HappySleep ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาการนอนกรน - บริการให้คำปรึกษาการนอนกรน
- บริการตรวจเช็คการนอนหลับถึงบ้าน
- บริการเครื่องรักษาการนอนกรน CPAP

สั่งซื้อ Auto CPAP ยี่ห้อ Yuwell รุ่น YH680B กับทาง Happy Sleep ได้แล้ววันนี้ที่ Shopee เครื่องไทย รับประกัน 2 ปี พร้อมบ...
24/06/2026

สั่งซื้อ Auto CPAP ยี่ห้อ Yuwell รุ่น YH680B กับทาง Happy Sleep ได้แล้ววันนี้ที่ Shopee เครื่องไทย รับประกัน 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายครับ

https://shopee.co.th/product/1612863257/41281965646/

CPAP - Continuous positive airway pressure หรือ เครื่องเป่าความดันลมเพื่อเปิดขยายทางเดินหายใจCPAP Therapy คืออะไรคำว่า C...
08/11/2016

CPAP - Continuous positive airway pressure หรือ เครื่องเป่าความดันลมเพื่อเปิดขยายทางเดินหายใจ

CPAP Therapy คืออะไร
คำว่า CPAP นั้นย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure เป็นการรักษาที่ได้ประสิทธิผลดีที่สุดวิธีหนึ่งในการรักษา ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea Syndrome, OSAS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีอาการในระดับปานกลาง ถึง รุนแรง CPAP มีหลักการในการรักษาคือ การเป่าความดันลมผ่านทางจมูกหรือปาก ผ่านบริเวณลำคอ และโคนลิ้น ซึ่งเป็นส่วนทางเดินหายใจส่วนต้น เพื่อให้เปิดขยายตัวตลอดเวลาโดยไม่ให้มีการอุดกั้นขณะที่นอนหลับ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้เครื่องสามารถหายใจรับอากาศอย่างพอเพียงและนอนหลับราบ รื่นตลอดทั้งคืน โดยลมที่เป่าด้วยความดันนี้มักเป็นเพียงอากาศปกติ ไม่ใช่การให้ออกซิเจนตามโรงพยาบาล (ยกเว้นในบางรายที่จำเป็นมากเท่านั้น)

เครื่อง CPAP มีส่วนประกอบและรูปร่างหน้าตา เป็นอย่างไร
ปัจจุบัน มีเครื่อง CPAP อยู่หลายแบบเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามส่วนประกอบของเครื่อง CPAP หลัก ๆนั้นจะคล้ายกัน ได้แก่ 1. ส่วนของเครื่องสร้างความดันลม 2. ส่วนของหน้ากากและสายรัดศีรษะ (CPAP Mask) 3.ส่วนของท่อลม และ 4.อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น เครื่องอบไอน้ำ หรือหน้ากากสำรอง เป็นต้น

ควรเลือกรักษาด้วย CPAP แบบใด
ก่อนการรักษาด้วย CPAP ท่านต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ รวมถึงต้องได้รับการตรวจสุขภาพการนอนหลับก่อนเสมอ เพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องอันจะใช้ในการอ้างอิง เพื่อดูแลรักษาท่านในระยะยาวต่อไป และเมื่อท่านร่วมตัดสินใจกับแพทย์ว่า เป็นการรักษาที่เหมาะสมกับท่านแล้ว ท่านต้องตัดสินใจเลือกประเภทของเครื่อง เนื่องจากในปัจจุบัน มีเครื่อง PAP อยู่หลายแบบ ซึ่งแบ่งง่าย ๆ จะเป็น
1. เครื่องเป่าความดันลมแบบธรรมดา หรือ Manual CPAP
2. เครื่องเป่าความดันลม 2 ระดับ (Bilevel PAP หรือ BiPAP) คือสามารถปรับดวามดันลมได้ทั้งเข้า และออก
3. เครื่องเป่าความดันลมแบบปรับความดันอัตโนมัติ (Auto-adjusting PAP หรือ APAP)
ในกรณีทั่วไปการใช้เครื่องแบบธรรมดาก็อาจเพียงพอซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า แบบอื่น ท่านจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะว่าแบบใด และความดันลมเท่าใดจึงจะเหมาะสมกับภาวะโรคของท่านโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย นอกจากนี้อาจมีรายละเอียดพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งท่านต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ของท่านเองด้วย

CPAP มีวิธีใช้อย่างไร
การใช้เครื่อง CPAP นั้น จะเริ่มใช้เฉพาะเวลาที่ท่านกำลังจะนอนหลับ โดยท่านควรใช้ตลอดทั้งคืนและทุกคืนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวของท่าน วิธีการใช้ไม่ยุ่งยากและไม่ซับซ้อน ซึ่งในส่วนรายละเอียดเล็กน้อยทางเทคนิคเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านนี้จะช่วยให้คำ แนะนำท่านได้ ขั้นตอนง่ายๆ เช่นเพียงเปิดเครื่องก่อน เช็คระดับความดันลม และสวมหน้ากาก เพื่อให้ลมเป่าผ่านทางท่อเข้าสู่ทางเดินหายใจอย่างถูกต้อง แล้วจึงเข้านอน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักใช้เพียงหน้ากากที่ครอบจมูก (Nasal Mask) แต่บางครั้งอาจใช้หน้ากากแบบที่ครอบทั้งจมูกและปาก (Full-Face Mask) และน้อยรายมากที่จะใช้หน้ากากครอบเฉพาะบริเวณปาก (Oral mask)

ประโยชน์ หรือ ข้อดี ของการรักษาด้วย CPAP
การรักษาด้วยเครื่อง CPAP นั้นตามรายงานการวิจัยทั่วโลก จัดว่าเป็นการรักษาภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับระดับปานกลางหรือรุนแรง ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด ถ้าท่านได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและปรับความดันที่เหมาะสมกับท่านที่สุด โดยแพทย์เฉพาะทาง และท่านได้ใช้เครื่องตลอดทั้งคืน จะข้อดีมีทั้งในระยะสั้น คือ ท่านจะไม่มีอาการนอนกรนและจะนอนหลับได้ดีขึ้นพร้อมกับได้รับอากาศอย่างเต็ม ที่ ตื่นขึ้นมาจะสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย หรือ ความง่วงนอนตอนกลางวันอย่างที่ท่านรู้สึกความแตกต่างได้ รวมถึงในระยะยาวจะลดความเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อนหรืออาการอื่นๆที่เกิดจากภาวะ อุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับด้วย โดยหากท่านติดตามดูแลกับแพทย์อย่างใกล้ชิด จะมีความเสี่ยงในการรักษาน้อย

ข้อเสีย หรือ ผลข้างเคียงจากการใช้ CPAP
ผลข้างเคียงต่อสุขภาพที่พบบ่อยๆ มักเกิดจากหน้ากากที่ใช้ เช่น อาจไม่พอดีกับครงหน้าของท่าน ทำให้แน่นไปจนเป็นรอยกดทับ หรือแผลถลอก หรืออาจหลวมไปจนเกิดความรำคาญ นอกจากนี้การที่ต้องใช้ลมเป่าผ่านจมูกของท่านทุกคืนเป็นเวลานาน ๆ บางรายอาจมีปัญหาเรื่องโรคจมูกหรือไซนัสกำเริบขึ้น เช่นอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล เป็นต้น ทำให้ใช้เครื่องไม่ได้หรือใช้น้อยลงกว่าเดิม ซึ่งส่วนนี้ท่านอาจให้แพทย์หู คอ จมูก ช่วยประเมินหรือดูแลรักษาร่วมด้วย และสำหรับท่านที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคทางสมอง หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ท่านควรปรึกษาแพทย์อายุรกรรมและติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการใช้เครื่อง แม้ว่าจะพบไม่บ่อยก็ตาม

ข้อเสียอื่น ๆ ที่ตามความเห็นของผู้ป่วยหลายราย คือ ท่านอาจจะรู้สึกไม่ประทับใจในภายแรกที่ได้เห็น เครื่องหรือหน้ากากว่าไม่ค่อยน่าใช้ บางรายทดลองใช้แล้วเกิดความอึดอัดรำคาญทำให้นอนหลับไม่สนิท รวมถึงความไม่สะดวกต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีท่านต้องเดินทางไกลหรือเปลี่ยนสถานที่นอนหลับบ่อย นอกจากนี้หลาย ๆ ท่านอาจต้องใช้เครื่องไปตลอดชีวิต ยกเว้น รายที่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของโรคได้จึงอาจหยุดใช้เครื่องได้ในภายหลัง

ถ้าทดลองใช้แล้ว ใช้เครื่องไม่ได้ มีทางแก้ไขอย่างไร
โดยหลักการแล้วท่านต้องให้ แพทย์ตรวจประเมินและวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้ท่านไม่สามารถใช้เครื่องได้ เช่นหลายรายอาจมีโรคทางจมูก เช่นผนังกั้นจมูกคด ริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ เป็นต้น นอกจากนี้ควรหาสาเหตุทางกายภาพอื่น ๆ ร่วมด้วยแล้วทำการรักษาอย่างเหมาะสม หากท่านมีปัญหาเรื่องหน้ากาก ท่านอาจเปลี่ยนได้หลายแบบเนื่องจากปัจจุบันมีหน้ากากให้เลือกเป็นจำนวนมาก ขึ้น โดยท่านควรจะพยายามใช้เครื่องให้มากที่สุด หรือถ้าเป็นไปได้อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนที่จะตัดสินใจแล้วว่าท่านไม่สามารถใช้ได้จริง ๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นท่านควรปรึกษากับแพทย์ถึงทางเลือกการรักษาอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดแบบต่างๆ หรือเครื่องมือทางทันตกรรม เป็นต้น

ที่มา :
รศ.นพ.วิชญ์ บรรณหิรัญ, RPSGT
American Board of Sleep Medicine
Certified international sleep specialist
และ
http://www.professionsleepclinic.com/content/9915/การรักษานอนกรนด้วยเครื่อง-cpap-

อะไรทำให้ "นอนกรน" และหยุดหายใจขณะหลับ๑. อายุ  ในคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดความตึงตัว กล้ามเนื้อหย่อนยาน รวมทั้ง...
08/11/2016

อะไรทำให้ "นอนกรน" และหยุดหายใจขณะหลับ

๑. อายุ ในคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดความตึงตัว กล้ามเนื้อหย่อนยาน รวมทั้งช่องทางเดินหายใจบริเวณคอแคบลง ลิ้นไก่และลิ้นตกไปบังทางเดินหายใจได้ง่าย
๒. เพศ เพศชายมีอุบัติการณ์การนอนกรนและภาวการณ์หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดตันทางเดินหายใจส่วนบนมากกว่าเพศหญิง เชื่อว่าฮอร์โมนของเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจ มีความตึงตัวที่ดีกว่า
๓. ลักษณะโครงสร้างของกระดูกใบหน้า คนที่มีคางสั้นมาก กระดูกใบหน้าแบน จะมีผลทำให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนแคบกว่าปกติ
๔. ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักมากจะมีการสะสมของไขมันมากบริเวณลำคอและทรวงอก ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง การเคลื่อนไหวของหน้าอกแย่ลง
๕. การดื่มสุรา ยาคลายเครียด และยานอนหลับ ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง รวมถึงกล้ามเนื้อในลำคอ เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย นอกจากนี้แอลกอฮอล์และยายิ่งมีผลกดการทำงานของสมองให้ช้ากว่าปกติ
๖. การสูบบุหรี่ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพแย่ลง
๗. กรรมพันธุ์

ที่มา : https://www.doctor.or.th/article/detail/1410

นอนกรนในเด็กสำหรับเด็กอาจมีอันตรายจากการนอนกรนได้ โดยผลเสียที่เกิดได้ มีดังต่อไปนี้๑. กรนเสียงดัง อ้าปากหายใจ หายใจแรง จ...
08/11/2016

นอนกรนในเด็ก

สำหรับเด็กอาจมีอันตรายจากการนอนกรนได้ โดยผลเสียที่เกิดได้ มีดังต่อไปนี้
๑. กรนเสียงดัง อ้าปากหายใจ หายใจแรง จนบางครั้งเห็นว่ามีรอยบุ๋มบริเวณหน้าอกและคอขณะหายใจเข้า
๒. พัฒนาการของสมองและร่างกายจะแย่ลง เพราะเกิดภาวะขาดออกซิเจนในขณะนอนหลับ
ใครบ้างที่นอนกรน
เพศชาย นอนกรนประมาณร้อยละ ๒๕
เพศหญิง นอนกรนประมาณร้อยละ ๑๕
ในกลุ่มอายุมากกว่า ๔๐ ปี เพศชายนอนกรนร้อยละ ๕๐ ในขณะที่เพศหญิงนอนกรนร้อยละ ๔๐
ในกลุ่มคนทั่วไปที่นอนกรน พบว่าร้อยละ ๑ หยุดหายใจขณะหลับ
สำหรับในกลุ่มผู้ชายสูงอายุและอ้วน พบหยุดหายใจขณะหลับร้อยละ ๑๐

ที่มา : https://www.doctor.or.th/article/detail/1410

สังเกตอาการตนเองอย่างไรว่านอนกรนหรือไม่บางครั้งผู้ป่วยที่นอนกรน ไม่ทราบว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยหรือไม่ อาจให้คน...
08/11/2016

สังเกตอาการตนเองอย่างไรว่านอนกรนหรือไม่

บางครั้งผู้ป่วยที่นอนกรน ไม่ทราบว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยหรือไม่ อาจให้คนนอนข้างๆ สังเกตหรือพิจารณาว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
๑. นอนกรนเสียงดัง
๒. รู้สึกนอนไม่เต็มตื่น อ่อนเพลียหลังตื่นนอน ทั้งที่มีเวลานอนเพียงพอ
๓. ตื่นนอนตอนเช้ามีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
๔. ง่วงนอนบ่อย หรือหลับง่ายในช่วงกลางวัน ขณะทำงานหรือเรียนหนังสือ จนถึงขั้นมีอันตรายเช่นอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ (หลับใน) หรืออุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องจักรต่างๆ
๕. ความคิดการอ่าน ความสามารถในการจดจำลดลง
๖. หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อยกว่าปกติ
๗. ในเด็กอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายไม่แข็งแรง ปัสสาวะรดที่นอน
ต้องการนอน "หลับสบาย" ปรึกษาใคร
เมื่อรู้สึกว่ามีปัญหานอนกรนหรือสงสัยว่ามีอาการหยุดหายใจขณะหลับ นอกจากปรึกษาคนใกล้ชิดที่ช่วยสังเกตอาการขณะนอนหลับแล้ว ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางหู คอ จมูก (โสต ศอ นาสิกแพทย์) และอายุรแพทย์ทางด้านโรคปอด ซึ่งจะให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษา ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับท่านได้ ตามสถิติแล้ว อาการนอนกรนและการหยุดหายใจจากการอุดตันทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่พบในบุคคลที่มีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐาน ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และเกิดมากขึ้นเมื่อสูงอายุมากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้จะไม่พบปัจจัยเหล่านี้ผู้ป่วยก็ยังมีอาการกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ควรพิจารณาถึงอาการและผลที่เกิดขึ้นตามมาจากการนอนที่ผิดปกติ เช่นอาการอ่อนเพลีย อาการปวดศีรษะตอนเช้า หรืออาการหมดสมรรถภาพทางเพศ หลับในช่วงกลางวันบ่อยๆ ประวัติการใช้ยา การดื่มสุรา ประวัติครอบครัว โรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ เป็นข้อมูลที่สำคัญในการดูและรักษา การใช้แบบทดสอบ สามารถช่วยบอกแนวโน้มของความผิดปกติได้

ที่มา : https://www.doctor.or.th/article/detail/1410

แนวทางการรักษาการนอนกรนการรักษาผู้ป่วยนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับแยกได้เป็น ๒ แนวทาง คือ การรักษาโดยไม่ผ่าตัด  และการรักษ...
08/11/2016

แนวทางการรักษาการนอนกรน

การรักษาผู้ป่วยนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับแยกได้เป็น ๒ แนวทาง คือ การรักษาโดยไม่ผ่าตัด และการรักษาโดยการผ่าตัด
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
๑. การควบคุมน้ำหนัก ในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน การพยายามลดน้ำหนักลง มีรายงานทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยที่ลดน้ำหนักได้ร้อยละ ๗.๘ จะมีอัตราการนอนกรนลดลงถึงร้อยละ ๓๐ ผู้ป่วยนอนกรนที่ลดน้ำหนักตัวลงจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของระบบทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น นอกจากนั้นหรือในคนอ้วนที่ลดน้ำหนักจะทำให้สุขภาพด้านอื่นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย
๒. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และยากล่อมประสาท แอลกอฮอล์และยากล่อมประสาทเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในผู้ป่วยที่นอนหลับยากควรเลี่ยงการดื่มสารที่มีกาเฟอีน
๓. การนอน ผู้ป่วยที่นอนหงายจะมีอาการกรนและหยุดหายใจ ขณะหลับได้บ่อยกว่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ในสมัยก่อนมีการใช้ถุงใส่ลูกเทนนิส 3-4 ลูกติดไว้ด้านหลังของเสื้อนอน เพื่อบังคับให้ผู้ที่ใส่นอนตะแคงหรือนอนคว่ำ (sleep ball technique)
๔. การใช้เครื่องมือทางทันตกรรม เครื่องมือทางทันตกรรมที่ใช้นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ ฟันยางกันกระแทกของนักมวย แต่จะถูกดัดแปลงมาให้ปรับตำแหน่งของขอกรรไกรล่างให้เคลื่อนมาทางด้านหน้ากว่าภาวะปกติ ทำให้บริเวณลิ้นเคลื่อนมาทางด้านหน้าด้วย ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ ลักษณะอาการคอแห้งปากแห้ง มีอาการอักเสบของข้อกราม หรือในรายที่เครื่องมือชำรุด ชิ้นส่วนอาจตกเข้าในปาก ลำคอ หรือเป็นสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมได้
๕. การใช้เครื่องอัดอากาศเพื่อช่วยหายใจขณะนอนหลับ (CPAP) เป็นวิธีการป้องกันการตีบแคบของช่องลำคอ โดยใช้แรงดันอากาศเป็นตัวถ่างไว้ การใช้ CPAP (continuous positive airway pressure) เป็นการรักษาแบบเร่งด่วนอีกวิธีหนึ่ง ดังนั้น การใช้ CPAP มีข้อบ่งชี้คือ
ก. อาการหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรงในระดับมีอันตราย
ข. ผู้ป่วยมีอาการระบบหายใจล้มเหลว
ค. ผู้ป่วยมีออกซิเจนในเลือดลดลงมากอย่างรุนแรง
ง. ผู้ป่วยมีอัตราเสี่ยงต่อการผ่าตัดสูง
จ. ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดและไม่ได้ผล
ฉ. ผู้ป่วยที่ไม่ต้องการรักษาโดยการผ่าตัด

โดยทั่วไปข้อห้ามในการใช้ CPAP มีได้ดังนี้
๑. ช่องจมูกตีบตันมาก
๒. แรงดันอากาศที่ใช้เปิดช่องทางเดินหายใจสูงเกินไป
๓. ควรงดใช้ CPAP ชั่วคราว ในขณะที่มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
๔. มีลมรั่วเข้าช่องปอด
๕. ผู้ป่วยปัญญาอ่อนหรือผู้ป่วยโรคจิต

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจาก CPAP มีบ้างเล็กน้อย เช่น
๑. มีอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องจมูก พบได้ราวร้อยละ ๕๐ ของผู้ป่วยที่ใช้ CPAP
๒. มีอาการแสบตา เคืองตา ตาแห้ง จากกระแสลมรั่วจากหน้ากาก
๓. ลมเข้ากระเพาะอาหารทำให้ท้องอืดโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีหูรูดหลอดอาหารย่อย
๔. นอนไม่หลับจากเสียงรบกวน รำคาญเครื่องมือที่ใช้
การใช้ CPAP สามารถแก้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นทางเดนหายใจได้มากกว่าร้อยละ ๙๐ ใน ผู้ป่วยที่ทนต่ออุปกรณ์หน้ากากได้ ซึ่งมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของผู้ป่วยมักเลิกใช้หลังจากใช้ไม่ได้เกิน ๓ เดือน

การรักษาโดยการผ่าตัด
จุดประสงค์ของการผ่าตัดในการรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน คือ การขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น การที่จะพิจารณาผ่าตัดนั้น ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ส่วนมากแล้วมักต้องตรวจการนอนก่อน ตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของที่ตรวจได้ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น ๓ ระดับคือ ระดับโพรงจมูก ระดับเพดานอ่อน และระดับโคนลิ้น
๑. การผ่าตัดโพรง
๒. การผ่าตัดภาวะตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่
๓. การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่โดยใช้แสงเลเซอร์
๔. การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรล่างเพื่อดึงกล้ามเนื้อของลิ้นมาทางด้าน
๕. การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบนและขากรรไกรล่างมา
๖. การรักษาโดยการใช้คลื่นความถี่วิทยุ
๗. การผ่าตัดเจาะคอ

ที่มา : https://www.doctor.or.th/article/detail/1410

นอนกรนคืออะไรนอนกรน คือ ความผิดปกติของการนอน มี ๒ ชนิด ดังนี้๑. ชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อคว...
08/11/2016

นอนกรนคืออะไร

นอนกรน คือ ความผิดปกติของการนอน มี ๒ ชนิด ดังนี้
๑. ชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อความรำคาญให้คนใกล้ชิดเท่านั้น
๒. ชนิดอันตราย นั่นคือ หยุดหายใจขณะหลับ อันเนื่องมาจากมีการอุดตันของทางเดินหายใจขณะหลับ ภาวะอุดตันทางเดินหายใจส่วนบน และระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ
นอนกรน ชนิดไม่อันตราย
ในขณะที่คนเรานอนหงายและหลับสนิท เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนจะตกไปทางด้านหลัง ในคนที่ช่องคอแคบกว่าปกติ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศจึงเกิดเสียงกรนขึ้น เสียงกรนเหล่านี้จะรบกวนคนที่นอนด้วยทำให้เกิดความรำคาญ หรือในรายที่อาการกรนตั้งแต่เริ่มหลับอาจรบกวนกระบวนการการนอนของผู้ป่วยเอง ทำให้นอนสะดุ้งบ่อยจากเสียงกรนของตนเอง
นอนกรน ชนิดอันตราย-หยุดหายใจขณะหลับ
ในภาวะที่ผู้ป่วยมีช่องลำคอตีบมากจากอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เพดานอ่อนหย่อนยานมากมีการขวางทางเดินหายใจจนถึงขนาดอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกรนไม่สม่ำเสมอ กรนเสียงดังมาก อาจมีอาการสำลักน้ำลาย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือมีอาการหายใจหอบเหมือนอาการขาดอากาศ การขาดอากาศบ่อยครั้งทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อสุขภาพ ร่างกายหลายอย่าง

การหยุดหายใจขณะนอนหลับ ประกอบด้วย

๑. การหยุดหายใจ หมายถึง สภาวะที่ไม่มีลมหายใจผ่านเข้า-ออกทางจมูก หรือปาก เป็นเวลาอย่างน้อย ๑๐ วินาที
๒. หายใจแผ่ว หมายถึง สภาวะที่มีลมหายใจผ่าน เข้า-ออกทางจมูก หรือปากลดลงร้อยละ ๕๐ หรือมากกว่า เป็นเวลาอย่างน้อย ๑๐ วินาที โดยสังเกตได้จากการกระเพื่อมของทรวงอกและท้องลดลง
ขณะที่คนเราหยุดหายใจขณะหลับ ระดับออกซิเจนในหลอดเลือดแดงจะต่ำลง ทำให้ออกซิเจนที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะหัวใจ สมอง ปอด
เมื่อออกซิเจนในเลือดลดลงถึงระดับหนึ่ง ร่างกาย(โดยเฉพาะสมอง) จะมีกลไกตอบสนองภาวะนี้ โดยจะปลุกให้ตื่น มีอาการสะดุ้ง สำลักน้ำลายตนเอง เพื่อเปิดทางเดินหายใจและทำให้ออกซิเจนสามารถผ่านเข้าไปในปอดอีก แล้วสมองก็จะเริ่มหลับอีกครั้ง การหายใจจะเริ่มติดขัดอีก ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง สมองก็จะปลุกให้ตื่นอีกเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ไปตลอดทั้งคืน ทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ การนอนหลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมีผลกระทบถึงอวัยวะอื่นๆ เช่น ระบบหัวใจ ระบบไหลเวียนของเลือด สมอง ปอด ทำให้ความดันเลือดสูง เกิดภาวะโรคหัวใจขาดเลือด สุขภาพแย่ลงจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

ที่มา : https://www.doctor.or.th/article/detail/1410

ที่อยู่

188/78 หมู่ 8 ตำบลบางคูวัด
Amphoe Muang Pathum Thani
12000

เบอร์โทรศัพท์

+66887755790

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ HappySleepผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง HappySleep:

ทางลัด

แชร์