เวชศรณ์คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ - Vejasorn Clinic

เวชศรณ์คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ - Vejasorn Clinic ตรวจรักษาโรคด้วย "ศาสตร์การแพทย์แผนไทย"
โดย แพทย์แผนไทยประยุกต์ (ปริญญา)
ปรับสมดุลย์ธาตุภายในร่างกายด้วยกดจุด & ยาสมุนไพร

30-31พ.ค.69เปิดให้บริการเวลา 16.30-18.00น.ขออภัยในความไม่สะดวก🙏🏻โทร.092-916-2255
30/05/2026

30-31พ.ค.69
เปิดให้บริการเวลา 16.30-18.00น.
ขออภัยในความไม่สะดวก🙏🏻
โทร.092-916-2255

26/05/2026

📣📣📣 ประชาสัมพันธ์งานอบรมประจำ "เดือนพฤษภาคม 2569"
หัวข้อ "การตรวจชีพจรตรีธาตุสมุฏฐาน" ครั้งที่ 15
🔵 รายละเอียดเนื้อหาการอบรม มีดังนี้
📍รู้ว่าวิธีการตรวจประเมินที่แรกเกิดของโรค
- วิธีการตรวจโดยส่วนใหญ่เป็นการตรวจที่ตั้งของโรคเช่น ดูลิ้น ดูหน้า ดูผิว ดูเล็บ แต่การจับชีพจรตรีธาตุสมุฏฐานเป็นการตรวจประเมินที่แรกเกิดของโรคโดยตรง ซึ่งจะทำให้แพทย์รู้ว่ากองสมุฏฐานใดที่เสียเจ้าเรือนและต้องกำหนดเป็นเวชพิกัดในการรักษา
📍 รู้ว่าวิธีการรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพร
- ชิมตำรับยาสมุนไพรตามกองสมุฏฐาน และจับชีพจรเพื่อประเมินผลการเปลี่ยนแปลงของตรีธาตุภายในร่างกาย หลังจากชิมยาว่ากองสมุฏฐานกลับคืนสู่เจ้าเรือนหรือยัง
📍 ประโยชน์หลังจากอบรม
ทักษะการตรวจชีพจรประเมินตรีธาตุได้ว่า กองพิกัดสมุฏฐานใดเป็นปกติหรือผิดปกติ ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการรักษาทางเวชกรรมและช่วยให้จ่ายยารักษา รวมถึงหัตถการได้ตรงกับสมุฏฐานของโรค
🔵 ระยะเวลาอบรม 2 วัน
- วันเสาร์ อาทิตย์ที่ 30 - 31 พฤษภาคม 2569
- เวลา 09.00 น. - 16.00 น
✅ เครื่องดื่ม อาหารว่างและอาหารกลางวัน
✅ ที่จอดรถ
✅ เอกสารประกอบการเรียน
✅ ประกาศนียบัตรมอบให้หลังอบรม
🔵 สถานที่อบรม ณ ห้องประชุมเวชศรณ์ ชั้น 3
📌 เวชศรณ์คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ จังหวัดปทุมธานี https://maps.app.goo.gl/ZnVowdhY3Jebvqfg9
(ห่างจากห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ประมาณ 15 นาที)
🔵 ค่าลงทะเบียน 4,900 บาท/ท่าน
(สามารถมัดจำบางส่วนก่อนได้ ที่เหลือชำระวันอบรม)
ปล. 🔵 ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ดังนี้
➡️ Chat : m.me/279914382733892
➡️ Line :
➡️ เบอร์โทรศัพท์ : 092 916 2255 คุณกนกอร (เกด)🙏

10/05/2026

วิเคราะห์ "สมุฏฐานโรคไวรัสฮันตา" ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย
เนื้อหาอิงจากข่าวในลิ้งค์ที่แนบมาตอนท้าย
[ ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นโรคติดเชื้อที่แพร่จากสัตว์ฟันแทะ (เช่น หนู) สู่คน โดยอาการมักจะลุกลามอย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงสูง อัตราการเสียชีวิตสูงเกือบ 40% ในสายพันธุ์ที่รุนแรงอาการหลักแบ่งเป็นระยะได้ดังนี้: ]
- ไวรัส จัดเป็นเป็นหมู่หนอนกิมิชาติประเภทหนึ่ง (Agents) ในองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย "...มุ่งเน้นที่สุขภาพร่างกาย (ขันธ์ 5) ของ Host เป็นหลัก ผ่านแนวคิดตรีธาตุสมุฏฐานของหทัย อุทริยะและกรีสะ..." ดังนั้นวิธีการรักษาด้วยยา (โรคเกิดจากเลือด) จึงไม่ได้เป็นลักษณะยาฆ่าหรือกำจัดเชื้อโรค แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ Host แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับ Agents ได้
[ 1. ระยะเริ่มต้น (ช่วง 3-7 วันแรก) อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ซึ่งอาจทำให้วินิจฉัยโรคได้ยากในตอนแรกไข้สูง และหนาวสั่นปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหลัง ต้นขา และสะโพกปวดศีรษะ เวียนศีรษะคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องตาแดง ปวดหลังลูกตา ]
- วิเคราะห์ตามที่ตั้งของธาตุ
+ อาการไข้หวัด เกิดจากธาตุไฟ 4 กองกำเริบ แผ่ซ่านออกจากท้องไปยังบริเวณศีรษะ (ธาตุไฟในธาตุดินชั้นมัตถกปัญจกะผิดปกติ) ทำให้บริเวณท้อง ซึ่งเป็นที่ตั้งของธาตุไฟ มีกำลังของไฟตกลง จึงมีอาการหนาว (ธาตุน้ำกำเริบ)
+ ลมร้อนคั่งค้างที่ศีรษะ ทำให้มีอาการปวดศีรษะ ลมพัดลงเบื้องล่างเช่น อังคมังคานุสารีวาตาพัดลงมาไม่ได้ ทำให้มีปวดเมื่อยเนื้อตัวเบื้องล่าง แต่ที่ศีรษะปวด เวียนศีรษะ บ่งบอกว่า สุขุมวาตะบริเวณศีรษะกำเริบร้อน.
+ อาเจียน ท้องเสีย ในบริบทนี้เกิดจากธาตุไฟย่อยอาหารไม่มีกำลัง (มันทธาตุ) เพราะดีดขึ้นบนหมด.
+ ตาแดง ปวดลูกตา บ่งบอกว่า ภายในร่างกายมีอิทธิพลของธาตุไฟมากเกินไป และพยายามขับออกทางสกดวงตา (จักษุเตโชทวาร)
- วิเคราะห์ตามสมุฏฐาน
ไข้เพื่อกำเดาสมุฏฐาน - ร้อนหมด ไฟร้อน น้ำร้อน ลมร้อน หรือจะเรียกว่า ปิตตะสันนิบาต ก็ได้เช่นกัน ตรีโทษที่มีอาการเด่นทางปิตตะ
[ 2. ระยะวิกฤต (หลังผ่านไป 4-10 วัน)หากไม่ได้รับการรักษาทันที อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วไอแห้งหายใจลำบาก หายใจหอบ เนื่องจากมีภาวะน้ำท่วมปอดภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรวดเร็วหัวใจทำงานผิดปกติไตวายเฉียบพลัน (โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่พบในเอเชียและยุโรป) ]
- วิเคราะห์ตามสมุฏฐาน (ต่อ)
กำเดาค้างที่กระหม่อมและต้นคอ กระทบศอเสมหะ ส่วนอุระเสมหะหมุนเวียน (จลนะธาตุน้ำ) ไม่ได้ เพราะธาตุไฟย่อยอาหารที่ท้อง ลำไส้เสียกำลังไปแล้ว (มันทธาตุ) อุระเสมหะหมุนเวียนไม่ได้ส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิตไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย มีผลทำให้อวัยวะในทรวงอกเช่น หัวใจ ไตเกิดวายเฉียบพลัน
[ โดยสรุป ]
กำเดาที่โดยธรรมชาติปกติควรเคลื่อนหมุนเวียนทั่วร่างกาย กลับกำเริบแผ่ซ่านธาตุไฟขึ้นไปค้างบริเวณศีรษะ กำด้น (ผลจากเชื้อโรคชนิดนี้) จึงกระทบศอเสมหะให้งวดแห้ง สัตถกวาตะบริเวณทรวงอกหย่อน ธาตุลมไม่เคลื่อนเพราะไม่มีกำลังของธาตุไฟ (มันทปริณามัคคี) ในการจลนะธาตุลม และส่งให้อุระเสมหะหย่อน ธาตุน้ำคั่งค้าง (จลนะไม่ดี) อยู่บริเวณทรวงอก
หลักการรักษาอิงตาม กายนคร Step 1 2 3
1. ป้องกันดวงจิต (Input)
- บำรุงรักษาตรีธาตุสมุฏฐานของหทัย
2 กักตุนเสบียง (Process)
- ช่วยย่อย ขับผายและไหลเวียน ตรีธาตุสมุฏฐานอุทริยะ
3 ควบคุมประตูเมือง (Output)
- เคลื่อน หมุนเวียนและขับถ่าย ตรีธาตุสมุฏฐานของกรีสะ
แต่ถ้าเป็นโรควิกฤตจากสมุฏฐาน "กำเดา - ธาตุไฟ (เทียบได้กับ อัคคีภัย)" หลักการรักษาอิงตามคัมภีร์ตักศิลาจะเป็น Step 3 2 1
ปล. วิชาแพทย์แผนไทย ต่อสู่กับโรคที่เกิดจาก Agents (หมู่หนอนกิมิชาติ)โดยการส่งเสริมสุขภาพร่างกายของ Host (ขันธ์ 5) ให้แข็งแรงเป็นปกติสุข ผ่าน How to คือ ตรีธาตุสมุฏฐานหทัย อุทริยะ และกรีสะสมดุลย์ตามเจ้าเรือนเดิม ไม่ว่า Environtments (อุตุสมุฏฐาน) จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม
** ภาพจากข่าว https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/health/616938

08/05/2026

หมอนวด นวดเส้น & หมอยา จ่ายยาไปทำไม ?
เมื่อหมอนวด ก็นวดรักษาคนไข้หาย
และหมอยา ก็จ่ายรักษาคนไข้หาย
ในคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย มีคำว่า เวชวิธี
ซึ่งหมายความรวมถึง วิธีการรักษาต่างๆ
วิธี ต่างจาก พิธี คือ ในคนไข้แต่ละรายวิธีการรรักษาต่างกัน
แต่ถ้าเป็นพิธีคือ คนไข้ทุกรายใช้พิธีรักษาเดียวกันหมด
(ความต่างระหว่างการแพทย์ในระบบกับนอกระบบ)
หมอนวด นวดลงน้ำหนักที่เส้น (นหารู)
เพราะว่า เส้นเป็นทางเดินของเลือดลม
เลือดลมแล่นทั่วร่างกาย ในคัมภีร์สรรพคุณยา
ระบุว่า กายเป็นที่ตั้งแห่ง “กองสมุฏฐาน”
ดังนั้น หมอนวดนวดที่เส้นก็เพื่อให้เลือดลม
แล่นไปตามกองสมุฏฐานธาตุภายในร่างกาย
ส่งผลทำให้กองสมุฏฐานธาตุทำหน้าที่ได้
เป็นปกติตามเจ้าเรือนเดิม เช่น เส้นชิวหาสดมภ์
ก็มีผลต่อการทำงานของศอเสมหะ เมื่อผิดปกติ
มีอาการลิ้นกระด้างคางแข็ง เป็นต้น เมื่อปกติ
ก็ลิ้มรสชาติอาหาร เคี้ยวกลืนอาหารได้ เป็นต้น
หมอยา จ่ายยาไปตามกองสมุฏฐานธาตุในร่างกาย
เพราะกองสมุฏฐานธาตุเป็นเหตุ ส่วนธาตุเป็นผล
อาการผิดปกติหรือโรคนั้นเกิดจากธาตุที่ผิดปกติ
จ่ายยาไปตามชื่อโรค ตามอาการตำราจึงไม่แนะนำ
เพราะเหตุยังคงอยู่ คือกองสมุฏฐานที่เสียเจ้าเรือน
โรคอัมพฤกษ์ หมอยาก็มองว่าเกิดจากธาตุลมผิดปกติ
เพราะระบบวาตะเสียเจ้าเรือน ยาที่จ่ายจึงเลือก
สรรพคุณ ฤทธิ์ รสยาไปที่ระบบวาตะ รักษาหทัยวาตะ
สัตถกวาตะ สุมนาวาตะแล้วแต่สูตรตำรับยานั้นๆ
เวชพิกัด สำคัญอย่างไร ?
ถ้าหาก
ไร้เวชพิกัด การนวดก็นวดเป็นพิธี
ไร้เวชพิกัด การจ่ายยาก็จ่ายเป็นพิธี
ถ้าหาก
นวดที่เส้นตามหลักเวชพิกัด ก็เป็นวิธีการนวด
จ่ายยาตามหลักเวชพิกัด ก็เป็นวิธีการจ่ายยา
ศาสตร์การแพทย์แผนไทยนั้นว่าด้วยวิธี
โรคเดียวกัน แต่เงื่อนไขการรักษาคือ กองสมุฏฐานที่ต่างกัน
นำมาสู่เวชวิธีที่ใช้รักษาแตกต่างกัน หากหมอเป็นทั้ง
นวดตามเส้นและจ่ายยาตามกองสมุฏฐาน (2 in 1)
โบราณท่านเรียกว่า เสฎฐญาณแพทย์ คือแพทย์ที่รักษา
ตามกองสมุฏฐานของโรค ใช้เวชพิกัดนำ เวชวิธีตาม
ปล. นวดหรือยาต่างเป็นเวชวิธีในการรักษา สิ่งที่สำคัญคือ เวชพิกัด !
เวชพิกัดโรคจาก เลือดลม ยานำ นวดตาม
เวชพิกัดโรคจาก เส้น นวดนำ ยาตาม

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 29 พ.ค 69
04/05/2026

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 29 พ.ค 69

ยาดมเปลือกส้ม8 ผลิตภัณฑ์เวชศรณ์คลินิก ปรุงโดย พท.ป. ธรรพันธ์ บางขันธ์https://s.shopee.co.th/30kYMrSfbw
04/05/2026

ยาดมเปลือกส้ม8
ผลิตภัณฑ์เวชศรณ์คลินิก
ปรุงโดย พท.ป. ธรรพันธ์ บางขันธ์

https://s.shopee.co.th/30kYMrSfbw

03/05/2026

"การนวด" กับ "ที่ตั้งที่แรกเกิดของโรค"
การนวด เป็นเวชวิธีที่ใช้ในการรักษาเวชพิกัดอย่าง สัตถกวาตะ เมื่อสัตถกวาตะเสียเจ้าเรือน ทำหน้าที่จลนะธาตุลมผิดปกติ เกิดการเคร่งตึงตามธาตุดินส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก่อให้เกิดอาการปวด เป็นต้น
การนวดมีหลากหลายวิธี ดังนี้
🫷 การนวดที่ชั้นผิวหนัง (ตโจ) อย่าง Lymphatic Drainage Massage
เทคนิคการลงน้ำหนัก "เทคนิคการนวดเบาๆ "
ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนของธาตุน้ำ ไฟ (เลือดลม) ในชั้นผิวหนัง
🫳 การนวดที่ชั้นกล้ามเนื้อ (มังสัง) อย่าง Sport Massage
เทคนิคการลงน้ำหนัก "เทคนิคการยืดกล้ามเนื้อและการลงน้ำหนักลึก"
ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนของธาตุน้ำ ไฟ (เลือดลม) ในชั้นกล้ามเนื้อ
💪 การนวดที่ชั้นเนื้อเยื่อชั้นลึก (กิโลมกัง) อย่าง Deep Tissue Massage
เทคนิคการลงน้ำหนัก "การนวดบำบัดที่ใช้แรงกดหนักและช้า"
ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนของธาตุน้ำ ไฟ (เลือดลม) ในชั้นพังผืดในกล้ามเนื้อ
👍 การนวดที่ชั้นเส็นเอ็น (นหารู) อย่าง นวดกดจุดตามแผนนวดโบราณ
เทคนิคการลงน้ำหนัก "หน่วง เน้น นิ่ง + ค้างไว้ระยะนึงแล้วปล่อย"
ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนของธาตุน้ำ ไฟ (เลือดลม) ในแนวเส้นต่างๆ
👋 การนวดที่ชั้นกระดูก (อัฎฐิ) อย่าง นวดดึง ดัด กระดูก
เทคนิคการลงน้ำหนัก "ดึง ดัด บิดข้อต่อต่างๆ"
ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนของธาตุน้ำ ไฟ (เลือดลม) ในข้อต่อกระดูกต่างๆ
"ธาตุดินแต่ละชั้น" เป็น “ที่ตั้งของโรคต่างกัน”
และก็มีเทคนิค "การลงน้ำหนัก" ต่างกัน !
** เอกลักษณ์ของการนวดไทย (ที่ได้รับมรกดโลก) คือ การกดนวดตามจุดบนแนวเส้นในตำราแผนนวด (นหารูวินิจฉัย) ที่ความสำคัญกับ การเคลื่อนของเลือดลมตามแนวเส้น (นหารู) เพราะเป็นทางเดินของเลือดลมหลัก **
ปล. สาระสำคัญของการนวด ไม่ได้อยู่ว่าน้ำหนักเบาหรือหนัก เจ็บหรือไม่เจ็บ แต่อยู่ที่ว่าต้องการ "ลงน้ำหนักไปยังธาตุดินชั้นใด" สัมพันธ์กับ "ที่ตั้งของโรค" หรือไม่

02/05/2026

ทำไมต้องจับ "ชีพจรตรีธาตุสมุฏฐาน" ?
เพราะหลักการรักษาตามทฤษฎีของแพทย์แผนไทยก็คือ รักษาที่กองสมุฏฐาน ไม่ใช่รักษาธาตุ หรือชื่อโรค เพราะโรคก็คือธาตุที่ผิดปกติ และธาตุผิดปกติก็เป็นผลจากกองสมุฏฐาน ดังนั้นหากรักษาธาตุ แต่กองสมุฏฐานยังคงเสียเจ้าเรือนเดิมอยู่ ธาตุก็จะกลับมาผิดปกติได้เหมือนเดิม ดังนั้นการตรวจลักษณะภายนอกทั้งหลายเช่น ลิ้น เล็บ ใบหน้า ช่องปาก มือเท้า หรืออื่นๆ เป็นการประเมินลักษณะของธาตุ แต่ไม่ได้ประเมินกองสมุฏฐาน ซึ่งคัมภีร์ระบุว่าเป็น รากแก้วของการเกิดโรค
ด้วยเหตุนี้การจับชีพจรจึงมีความสำคัญเพื่อการประเมินกองสมุฏฐานธาตุภายในร่างกาย เพราะว่าระบบปิตตะ วาตะและเสมหะ จะสามารถทำหน้าที่ชาติ จลนะ ภินนะธาตุไฟ ลม น้ำได้ก็ต่อเมื่อชีพจร (เลือด+ลม+ไฟ) เคลื่อนไปยังที่ตั้งของกองสมุฏฐานนั้นๆ เป็นพื้นฐาน ซึ่งจะสะท้อนปรากฎออกมาทางลักษณะของชีพจร ให้แพทย์รู้ว่ากองสมุฏฐานใดอยู่ในเจ้าเรือนเดิม และกองสมุฏฐานใดเสียเจ้าเรือนเดิม
ยกตัวอย่าง การจับชีพจรระบบปิตตะ
ก็เพื่อประเมินการไหลเวียนของเลือดไปยังตำแหน่งของพัทธปิตตะ อพัทธปิตตะ และกำเดาภายในร่างกาย ว่าสามารถทำหน้าที่ชาติ จลนะ ภินนะได้ตามเจ้าเรือนเดิมหรือไม่ ดังนั้น หากมาด้วยอาการไข้ แต่การรักษาไข้ที่เกิดจากพัทธปิตตะ อพัทธปิตตะ หรือกำเดาสมุฏฐานก็มีเวชวิธีที่แตกต่างกัน
ปล. "...ลักษณะของธาตุที่ผลปรากฎแสดงให้เห็นภายนอก เป็นผลมาจากการทำงานของกองสมุฏฐานธาตุภายในร่างกาย..."

02/05/2026

คลังยาปีนี้ยังมี ตำรับยาในบัญชียาหลัก & ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณครบทุกตำรับเป็นพื้นฐานเหมือนเดิม รวมประมาณ 70 ตำรับ +- ด้วยใจที่อยากอนุรักษ์การใช้ตำรับยาสมุนไพรรักษาตามกองสมุฏฐานเอาไว้ แต่ปรับสัดส่วนการทำแต่ละครั้งให้เหมาะสมกับการจ่ายออกไปแทน บางตำรับเพิ่มขึ้น บางตำรับลดลง ในปีที่ผ่านมาก็รู้สึกดีที่คลังยาเล็กๆ ในคลินิกนี้ นอกจากได้ใช้รักษาคนไข้แล้ว ก็มีส่วนได้ไปเป็นสื่อสารเรียนการสอน ใช้ออกหน่วย ใช้ในงานวิจัย และอื่นๆ

ที่อยู่

Rangsit

เวลาทำการ

อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 18:00
อาทิตย์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66944151654

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เวชศรณ์คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ - Vejasorn Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เวชศรณ์คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ - Vejasorn Clinic:

แชร์