23/04/2026
การปรับพลังงานคืออะไร? - ตอนที่ 1
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า แอดทูน Attunement, Initiation, Transmission
หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า การปรับพลังงาน
แต่ยังสงสัยว่ามันคืออะไร? ทำเพื่ออะไร? และต่างจากการไปทำฮีลลิ่งยังไง?
วันนี้แอนจะค่อย ๆ อธิบายให้ฟังค่ะ
_____
การปรับพลังงาน คืออะไร?
ในสายพลังงาน การปรับพลังงาน คือกระบวนการที่ช่วยให้เรา
• เชื่อมต่อกับพลังงานบางประเภทได้โดยตรง
• ใช้พลังงานนั้นได้ด้วยตัวเอง
• และสามารถส่งพลังงานต่อให้ผู้อื่นได้
พูดง่าย ๆ คือ จากคนที่รับพลังงานอย่างเดียว
กลายเป็นคนที่ใช้พลังงานและส่งพลังงานได้เองค่ะ
บางคนเลยมีคำว่า แล้วต่างยังไงกับการไปฮีลลิ่ง แล้วมีคนส่งเรกิให้?
อันนี้ต่างกันชัดเจนค่ะ
การไปทำเซสชั่นฮีลลิ่ง
ฮีลเลอร์หรือผู้ฝึกเป็นคนส่งพลังงานให้
คุณเป็นผู้รับพลังงาน ... แค่นอนเฉย ๆ ก็ได้รับพลังแล้วค่ะ
เพราะฉะนั้น ในโรงพยาบาล สปา เวลเนส
หรือการฮีลลิ่งแบบกลุ่ม
จึงนิยมใช้วิธีนี้มาก
เนื่องจากผู้รับเพียงแค่มารับบริการ
ผู้รับไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้รับพลังงานแล้วค่ะ
______
ทีนี้มาพูดถึงการปรับพลังงานกันบ้าง
การปรับพลังงาน เป็นการทำให้ผู้รับ/ผู้ฝึก สามารถเชื่อมต่อพลังงานนั้นได้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นการปรับพลังงาน
คุณจะกลายเป็นผู้ใช้พลังงานด้วยตัวเอง
เช่น ผู้ที่เรียนเรกิ
จะผ่านกระบวนการปรับพลังจากผู้สอน/มาสเตอร์
เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับพลังงานนั้นได้
หลังจากนั้น
คุณสามารถใช้พลังงานได้เอง
แล้วยังส่งพลังงานเรกิต่อให้คนอื่นได้ด้วย
การปรับพลังงานมีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ ค่ะ
1. แอดทูนเม้นท์ (Attunement)
2. อินนิทิเอชั่น (Initiation)
3. ทรานส์มิชชั่น (Transmission)
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นแอนจะอธิบายทีละประเภทให้ฟัง
ดังนั้นแอนจะแบ่งเป็น 3 ตอน เพื่อให้โพสต์ไม่ยาวจนเกินไปนะคะ
_______
Attunement คืออะไร?
สายพลังงานส่วนใหญ่จะใช้กระบวนการปรับพลังที่เรียกสั้น ๆ ว่า “แอดทูน”
แอดทูน เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายมาก
เพราะง่าย เร็ว และค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
นึกภาพง่าย ๆ ว่า พลังงานเหมือนกับสัญญาณวิทยุค่ะ
เวลาเราปรับจูนคลื่นวิทยุ เราก็หมุนคลื่นสัญญาณไปยังช่องสัญญาณที่เราต้องการ
ดังนั้น ผู้สอน/มาสเตอร์ ก็ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหมุนคลื่นสัญญาณไปยังช่องนั้น แล้วก็บอกผู้รับว่า ...
“นี่นะ ช่องสัญญาณนี้เรียกว่าเรกิ”
ผู้ฝึกก็จำได้ว่าช่องสัญญาณเรกิอยู่ตรงนี้
ในครั้งต่อไป จึงสามารถหมุนมาช่องสัญญาณนี้และคอนเนคพลังงานได้เองค่ะ
ดังนั้น การแอดทูนจึงใช้อย่างแพร่หลายกับพลังงานทั่วไป เช่น เรกิ, Gold Reiki, Lightarian, Full Spectrum Light, เป็นต้น
กระบวนการแอดทูนอาจะแตกต่างกันออกไป ตามผู้ถ่ายทอด
แต่หลักการเดียวกันคือ “ให้ผู้รับพลัง สามารถใช้พลังงานนั้นได้เอง”
_____
แล้วแอดทูนเองได้ไหม?
คำตอบคือ “ได้ ... แต่มีข้อควรตระหนักรู้ก่อน”
อาจารย์อูซุย ผู้ค้นพบเรกิ
ก็สามารถเชื่อมต่อกับเรกิได้ บนภูเขาคุรามะได้เอง
แต่ก่อนหน้านั้นอาจารย์ใช้เวลา
ฝึกฝนหลายปี รวมทั้งฝึกอยู่ที่วัดในเกียวโตด้วย
และทำสมาธิบนภูเขาคุรามะต่อเนื่อง 21 วัน
กว่าจะเชื่อมต่อได้
ข้อควรตระหนักรู้ก่อนก็คือ...
พลังงานบนโลกและในจักรวาลเรามีเยอะมากกกกกค่ะ มากจนนับคนาไม่ได้
แค่ส่วนที่แอนได้เคยศึกษาและแอดทูนมาก็หลายร้อยพลังงาน
ดังนั้น หากคุณไม่เคยเข้าใจเรื่องพลังงาน ไม่เคยสัมผัสพลังงานได้ ไม่รู้ว่าพลังแต่ละประเภทต่างกันยังไง ไม่รู้ว่าช่องสัญญาณที่คุณเชื่อมต่อคืออะไร ก็อาจจะทำให้สับสน งง พยายามหาคำตอบ
สุดท้ายก็อาจจะล้มเลิกไป และคิดว่าพลังงานไม่ได้ผล
ทั้งที่จริงแล้ว
แค่ยังไม่เข้าใจระบบของพลังงาน
_____
ลองนึกภาพง่าย ๆ แบบนี้ดูค่ะ
ย้อนกลับไปซักแค่ 100 ปีที่ผ่านมา โลกเรายังเป็นระบบแมนนวล ยังไม่มีระบบอินเตอร์เนต ยังไม่มี Google Map, ยังไม่มี AI
สมมุติว่าเราจะเดินทางไปที่ภูเขา คุรามะ ที่ประเทศญี่ปุ่น
แต่เรายังไม่เคยรู้จักคุรามะมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกของการจะไปคุรามะ
เราไม่รู้ด้วยว่าคุรามะอากาศเป็นยังไง? หน้าตาเป็นยังไง? บรรยากาศเป็นยังไง? อยู่ประเทศอะไร? อยู่ตรงไหน?
ดังนั้นวิธีที่เราจะไปคุรามะก็คือ หาข้อมูล หาวิธีการเดินทาง แล้วไปเดินทางหาเอาเอง จะถามคนข้างทางก็พูดภาษาเขาไม่ได้ ไม่รู้ว่ามีมิจจี้รึเปล่า อากาศเป็นยังไง หนาวไหม? ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง? บลาๆๆ
ถ้าคุณมีการเตรียมตัวมาดี ฝึกฝนมามากพอ เช่น ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมา 3 ปี ไปฝึกเดินเขามา 1 ปี ออกกำลังกายเตรียมพร้อมมา 6 เดือน ฝึกสังเกตสิ่งรอบข้าง การสื่อสาร ฯลฯ
คุณอาจจะใช้ระยะเวลาฝึกฝนมากหน่อย
อาจจะใช้เวลา 1 ปี 3 ปี หรือ 10 ปี...จนคุณสามารถไปถึงคุรามะได้
ในขณะที่ ผู้สอน/มาสเตอร์ เปรียบเสมือน “ไกด์นำทาง” ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ
เคยพาคนไปคุรามะมาแล้วมากกว่า 7 ปี
มีประสบการณ์ที่สะสมมาระหว่างทาง รู้ว่าสภาพอากาศเป็นยังไง ควรจะต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง ต้องไปตรงไหนก่อน แวะพักตรงไหนเหมาะสม และรู้ว่าจะต้องสื่อสารกับแต่ละคนยังไง
ทำให้สามารถย่นระยะเวลาลงมาได้
ภายใน 1-2 วัน ก็พาคุณไปถึงยอดเขาคุรามะได้เลย
หลังจากนั้นคุณก็สามารถเดินทางไปคุรามะเองได้แล้ว เพราะจำทางได้แล้ว จำบรรยากาศได้แล้ว
ดังนั้นทั้ง 2 วิธีทำให้คุณไปถึงคุรามะได้เหมือนกัน
ต่างกันที่ “เวลา” ค่ะ
ไม่ว่าจะยุคไหน ๆ เวลาก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่า
จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถย่นระยะเวลาที่ไม่จำเป็นออกไปได้
เราสามารถไปถึงเป้าหมายของเราได้เลย
เราได้เรียนรู้จากข้อมูลจริงที่ผ่านการนำทางมาแล้วมากกว่า 7 ปี
จริงไหมคะ?
_____
บทความหน้า
แอนจะพาไปต่อในเรื่องของ Initiation
วิธีการนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะเป็นวิธีแบบเฉพาะ และมีรูปแบบที่ถ่ายทอดมามากกว่า 4,500 ปี!
แล้วพบกันค่ะ
Sou Good Healing