26/04/2026
#ไตวายเฉียบพลันVSไตวายเรื้อรัง
ภาวะไตวาย (Kidney Failure) คือภาวะที่ไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียและรักษาความสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในเลือด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านสาเหตุ ระยะเวลา และโอกาสในการฟื้นตัว ดังนี้ค่ะ
#ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury - AKI)
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือหลักวัน) มักมีสาเหตุชัดเจนที่ทำให้ไตหยุดทำงานกะทันหัน
✅ สาเหตุหลัก
📌ขาดน้ำหรือเสียเลือดรุนแรง : เช่น ท้องเสียรุนแรง, ตกเลือด, หรือภาวะช็อก
📌ได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด : ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เกินขนาด, สารฉีดสี, หรือสมุนไพรบางชนิด
📌การติดเชื้อรุนแรง : เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)
📌การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ : เช่น นิ่วในไตหรือต่อมลูกหมากโต
✅ อาการ : ปัสสาวะออกน้อยลงมากหรือไม่ออกเลย, บวมน้ำ, หอบเหนื่อย, สับสน
✅ การรักษา : เน้นการแก้ไขที่ต้นเหตุ หากรักษาทันเวลา มีโอกาสสูงที่การทำงานของไตจะกลับมาเป็นปกติ
#ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD)
คือการที่เนื้อไตค่อยๆ ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน (มักนานกว่า 3 เดือนขึ้นไป) จนไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม
✅ สาเหตุหลัก
📌เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง: สองสาเหตุนี้รวมกันเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
📌โรคพุ่มพวง (SLE) หรือโรคไตอักเสบเรื้อรัง
📌กรรมพันธุ์: เช่น โรคถุงน้ำในไต
✅ อาการ : ในระยะแรกมัก ไม่มีอาการ (Silent Killer) จะเริ่มแสดงอาการเมื่อไตเสื่อมไปมากแล้ว เช่น อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร, คันตามตัว, ซีด, และบวม
✅ การรักษา : ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ ชะลอการเสื่อม ได้ด้วยการควบคุมอาหารและโรคประจำตัว หากถึงระยะสุดท้ายต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตค่ะ
👩⚕️การดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไตที่ดีที่สุดคือการ เลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น การควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กการทำงานของไตค่ะ ❤️