19/08/2026
เป็นมะ🎗แล้วดูแลตัวเองยังไง?
เอาวิธีที่ปฏิบัติเองช่วงเวลาที่รักษาตัว
สิ่งที่คนปกติอาจมองว่าสุดโต่ง แต่มันจำเป็นมาก
คือ งด, ลด, อด, เลิก, เปลี่ยน หรือเลี่ยง
🚫 เลิกทำอาหารกับไมโครเวฟ คลื่นที่เปลี่ยนโมเลกุลอาหารให้เสียโครงสร้างและสารอาหารธรรมชาติ ถ้าคุณเคยอ่านการวิจัยหรือแค่ทำการทดลองง่ายๆ เอาน้ำที่ต้มด้วยไมโครเวฟที่วางให้เย็นแล้ว ไปรดน้ำผักไม้ใบหญ้า ติดต่อกันสักสัปดาห์ มันตุยจ่ะ แล้วเราที่เป็นคนเอาอาหารที่บ้างก็ใส่พาสติกเข้าเวฟ บ้างก็ใส่ถุง หรือแม้แต่ภาชนะที่ว่าปลอดภัยใส่เวฟได้ ก็ไม่เอานะ นอกจากว่า...ไปร้านอาหารแล้วไม่เห็นวิธีการปรุงสุกของเขา(อันนี้ก็จำเป็นต้องกิน) กรณีเลือกได้ ทำอาหารเอง ก็จะไม่ใช้ไมโคเวฟเลย
✔️ทำอาหารในหม้อด้วยวิธี กะทะ หุง ต้ม หรือผัดด้วยน้ำมัน(มะพร้าว/มะกอก)นิดหน่อย นึ่ง อบ หรือตุ๋น ก็จะรักษาโมเลกุลโครงสร้างอาหารให้สุกตามธรรมชาติได้ดีกว่า
🚫เลิกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาขัดเงา สีทาเล็บ ผลิตภัณฑ์เคมีที่เป็นสารกระตุ้นฮอร์โมนส์ พยายามไม่ซ้ำเติมร่างกาย
ปัจจุบันคนถามว่า..ทำไมคนป่วยมะ🎗เยอะขึ้นแม้อายุน้อยๆก็เป็นมะ🎗? หันดูสิ่งของเครื่องใช้รอบๆตัวเราหน่อยค่ะ
ชักชวนกันใช้สิ่งของจากสารสังเคราะห์เต็มไปหมดเลย
✔️ใช้น้ำส้มสายชู แล้วหั่นเปลือกส้ม/มะนาว เพื่อน้ำมันละเหยธรรมชาติที่จะทำให้กลิ่นน้ำส้มสายชูฉุนน้อยลง
ใช่ค่ะ ใช้แทนน้ำยาปรับผ้านุ่มปริมาณเดียวกันต่อผ้าหนึ่งถัง
🚫เปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มเป็นใยธรรมชาติ ร่างคนปกติไม่รู้สึกเลยว่ามันมีผลกระทบ แต่นี่รู้สึกแสบร้อน ระคายเคืองมาก ตอนช่วงฉายรังสี
✔️ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจะคอยอ่านตรงป้ายของเสื้อผ้าที่ต้องใส่แนบเนื้อเสมอว่าเป็น ผ้าฝ้าย cotton, ลินิน linen, viscose, mode, bamboo เนื่อไผ่ใดๆ, woollen ขนสัตว์, silk ผ้าไหม
และซักก่อนทุกครั้งก่อนใส่หลังจากซื้อมาจากร้านค้า
เพราะวิธีการผลิตบ้างก็โดนฟอกสารเคมี
ซึ่งก็นั่นเองที่จู่ๆ คนมากมายก็บ่นว่า ทำไมเป็นผื่นเป็นสิวเป็นตุ่ม ก็สารเคมีต่างๆที่เราจับต้องใช้สอย มันก็ซึมซับผ่านผิวหนังเราได้ยามที่เราเหงื่อออก ต่อมเหงื่อเปิดรับทั้งสรรพสิ่งที่ดีและเป็นพิษไปสะสมในร่างเช่นกัน
โละได้โละอะไรที่เป็น polyester, rayon หรือถ้าจำกัดจริงๆ
ก็พยายามอย่าใส่ให้มันแนบผิวเราให้มาก = ใส่ทับแค่ชั้นนอกสุดก็โออยู่นะ
🚫เลิกดื่มน้ำเย็น เลิกกินอย่างน้อย2-3ชั่วโมงก่อนนอน เพราะระบบย่อยของคนที่กำลังป่วยอยู่คือตกฮวบ(ที่หมอแผนจีนบอกว่าไฟท้อง ไฟย่อยไม่ดีเลยก็นี่เลย) การดื่มอะไรเย็นๆก็เหมือนไปซ้ำเติมร่างที่มันกำลังแย่ แล้วก็บ่นกันเรื่องกรดไหล่ย้อน มันจะไม่ย้อนได้ไงในเมื่อระบบย่อยไม่ดี ใกล้เวลานอนก็ยังกิน แทนที่ร่างจะได้พักก็ยังต้องทำงานตลอดเวลา
✔️ดื่มน้ำอุ่น ชาขิง(ขิง+ขมิ้นชัน+พริกไทยดำ) ชามิ้นท์ ชาเก็กฮวย ชาคาโมไมล์ หรือน้ำอุ่นผสมเกลือกับมะนาว
เป็นการช่วยระบบย่อย แต่ก็ไม่ดื่มเยอะช่วงมื้ออาหาร
จินตนาการกระเพาะที่ต้องบีบย่อยอาหารแล้วมีแต่น้ำเยอะเกินไปนะ ตื่นมาปุ๊บจะหาน้ำอุ่น(นิดๆ)ผสมเกลือ+เลม่อน/มะนาวทันที ส่วนระหว่างวันจะใช้วิธีทะยอยจิบน้ำ ไม่ใช่ดื่มพรวดเดียวที่ละแก้วนะ ให้คิดถึงเวลารดน้ำต้นไม้ถ้าเราค่อยๆใช้ฝักบัวรดหรือระบบหยดน้ำดินก็จะชุ่มชื้น ลองเทน้ำพรวดหนึ่งขวดลงในกระถางผักแป๊บเดียวน้ำก็ไหลออกนองพื้นเกือบหมด ที่บางคนบอกว่าก็ดื่มน้ำเยอะอยู่นะวันๆหนึ่ง
ถามว่าคุณดื่มแบบไหน?
ชาเขียว(ร้อน)ดื่มได้เช่นกันในวันไม่ต้องรับคีโม
🚫เลี่ยงทานผักดิบ แม้แต่สลัด เลี่ยงผลไม้หวานจัดๆ เช่นมะม่วงสุก ทุเรียน ฟลุคโตสเต็มสตรีมเลยจ้าาา ฟลุคโตส = น้ำตาลผลไม้ที่ตรงดิ่งไปหาตับเลย ในเมื่อตับทำงานหนักกำจัดพิษและของเสียทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว เราทำไมไปสร้างภาระให้เขาเยอะขึ้นอีก
✔️ผักปรุงสุกช่วยให้ท้องย่อยง่ายกว่า ไม่เรอไม่ปู้ด
ส้มตำ(มะละกอดิบ)ไม่ถั่วฝักยาวใดๆ เพราะมะละกอมีเอ็นไซนม์ปาเปนช่วยในการย่อยได้ดี อันนี้คือข้อยกเว้น
หาทานพวกลูกเบอร์รี่ทั้งหลายแทนความอยากผลไม้หวาน
หรือทานเป็นพวกตระกูลซิตรัสแทน เช่น ส้มโอ, เกรปฟรุต(แต่ก็ห้ามในวันที่ต้องรับคีโมเพราะมันไปรบกวนคุณภาพตัวยา) หรือกีวี่ (เชอร์รี่ และองุ่นแดง ที่ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ทานแค่ปริมาณไม่มากเพราะมีน้ำตาลผลไม้เยอะอยู่)
📝วันนี้มีเวลาแบ่งปันแค่นี้
เดี๋ยวจะจัดเวลาอีกนะคะ เพราะรายละเอียดมันเยอะจริงๆ
ไม่ได้หวงความรู้หรอกนะคะ
แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพและจัดสรรเวลาของตัวเองเช่นกันแม้วันนี้จะปลอดมะ_แล้วก็ตาม
By Kwan
LymphFlow.ch
🇨🇭Switzerland
19.08.2026