ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy

ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy ให้บริการโดยเภสัชกร ตลอดเวลา ร้านยาสองเภสัชกร ตั้งอยู่บริเวณ ซอย7 หน้าตลาดตาซ่วน (สมหวัง) ตำบลป่าพุทรา อำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

09/06/2026

#พญายอ รักษางูสวัด - เริม

ใช้ร่วมกับยารับประทานแผนปัจจุบัน Acyclovir ได้ เพื่อเสริมฤทธิ์กัน

เนื่องจาก ยา 💊 Acyclovir ให้ผลเด่นในการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส เมื่อเข้าเซลล์ไปแล้ว

พญายอ ก็สามารถทำได้เหมือนกับยา Acyclovir

แต่จะออกฤทธิ์เด่นกว่าในระยะก่อนไวรัสเข้าเซลล์
ป้องกันการเข้าเซลล์ของไวรัส 🦠

เสมือน #ตัดไฟแต่ต้นลม

นอกจากนี้พญายอยังมีฤทธิ์

✅ ต้านไวรัส

✅ ลดปวด

✅ ลดอักเสบ

✅ ช่วยสมานแผล

✅ ปรับภูมิคุ้มกันที่ผิว

🔑 เทคนิคการทาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดคือ
🆘 ทาบ่อยๆ ***** วันละ 5 ครั้ง 🆘 ยิ่งบ่อย ยิ่งดี
เพื่อให้ยาสัมผัสกับเชื้อถี่ๆ คงระดับความเข้มข้นของยาที่เซลล์ผิว
🆘 ทาแต่เนิ่นๆ ตอนเริ่มเจ็บๆ ผิว ตัดช่องทางไวรัสไม่ให้เข้าไปแบ่งตัวในเซลล์

หากปล่อยนานไม่รีบหายารักษา ปล่อยให้ไวรัสเข้าไปเพิ่มจำนวนมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะทิ้งร่องรอยการอักเสบ เจ็บแปลบปวดเส้นประสาทนานวันจะมีมากขึ้น
ไวรัสจะซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท รอวันตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อภูมิตก เช่น เครียด นอนน้อย อายุมากขึ้น

🛑 ทาพญายอ รอยโรค จะตกสะเก็ด ภายใน 3 วัน

และแห้งใน 7-10 วัน

ครีมพญายอของอภัยภูเบศร 1 หลอด
ใช้สารสกัดใบพญายอเข้มข้น น้ำหนักถึงเกือบ 4 เท่าตัวของหลอด 😮 และใช้จริงในโรงพยาบาลมานานกว่า 40 ปี ‼️

#วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ 🌱 ราคาย่อมเยา 💰

แนะนำให้มีติดบ้าน 🏡 ผดผื่นคันแมลงสัตว์กัดต่อย ใช้ได้ 🐜 ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ 🥰

09/06/2026

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายกับไวรัสเอชพีวี (HPV)

มีการศึกษาพบว่าขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV (ไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศ และหูดหงอนไก่) ข้อมลพบว่า
1.ผู้ชายที่ขลิบช่วยลดความเสี่ยงที่คู่นอนจะเกิดมะเร็งปากมดลูก
2.ผู้ชายที่ขลิบช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม
3.ผู้ชายที่ขลิบช่วยลดความเสี่ยงภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติซึ่งเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง
4.ผู้ชายที่ขลิบช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกระยะแรกเริ่ม / มะเร็งที่ยังไม่ลุกลาม

ในส่วนของผู้ชายเองก็มีการศึกษาโดยเปรียบเทียบระหว่าง "กลุ่มผู้ชายที่ขลิบ" กับ "กลุ่มไม่ได้ขลิบ พบว่า
1. อัตราการพบเชื้อ HPV ภาพรวม เริ่มต้นการทดลอง ทั้งสองกลุ่มมีเชื้อ HPV อยู่เท่ากันคือประมาณ 50% ผ่านไป 24 เดือน กลุ่มที่ขลิบเชื้อลดลงเหลือ 23.7% กลุ่มที่ไม่ได้ขลิบเชื้อลดลงเหลือ 41.0%
2. กลุ่มที่ขลิบมีอัตราการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ใหม่ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ขลิบอย่างชัดเจน
3. กลุ่มที่ขลิบมีอัตราการกำจัดเชื้อ HPV ออกจากร่างกายเองได้สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ขลิบ
4.ผลดีทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นส่วนหัวของอวัยวะเพศ แต่จะไม่ได้เห็นความแตกต่างนี้ตรงบริเวณลำอวัยวะเพศ

เหตุผลที่เป็นแบบนี้เพราะการขลิบช่วยลดการสะสมของเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ที่อวัยวะเพศชายครับ

09/06/2026
09/06/2026

*** ฝนมา RSV ก็มา...***

การป้องกันพื้นฐานทำอย่างไร ตามภาพเลยครับ

ส่วน option เสริมถ้าทำได้ คือ การรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป
สำหรับทารก อายุน้อยกว่า 1 ปี

ซึ่งเนื้อหาอยู่ตาม ลิ้งค์นี้ครับ
https://www.facebook.com/share/p/18iBTCQRTG/

08/06/2026

ถ้าห้ามลูกเล่นมือถือไม่ได้
พ่อแม่ควรทำยังไงดี

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของหลายบ้าน

บางบ้านตั้งใจจะไม่ให้ลูกดูจอเลย
แต่พอถึงเวลาต้องทำงานบ้าน ต้องกินข้าว
ต้องเดินทาง ต้องรอคิวหมอ หรือแม่เหนื่อยมากจริง ๆ

สุดท้ายมือถือก็กลายเป็นตัวช่วยที่หยิบมาใช้บ้าง

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า
“ให้ลูกเล่นมือถือได้ไหม”

แต่คือ
“ถ้าจำเป็นต้องให้เล่น เราจะทำยังไงให้ปลอดภัย
และได้ประโยชน์มากที่สุด”

หลักที่แม่ ๆ จำง่ายคือ

3 ดู 3 ห้าม

3 ดู

1. ดูด้วยกัน

เด็กเล็กไม่ได้เรียนรู้จากหน้าจอได้ดีเท่ากับการมีพ่อแม่อยู่ข้าง ๆ

ถ้าลูกดูคลิป พ่อแม่ควรนั่งดูด้วย คุยด้วย ถามด้วย เช่น

นี่สีอะไร
ตัวนี้ทำอะไร
เมื่อกี้ลูกเห็นอะไร
ถ้าเป็นลูก ลูกจะทำยังไง

การดูด้วยกันทำให้มือถือไม่ใช่แค่เครื่องให้ลูกเงียบ
แต่กลายเป็นเครื่องมือชวนคุย และช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกัน

2. ดูสั้น ๆ

เด็กเล็กยังควบคุมตัวเองได้ไม่ดี
ถ้าปล่อยให้ดูยาว ๆ มักจะหยุดยาก งอแงง่าย และอยากดูต่อเรื่อย ๆ

พ่อแม่ควรกำหนดให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่ม เช่น

ดู 1 ตอน
ดู 10 นาที
ดูจบเพลงนี้แล้วปิด
ตั้งนาฬิกาไว้ให้ลูกเห็น

อย่าใช้คำว่า “แป๊บเดียว” เพราะเด็กเล็กยังไม่เข้าใจเวลาเหมือนผู้ใหญ่

3. ดูแล้วชวนเล่นต่อ

จอจะมีประโยชน์มากขึ้น ถ้าไม่จบแค่การดู

เช่น ดูคลิปสัตว์ แล้วชวนลูกเลียนเสียงสัตว์
ดูคลิปสี แล้วให้ลูกหาของสีเดียวกันในบ้าน
ดูนิทาน แล้วถามลูกว่าชอบตัวละครไหน
ดูเพลงเด็ก แล้วลุกขึ้นเต้นหรือทำท่าตาม

เป้าหมายคือใช้จอเป็นจุดเริ่มต้น
แล้วพาลูกกลับมาเรียนรู้กับโลกจริง

3 ห้าม

1. ห้ามดูคนเดียว

โดยเฉพาะเด็กเล็ก
ไม่ควรปล่อยให้ลูกเลื่อนดูเองไปเรื่อย ๆ

เพราะเราไม่รู้ว่าอัลกอริทึมจะพาไปเจอคลิปอะไร
และเด็กยังแยกไม่ออกว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ

ถ้าให้ดู ควรเลือกคลิปให้ก่อน
ปิด autoplay
และอยู่ใกล้ ๆ ลูกเสมอ

2. ห้ามดูตอนกินข้าว หรือก่อนนอน

ตอนกินข้าว ลูกควรได้ฝึกเคี้ยว ฝึกกลืน
ฝึกรับรู้ความหิวอิ่ม และได้คุยกับคนในบ้าน

ถ้าเปิดจอไปด้วย ลูกอาจกินแบบไม่รู้ตัว
เคี้ยวไม่ดี หรือกินยากเมื่อไม่มีจอ

ส่วนก่อนนอน ควรเป็นเวลาที่สมองค่อย ๆ สงบ
ไม่ใช่เวลาที่ถูกกระตุ้นด้วยภาพ เสียง และแสงจากหน้าจอ

ถ้าจะสร้างกติกาง่าย ๆ ให้เริ่มจาก 2 ช่วงนี้ก่อน

กินข้าวไม่มีจอ
ก่อนนอนไม่มีจอ

3. ห้ามใช้จอเป็นเครื่องหยุดร้องประจำ

บางครั้งพ่อแม่เหนื่อยมาก
การยื่นมือถือให้ลูกหยุดร้องอาจช่วยได้ในตอนนั้น

แต่ถ้าทำบ่อยเกินไป ลูกอาจเรียนรู้ว่า
เวลาเบื่อ ง่วง โกรธ หรือไม่พอใจ ต้องใช้จอช่วยเสมอ

ระยะยาวลูกอาจจัดการอารมณ์เองยากขึ้น

พ่อแม่อาจใช้วิธีอื่นสลับ
เช่น กอดลูก พาเดิน เปลี่ยนกิจกรรม
ให้ของเล่น ชวนหายใจลึก ๆ หรือพูดชื่ออารมณ์ให้ลูกฟัง

เช่น

ลูกโกรธใช่ไหม
ลูกอยากดูต่อใช่ไหม
แม่เข้าใจนะ แต่ตอนนี้หมดเวลาแล้ว

แบบนี้ลูกจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าอารมณ์ของตัวเองจัดการได้
โดยไม่ต้องพึ่งจอตลอดเวลา

สรุปง่าย ๆ

มือถือไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวจนเกินไป
แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้มือถือเลี้ยงลูกแทนเรา

ถ้าห้ามไม่ได้
ให้ใช้แบบมีขอบเขต

ดูด้วยกัน
ดูสั้น ๆ
ดูแล้วชวนเล่นต่อ

และอย่าลืม

ห้ามดูคนเดียว
ห้ามดูตอนกินข้าวหรือก่อนนอน
ห้ามใช้จอเป็นเครื่องหยุดร้องประจำ

เด็กเล็กต้องการพ่อแม่มากกว่าหน้าจอ

จออาจช่วยได้บางเวลา
แต่ความสัมพันธ์ การพูดคุย การเล่น
และการกอดจากพ่อแม่
ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาการของลูก

อ้างอิงแนวทางจากคำแนะนำด้านสุขภาพเด็กและงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้หน้าจอในเด็กเล็ก เช่น WHO, American Academy of Pediatrics และบทความวิชาการด้านพัฒนาการเด็ก

#แม่เล่าให้ฟัง #ลูกเล่นมือถือ #เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล #พ่อแม่ต้องรู้ #พัฒนาการเด็ก

08/06/2026

“อีกไม่นานฉันจะทำได้”

ตอนเด็กๆ เรามักเฝ้ารอการเติบโตอยู่เสมอ
อยากเดินเองได้
อยากผูกเชือกรองเท้าเอง
อยากนอนคนเดียวได้
อยากทำหลายอย่างเหมือนผู้ใหญ่

เหมือนชีวิตในตอนนั้นเต็มไปด้วยคำว่า “เมื่อไหร่จะโตสักทีนะ”

หนังสือภาพเรื่อง “อีกไม่นานฉันจะทำได้” พาเราเข้าไปฟังเสียงในใจของเด็กคนหนึ่ง

เด็กที่ยังทำอะไรหลายอย่างไม่ได้ในวันนี้
ยังกลัวความมืดอยู่บ้าง
ยังต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยในหลายเรื่อง
ยังมีหลายอย่างที่ทำได้ไม่ดีนัก

แต่ทุกครั้งที่พูดถึงสิ่งเหล่านั้น เธอจะลงท้ายเสมอว่า “อีกไม่นานฉันก็จะทำได้แล้วล่ะ”

เราอ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะเด็กคนนี้ไม่ได้ดูร้อนใจเลย เธอไม่ได้กังวลว่าตัวเองช้ากว่าใคร ไม่ได้คอยมองว่าคนอื่นไปถึงไหนแล้ว

เธอเพียงเชื่อว่า … สักวันหนึ่งจะทำได้ … และระหว่างนั้น เธอก็กำลังค่อยๆ เติบโตอยู่ทุกวัน

อ่านมาถึงตรงนี้ เรานึกถึงผู้ใหญ่
นึกถึงตัวเองในหลายช่วงของชีวิต
ช่วงที่อยากเก่งกว่านี้
อยากสำเร็จกว่านี้
อยากไปถึงจุดหมายบางอย่างให้เร็วกว่านี้

จนบางครั้งเผลอลืมไปว่า
เรื่องสำคัญหลายเรื่องในชีวิต
ล้วนต้องใช้เวลา

ไม่มีใครเดินได้ตั้งแต่เกิด
ไม่มีใครอ่านหนังสือออกตั้งแต่ขวบเดียว
ไม่มีใครเข้าใจงานตั้งแต่วันแรก
และไม่มีใครเข้าใจชีวิตทั้งหมดในวันเดียว

เด็กคนหนึ่งต้องใช้เวลาค่อยๆ เติบโต และผู้ใหญ่อย่างเรา ก็คงต้องใช้เวลาค่อยๆ เติบโตอยู่เหมือนกัน

สิ่งที่เราชอบมากในหนังสือเล่มนี้ คือไม่มีใครเร่งเด็กเลย
ไม่มีใครบอกว่า เธอช้าเกินไป
ไม่มีใครบอกว่า ต้องรีบเก่งกว่านี้

มีเพียงเด็กคนหนึ่งที่กำลังเดินไปข้างหน้า
ทีละก้าว
ทีละวัน
ในจังหวะของตัวเอง

แล้วเราก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีประโยคที่เด็กคนนี้พูดกับตัวเอง
อาจเป็นประโยคเดียวกับที่ผู้ใหญ่หลายคนควรได้ยินบ้าง
“ยังไม่เป็นไรหรอก”
“วันนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
“อีกไม่นาน เราจะทำได้เอง”

เพราะการเติบโตไม่ใช่การแข่งขัน
มันเป็นการดีขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ
และทำได้ดี ในเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคน
♥️
พี่ดวงนะคะ

ที่อยู่

ร้านยาสองเภสัชกร 23/1 หมู่12 ตำบลป่าพุทรา อำเภอขาณุวรลักษบุรี
Amphoe Khanuworalak Buri
62130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+6655779166

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy:

แชร์