28/11/2014
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย จะไม่สามารถนำเข้ามาใช้ เพื่อบริการลูกค้า
หรือจำหน่ายในสหภาพยุโรป(EU)ได้ หากไม่ผ่านข้อกำหนดระเบียบบังคับของยุโรป จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ต้องการส่งสินค้าออกจากประเทศไทย และ ผู้ต้องการจะนำสินค้าเข้าในยุโรปจะต้องทำความเข้าใจ และปฎิบัติตามข้อกำหนดนั้น
ข้อมูลต่อไปนี้ สรุปจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และ Darika GmbH /The Charmimg of Asia
เกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์ออกจากประเทศไทย เพื่อนำเข้าสาธารณรัฐเยอรมนี
ข้อกำหนดล่าสุด: EU Cosmetics Regulation (EC) No. 1223/2009
เรื่อง เครื่องสำอางค์(คอสเมติก) ในยุโรป
เริ่มวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ.2013 จนถึงปัจจุบัน
A.)
คุณสมบัติเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ ที่ต้องการส่งออกจากประเทศไทย เข้าสู่ยุโรป(EU)
1. ไม่มีส่วนผสมที่ต้องห้าม ( อ่านรายละเอียดได้ที่ 2-4 EU Cosmetics Regulation (EC) No. 1223/2009)
2. การผลิตอยู่ภายใต้มาตรฐาน GMP
3. กล่อง/ บรรจุภัณฑ์ ที่นำมาใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐาน GMP
(หมายเหตุ : ต้องทำความเข้าใจเรื่องมาตรฐาน GMP)
B)
เมื่อผลิตภัณฑ์เดินทางเข้าถึงยุโรป(EU)
1. จุดประสงค์หากใช้เพื่อใช้ส่วนตัว: สามารถใช้ได้ทันที
2. จุดประสงค์หากใช้เพื่อเป็นการบริการลูกค้าหรือการจำหน่าย: "ผู้นำเข้า" จะเป็น "ผู้รับผิดชอบในยุโรป" ต่อผลิตภัณฑ์นั้นตามกฎหมาย
จุดประสงค์หากใช้เพื่อเป็นการบริการลูกค้าหรือการจำหน่าย ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. ผู้ส่งออกจากประเทศไทย จะต้องมี “ตัวแทน” หรือ "ผู้รับผิดชอบ” ในยุโรป(EU) ซึ่งอาจหมายถึง “คู่ค้า” เพราะผู้ผลิตจากเมืองไทย ไม่สามารถขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงได้ (แม้กระทั่งในงานแสดงสินค้า ที่ตามความถูกต้องคือ เป็นการแสดงแนะนำและสาธิตสินค้า เพื่อพบ เจรจาและติดต่อทางธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ห้ามจำหน่ายโดยตรง)
2. "ผู้รับผิดชอบ ในยุโรป(EU)" จะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย EU ต่อ โปรดักส์นั้น ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค หรืออื่นๆ
3. "ผู้รับผิดชอบ ในยุโรป(EU)" จะเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อที่ให้ผลิตภัณฑ์(โปรดักส์)นั้น ถูกต้องตามข้อกำหนดของ EU จะได้รับการอนุญาต ให้นำไปใช้บริการและจำหน่ายได้ ที่สำคัญมี 2 ส่วนคือ คือ
3.1 ผลิตภัณฑ์(โปรดักส์) นั้น ถูกต้องตามข้อกำหนดของยุโรป(EU)
3.2 ผลิตภัณฑ์ (โปรดักส์) นั้นลงทะเบียนถูกต้องในประเทศที่จัดจำหน่าย
D.)
ผลิตภัณฑ์(โปรดักส์) ถูกต้องตามข้อกำหนดของยุโรป(EU)
จะต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมี ชื่อ ที่อยู่ ผู้รับผิดชอบในยุโรปEU
2. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมี ต้นกำเนิด รายละเอียดของแหล่งที่มาของสินค้า
3. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องระบุมีขนาดบรรจุ
4. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีระบุวันหมดอายุ
a. ผลิตภัณฑ์มีอายุน้อยกว่า 30 เดือน จะต้องมีระบุวันที่หมดอายุ ระบุ
ด้วย mindestens haltbar bis… (Tag/Monat/Jahr)
b. ผลิตภัณฑ์มีอายุมากกว่า 30 เดือน จะต้องกำหนดวันหมดอายุหลังจาก การเปิดครั้งแรก (ใช้สัญลักษณ์ ขวดหรือกระป๋องเปิด กำหนดระยะเวลา)
5. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีคำเตือน ( หากมี) เช่น ระวังเข้าตา ห้ามกลืน ใช้ภายนอกเท่านั้น ระวังเด็ก หรืออื่นๆ
6. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีระบุหมายเลขการผลิต(Lot.No)เมื่อผลิตจากแหล่งผลิต เพื่อสามารถติดตามที่มาของผลิตภัณฑ์นั้นได้
7. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีการแจ้งว่า ผลิตภัณฑ์นั้นใช้เพื่ออะไร สำหรับส่วนไหนของร่างกาย
8. บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีการแสดงรายการส่วนผสมที่เป็นรู้จักและยอมรับในสากล ( INCI)
E.)
ขั้นตอนเพื่อการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ (โปรดักส์) ให้ถูกต้องเพื่อจะนำไปบริการใช้กับผู้บริโภคหรือจำหน่าย
ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตจะต้องส่ง มอบ ต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ แล้วมอบให้ผู้รับผิดชอบในยุโรป(EU)
เพื่อเข้าสู่ขั้นตอน ลงทะเบียน ผลิตภัณฑ์ (โปรดักส์) ให้ถูกต้องเพื่อใช้กับผู้บริโภค
หรือ จำหน่าย มีดังต่อไปนี้
Supply of documents (§ 5b KosmV)
(Collected by Michael Penzler)
The responsible for the manufacture, import or placing on market of cosmetic products has to keep the following product documentation for control purposes under his address or registered office in accordance with § 5 article 1 No. 1 of KosmV (i.e. the address indicated on the package label):
• Qualitative and quantitative composition of the product. In case of perfume and flavour materials:
Name, code number and the name and address of the supplier
• Physical-chemical and microbiological specifications of the raw materials and the product as well as documents on the purity and microbiological quality of the final product
• Documents relating to the manufacturing method in accordance with “Good Manufacturing Practice” (GMP)
(see § 5c article 1 KosmV)
• Assessment of the safety (safety statement) of the cosmetic product in accordance with § 5b, article 2 KosmV
• Name and address of the person responsible for safety evaluation
(see requirements acc. § 5c article 2 KosmV)
• Information about adverse health effects
• Evidence of the products specific effect, in case of usage for marketing
• Data on all test performed on animals
F.)
ขั้นตอน เพื่อลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ (โปรดักส์) ให้ถูกต้องเพื่อใช้กับผู้บริโภค
หรือ จำหน่าย มีดังต่อไปนี้
1. ผู้รับผิดชอบในยุโรป(EU) จะต้องลงทะเบียนตนเองก่อน ที่ http://webgate.ec.europe.eu/cpnp
2. ผู้รับผิดชอบในยุโรป(EU) จะต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ ที่ http://webgate.ec.europe.eu/cpnp
รายละเอียดคร่าวๆดังนี้
2.1 ประเภทของผลิตภัณฑ์
2.2 ชื่อที่อยู่ ผู้รับผิดชอบใน EU
2.3 แหล่งกำเนิดที่มาสินค้า
2.4 ประเทศแรกที่นำผลิตภัณฑ์เดินทางเข้ามา หรือนำมาจำหน่ายในยุโรป(EU)
2.5 กำหนดขอบเขตของผู้รับผิดชอบใน ยุโรป(EU) ต่อสินค้านั้น เช่น ผู้นำเข้า ผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย เป็นต้น
2.6 CAS-Registration numbers for CMR-Sustances (CAS=Chemical Abstracts Service Registration, CMR=Carcinogenic-Mutagenic-Toxic to Reproduction)
2.7 ส่วนผสม(สูตรการผลิต)
G.)
สามารถจัดจำหน่ายได้ และหลังจากนั้นอาจมีหน่วยงานมาตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของท่านว่า ตรงตามที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้หรือไม่
ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น จากผู้เขียน
• หากสนใจเป็นผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย สามารถขอคำปรึกษา ได้ที่ หน่วยงาน IHK ท่านจะได้รับคำปรึกษา ตลอดจนแนะนำหน่วยงานที่ท่านต้องติดต่อ
• ผู้ส่งออกจากประเทศไทยจะต้องศึกษาขั้นตอนต่างๆ ตลอดจนจัดเตรียมเอกสาร เพื่อส่งมอบให้ผู้รับผิดชอบในยุโรป(EU)
• หน่วยงานภาครัฐควรให้คำปรึกษา ตลอดจนเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่ผู้ประกอบการว่า หากต้องการส่งออกสินค้า เข้าตลาดยุโรป(EU) ควรต้องทำอย่างไร เช่น กรณีสินค้า OTOP มาแสดงสินค้า แล้วสามารถส่งออกเพื่อจำหน่ายได้อย่างถูกต้องหรือไม่ และหากต้องการส่งออกควรคำนึงถึงระดับผลิตภัณฑ์นั้นว่า เข้าเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่
หรือ สนับสนุน และมีแนวทาง ที่จะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถส่งออกได้หรือไม่
• สมุนไพรไทยหรือผลิตภัณฑ์ใด ที่มีคุณสมบัติในการรักษา(ยา) ไม่สามารถนำเข้าภายใต้ข้อกำหนดเครื่องสำอางค์ ตัวอย่างเช่น ยาหม่อง เป็นต้น
• การกำหนดราคาต้นทุน หากเปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในยุโรปเอง ในส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน ผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า จะทำให้ราคาจำหน่ายสินค้าสูงตามไปด้วย ดังนั้นการส่งเสริมการส่งออก จะทำได้ลำบากเนื่องจากราคาสินค้าและระดับกลุ่มเป้าหมายขัดแย้งกัน
• ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะส่งออกได้มีโอกาสได้สำรวจตลาด ราคาสินค้าต่างประเทศ เพื่อจัดระดับสินค้า และราคาให้เหมาะสม หรือมีการจัดสำรวจเป็นข้อมูลส่วนกลางเพื่อ ประโยชน์ในการพัฒนาสินค้าไทย เพื่อการส่งออก
• ผู้ประกอบธุรกิจในสาธารณรัฐเยอรมนี ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง เพื่อบริการลูกค้าเท่านั้น ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ซื้อมาเองโดยการหิ้วมาเองจากเมืองไทย หรือมีการส่งออกและนำเข้าโดยเสียภาษีศุลการกรถูกต้อง แต่มิได้จดทะเบียนและแจ้งผลิตภัณฑ์นั้นๆกับลูกค้า เนื่องจากมีเคยมีกรณีตัวอย่างที่ทำเช่นนี้ เมื่อถูกตรวจผลิตภัณฑ์ในร้านจะต้องเสียค่าปรับเป็นมูลค่าไม่น้อย
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแบ่งปันประสบการณ์ ในครั้งนี้ มีประโยชน์ และชี้แนวทาง ตอบคำถาม
ให้กับผู้สนใจ จะนำเข้าผลิตภัณฑ์ หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไทยที่จำหน่าย ในสาธารณรัฐเยอรมนี ได้พอสมควร
เขียนโดย Manthana Penzler