดการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าออกจากใยประสาทและช่วยให้สัญญาณเดินทางไปในทิศทางที่เหมาะสม และมีส่วนสำคัญต่อการทำงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำ เช่น การเคลื่อนไหว การรับความรู้สึก และการประมวลผลข้อมูล

ในสมอง เซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างปลอกหุ้มเส้นประสาทได้แก่ Oligodendrocytes โดยมีความพิเศษคือ Oligodendrocyte 1 ตัว สามารถยื่นแขนงไปสร้างปลอกหุ้มเส้นประสาทได้หลายเส้นพร้อมกัน ซึ่งแตกต่างจากเส้นประสาทนอกสมองและไขสันหลังที่มีเซลล์ Schwann cell ที่โดยทั่วไป 1 เซลล์สามารถสร้างปลอกหุ้มเส้นประสาทให้ได้เพียงแค่ 1 เส้นใยประสาทเท่านั้น

การสร้างปลอกหุ้มประสาทโดย Oligodendrocytes ในสมอง สามารถเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ แม้แต่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เนื่องจากมีการสร้าง Oligodendrocytes ให้เกิดใหม่ได้ จึงเป็นที่มาของการฟื้นฟูสมองที่เกิดโรคของปลอกหุ้มประสาท

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของปลอกหุ้มประสาทในสมองและไขสันหลังได้แก่ โรคปลอกประสาทเสื่อม Multiple sclerosis และ Neuro myelitis optica หรือโรคสมองอักเสบชนิดอื่นๆ อาการที่พบได้แก่ ตามองไม่ชัดหรือตาบอด(เส้นประสาทตาอักเสบ) อ่อนแรง ชา รับรู้สัมผัสผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ควบคุมปัสสาวะไม่ได้ เป็นต้น

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้จึงมีโอกาสฟื้นตัวได้เพราะร่างกายยังมีเซลล์ที่ใช้ในการสร้างปลอกหุ้มประสาทได้ใหม่นั่นเอง แต่ที่สำคัญต้องคอยควบคุมไม่ให้เกิดโรคกำเริบบ่อยครั้ง เพราะจะทำให้โรครุนแรงจนเส้นใยประสาท (Axon) บาดเจ็บไปด้วยซึ่งจะฟื้นคืนได้ยาก หรือหากโรคกำเริบก็ต้องรีบรักษาเพื่อหยุดการทำลายปลอกประสาทให้ได้ไวที่สุด (ให้ยาสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกัน การล้างเลือด หรือให้ยา IVIG)

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#โรคปลอกประสาทเสื่อม #สมองอักเสบ #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

โรคของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ทำให้เกิดอาการอะไรได้บ้าง Vestibulocochlear nerve (CN VIII) หรือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 เป็น...
28/08/2026

โรคของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ทำให้เกิดอาการอะไรได้บ้าง

Vestibulocochlear nerve (CN VIII) หรือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 เป็นเส้นประสาทรับความรู้สึก (sensory nerve) ทำหน้าที่หลัก 2 อย่าง คือ การได้ยินและการทรงตัว

1. Cochlear nerve ทำหน้าที่เรื่องการได้ยิน โดยรับสัญญาณเสียงจากหูชั้นในแล้วส่งต่อไปยังสมอง ทำให้เราสามารถได้ยินเสียง แยกความดัง–เบาของเสียง รับรู้ความถี่/โทนเสียง แลัเข้าใจเสียงพูดเมื่อประมวลผลร่วมกับสมองชั้นสูง

2. Vestibular nerve ทำหน้าที่ด้านการทรงตัว คือรับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของศีรษะ จากอวัยวะในหูชั้นใน จากนั้นส่งข้อมูลผ่านเส้นประสาทสมองไปยังก้านสมองและสมองน้อยเพื่อช่วยให้รักษาสมดุล
ควบคุมท่าทางและประสานการเคลื่อนไหวของศีรษะกับดวงตา (vestibulo-ocular reflex; VOR)

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 จึงทำให้เกิดอาการ
-การได้ยินผิดปกติ เช่น หูตึง ได้ยินไม่ชัด มีเสียงดังในหู(tinnitus) ความสามารถในการแยกแยะหรือเข้าใจคำพูดลดลงแม้ว่าเสียงจะดังพอที่จะได้ยินก็ตาม (Reduce speech discrimination)
-ความผิดปกติของการทรงตัว ได้แก่ เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ โคลงเคลง ตากระตุก (เพราะ VOR ทำงานผิดปกติ) คลื่นไส้อาเจียน รู้สึกว่าภาพสั่นหรือสิ่งแวดล้อมเคลื่อนไหวขณะขยับศีรษะ (oscillopsia)

โรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ที่พบบ่อย ได้แก่

-โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière’s disease) อาการเด่นได้แก่เวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นพักๆ ได้ยินเสียงลดลงหรือหูดับ บางรายมีเสียงดังในหู รู้สึกแน่นในรูหู
-เนื้องอกของเส้นประสาท Vestibular schwannoma (Acoustic neuroma) อาการเด่นคือหูตึงข้างเดียว มีเสียงดังในหู การทรงตัวผิดปกติ ถ้าก้อนใหญ่ขึ้นอาจกดเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำให้ ใบหน้าอ่อนแรงและคู่ที่ 5 ทำให้ชาบริเวณใบหู
-การอักเสบของเส้นประสาท (Vestibular neuritis) มักมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนรุนแรงและเฉียบพลัน แต่โดยทั่วไปไม่มีปัญหาการได้ยิน
-Labyrinthitis คือการอักเสบของหูชั้นในที่ส่งผลต่อทั้ง 2 หน้าที่ของเส้นประสาท ทำให้มีทั้งเวียนศีรษะและการได้ยินผิดปกติ
-ยาหรือสารบางชนิดทำลายระบบ cochlear/vestibular เช่น aminoglycosides, cisplatin

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ

#เวียนศีรษะ #บ้านหมุน #เสียงในหู #โคลงเคลง #เส้นประสาทหูอักเสบ #น้ำในหูไม่เท่ากัน #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

สมองส่วนนี้ เกี่ยวข้องกับดวงตามากที่สุดMidbrain (มิดเบรน)เป็นส่วนบนสุดของก้านสมอง (brain stem) มีหน้าที่เด่นเป็นศูนย์ควบ...
27/08/2026

สมองส่วนนี้ เกี่ยวข้องกับดวงตามากที่สุด

Midbrain (มิดเบรน)เป็นส่วนบนสุดของก้านสมอง (brain stem) มีหน้าที่เด่นเป็นศูนย์ควบคุมการเคลื่อนไหวของตา/การเคลื่อนไหวของร่างกายและการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

สมองส่วน Midbrain เป็นที่อยู่ของเซลล์ประสาทเริ่มต้นของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3,4 ที่ทำหน้าที่ในด้านการเคลื่อนไหวของดวงตา และเป็นเส้นทางของกระแสประสาทการเคลื่อนไหว (Motor pathway) ที่จะข้ามไปควบคุมแขนขาฝั่งตรงกันข้าม ดังนั้นหากเกิดโรคที่ Midbrain (ด้านหน้า) อาจจะพบความผิดปกติแบบสลับข้าง เช่น อ่อนแรงแขนขาข้างหนึ่ง แต่มีความผิดปกติที่ตาฝั่งตรงข้าม (หนังตาตก ตาเข รูม่านตาขยาย) ที่เรียกว่า Weber syndrome ได้

หากมีโรคที่ Midbrain ด้านหลัง (dorsal) อาจพบความผิดปกติของตาที่เด่นชัดมากได้แก่ มองขึ้น-ลงไม่ได้ (มองขึ้นบนจะเด่นชัดสุด) เรียกว่า vertical gaze palsy, รูม่านตาไม่หดเมื่อเจอแสงไฟแต่หดได้เมื่อพยายามมองใกล้ เรียกว่า light-near disdociation(ปกติจะต้องหดทั้ง 2 สถานการณ์), เวลาผู้ป่วยพยายามมองขึ้น ลูกตาจะมีการกระตุกและเคลื่อนเข้าหากันเรียกว่า Convergence-retraction nystagmus, เปลือกตาบนยกสูงผิดปกติจึงทำให้ผู้ป่วยดูเหมือนตาเบิกค้าง เรียกว่า Collier sign อาการรวมทั้งหมดนี้เข้าได้กับ Parinaud syndrome (Dorsal midbrain syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่บ่งชี้ถึงโรคที่ Midbrain ค่อนข้างมาก

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โรคของ Midbrain มีผลต่อดวงตานั่นเพราะมีเส้นใยประสาทอัตโนมัติ (Parasympathetic fiber) ทอดผ่านใน Midbrain เพื่อที่จะไปควบคุมการทำงานของรูม่านตาให้มีการหดตัวที่เหมาะสมด้วย ดังนั้น หากมีโรคที่ตำแหน่งนี้ รูม่านตาจึงไม่อาจหดได้ตามปกติ

โรคที่พบบ่อยของ Midbrain ได้แก่ โรคเส้นเลือดสมอง เนื้องอก ระบบประสาทเสื่อมแบบ Progressive supranuclear palsy (อาการเด่นคือมองลงไม่ได้) กลุ่มโรคพาร์กินสัน เป็นต้น

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ

#สมองเสื่อม #พาร์กินสัน #โรคเส้นเลือดสมอง #เส้นเลือดสมองตีบ #ตาเข #ตากระตุก #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

26/08/2026

คุณยายนิสัยเปลี่ยนไปหลังจากป่วย จริงหรือ?
หรืออาจจะเกิดจากสิ่งนี้ได้หรือไม่ ?

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#โรคเส้นเลือดสมอง #เส้นเลือดสมองตีบ #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #โรคสมอง #หมอสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #โรคสมองน่ารู้เสมอ

เหมือนทุกอย่างเลย แต่ว่าไม่ใช่ตัวจริงหรอกและไม่เหมือนตัวจริง แต่ว่าใช่ตัวจริงแน่นอนมีภาวะน่าประหลาดจากความผิดปกติของสมอง...
25/08/2026

เหมือนทุกอย่างเลย แต่ว่าไม่ใช่ตัวจริงหรอก
และ
ไม่เหมือนตัวจริง แต่ว่าใช่ตัวจริงแน่นอน

มีภาวะน่าประหลาดจากความผิดปกติของสมอง 2 อย่างที่เป็นความรู้สึกรับรู้ต่อคนที่คุ้นเคยในรูปแบบที่น่าสนใจ ไม่น่าเชื่อว่านะมีอยู่จริง จนเหมือนว่าผู้ป่วยแกล้งหรือว่าเล่นตลกอยู่ ดังนี้

อย่างแรกคือ Capgras-like phenomenon : “คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ภรรยาผมครับ…เป็นคนอื่นที่หน้าตาเหมือนภรรยาผมต่างหาก”

Capgras เป็นหนึ่งใน delusional misidentification syndromes ที่น่าทึ่งที่สุดในทางประสาทวิทยาเพราะผู้ป่วยสามารถ “รู้จักใบหน้า” แต่สูญเสียความรู้สึกว่า บุคคลนั้นคือคนเดิมที่คุ้นเคยได้

อย่างหลังคือ Fregoli phenomenon: “คนทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้นะครับ ถึงแม้หน้าตาจะไม่เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนคนเดียวกันที่ปลอมตัวมา”
Fregoli phenomenon นั้น ผู้ป่วยไม่ได้แค่จำหน้าคนผิดแต่สมองกำลังตีความตัวตนของคนผิด ทั้งๆ ใบหน้าต่างกันแต่สมองกลับสรุปว่าเป็นคนเดียวกัน

ตัวอย่างที่น่าสนใจของ Fregoli phenomenon ได้แก่ ชายอายุ 65 ปี เดินอยู่ในโรงพยาบาล เห็น พยาบาลหญิงคนหนึ่งแล้วพูดว่า
“นี่คือภรรยาผมครับ เธอปลอมตัวเป็นพยาบาล”
ต่อมาเห็นหมอผู้ชายเดินผ่าน เขาก็พูดว่า
“นั่นก็เธอเหมือนกันครับ เธอเปลี่ยนเป็นผู้ชายเพื่อหลอกผม”
พอเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็พูดอีกว่า
“คนนั้นก็เป็นคนเดียวกัน เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกแล้ว”

ทั้ง 2 ภาวะเกิดจากความผิดปกติของกลไกเกี่ยวข้องกับการแยก “จำใบหน้าได้” ออกจาก “ความรู้สึกคุ้นเคยทางอารมณ์” เกี่ยวพันกับสมองบริเวณ right temporoparietal หรือ frontal networks ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของการรับรู้บุคคล

โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่ สมองเสื่อม โรคเส้นเลือดสมอง ลมชัก เนื้องอกในสมอง โรคจิตเภท การได้รับสารเสพติด (เช่น แอมเฟตามีน โคเคน กัญชา)

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #โรคเส้นเลือดสมอง #จิตเภท #หลงผิด #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

10 อาการที่ดูน่าประหลาด แต่พบได้จริงในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ 1. จำคนใกล้ตัวไม่ได้ แต่ยังทำกิจวัตรบางอย่างได้ เช่น ผู้ป่วยอาจจ...
24/08/2026

10 อาการที่ดูน่าประหลาด แต่พบได้จริงในผู้ป่วยอัลไซเมอร์

1. จำคนใกล้ตัวไม่ได้ แต่ยังทำกิจวัตรบางอย่างได้ เช่น ผู้ป่วยอาจจำชื่อลูกหรือคู่สามีภรรยาไม่ได้ แต่ยังสามารถร้องเพลง ทำอาหารง่าย ๆ หรือใช้สิ่งของบางอย่างได้
2. จำอดีตได้นาน แต่จำสิ่งที่เพิ่งเกิดไม่ได้ มักจะเล่าเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อนได้ละเอียด แต่ถามว่าเมื่อเช้ากินอะไรกลับตอบไม่ได้
3. เรียกลูกเป็นชื่อคนอื่น หรือคิดว่าคนในบ้านเป็นคนอื่น เช่น เรียกลูกว่าเป็นพี่สาวหรือคิดว่าสามีภรรยาของตนเองเป็นบุคคลจากอดีต ตัวอย่างเหตุการณ์เช่น ผู้ป่วยมองหน้าลูกแล้วพูดว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนลูกฉันเลย แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าคือใคร
4. เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ผู้ป่วยบางรายอาจเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งของที่ไม่มีอยู่จริง บางรายอาจได้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยนั่งอยู่ในห้องคนเดียวแล้วพูดว่า “มีเด็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน” ทั้งที่ไม่มีใครอยู่
5. เชื่อว่ามีคนขโมยของ ทั้งที่จริงไม่ได้ถูกขโมย เช่น กล่าวหาว่าลูกขโมยเงินทั้งที่นำเงินไปเก็บเองแล้วจำไม่ได้
6. หลงทางในสถานที่ที่เคยคุ้นเคย บางครั้งเดินออกจากบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ตรงไหน
7. ช่วงเวลาหนึ่งดูเหมือนเป็นปกติแล้วอีกช่วงหนึ่งสับสนมาก อาการอาจดูขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือกลางคืน
8. รู้สึกว่าตนเองอยู่ในอดีตผู้ป่วยอาจพูดว่า “ต้องไปรับลูกที่โรงเรียน” ทั้งที่ลูกโตแล้ว หรือเตรียมตัวไปทำงานทั้งที่เกษียณมานาน
9. มีพฤติกรรมซ้ำ ๆเช่น ถามคำถามเดิมทุกไม่กี่นาที เดินไปมา เปิดปิดประตูหรือจัดของซ้ำ ๆ
10. บางครั้งดูเหมือน “รู้ตัว” มากกว่าที่คาด ผู้ป่วยอาจพูดหรือทำบางสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าความสามารถบางด้านยังดีมาก เช่น เคยเล่นเปียโนหรือกีตาร์มาหลายสิบปีก็ยังเล่นได้ดีอยู่ แม้จะจำชื่อคนหรือจำเหตุการณ์ปัจจุบันไม่ได้ แต่ยังเล่นเพลงที่ฝึกมานานได้

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ
#อัลไซเมอร์ #สมองเสื่อม #หลงลืม #ความจำเสื่อม #บำรุงสมอง #ฟื้นฟูสมอง #คลินิกสมอง #คลินิกพัทยา #หมอสมอง #ยากระตุ้นสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

24/08/2026
"นี่ไม่ใช่แขนของฉันนะ" เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องตลกหรืออาจกล่าวได้ว่าผู้ที่พูดว่า "แขนที่เป็นแขนแท้จริงของตนเอง นั้นไม่ใช...
23/08/2026

"นี่ไม่ใช่แขนของฉันนะ"

เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องตลกหรืออาจกล่าวได้ว่าผู้ที่พูดว่า "แขนที่เป็นแขนแท้จริงของตนเอง นั้นไม่ใช่แขนของตนเอง" คือผู้ป่วยจิตเวช

แต่มีตำแหน่งหนึ่งของสมองที่อาจทำให้ผู้ป่วยคิดให้เป็นเช่นนั้นได้ ตำแหน่งนั้นคือ Right temporoparietal junction (TPJ) คือรอยต่อระหว่างเปลือกกลีบสมองสองกลีบด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวกับการสร้าง perception ของ “ตัวเราเอง” และการรับรู้พื้นที่รอบตัว ถ้ามีโรคที่ตำแหน่งนี้ อาจทำให้เกิดอาการ

Hemineglect — ไม่สนใจสิ่งที่อยู่ด้านหนึ่งของร่างกาย
Anosognosia — ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นอัมพาต
Somatoparaphrenia — เชื่อว่าแขนขาของตัวเองเป็นของคนอื่น

ตัวอย่างอาการที่อาจพบ :ผู้ป่วยแขนซ้ายเป็นอัมพาต แต่บอกว่า “แขนนี้ไม่ใช่ของผม หมอเอาแขนคนอื่นมาวางไว้” เผลอๆ บางครั้งผู้ป่วยอาจชี้ไปที่แขนของคนอื่นแล้วบอกว่านั่นแหละคือแขนของผม

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะสมองมีระบบที่เรียกว่า body representation / body ownership network ซึ่งช่วยให้เรารู้ว่า “แขนนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของฉัน”

เมื่อโครงข่ายประสาทเหล่านี้เสียหาย โดยเฉพาะจากโรคเส้นเลือดสมองฝั่งขวา สมองอาจรับข้อมูลจากแขนซ้ายผิดปกติและไม่สามารถรวมการมองเห็น + proprioception + tactile sensation + motor intention ให้กลายเป็นความรู้สึกว่า “นี่คือแขนของฉัน” ได้อย่างถูกต้อง โดยจุดสำคัญที่ชี้ถึงภาวะนี้คือความเสียหายของ “sense of ownership” หรือความรู้สึกพื้นฐานว่า “ร่างกายนี้เป็นของฉัน” นั่นเอง

(นี่คือจุดที่แตกต่างจากภาวะ Anosognosia ที่เคยเขียนไว้ใน link นี้
https://www.facebook.com/share/p/1HUK8xG7qx/)

เพราะสมอง...สำคัญเสมอ

#โรคเส้นเลือดสมอง #เส้นเลือดสมองตีบ #เส้นเลือดสมองแตก #ฟื้นฟูสมอง #บำรุงสมอง #อัมพฤกษ์อัมพาต #อ่อนแรงครึ่งซีก #คลินิกพัทยา #คลินิกสมอง #หมอสมอง #โรคสมอง #โรคสมองน่ารู้เสมอ

ที่อยู่

Pattaya
20150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรคสมอง น่ารู้เสมอ by หมอมดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์