18/04/2026
ฟันผุน่ากลัวกว่าที่คิดนะคะ
ชาย 47 ปี ไข้ เหนื่อยง่าย มาเป็นเดือน และมือเริ่มมีจ้ำแดง คิดว่าซิฟิลิส สุดท้ายพบว่าไม่ใช่ แต่เป็นถึงหัวใจ ต้นตอคือ “ฟันผุ” ที่ปล่อยทิ้งไว้
หลายคนคิดว่า “ฟันผุ” เป็นเรื่องเล็ก
เป็นแค่ปวดฟัน เหม็นปาก หรือเหงือกอักเสบ
แต่ความจริงคือ ปากคือรอยต่อสำคัญที่เชื่อมระหว่างภายนอกกับกระแสเลือด ดังนั้นฟันผุไม่ได้ลุกลามจนเป็นแค่เรื่องในช่องปากเท่านั้น มันอาจลามไปที่อื่นได้
ชายวัย 47 ปี เริ่มมีปัญหาในช่องปากแบบเรื้อรัง ฟันผุหลายซี่ ส่วนใหญ่จะเป็นฟันกราม เคี้ยวเจ็บเป็นๆ หายๆ ช่วงเป็นหนักคือต้องซื้อยาแก้ปวด iburopfen มากิน วนไปวนมาแบบนี้มานาน
มีนิสัยชอบกินขนมตอนดึกๆ แล้วก็นอนเลย ไม่ได้แปรงฟัน บางครั้งนึกได้ถึงมาแปรงฟันตอนสายๆ บางวันก็ไม่ได้แปรง
ภรรยาก็ทักแล้วว่าให้ไปหาหมอฟัน เพราะบางครั้งปวดจนเคี้ยวไม่ได้เลย แต่งานยุ่งตลอดเลยตอบไปตลอดว่า “เดี๋ยวค่อยไปทำ”
อยู่มาวันหนึ่ง มีอาการไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ เพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ตอนแรกก็คิดว่าติดโควิด แต่ก็แปลกไม่มีไอ ไม่มีอะไรเลย
ผ่านไป 2 อาทิตย์ก็ยังไม่หายซักที ไปคลินิก ตรวจก็ไม่เจออะไร มีแต่ไข้ 38.0 องศา หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่ รพ. แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป
ผ่านไปอีก 1-2 สัปดาห์ อาการไข้ก็ยังเป็นๆ หายๆ
เขาเริ่มสังเกตว่า “ฝ่ามือ” เริ่มมีจ้ำแดงแปลกๆ
ตอนแรกตกใจมากคิดว่าซิฟิลิส แต่ก็มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงอะไร
ภรรยาจึงรีบพาไป รพ.
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล
แพทย์เริ่มซักประวัติละเอียด
▪️ ไข้เรื้อรังมาเป็นเดือนเลย
▪️ สุขภาพช่องปากแย่มาก ฟันผุจนดำ มีเหงือกบวมเหมือนมีหนอง
▪️ มีจ้ำแดงที่มือ
ตรวจร่างกาย
▪️ ฝ่ามือมีจ้ำแดงเล็กๆ แบบในภาพ ซึ่งไม่เหมือนผื่นจากโรคติดเชื้อ
▪️ บางจุดที่ปลายนิ้วเป็นตุ่มแดงนูน เจ็บ
ที่พีคคือฟังเสียงหัวใจพบว่ามีเสียงฟู่ เหมือนมีลิ้นตีบ/รั่ว (Murmur)
แพทย์จึงรีบส่งตรวจเลือดและปรึกษาหมอหัวใจ
▪️ ตรวจเอคโค่หัวใจ (Echocardiography) พบว่า
พบก้อนที่เกาะอยู่บนผิวหัวใจ ใกล้ลิ้นหัวใจ
ก้อนเชื้อ (Vegetation)
แถมลิ้นยังมีลักษณะปิดไม่สนิท
เกิดการรั่วชัดเจน
แพทย์ยังส่งตรวจเพาะเชื้อในเลือดด้วยค่ะ
เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยน่าจะมี
การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ (Infective endocarditis: IE)
ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ ลามมาจากในปากนั่นแหละ
การติดเชื้อเรื้อรังในช่องปาก ทำให้เลือดเข้าสู่เลือด
เป็นพักๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันก็พอกำจัดได้แหละค่ะ
แต่พอไม่รักษาซักที จนถึงวันซวยที่
เชื้อสามารถเกาะกับผิวหัวใจ
และเริ่มแบ่งตัวได้ นั่นแหละค่ะ
เลยทำให้เชื้อได้ที่อยู่ใหม่
ผลิตโคโลนีเป็นก้อนๆ บางครั้งก็หลุดไปในเลือด
ภูมิคุ้มกันก็พยายามมาจับๆๆ เป็นก้อนๆ
ลอยไปติดตามหลอดเลือดที่นิ้ว จนเป็นจ้ำๆ แบบในภาพ
แพทย์จึงให้การรักษาทันที
▪️ ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด
▪️ ดูแลเรื่องลิ้นหัวใจ ว่ามีอาการหัวใจล้มเหลวหรือไม่
ซึ่งจริงๆ เคสนี้เจาะน้ำตาลแรกรับคือขึ้น 320 ด้วย
อาจจะมีเบาหวานโดยไม่รู้ตัวมานานแล้ว
ซึ่งพอจะอธิบายได้ว่าภูมิคุ้มกันอาจจะตกลง
จากพิษที่น้ำตาลสูงลอย ทำให้เชื้อเข้าสู่เลือดได้สะดวกขึ้นค่ะ
ดังนั้น ดูแลสุขภาพช่องปากเสมอนะคะ
✅ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
✅ ใช้ไหมขัดฟันเถอะค่ะ เอาเศษอาหารออกโคตรดี
✅ ตรวจฟันเป็นประจำ
✅ เหงือกอักเสบเรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้
✅ กินหวานแล้วนอน = เปิดประตูให้เชื้อทำสงครามฟรีจ้าาา