OronoMedica โอโรโนเมดิก้า

OronoMedica โอโรโนเมดิก้า ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก OronoMedica โอโรโนเมดิก้า, ร้านจำหน่ายอาหารเสริมวิตามิน, Phra Khanong.
(1)

โอโรโนเมดิก้า พร้อมนำพาคุณสู่เส้นทางแห่งการมีสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และวิตามิน ที่มีงานวิจัยหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ และเภสัชวิทยาด้านการป้องกันโรค โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย Oronomedica, บจก. โอโรโนเมดิก้า ผู้นำเข้าวัตถุดิบคัดสรร จากประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เพื่อการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพสูง

เรามุ่งมั่นค้นคว้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีท

ี่สุดเพื่อช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดีตราบนานเท่านาน ผลิตภัณฑ์ของเรามีรากฐานมาจากงานการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยคำนึงถึงการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญ

13/05/2026



งานวิจัย   #โรคมะเร็ง
28/04/2026

งานวิจัย
#โรคมะเร็ง

Chimeric antigen receptor T cell (CAR-T) therapy has revolutionized the treatment of hematological malignancies but faces significant challenges in solid tumor therapy. The tumor microenvironment (TME) of solid tumors, including the dense extracellular matrix (ECM) and immunosuppressive factors, cre...

การลดไขมันช่องท้อง อย่างปลอดภัยใน 4 -8  สัปดาห์
26/04/2026

การลดไขมันช่องท้อง อย่างปลอดภัยใน 4 -8 สัปดาห์



เอนไซม์ Nattokinase ในการจัดการกับ Spike Protein ของ COVID-19 และการส่งเสริมสุขภาพหัวใจ ❤✒Nattokinase คืออะไร: เป็นเอนไซ...
05/04/2026

เอนไซม์ Nattokinase ในการจัดการกับ Spike Protein ของ COVID-19 และการส่งเสริมสุขภาพหัวใจ ❤

✒Nattokinase คืออะไร: เป็นเอนไซม์ธรรมชาติที่สกัดจาก "นัตโตะ" (ถั่วเน่าญี่ปุ่น) มีคุณสมบัติเด่นคือ Fibrinolytic action หรือการช่วยละลาย Fibrin (โปรตีนที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด)

👉การจัดการกับ COVID-19 Spike Protein: งานวิจัยล่าสุดระบุว่า Nattokinase สามารถทำหน้าที่เหมือน "กรรไกรระดับโมเลกุล" เข้าไปย่อยสลาย (Degrade) Spike Protein ที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย (จากทั้งการติดเชื้อและวัคซีน) ซึ่ง Spike Protein ที่ตกค้างนี้เป็นสาเหตุของอาการ Long COVID เช่น ภาวะสมองล้า (Brain fog) และความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

🎯ประโยชน์ต่อระบบหัวใจ: ช่วยลดความดันโลหิต (Blood Pressure), ลดความหนืดของเลือด (Blood Viscosity) และปกป้องเซลล์บุผนังหลอดเลือด (Endothelial cells

ความปลอดภัย: มีความปลอดภัยสูง แต่ควรระวังในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Blood thinners)

#งานวิจัยสุขภาพ #สรุปงานวิจัย #ป้องกันโรคหัวใจ

 #ขอบคุณ Nihon Kefia Co.,Ltd. - Strategic partner of         ตรวจเยี่ยมตลาดร้านยาเมืองไทย
04/04/2026

#ขอบคุณ Nihon Kefia Co.,Ltd. - Strategic partner of ตรวจเยี่ยมตลาดร้านยาเมืองไทย

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน  #ทรงพระเจริญ 🙏
02/04/2026

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน #ทรงพระเจริญ 🙏

วิตามิน D3 ควรกินคู่กับ K2 อย่างไร? การกินวิตามิน K2 ร่วมกับวิตามิน D3 มีความสำคัญ ในแง่การจัดการแคลเซียมในร่างกายให้เกิ...
28/02/2026

วิตามิน D3 ควรกินคู่กับ K2 อย่างไร?
การกินวิตามิน K2 ร่วมกับวิตามิน D3 มีความสำคัญ ในแง่การจัดการแคลเซียมในร่างกายให้เกิดสมดุลที่เหมาะสม ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องกระดูกและหลอดเลือดหัวใจ

วิตามิน D3 (หรือ cholecalciferol) ทำหน้าที่หลักในการกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ดีขึ้นหลายเท่า และช่วยให้ไตนำแคลเซียมกลับคืนสู่กระแสเลือดมากขึ้น เมื่อระดับ D3 สูง ร่างกายจึงมีแคลเซียมในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ถ้าไม่มีตัวช่วยจัดการแคลเซียมเหล่านี้ให้ไปถูกที่ แคลเซียมส่วนเกินอาจสะสมผิดตำแหน่ง เช่น เกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองแตกได้ง่ายขึ้น หรือสะสมในเนื้อเยื่ออ่อนอื่น ๆ เช่น ไตหรือปอด ซึ่งเรียกว่า "vascular calcification" หรือการแคลเซียมจับตัวในหลอดเลือด

ที่นี่วิตามิน K2 (โดยเฉพาะรูปแบบ MK-7 จาก natto หรือ MK-4 จากเนื้อสัตว์) เข้ามามีบทบาทสำคัญมาก เพราะ K2 เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายผลิตโปรตีนพิเศษ 2 ตัวหลัก ได้แก่

- Osteocalcin: โปรตีนที่จับแคลเซียมแล้วพาไปฝังตัวในเนื้อกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกหนาแน่น แข็งแรง ลดความเสี่ยงกระดูกพรุนหรือหักง่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือคนที่กิน D3 เสริมนาน ๆ

- Matrix Gla Protein (MGP): โปรตีนที่ยับยั้งไม่ให้แคลเซียมเกาะตามผนังหลอดเลือดหรือเนื้อเยื่ออ่อน ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น ไหลเวียนเลือดดี ลดความดันโลหิตและเสี่ยงโรคหัวใจ

สรุปง่าย ๆ คือ D3 เหมือน " #รถบรรทุกแคลเซียม" ที่ขนของมาเยอะ แต่ K2 คือ " #นายสถานี" ที่คอยจัดสรรให้แคลเซียมไปลงที่กระดูกแทนที่จะไปอุดตันหลอดเลือด ถ้ากิน D3 อย่างเดียวโดยไม่มี K2 พอ ร่างกายอาจ "แคลเซียมล้น" ในเลือดแต่กระดูกไม่แข็งแรง และหลอดเลือดเสี่ยงตีบตันแทน

# # การเพิ่ม D3 ต้องเพิ่ม K2 ด้วยหรือไม่
คำตอบคือ "แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้ากิน D3 ในโดสสูงหรือกินต่อเนื่องนาน" แต่ไม่ได้เป็นกฎตายตัว 100% สำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้

# # # 1. โดส D3 ที่กิน
- โดสต่ำ-ปานกลาง (1200-7,500 IU/วัน): ถ้าคุณได้ K2 จากอาหารธรรมชาติ เช่น natto (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น), กิมจิ, ชีสหมัก, ไข่แดง, ตับไก่, เนื้อวัวติดมัน หรือผักใบเขียวเข้ม (คะน้า ผักโขม) ก็อาจเพียงพอแล้ว เพราะ K2 จากอาหารช่วยได้ดี โดยเฉพาะ MK-7 ที่ดูดซึมและอยู่ตัวนาน

- โดสสูง (8,000 IU ขึ้นไป/วัน หรือ Coimbra protocol แบบเมกะโดสสำหรับโรคเรื้อรัง): ต้องเพิ่ม K2 เสริมแน่นอน เพราะ D3 จะดึงแคลเซียมเข้ามาเยอะมาก ถ้า K2 ไม่พอ แคลเซียมอาจไปสะสมผิดที่จริง ๆ มีรายงานคนกิน D3 สูงอย่างเดียวแล้วมีอาการปวดข้อหรือตรวจเลือดเจอแคลเซียมสูง

# # # 2. สถานะสุขภาพส่วนตัว
- ถ้ามีปัญหากระดูกพรุน, กระดูกเปราะ, หรือตรวจ DEXA เจอ bone density ต่ำ: เพิ่มทั้ง D3 + K2 + แมกนีเซียม จะช่วยกระดูกฟื้นตัวดีที่สุด

- ถ้าเสี่ยงหลอดเลือดตีบ (ความดันสูง, โคเลสเตอรอลสูง, สูบบุหรี่, เบาหวาน): K2 ช่วยยับยั้ง calcification ได้ชัดเจน ควรเสริม MK-7 90-180 ไมโครกรัม/วัน

- ถ้ากินยาละลายลิ่มเลือด (warfarin หรือยาคูมาริน): ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

- ถ้ากิน D3 เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน, มะเร็ง, หรือสุขภาพทั่วไปแบบคุณที่สนใจ supplement: เพิ่ม K2 ไว้ก่อนดีกว่า โดยเริ่มจาก 100 ไมโครกรัม/วัน

# # # 3. แหล่ง K2 ในอาหารไทยที่หาง่าย

- Natto (หาซื้อตามร้านญี่ปุ่นหรือออนไลน์): อุดม MK-7 สูงสุด

- เต้าเจี้ยว, ปลาร้า, กิมจิโฮมเมด: มี MK-7 จากการหมัก

- เนื้อติดมัน, ตับ, ไข่แดง: มี MK-4

- ถ้าไม่อร่อยหรือกินยาก ให้เลือกอาหารเสริมแบบ liposomal หรือ oil-based เพื่อดูดซึมดี กินพร้อมมื้อไขมันจะช่วย

# # แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยและได้ผล

- เริ่มด้วย D3 1,800-5,000 IU/วัน + K2 MK-7 30-100 ไมโครกรัม/วัน กินตอนเช้าหรือเที่ยงพร้อมอาหารมีไขมัน

- ตรวจเลือดทุก 3-6 เดือน: 25(OH)D ควรอยู่ 40-60 ng/mL (ไม่ต่ำเกินไป ไม่สูงเกิน), แคลเซียมในเลือดปกติ (8.5-10.2 mg/dL), และถ้าทำได้ ตรวจ dp-ucMGP (ตัวบ่งชี้ K2 ทำงานดีไหม)

- เสริมคู่กันกับแมกนีเซียม (300-400 มก./วัน) เพราะช่วย D3 ทำงานและลดความเสี่ยง hypercalcemia

สรุปว่า ควรกินไวตามิน K2 ควบคู่ไปด้วย แต่มันไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นเส้นตรง และหลายคนอาจจะได้รับไวตามิน K2 ในรูปของอาหาร เช่น ชีส ถั่วเน่าญี่ปุ่น เพียงพออยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเสริมครับ สำหรับผมเสริมในปริมาณเล็กน้อยคือ 100 mcg ขณะที่เสริมไวตามิน D3 วันละ 7,500 IU (ไม่มีโอกาสตากแดดจัดในประเทศแคนาดาฤดูหนาว)

Cr ลอย ชุนพงษ์ทอง เรียบเรียง 24 กุมภาพันธ์ 2026
+D3 #วิตามินเค2

  มีในรพ.และร้านยาชั้นนำ
20/02/2026

มีในรพ.และร้านยาชั้นนำ

17/02/2026

ขอให้ทุกท่านมั่งมีศรีสุข มีโชคดี หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าร่างกายแข็งแรง และมีสุขภาพดีตลอดปีใหม่นี้
#เฮงๆรวยๆ
#สุขภาพดี

ที่อยู่

Phra Khanong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ OronoMedica โอโรโนเมดิก้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง OronoMedica โอโรโนเมดิก้า:

แชร์