23/05/2026
⚠️ຄົນທີ່ມີຄວາມສ່ຽງແນະນຳກວດຄືນທຸກ 3-6ເດືອນເດີ້‼️‼️
3–6 ເດືອນ ສ່ວນໃຫຍ່ໝາຍເຖິງກໍລະນີທີ່ມີປັດໄຈສ່ຽງແບບນີ້:
* ມີຄູ່ນອນຫຼາຍຄົນ
* ປ່ຽນຄູ່ນອນດຸ
* ມີເພດສຳພັນໂດຍບໍ່ປ້ອງກັນ
* ຖົງຢາງຮົ່ວ ຫຼື ແຕກ
* ບໍ່ແນ່ໃຈປະຫວັດຄູ່ນອນ
* ມີອາການຜິດປົກກະຕິ ເຊັ່ນ ຕົກຂາວຜິດປົກກະຕິ, ຄັນ, ແສບ, ເຈັບ, ມີແຜ, ມີຕຸ່ມຂື້ນຕາມອະໄວຍະວະເພດ
* ເຄີຍຕິດເຊື້ອພະຍາດຕິດຕໍ່ທາງ ພສພ ມາກ່ອນ
ສິ່ງທີ່ມັກກວດ:
* HIV
* ຊີຟີລິດ
* ໜອງໃນ / ໜອງໃນທຽມ
* ໄວຣັສຕັບອັກເສບບີ
* HPV
ແຕ່ຖ້າຄວາມສ່ຽງນ້ອຍ ແລະ ປ້ອງກັນສະໝ່ຳາສະເໝີ ອາດກວດປີລະຄັ້ງ ຫຼື ເມື່ອມີຄວາມສ່ຽງ.
สำนักข่าว BBC รายงานด่วนจากข้อมูลของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) ว่า ตอนนี้ยุโรปกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ที่พุ่งสูงทุบสถิติในรอบกว่า 10 ปี
โดยพบว่า “โรคหนองในแท้” ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานถึง 303% (เมื่อเทียบระหว่างปี 2015–2024) และ “ซิฟิลิส” ยอดก็พุ่งเกินเท่าตัวในช่วงเวลาเดียวกัน
ที่น่ากลัวที่สุดคือ "ซิฟิลิสแต่กำเนิด" ที่ส่งผ่านจากแม่สู่ลูก พุ่งสูงเกือบ 2 เท่า (เทียบจากปี 2023 ถึง 2024) ทำลายอนาคตเด็กแรกเกิดให้มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทไปตลอดชีวิตค่ะ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวในยุโรปนะคะ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับโลก เพราะแบคทีเรียสองตัวนี้กำลังพัฒนาอาวุธลับในระดับเซลล์เพื่อหลบหลีกภูมิคุ้มกันของเรา
📕เจาะลึกฆาตกรล่องหน และ จอมปลุกปั่นการอักเสบ
เมื่อเราซูมกล้องจุลทรรศน์ลงไปดูในระดับโมเลกุล เราจะพบความร้ายกาจของแบคทีเรียสองตัวนี้ที่ทำเอาวงการแพทย์ต้องกุมขมับค่ะ
1. ซิฟิลิส (Treponema pallidum): ฆาตกรล่องหน (The Stealth Pathogen)
แบคทีเรียตัวนี้เป็นรูปเกลียวสว่านที่ฉลาดเป็นกรด มันมีกลไกพรางตัวขั้นเทพ โดยโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอก (Outer membrane) ของมันมีโปรตีนที่พื้นผิวน้อยมาก (Paucity of outer membrane proteins) ทำให้แอนติบอดี (Antibody) และเซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophage) ของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายคลำเป้าไม่เจอ เหมือนใส่ผ้าคลุมล่องหนหลบหลีกการถูกทำลาย (Immune evasion) ได้อย่างแนบเนียน
มันใช้ periplasmic flagella หมุนบิดเหมือนสว่าน เคลื่อนที่ผ่านเนื้อเยื่อและแฝงตัวเข้าสู่กระแสเลือด หากปล่อยไว้ เชื้อสามารถเจาะ Blood-Brain Barrier เข้าทำลายระบบประสาทส่วนกลาง และก่อการอักเสบของหลอดเลือด (endarteritis) ที่นำไปสู่ความเสียหายของหัวใจและหลอดเลือดแดงใหญ่ได้เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4
2. หนองในแท้ (Neisseria gonorrhoeae): จอมปะทะและกระตุ้นการอักเสบ
แบคทีเรียแกรมลบรูปคู่นี้ใช้วิธีเดินหน้าชน มันใช้รยางค์คล้ายตะขอเกาะติดเซลล์ทางเดินปัสสาวะแน่นหนาเพื่อไม่ให้โดนน้ำปัสสาวะชะล้าง และสร้างเอนไซม์ IgA1 protease ออกมาย่อยสลายแอนติบอดีชนิด IgA อย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่ง IgA คือภูมิคุ้มกันด่านแรกที่คอยปกป้องเยื่อบุเมือกของเรา
ความพีคคือบนผนังเซลล์ของมันมีสาร Lipooligosaccharide (LOS) ที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิด "พายุอักเสบ" โดยเมื่อร่างกายรับรู้ถึง LOS ผ่านตัวรับ TLR4 บนเม็ดเลือดขาว มันจะส่งสัญญาณผ่านวิถี NF-κB ให้หลั่งสารอักเสบ (Cytokines) ออกมามหาศาล ซากของเม็ดเลือดขาวที่แห่กันมาสู้รบ เนื้อเยื่อที่ตาย และตัวแบคทีเรีย จึงรวมตัวกันกลายเป็น "น้ำหนอง" ไหลเยิ้มออกมานั่นเองค่ะ
📕เช็กอาการ:
บ่อยครั้งที่โรคเหล่านี้ "ไม่แสดงอาการ" ในระยะแรก ทำให้น่ากลัวมากเพราะแพร่เชื้อต่อได้โดยไม่รู้ตัว แต่หากมีอาการ จะแสดงออกดังนี้ค่ะ:
1. หนองในแท้:
มีปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหลซึมออกจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ในผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ และปวดท้องน้อย หากเชื้อลุกลามอาจทำให้ท่อนำไข่อุดตันจน "เป็นหมัน" หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
2. ซิฟิลิส:
ระยะที่ 1: มีแผลขอบแข็ง ไม่เจ็บ (แผลริมแข็ง) บริเวณที่สัมผัสเชื้อ
ระยะที่ 2: มีผื่นขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า (ซิฟิลิสออกดอก)
ระยะแฝง & ระยะท้าย: เชื้อหลบซ่อนนิ่งๆ ก่อนจะออกทำลายสมอง หัวใจ จนถึงแก่ชีวิต
ปัจจุบันการรักษาหนองในแท้เป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะเกิดภาวะ “Super Gonorrhoea” หรือหนองในดื้อยาขนรุนแรง โดย UKHSA รายงานว่าระหว่างปี 2024–2025 พบเชื้อที่ดื้อต่อยา ceftriaxone ซึ่งเป็นยาแนวหน้าในการรักษาถึง 17 ราย เกินกว่าจำนวนที่พบในช่วง 2 ปีก่อนหน้ารวมกัน
แต่ข่าวดีคือ สหราชอาณาจักร (UK) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการแพทย์ด้วยการ Roll out วัคซีนป้องกันโรคหนองในแท้เป็นครั้งแรกของโลก (World-first) เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าโครงสร้างแอนติเจนบนผิวเซลล์ (Surface antigens) ของเชื้อหนองในแท้และเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น (Neisseria meningitidis) มีความคล้ายคลึงกัน จึงนำวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Bexsero) มาฉีดให้กับกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง (Targeted approach) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันข้ามสายพันธุ์ (Cross-protection) วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันอยู่ที่ 30–40% และคาดว่าจะช่วยป้องกันได้กว่า 100,000 รายในช่วง 10 ปีข้างหน้าค่ะ
📕ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก: เกราะป้องกันที่ดีที่สุด
แม้วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปมาก แต่วิกฤตในยุโรปครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง "ช่องว่างของการป้องกัน" การสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีคู่นอนใหม่ และการจูงมือกันไปตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการเป็นประจำ (เช่น การตรวจ PCR หรือเจาะเลือด VDRL/RPR) ยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ ❤️
ถ้าคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ ช่วยกันกดแชร์เพื่อส่งต่อความรู้และสร้างความตระหนักร่วมกันนะคะ
อ้างอิง (References):
1 Sales, D. (2026). Gonorrhoea and syphilis hit record levels in Europe. BBC News.
2 European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC). (2026). Bacterial STIs reach record highs in Europe, and congenital syphilis cases nearly double.-syphilis-cases-nearly-double
3 World Health Organization. (2023). Multi-drug resistant gonorrhoea.
4. Dall, C. (2025, March 28). Drug-resistant gonorrhea cases rising in England. CIDRAP.
#หนองในแท้ #ซิฟิลิส #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #ข่าวสาธารณสุข #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #เทคนิคการแพทย์ #สุขภาพทางเพศ #วิวัฒนาการเชื้อโรค #ระบาดวิทยา #ชีววิทยาโมเลกุล #พยาธิวิทยา #จุลชีววิทยา