ร้านมียาฟาร์มาซี

เส้นทาง

ร้านมียาฟาร์มาซี ร้านขายยามียาฟาร์มาซี
จำหน่าย
✔️ยารักษาโรค
✔️อุปกรณ์ทางการแพทย์
✔️ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
✔️นม และผ้าอ้อม

02/11/2025

❌ ห้ามใช้ “น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์” ในการเช็ดตัวลดไข้เด็ก!
❌ ห้ามใช้ “น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์” ในการเช็ดตัวลดไข้เด็ก!
❌ ห้ามใช้ “น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์” ในการเช็ดตัวลดไข้เด็ก!

นี่คือคำแนะนำที่เขียนไว้ชัดเจน ในแนวทางลดไข้ในเด็ก
จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (ประกาศ 26 ก.ค. 2568)

นี่ไม่ใช่การ “ห้ามแบบมั่วๆซั่วๆ"
แต่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่สำคัญมากอยู่ครับ

โพสต์นี้อยากชวนทุกคน
มาทำความเข้าใจ “เบื้องหลัง” ของคำแนะนำนี้ให้ลึกขึ้นอีกนิด
อ่านจบจะเข้าใจกันมากขึ้นทันที! ✅

⸻

📌 ก่อนอื่น… ต้องเน้นย้ำไว้ก่อนว่า...

การเช็ดตัวนั้น
✅ สามารถทำ “ร่วมกับการกินยาลดไข้” ได้
แต่❗ ต้องเช็ด “อย่างถูกวิธี”

วิธีที่แนะนำคือ…
• ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย 💧
• เช็ดเบามือ ไม่ขัดถูแรงๆ จนตัวแดง
• เช็ดเน้นบริเวณที่เลือดไหลเวียนดี เช่น รักแร้ ซอกคอ ขาหนีบ
• ❌ ห้ามใช้น้ำเย็น
• ❌ ห้ามใช้น้ำแข็ง
• ❌ ห้ามใช้แอลกอฮอล์

แล้วทำไมถึง “ห้ามเด็ดขาด”
ในการใช้น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์ในการเช็ดตัว?

โพสต์นี้จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆครับ 👇

=======================

1️⃣ ก่อนอื่น… มารู้จัก “ไข้” กันก่อน 🌡️

เวลาเด็กติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นหวัด ทอนซิลอักเสบ มือเท้าปาก ฯลฯ
ร่างกายจะเริ่มกระบวนการต่อสู้กับเชื้อโรคโดยส่งเม็ดเลือดขาวออกมา
จากนั้นเม็ดเลือดขาวจะหลั่ง “สารอักเสบ” ขึ้นมา

🧠 สารนี้จะเดินทางไปที่สมองส่วนหนึ่งที่ชื่อว่า “ไฮโปธาลามัส”
ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
คอยคุมให้เราอุ่นกำลังดี ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นเกิน

⸻

ปกติสมองจะตั้งอุณหภูมิร่างกายไว้ที่ประมาณ 37°C
ถ้าเราไปอยู่ในที่หนาวจัด ร่างกายก็จะพยายามทำให้ตัวอุ่นกลับไปที่ 37°C

แต่เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามา สารอักเสบจะไป “สั่งให้สมองตั้งอุณหภูมิใหม่ให้สูงขึ้น”
เช่น สมมติว่าสมองตั้งเป้าไว้ที่ 38.5°C แทน

ตอนนี้แม้ว่าอุณหภูมิร่างกายยังอยู่ที่ 37°C แต่สมองตั้งเป้าหมายไว้สูงกว่าเดิม
ร่างกายจึงพยายามเร่ง “สร้างความร้อน” ขึ้นให้ถึงเป้านั้น
ด้วยกลไกต่าง ๆ เช่น…
• หนาวสั่น 🥶: กล้ามเนื้อเกร็งและคลายตัวสลับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความร้อน
• ขนลุก 🪶: เพื่อกักเก็บความร้อน
• หลอดเลือดผิวหนังหดตัว: ลดการระบายความร้อน
(คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกว่าจับหัวลูกร้อนนะ แต่แขนขาเย็น)
• รู้สึกหนาว: เด็กจะขอห่มผ้า ใส่เสื้อหนาๆ โดยอัตโนมัติ

พูดง่ายๆ คือ ไข้ = ความตั้งใจของร่างกาย ที่จะเพิ่มอุณหภูมิขึ้นให้ได้ตามที่สมองสั่ง

⸻

❓แล้วทำไมสมองต้องสั่งให้ตัวร้อนขึ้นด้วย?

ยังไม่มีทฤษฎีเดียวที่ยืนยันชัดเจน
แต่มี 2 แนวคิดที่มักพูดกัน 👇

1️⃣ ทฤษฎีภูมิคุ้มกัน: อุณหภูมิที่สูงขึ้นช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
และเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย อาจเติบโตช้าลงในอุณหภูมิสูง

2️⃣ ทฤษฎีเตือนภัย: ความร้อนเป็น “สัญญาณเตือน” ให้เจ้าของร่างกายรู้ว่ากำลังป่วย
เพื่อจะได้หยุดพัก นอนเยอะๆ และไม่หักโหม

📌 ไม่ว่าแนวคิดไหนจะถูกต้องกว่ากัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ…

👉 “ไข้” คือกลไกทางธรรมชาติของร่างกาย
ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อการเจ็บป่วย

มันไม่ใช่ศัตรู
แต่มันคือสัญญาณว่า… ภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังทำงานอยู่ครับ 🛡️💙

=======================

2️⃣ แล้ว “ยาลดไข้” ทำงานยังไง?

เวลาลูกมีไข้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้กินยาพาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน 💊
ยาลดไข้พวกนี้ สุดท้ายมันจะไป “ปรับคำสั่ง” ที่สมอง 🧠

⸻

🔧 ปรับที่สมองส่วน “ไฮโปธาลามัส”
ที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่กล่าวไปนั่นแหละ

สมมติว่าเมื่อเป็นไข้ สมองตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 38.5°C
ยาลดไข้จะไปสั่งให้ลดเป้าหมายลงกลับมาใกล้ 37°C อีกครั้ง

⸻

พอสมองได้รับคำสั่งใหม่ ร่างกายก็จะค่อยๆ ลดอุณหภูมิร่างกายลงมา
ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น
• ขยายหลอดเลือดที่ผิวหนังระบายความร้อน (พ่อแม่มักจะเห็นลูกเหงื่อออก)
• ลดกลไกสร้างความร้อนในร่างกาย

พูดง่ายๆ คือ…
มันไปคุยกับสมองว่า “พอแล้วนะ ไม่ต้องร้อนขนาดนั้นแล้ว”

=======================

3️⃣ ถ้าไม่ให้ยาลดไข้เลย… แล้วไข้จะลดลงได้เองมั้ย?

📖 ตามแนวทางของ
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (26 ก.ค. 2568)
ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า…

💬 “เป้าหมายของการลดไข้ คือเพื่อให้เด็กสุขสบาย”
ไม่จำเป็นต้องพยายามลดให้กลับมาอุณหภูมิปกติทุกครั้ง

⸻

หลายบ้านเลยสงสัยว่า
“ถ้าลูกกินข้าวได้ ร่าเริงดี ไม่ซึม ไม่ปวดหัว…
แต่ลูกมีไข้อยู่ เราจะไม่ให้ยาลดไข้เลย… มันโอเคเหรอ?”

คำตอบคือ…
✅ ทำได้ครับ

⸻

📈 ถ้าไม่กินยา… แล้วไข้จะเป็นยังไง?

โดยธรรมชาติแล้ว
ไข้จะขึ้นๆ ลงๆ เป็นช่วงๆ ตามการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกาย
บางช่วงอาจไข้สูง บางช่วงก็ลดลงได้เอง

และเมื่อภูมิคุ้มกันทำงานจนเชื้อโรคถูกกำจัดหมดแล้ว…
🔽 เม็ดเลือดขาวจะหยุดหลั่ง “สารอักเสบ”
🔽 สมองจะตั้งอุณหภูมิกลับมาที่ 37°C
🔽 แล้วอุณหภูมิร่างกายก็จะลดลงเองแบบค่อยเป็นค่อยไป

⸻

📌 สรุปข้อ 3

• ไม่ได้บังคับให้กินยาลดไข้ทุกครั้ง
• ถ้าเด็กยังกินได้ เล่นได้ ร่าเริง ไม่ซึม
→ ยังไม่จำเป็นต้องรีบให้ยา
→ ปล่อยให้ร่างกายจัดการเองได้ตามธรรมชาติ

แต่ถ้าเด็กเริ่มดูไม่สบายตัว เช่น…
• ปวดหัว ปวดเมื่อย
• ดูหงุดหงิด ไม่เล่นเหมือนเดิม

→ ตอนนั้นแหละถึงเวลาให้ยาลดไข้ เพื่อให้ลูกรู้สึกดีขึ้น 😌

=======================

4️⃣ ถ้าเช็ดตัวด้วย “น้ำเย็น” “น้ำแข็ง” หรือ “แอลกอฮอล์” …แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

มีหลายคนอาจนึกว่า...

“ถ้าเด็กตัวร้อนจัด งั้นเอาน้ำเย็นหรือน้ำแข็งเช็ดเลยน่าจะช่วยให้เย็นเร็ว”
หรือบางทีก็เช็ดตัวแล้วเปิดแอร์แรงๆ ไปพร้อมกันไปเลย ❄️

แต่ในความเป็นจริง…
วิธีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยลด"ไข้ที่สมองสั่งไว้" เลย
แถมยังทำให้เด็ก “ทรมานมากขึ้น” อีกด้วย 😣

⸻

🔬 เพราะมันไปลดแค่ “อุณหภูมิที่ผิวหนัง”
• น้ำเย็นหรือน้ำแข็งทำให้ผิวหนังเย็นลงเร็วมาก
• เวลาวัดปรอทที่รักแร้ อาจเห็นว่าตัวเย็นลงจริง
→ หลายคนจึงเข้าใจผิดว่า “ได้ผล”

แต่ความจริงคือ…
สมองยังตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 38.5°C เหมือนเดิม
→ สมองจึงคิดว่า “ข้างนอกเย็นเกินไป”
→ แล้วรีบสั่งร่างกายให้เร่งสร้างความร้อนเพิ่มทันที

ผลที่ตามมา คือ...
• หนาวสั่น 🥶 = กล้ามเนื้อเกร็งสลับคลายเร็วๆ เพื่อสร้างความร้อน
• ขนลุก 🪶 = พยายามกักเก็บความร้อนให้อยู่ในตัว

ยิ่งเช็ดน้ำเย็น → สมองยิ่งสั่งเร่งผลิตความร้อน → ไข้ยิ่งสูงขึ้น

⸻

💥 ผลข้างเคียงตามมาอีกเพียบ
• เด็กหลายคนรู้สึกหนาวสั่น ปากสั่นจน “ร้องไห้ กลัวมาก”
บางคนกลัวโรงพยาบาลไปเลยก็มี
• กลไกหนาวสั่นใช้พลังงานสูง เด็กจะยิ่งอ่อนเพลีย
• ขนลุก หนาวสั่น = ร่างกายต้องทำงานหนัก โดยไม่จำเป็นเลย

⸻

❗ ส่วน “แอลกอฮอล์” ยิ่งไม่ควร
มันก็เย็นเหมือนกัน แต่…
แอลกฮอล์มีผลเสียรุนแรงยิ่งกว่า เพราะ…
• ผิวเด็กยังบาง → ระคายเคือง แสบง่าย
• แอลกอฮอล์สามารถซึมผ่านผิวเข้าสู่ร่างกายได้
→ ทำให้เกิดพิษได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ⚠️

⸻

📌 สรุปข้อ 4

การเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น น้ำแข็ง หรือเปิดแอร์แรงๆ
❌ ไม่ได้ช่วยให้ไข้ลดลงจาก “สมอง”
❌ แต่กลับทำให้ร่างกายเข้าใจผิดว่ายังไม่อุ่นพอ
❌ ทำให้เด็กเหนื่อย หนาวสั่น และไม่สบายตัวมากขึ้น
บางคนเกิดความทรงจำที่ไม่ดี กลัวมากก็มี

🛏️ สิ่งที่เด็กต้องการที่สุดตอนป่วยคือ
ความสุขสบาย และการได้พักอย่างแท้จริงครับ

=======================

5️⃣ แล้วถ้า “เช็ดตัวแบบถูกวิธี” จะช่วยอะไรได้บ้าง?

หลังจากที่เราเข้าใจแล้วว่า
การเช็ดตัวด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็น อาจทำให้ร่างกายยิ่งร้อนขึ้น 😣

ทีนี้คำถามต่อมาคือ…
ถ้าเช็ดตัวอย่างถูกวิธี ร่วมกับการให้ยาลดไข้ มันจะช่วยอะไรได้จริงไหม?

คำตอบคือ…
✅ ช่วยได้ครับ

⸻

💊 เรารู้แล้วว่า ยาลดไข้จะไปปรับคำสั่งที่สมอง
จากเดิมที่สมองตั้งเป้าไว้ที่ 38.5°C
→ ยาจะไปสั่งให้ลดเป้าลงกลับมาใกล้ 37°C

แต่การเปลี่ยนคำสั่งนี้
ร่างกายไม่ได้ลดอุณหภูมิทันทีนะครับ
มันต้องใช้ “เวลา” ในการปรับตัวลงทีละนิด 📉

⸻

💦 นี่แหละที่ “การเช็ดตัวอย่างถูกวิธี” เข้ามาช่วย

ถ้าระหว่างที่รอยาออกฤทธิ์
เราช่วยเช็ดตัวลูกด้วย “น้ำอุ่นเล็กน้อย”
เพราะมันใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่สมองตั้งไว้ที่ 37°C
→ ถ้าเราช่วยลดอุณหภูมิผิวกายลงมาใกล้ๆ กัน
สมองจะไม่ตกใจว่า “ทำไมมันเย็นผิดปกติ?”
→ เด็กจะไม่หนาวสั่น ไม่ขนลุก
และรู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

พูดง่ายๆ คือ
เรากำลังช่วยร่างกายลดไข้ “แบบไม่ขัดคำสั่งสมอง”
→ เด็กรู้สึกสบาย
→ ไม่ต้องใช้พลังงานเยอะ

=======================

6️⃣ แล้ว “อาบน้ำ” แทนการเช็ดตัว ได้ไหม?

คำถามยอดฮิตอีกข้อเลยครับ
หลายบ้านสงสัยว่า…
“ถ้าลูกเป็นไข้ แล้วเราอาบน้ำให้เลย จะช่วยลดไข้ได้ไหม?” 🚿

⸻

🔍 คำตอบคือ…

จริงๆ แล้ว
ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่พูดถึงการอาบน้ำเพื่อลดไข้แบบเฉพาะเจาะจง
แต่ถ้ามองตามหลักการ ก็สามารถทำได้ครับ
โดยให้ “คิดเหมือนกับการเช็ดตัว” เลย

⸻

✅ หลักการอาบน้ำที่ปลอดภัยเมื่อเด็กเป็นไข้
• ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง หรือ “น้ำอุ่นเล็กน้อย”
• อย่าใช้น้ำเย็น ❌
• อย่าใช้น้ำแข็ง ❌
• ระหว่างอาบให้สังเกตอาการลูกใกล้ชิด

ถ้าเริ่มมีอาการ “หนาวสั่น ขนลุก ร้องไห้ ตัวเกร็ง”
→ ให้หยุดอาบทันที เพราะแสดงว่าร่างกายเริ่มรู้สึกหนาวเกินไปแล้วครับ 🧊🥶

❤️ จำไว้ว่า…
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “ลดไข้ให้ตัวเลขลดไวๆ”
แต่คือ “ทำให้ลูกสบายที่สุด โดยไม่ฝืนธรรมชาติของร่างกายครับ”

=======================

7️⃣ สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้… คือ “ไข้” ไม่ใช่ “ลมแดด”

ก่อนจากกัน ขอเน้นอีกจุดที่สำคัญมากครับ
คือเรื่องที่เราพูดถึงมาตลอดทั้งโพสต์
✅ คือ “ไข้” (Fever) ที่เกิดจาก ร่างกายสั่งให้ตัวเองร้อนขึ้น
เป็นการตอบสนองกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น

❌ ไม่ใช่ ภาวะ “ลมแดด” หรือ Heat Stroke
ที่มักเกิดขึ้นในหน้าร้อน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน
เช่น เด็กอยู่กลางแดดจัดนานๆ โดยไม่มีน้ำหรือร่มเงา 🌞
(ในทางการแพทย์ คือ Hyperthermia)

⸻

แล้วสองอย่างนี้ต่างกันยังไง?

📌 ไข้ (Fever)
• เกิดจากสมองสั่งให้ร่างกายร้อนขึ้น
• สมองตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 38–40°C โดยตั้งใจ
• ให้ยาลดไข้ร่วมกับเช็ดตัวได้

📌 ลมแดด (Heat Stroke)
• เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น อากาศร้อนจัด แสงแดดแรงๆ
• สมองยังตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 37°C ปกติ
• แต่อุณหภูมิร่างกาย ร้อนพุ่งสูงไปถึง 41–42 ++°C
• ถือเป็น “ภาวะฉุกเฉิน” ที่อันตรายมาก ❗

⸻

การดูแลจะต่างจากการลดไข้ทั่วไปโดยสิ้นเชิงครับ
ในกรณี Heat Stroke
❗ ต้องทำให้อุณหภูมิของร่างกาย เย็นลงเร็วที่สุด
• เช็ดตัวด้วย น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง
• พัดลมแรงๆ ขณะเช็ดตัว
• ใช้น้ำเกลือเย็นฉีดเข้าหลอดเลือด
• ยาลดไข้ไม่ช่วยอะไร เพราะสมองตั้งอุณหภูมิไว้ปกติ

⸻

📌 สรุปข้อ 7
• 🌡️ ไข้ (Fever): สมองสั่งให้ร่างกายร้อนขึ้นเอง เป็นการตอบสนองกับการติดเชื้อที่เกิดขึ้น
• ☀️ ลมแดด (Heat Stroke): ร่างกายร้อนขึ้นเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมร้อนจัด
• ⚠️ ดูแลต่างกันโดยสิ้นเชิง ห้ามสับสน!

=======================

📌 Take-home Message; ห้ามใช้น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้
• ❌ น้ำเย็น-น้ำแข็ง → ทำให้ผิวเย็นเร็ว แต่สมองสั่งให้ร่างกาย “เร่งสร้างความร้อนเพิ่ม”
• ⚠️ ส่งผลให้เด็ก หนาวสั่น, ขนลุก, ใช้พลังงานเยอะ และ ยิ่งไข้สูงขึ้น
• ❌ แอลกอฮอล์ → ระคายผิว + เสี่ยงดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย → อันตรายมากโดยเฉพาะในเด็กเล็ก
• ✅ วิธีที่ถูกต้อง → ใช้น้ำอุ่นเล็กน้อย เช็ดเบาๆ ตามจุดเลือดไหลเวียนดี (ร่วมกันกับกินยาลดไข้)
• 🎯 เป้าหมายของการลดไข้ = เพื่อให้เด็ก “สบายตัว” ไม่ใช่แค่ให้ตัวเลขลดไว

สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้มีสาระดี ๆ มาฝากทุกท่านอีกเช่นเดิมเคยสงสัยกันไหมว่า ยาน้ำแก้ปวด ลดไข้เด็ก พาราเซตามอล ที่ม...
26/04/2025

สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้มีสาระดี ๆ มาฝากทุกท่านอีกเช่นเดิม

เคยสงสัยกันไหมว่า ยาน้ำแก้ปวด ลดไข้เด็ก พาราเซตามอล ที่มีหลากหลายสีนั้น นอกจากรสชาติจะต่างกันแล้ว มีสิ่งอื่นที่ต่างกันไหม?

และทำไมทุกครั้งที่เข้าร้านยา เพื่อซื้อยาน้ำพาราเซตามอล เภสัชกรจะต้องถามน้ำหนักของผู้ที่จะรับประทานยาเสมอ

วันนี้จะพาทุกท่านไปหาคำตอบเกี่ยวกับ ’ยาน้ำพาราเซตามอล’ ร่วมกัน

💊ยาพาราเซตามอล (paracetamol) เป็นยาที่มีฤทธิ์แก้ปวด ลดไข้ สามารถใช้ได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร เมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสม

💊ขนาดยาพาราเซตามอลที่เหมาะสมคือ 10 – 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยรับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ ดังนั้น การรับประทานยาจึงควรให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว

💊เด็กไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 วัน ผู้ใหญ่ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 10 วัน ผู้ที่เป็นไข้ (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) ไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 3 วัน

💊การได้รับยามากเกินไป ไม่ได้ช่วยให้ได้ผลการรักษามากขึ้น แต่กลับเป็นการทำให้ร่างกายได้รับสารพิษมากขึ้น สำหรับยาพาราเซตามอลหากได้รับเกินขนาด (150 มก./กก. ของน้ำหนักตัว ภายในครั้งเดียว หรือรับประทานต่อเนื่องเกิน 150 มก./กก. ของน้ำหนักตัว ภายใน 1-2 วัน หรือ เกิน 100 มก./กก.ของน้ำหนักตัว ภายใน 3วัน) อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง ความดันลดลง หรือในบางรายที่กินเกินขนาดมาก ๆ อาจส่งผลให้การทำงานของตับและไตเสียได้

💊ข้อควรระวังในการใช้ยา
• ผู้ป่วยโรคตับไม่ควรใช้ยา
• ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ อาจเกิดพิษต่อตับจากยาได้มากขึ้น
• ผู้ที่แพ้ยาพาราเซตามอลเกิดผื่น คัน แดง หรือมีไข้ ควรหยุดใช้ยาทันทีและรีบไปพบแพทย์

💊ยาน้ำสำหรับเด็ก มีความเข้มข้นต่าง ๆ ดังนี้
• แบบหยด มีตัวยา 60มก./0.6 มล. หรือ 80 มก./0.8 มล. เหมาะกับเด็กอ่อนน้ำหนักตัวไม่ถึง 10 กก. (อายุไม่ถึง 1 ปี)
• แบบยาน้ำเชื่อม มีตัวยา 120 มก./5 มล. เหมาะกับเด็กน้ำหนักตัว 12 – 15 กก. (อายุน้อยกว่า 2 ปี)
• แบบยาน้ำเชื่อม มีตัวยา 160 มก./5 มล. เหมาะกับเด็กน้ำหนักตัว 16 – 24 กก. (อายุประมาณ 3-7ปี)
• แบบยาน้ำเชื่อม มีตัวยา 250 มก./5 มล. เหมาะกับเด็กน้ำหนักตัว 25-40 กก. (อายุประมาณ 8-10ปี)

💊 สรุปแล้ว ยาน้ำพาราเซตามอล สำหรับเด็ก ไม่ได้แตกต่างกันแค่รสชาติ แต่มีความเข้มข้นยาแตกต่างกันด้วย ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนเลือกใช้ยานะคะ

🤔จากตัวอย่างการคำนวณขนาดยาในรูปด้านล่าง อยากจะเชิญชวนทุกท่านให้ลองฝึกคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลในเด็กที่มีน้ำหนัก 18 กก. ว่าควรจะรับประทานยากี่ มก. จึงจะเหมาะสมกับน้ำหนักตัว?

วันนี้มาบอกเล่าแค่นี้ก่อน ไว้มาพบกันใหม่ หวังว่าทุกคนจะมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ

Goodbye & Stay healthy naka💚

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/knowledge_general_population/paracetamol

28/01/2025
03/01/2025

นี่มันปี 2025 แล้ว ทำไมยังมี #ยาชุด แบบนี้ขายอยู่อีก
บอกเลย โคตรอันตราย
❌️เสี่ยงได้ยาซ้ำซ้อน ในกลุ่มยาเดียวกัน
❌️เสี่ยงได้ยาสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น
❌️เสี่ยงได้ยาปลอม ไม่ทราบที่มาที่ไป
❌️เสี่ยงกระเพาะทะลุ ไตวาย ..เสี่ยงตุย จากแพ้ยารุนแรง...
เลิกซื้อเลิกหา เลิกขายเถอะนะ
กฏหมายมี อย่าเอากำไรเล็กๆน้อยๆมาเสี่ยงเลย ❗️

20/09/2024
โรคฝีดาษลิงคืออะไร? ติดต่อทางไหน? อาการแบบนี้ใช่ฝีดาษลิงไหม? สามารถป้องกันได้อย่างไร?วันนี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักโรคฝ...
14/09/2024

โรคฝีดาษลิงคืออะไร? ติดต่อทางไหน? อาการแบบนี้ใช่ฝีดาษลิงไหม? สามารถป้องกันได้อย่างไร?

วันนี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักโรคฝีดาษลิงไปพร้อม ๆ กัน🐵🐵

🦠โรคไข้ฝีดาษลิง หรือ ไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Othopoxvirus ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับไวรัสโรคไข้ทรพิษ (Smallpox) โดยพบเชื้อในสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก กระแต เป็นหลัก

🐭🧍‍♂️การติดเชื้อจากสัตว์สู่คน
• สัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่มีเชื้อ
• ติดเชื้อจากการโดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด
• การกินเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อที่ปรุงไม่สุก

👬การติดเชื้อจากคนสู่คน
• สัมผัสโดยตรงกับรอยโรค ตุ่มหนอง หรือสารน้ำในตุ่มหนองที่แตกออกมา
• ติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม
• การสัมผัสสิ่งของ เช่น เสื้อผ้า หรือของใช้ที่มีสารคัดหลั่งปนเปื้อน
• ติดต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์

🤒อาการจะเริ่มจากการมีไข้ และมีต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้น 1-2 วัน จะมีผื่นขึ้นที่ตัว หน้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้า
🤒ช่วง 2-4 สัปดาห์ต่อมา ผื่นจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบ จากผื่นนูนแดงเป็นตุ่มน้ำ แล้วกลายเป็นตุ่มหนอง จากนั้นตุ่มจะแตกและแห้ง กลายเป็นสะเก็ด ผู้ป่วยก็จะอาการดีขึ้น
🤒โดยผู้ป่วยจะสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ตั้งแต่มีไข้ และหมดระยะในการแพร่กระจายให้ผู้อื่นหลังตุ่มหนองแตกและแผลแห้งดีแล้ว

💊ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะสำหรับโรคฝีดาษลิง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้โดยป้องกันการติดเชื้อ สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก จึงให้การรักษาโดยให้วัคซีนฝีดาษร่วมกับให้ยาต้านไว้รัส brincidofovir หรือ cidofovir

💉ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อน (ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2523) หรือมีอายุมากกว่า 42 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน 5 เท่า หรือลดโอกาสการเป็นโรคได้ 80-90%

😷วิธีป้องกันโรคฝีดาษลิง
• ออกห่างจากผู้ติดเชื้อ ผู้ที่สงสัยเสี่ยงติดเชื้อ หรือมีประวัติสัมผัสผู้ป่วย
• ไม่นำมือไปสัมผัสผื่น ตุ่ม หนอง ของผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อ
• เชื้อไวรัสฝีดาษลิงเป็นเชื้อที่มีโปรตีนหุ้ม ซึ่งสามารถถูกทำลายได้ด้วยแอลกอฮอล์ ดังนั้น ควรล้างมือบ่อย ๆ ด้วยแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป
• สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อผ่านละอองฝอย

หลักการที่ว่า “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ยังได้ผลเสมอ แต่ตอนนี้ขอเพิ่ม “สวมหน้ากากอนามัย” ลงไปด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง และคนรอบข้าง

วันนี้มาบอกเล่าแค่นี้ก่อน ไว้มาพบกันใหม่ หวังว่าทุกคนจะมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ

Goodbye & Stay healthy naka💚

ที่อยู่

752 ม. 6 ต. หนองโก อ. กระนวน จ. ขอนแก่น
Amphoe Kranuan
40170

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 20:00
อังคาร 07:00 - 20:00
พุธ 07:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 20:00
ศุกร์ 07:00 - 20:00
เสาร์ 07:00 - 20:00
อาทิตย์ 07:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ร้านมียาฟาร์มาซี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์