Socheath Chin

Socheath Chin ជិន សុជាតិ

03/06/2026

01/06/2026

❝ ถ้ายังใช้ 1 ต่อ 200,000
ไม่ต้องมาคุยกับประเทศไทย ❞

— อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
27 พ.ค. 2569
ผมคิดอยู่นานว่า ผมควรจะเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ถึงท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล หรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อมูลเรื่องเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่ท่านนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้ว ผมจึงตัดสินใจว่า ผมควรต้องเขียนเพื่อขออนุญาตนำเรียนข้อมูลในเรื่องดังกล่าว ที่อาจแย้งกับข้อมูลที่ท่านรับทราบ
เนื่องจาก ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเส้นเส้นเขตแดนเช่นนี้ เป็นสิ่งที่มีนัยสำคัญกับ “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของไทย จึงต้องขออนุญาตนำเสนอเพื่อให้เกิดความกระจ่าง แม้อาจจะไม่ถูกใจท่านก็ตาม
◤1) ปัญหาแผนที่ปักปันเขตแดน
ดังที่ปรากฏในรายงานข่าว ท่านนายกฯ ประกาศว่า ไทยจะยึดแผนที่ 1:50,000 เท่านั้น และประกาศสำทับว่า ถ้าใช้แผนที่ 1:200,000 ก็ไม่ต้องมาคุุยกับประเทศไทย
ผมอยากจะขอเรียนท่านนายกฯ ว่า ในการเจรจาปัญหาข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศนั้น รัฐคู่พิพาทจะใช้แผนที่ที่ได้รับการให้สัตยาบันแล้วเท่านั้น ส่วนแผนที่อื่นๆ ที่ไม่ได้รับการให้สัตยาบันนั้น ย่อมไม่อาจนำมาใช้เป็นหลักฐานในการเจรจาปัญหาระหว่างประเทศได้
ดังที่ท่านนายกฯ ทราบดีว่า สยามและฝรั่งเศสได้ลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันจำนวน 3 ฉบับ คือ
(1) สัญญา รศ. 112 (คศ. 1893)
(2) อนุสัญญา รศ. 122 (คศ. 1904- เป็นการแก้ไขสนธิสัญญา 1893)
และ (3) สัญญา รศ. 125 (คศ. 1907)
ซึ่งในการนี้ ได้มีการทำแผนที่ของคณะกรรมการการปักปันที่ทำตามอนุสัญญา 1904 และสนธิสัญญา 1907 และมีการตีพิมพ์แผนที่จำนวน 50 ฉบับเพื่อส่งให้รัฐบาลสยาม โดยสถานทูตสยามที่กรุงปารีสได้รับแผนที่ดังกล่าวในเดือนสิงหาคม รศ. 127 (คศ. 1908)
ดังนั้น หากมีปัญหาและ/หรือมีข้อพิพาทใดๆ รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาจะใช้สนธิสัญญาและแผนที่นี้เท่านั้น เป็นเครื่องมือในการแก้ไขข้อพิพาท และรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศมีพันธะที่ต้องใช้สนธิสัญญาและแผนที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่า แผนที่นี้จะมีมาตราส่วนเท่าใดก็ตาม เพราะเป็นแผนที่ที่ได้รับการให้สัตยาบันแล้ว
และประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถือเป็นหลักการในการเมืองระหว่างประเทศว่า แผนที่ที่ไม่ได้รับการให้สัตยาบัน ย่อมไม่อาจนำมาอ้างสิทธิของรัฐในทางกฎหมายได้
◤2) ปัญหาแผนที่อื่น
ว่าที่จริงแล้ว ปัญหาเรื่องแผนที่การปักปันเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาในสาระสำคัญของ “คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศคดีปราสาทพระวิหาร” ใน พศ. 2505 (คศ. 1962)
มีความชัดเจนว่า แผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ในการต่อสู้คดีคือ “แผนที่ปักปัน” ส่วนแผนที่ที่ฝ่ายไทยในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษฏ์ ธนะรัชต์ ใช้นั้น เป็น “แผนที่ของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทยทำขึ้น” (ข้อความนี้ปรากฏในแผนที่ที่รัฐบาลไทยส่งให้แก่ศาลโลก)
ท่านนายกฯ คงทราบดีว่า ระหว่าง “แผนที่ปักปัน” ของฝ่ายกัมพูชากับ “แผนที่ที่ผู้เชี่ยวชาญไทยทำขึ้น” นั้น แผนที่ของฝ่ายไทยน่าจะเป็นประเด็นที่มีความเสียเปรียบมากกว่าในการต่อสู้คดีในศาลระหว่างประเทศ
◤ การที่ผมหยิบยกประเด็นแผนที่ในปี 2505 ขึ้นมาเปรียบ ก็เพื่อให้เห็นว่า ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศขึ้น รัฐคู่พิพาทต้องใช้แผนที่ปักปันเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา การที่นายกฯ พูดถึงแผนที่อื่น ก็อาจไม่ต่างจากจอมพลสฤษฏ์ใช้แผนที่ของผู้เชี่ยวชาญไทย
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีแผนที่อื่นที่แสดงแนวเส้นเขตแดนของรัฐ แต่แผนที่นี้ก็ถูกทำเพื่อใช้ในภารกิจอื่น เช่นในภารกิจทางยุทธการของฝ่ายทหาร แต่ก็ไม่มีนัยที่จะอนุญาตให้มีการใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับเส้นเขตแดนของรัฐ ดังเช่นข้อความที่ปรากฏในแผนที่ทหารจะระบุชัดเจนที่ขอบแผนที่ว่า “แนวแบ่งเขตไม่ถือกำหนดเป็นทางการ” (Boundary representation is not necessarily authoritative)
◤ ดังนั้น ต่อให้ไทยมีความได้เปรียบในแผนที่เช่นนี้อย่างไร แผนที่เช่นนี้ก็ไม่อาจนำไปอ้างสิทธิในทางกฎหมายระหว่างประเทศได้ หรือในทำนองเดียวกัน ไม่อาจนำไปต่อสู้ในศาลโลกได้
แม้แผนที่นี้จะมีมาตราส่วนที่ท่านนายกฯ เชื่อว่า เป็นความได้เปรียบคือ 1:50,000 ก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะแผนที่นี้ไม่มีการรับรองจากรัฐข้างเคียง และไม่ใช่แผนที่ที่ใช้ในการกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ
ฉะนั้น ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านนายกฯ ว่า แผนที่ทหารที่ท่านนำมากล่าวอ้างนั้น เป็น “ความได้เปรียบที่ไม่เป็นจริง” เพราะไม่สามารถนำไปใช้ในทางคดีได้ และหากนำไปยื่นในศาลโลก ก็ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ เพราะข้อความที่ขอบแผนที่นั้น ระบุชัดในตัวเองที่ไม่ใช้ในเรื่องของเส้นเขตแดน


กราบเรียน ท่านนายกฯเรื่อง แผนที่ปักปันเส้นเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา
https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_898108

29/05/2026
28/05/2026
26/05/2026

ពីប្រិយមិត្តអេប៊ីស៊ី:ប្រកាសរកកូនស្រីឈ្មោះ នួន ណាល់ អាយុ14ឆ្នាំ បាត់ពីត្រពាំងថ្លឹង ខណ្ឌពោធិ៍សែនជ័យ
បើប្រិយមិត្តបានឃើញអាចទាក់ទងមក
010 231010
012 231010
060 231010
ផុសដោយ: វ័នម័រ អេប៊ីសុី

សម្តេចបវរធិបតី ហ៊ុន ម៉ាណែត ចេញអនុក្រឹត្យ កំណត់យកថ្ងៃទី១១ ខែកក្កដា ជារៀងរាល់ឆ្នាំ ជា «ទិវាជាតិប្រជាជន» (ភ្នំពេញ)៖ សម្តេចប...
22/05/2026

សម្តេចបវរធិបតី ហ៊ុន ម៉ាណែត ចេញអនុក្រឹត្យ កំណត់យកថ្ងៃទី១១ ខែកក្កដា ជារៀងរាល់ឆ្នាំ ជា «ទិវាជាតិប្រជាជន»

(ភ្នំពេញ)៖ សម្តេចបវរធិបតី ហ៊ុន ម៉ាណែត នាយករដ្ឋមន្ត្រីនៃកម្ពុជា​ បានចេញអនុក្រឹត្យ ដោយកំណត់យកថ្ងៃទី១១ ខែកក្កដា ជារៀងរាល់ឆ្នាំ ជាថ្ងៃ «ទិវាជាតិប្រជាជន»។

ការរៀបចំឱ្យមាន ទិវាជាតិប្រជាជន ក្នុងគោលបំណងរំឭកដល់ ជនរួមជាតិទាំងអស់ឱ្យបន្តផ្តោតការយកចិត្តទុកដាក់ និងរួមគ្នាដោះស្រាយបញ្ហាបម្រែបម្រួលប្រជាសាស្ត្រនៅព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា ដើម្បីកសាងសង្គមជាតិមួយ ប្រកបដោយភាពធន់ប្រជាជន និងប្រកបដោយសុខដុមរមនា។

គ្រប់ក្រសួង ស្ថាប័ន រដ្ឋបាលថ្នាក់ក្រោមជាតិ អង្គការមិនមែនរដ្ឋាភិបាលក្នុងស្រុកនិងបរទេស វិស័យ ឯកជន និងគ្រឹះស្ថានសិក្សានានា ចូលរួមបំផុសដល់សាធារណជន ដើម្បីយកចិត្តទុកដាក់និងរួមគ្នាដោះស្រាយ បញ្ហាបម្រែបម្រួលប្រជាសាស្ត្រ។

ក្រសួងផែនការ ត្រូវរៀបចំទិវាជាតិប្រជាជន ដោយសហការជាមួយទីស្តីការគណៈរដ្ឋមន្ត្រី ក្រសួងសេដ្ឋកិច្ច និងហិរញ្ញវត្ថុ ក្រសួង ស្ថាប័នពាក់ព័ន្ធ អង្គការមិនមែនរដ្ឋាភិបាលក្នុងស្រុក និងបរទេស វិស័យឯកជន និងគ្រឹះស្ថាន សិក្សានានា ព្រមទាំងភាគីពាក់ព័ន្ធ៕

22/05/2026

Address

Phnom Penh

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Socheath Chin posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share