ศูนย์ผ่าตัดลดอ้วน ลดโรค โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ศูนย์ผ่าตัดลดอ้วน ลดโรค โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ผ่าตัดลดน้ำหนัก ภูเก็ต ผ่าลดโรคอ้วน การแพทย์และสุขภาพ

22/07/2026

- มีคนถามว่า หมอไม่ผ่าตัดแล้วหรือ เห็นมาขายยาปักแทนแล้ว 555

- 2 วันที่ผ่านมา มีการผ่าตัดลดน้ำหนักในระบบเวลาราชการเกิดขึ้น 5 ราย เป็นการผ่าตัด sleeve gastrectomy 3 ราย และ sleeve plus (sleeve gastrectomy with proximal jejunal bypass) 2 ราย ในรายที่มีดัชนีมวลกาย 40, 44, 45, 55 และ 61 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ตามลำดับ (ซึ่งเป็นน้ำหนัก 102 109 127 157 และ 161 กก ตามลำดับ) ทุกคนได้รับการอนุมติสิทธิ์จากบัตรทอง และประกันสังคม เนื่องจากทำตามเกณฑ์อย่างครบถ้วน และมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน 10,000 บาทที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล

- หลังการผ่าตัดทุกคนดูสดชื่นดี ไม่น่ามีรายใดที่จะมีปัญหา

- การผ่าตัดสร้างโอกาสให้น้ำหนักลดลงได้เฉลี่ย 30% จากน้ำหนักเริ่มต้น และสามารถลดลได้ตั้งแต่ 20-50% จากประสบการณ์ของรพ.วชิระภูเก็ต และมีโอกาสคงที่ได้นาน แม้ผ่านไปหลายๆ ปี (คนน้ำหนักขึ้นก็มีบ้างนะ ต้องมาดูกันเป็นรายๆ)

- ผมรู้สึกดีใจมากที่ช่วงหลังๆ ผู้เข้ารับการผ่าตัดมักจะตัวใหญ่มากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะคนตัวเล็กกว่านี้สักหน่อย อาจสามารถปรับพฤติกรรม หรือมีตัวช่วยอื่นๆ มากขึ้น ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
โลกเราพัฒนามากขึ้นๆ เรื่อยๆ มีเทคโนโลยีมากมายหลายอย่างที่ทำให้เราสุขภาพดีขึ้น มีการแชร์ข้อมูลที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือแม้แต่ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับยาลดน้ำหนัก ก็ทำให้คนเราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

- ความอ้วนคือศัตรูของคุณ ของผมและทุกๆ คนครับ แต่ความไม่ถูกต้องต่างหาก คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การที่หลอกลวง เช่นการแนะนำอาหารที่ผิด เช่น ยาบำรุงต่างๆ สมุนไพรต่างๆ ยาลดน้ำหนักปลอมต่างๆ หรือรวมถึงการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในการบริหารยาปักเช่น เมื่อได้น้ำหนักที่ต้องการแล้ว ก็สามารถหยุดยาได้เลย การที่บอกว่าที่นั่นที่นี่มียาราคาถูกกว่าเพราะได้ยามาจากต่างประเทศ ก็อาจจะเป็นยาที่จริงครับ แต่ผิดกฏหมายแน่นอน และของพวกนี้นำออกจากต่างประเทศไม่ได้ครับ เพราะไม่น่าจะแช่เย็นแล้วส่งมาได้ คุณภาพของยาก็มักจะด้อยลง

- สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือ ถ้ายาวีโกวี ยาลดน้ำหนักแบบยากิน ผ่านการประเมิน อย. ไทย คราวนี้ ยาลดน้ำหนักปลอมกลับมาระบาดมากแน่นอนครับ ขอให้ระวังตัวและอยู่กันให้ปลอดภัยนะครับ

- ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยแนะนำให้คนไข้กลืน balloon ครับ ทั้งที่สามารถทำได้ เพราะมองปลายทางออกครับ ว่ามีอ้วนใหม่แน่ๆ (เพราะเราจำเป็นต้องอยู่กับสิ่งที่ทำให้เราน้ำหนักลดไปตลอดครับ ถ้าเอาออกก็มีโอกาสอ้วนใหม่) แต่ยาปัก ลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไป เป็นยาที่อาจทำให้คนบางคนที่อาจจะต้องผ่าตัดกระเพาะ ไม่ต้องมาผ่าตัดได้ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เช่นคนที่มีเงินมากพอ คนที่อ้วนจนเข้าเกณฑ์รับยา แต่ไม่ได้อ้วนมากนัก เพราะสามารถคาดหวังให้น้ำหนักลดลงได้เฉลี่ย 20% จากตั้งต้น (แต่คุณก็ต้องอาจฉีดยาระดับต่ำๆ ตลอดไป หรือต้องมาเสี่ยงที่จะน้ำหนักขึ้นเมื่อหยุดยา)

- แต่อย่างไรก็ตามผมได้คุยกับคนไข้ที่มาขอรับยาฉีด คนส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้คิดถึงการผ่าตัด คนที่ผ่าตัดเลือกผ่าตัด ก็ไม่ได้จะมองยาฉีด คนที่มาผ่าตัดก็มีส่วนหนึ่งที่ฉีดยาแล้วไม่ได้ผล มีบางส่วนที่สงสัยจะไปทางไหนดี รวมถึงคนที่ไม่ได้สนใจว่าความอ้วนเป็นปัญหาตั้งแต่แรก ทุกคนล้วนแต่หลากหลาย

- แต่สิ่งที่ผมยึดมั่น ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดและความจริงใจ ที่ให้คนอ้วนทุกคนครับ แบบนี้ไปลองฉีดยาดูเถอะ แบบนี้ฉีดยาไปก็เสียเวลา ผ่าตัดน่าจะได้ประโยชน์และประหยัดกว่า บางคนไม่ต้องทำอะไร แค่ปรับพฤติกรรมกับนักโภชนาการและแนะนำการออกกำลังกายกับนักกายภาพของเรา

-และสุดท่้ายอยากให้ทราบว่า ผมค่อนข้างตั้งใจสุดๆ กับทุกท่านนะครับ (คนมาติดตามหลังผ่าตัดจะรู้ดีครับ 555) ก็ขอให้ทุกท่านลดน้ำหนักได้ดี ได้นาน และยั่งยืน กันทุกคนนะครับ

- พึมพำไปเรื่อย 22/7/2569 ฐากูร พูนธนานิวัฒน์กุล 37419

อกไก่ปั่นยี่ห้อ Must ตัวเดียวในตลาด ที่ไม่ตกฉลาก ปริมาณโปรตีนตามที่เขียนเอาไว้ในข้อมูลโภชนาการ มีหลายรส และรสชาติดี มีรส...
15/07/2026

อกไก่ปั่นยี่ห้อ Must ตัวเดียวในตลาด ที่ไม่ตกฉลาก ปริมาณโปรตีนตามที่เขียนเอาไว้ในข้อมูลโภชนาการ มีหลายรส และรสชาติดี มีรสกลุ่มโยเกิร์ตเปรี้ยวๆ อยู่ด้วย มีความข้นๆ เหมือนได้เคี้ยวอาหารอยู่บ้าง

1 ขวดมีปริมาณโปรตีนเทียบเท่านมโปรตีนในร้านสะดวกซื้อ 2 ขวด ในราคาที่ต่ำกว่า

ในคนที่หลังผ่าตัดไปประมาณ 1 ปี แล้วมีภาวะหิวระหว่างมื้อ การดื่มผลิตภัณฑ์นี้ก็อาจช่วยคุมความหิว และได้โปรตีนในแต่ละวันโดยที่ไม่ได้น้ำตาลมากเกินไปครับ

ข้อมูลบางแหล่งบอกว่า ไม่ควรกินนมโปรตีนหลังจากที่ผ่าไปนานแล้ว ผมว่าไม่น่าจริงครับ อย่างไร คนเราก็มีแนวโน้ม กินโปรตีนไม่พอเสมอ แม้คนที่ไม่ได้ผ่าตัดกระเพาะ คนหลังผ่ากระเพาะในอุดมคติ คิดว่าควรได้โปรตีน 90 กรัมต่อวัน (1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัวในอุดมคติ) คิดว่าถ้าเป็นเนื้อสเต็ก ต้อง 360 กรัมต่อวัน, ไข่ 15 ฟอง คนธรรมดาไม่ได้ผ่ากระเพาะ ก็ยังทานไม่ได้ครับ

ขอให้ทุกท่านผอมได้ยั่งยืนนะครับ

ปล. ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ อะไรดี ก็แนะนำครับ เพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายน้ำหนักที่ลดลงอย่างยั่งยืนได้ง่ายขึ้นครับ

14/07/2026

- ทำไมเราควรผ่าตัดลดน้ำหนักที่โรงพยาบาลวชิระะภูเก็ต?

- การที่โรงพยาบาลผ่านการประเมินมาตรฐานระดับนานาชาติ หมายถึงอย่างไร?

- และในไทย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีที่ไหนอีกบ้าง?

2 นาที กับคลิปนี้ มีคำตอบครับ

11/07/2026

มีคำถามเข้ามาว่า ยาฉีดเปปไทด์? ตัวไหนใช้ได้ปลอดภัยบ้าง

เท่าที่ผมเข้าใจคงเป็นยาผงผสมน้ำแล้วฉีดใช่ไหมครับ ง่ายสุดเลยครับ ยาทุกตัวที่บรรจุกล่อง หรือขวด จะมีเอกสารพับๆ อยู่ในขวดอยู่ด้วยเสมอครับ โดยเฉพาะยาฉีดต้องมีแน่ๆ ซึ่งเรียกว่า เอกสารกำกับยา ซึ่งจะบอกสรรพคุณ ส่วนประกอบ ข้อบ่งใช้ การใช้ในเด็ก ในผู้ใหญ่ ผลข้างเคียง และข้อห้ามใช้ ถ้ายี่ห้อไหนที่คุณจะใช้หรือใช้อยู่ ส่งให้ผมดูหน่อยครับ ผมจะบอกได้ว่า ใช้ได้ไหม

10/07/2026

คลิปวันที่ 9/7/2569 ที่มีเนื้อหารายละเอียดยามอน โดนทางพี่มาร์ก ลบครับ เนื่องจากให้เหตุผลว่าซื้อขายยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ ไม่ใช่ผมลบเองนะครับ

การใช้ยาปากกาลดน้ำหนักนี่... อาจไม่ได้ต่างอะไรกับการสมัคร Application เลยครับถ้าคุณอยากดูหนังสนุกๆ อยากดูวิดีโอต่างๆ คุณ...
04/07/2026

การใช้ยาปากกาลดน้ำหนักนี่... อาจไม่ได้ต่างอะไรกับการสมัคร Application เลยครับ

ถ้าคุณอยากดูหนังสนุกๆ อยากดูวิดีโอต่างๆ คุณก็ต้องยอมสมัคร Application Streaming ที่ตอบโจทย์คุณใช่ไหมครับ? เชื่อไหมว่า ยาฉีดปากกาลดน้ำหนัก ก็โดนออกแบบมาในระบบคล้ายๆ แบบเดียวกันเลย

ล่าสุดมีงานวิจัยออกมา 2 ฉบับ ซึ่งเป็นของบริษัทผู้ผลิตยา Mounjaro เองเลยครับ คือ SURMOUNT-4 และ SURMOUNT-MAINTAIN

ใน SURMOUNT-4 พบว่า กลุ่มที่หยุดยาหลังจากใช้ระดับ 10-15 mg/สัปดาห์ ไปแล้ว 36 สัปดาห์ (ซึ่งตอนนั้นน้ำหนักลดลงไปเฉลี่ย 20%) พอผ่านไปถึงสัปดาห์ที่ 88 น้ำหนักกลับดีดคืนมา 9.5% ครับ แต่กลุ่มที่ยังใช้ยาระดับเดิมต่อเนื่อง สามารถลากน้ำหนักลงไปได้ถึง 25% ที่สัปดาห์ที่ 88

ส่วน SURMOUNT-MAINTAIN ยิ่งชัดเจนครับ เขาเทียบกลุ่มที่หยุดยาตอนสัปดาห์ที่ 60 (ตอนนั้นลดไปได้ 20% จากตอนเริ่มต้น) พอตามผลไปดูตอนสัปดาห์ที่ 112 กลายเป็นว่าน้ำหนักที่เคยลดไป เหลืออยู่แค่ 4.8% (เท่ากับน้ำหนักโยโย่กลับคืนมาถึง 16%!) ส่วนกลุ่มที่ยังใช้ยาอยู่ ก็คุมน้ำหนักได้มากน้อยตามระดับความแรงของยาที่ใช้

ซึ่งผมมานั่งคิดๆ ดูแล้ว มันคือ "ระบบสมาชิก" ชัดๆ! เหมือนเราจ่ายเงิน Subscribe แอปอะไรสักอย่างอยู่ ต้องจ่ายค่าสมาชิกไปเรื่อยๆ วันไหนเลิกจ่าย (เลิกใช้ยา) เมื่อไหร่ น้ำหนักก็พร้อมจะดีดกลับมาทันที

หลายคนอาจจะเถียงในใจว่า "ถ้าเราคุมอาหารดีๆ ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนักก็คงไม่ขึ้นใหม่หรอก"

แต่คุณครับ... ในหลักฐานงานวิจัยนั้น กลุ่มคนที่โดนสั่งให้หยุดยา เขาก็ถูกบังคับให้คุมน้ำหนักกับออกกำลังกายด้วยเหมือนกันนะครับ โดยโดนจำกัดอาหารให้ลดลง 500 kcal ต่อวัน และต้องออกกำลังกายอีก 150 นาทีต่อสัปดาห์ (แต่อย่างไรก็ตาม วิจัยไม่ได้พูดถึงเรื่องการอัดโปรตีนและการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อโดยตรง)

สิ่งที่คนมักคิดว่าไม่น่าเกี่ยว แต่จริงๆ เกี่ยวเต็มๆ คือ ยาพวกนี้มันช่วยลดความหิวก็จริง แต่มันไม่ได้เปลี่ยนความหิวของเรา "เป็นการถาวร" ครับ มันแค่ทำงานตอนที่ยังมียาอยู่ในร่างกายเราเท่านั้นเอง

แล้วพอไม่มีสสารนี้อยู่ในร่างกายแล้วจะเป็นยังไงล่ะ?

กระเพาะที่เคยบีบตัวช้าทำให้อิ่มนาน... ก็จะกลับมาบีบตัวไวขึ้น ทำให้เราหิวเร็วขึ้น

ความหิวที่เคยโดนยากดไว้... ก็จะระเบิดตู้มกลับคืนมา

มันเหมือนกับทุกวิธีที่ทำให้คนผอมลงเท่าที่โลกนี้เคยมีมาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการใส่บอลลูนลดน้ำหนัก การผ่าตัดกระเพาะ หรืออาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ้าอยากจะผอมไปเรื่อยๆ คุณก็ต้องเกาะและยึดโยงอยู่กับสิ่งนั้นไปนานๆ

จริงๆ ที่กล่าวมาก็คือระบบ application ทั้งหมดนะครับ แต่ว่ามันคือจ่ายรายเดือน หรือจ่ายทีเดียว

แต่สิ่งที่ได้มาฟรี ก็คือการปรับพฤติกรรม การรับประทานอาหารและออกกำลังกาย อย่าลืมนะครับ สำคัญที่สุด

เพราะในทางการแพทย์ "ความอ้วนมันคือโรคเรื้อรัง" ครับ พอเราผอมลงแล้ว ทำยังไงก็ได้ให้น้ำหนักมันกลับมาอ้วนขึ้นช้าที่สุด... นั่นแหละครับคือหน้าที่ของเรา

23/06/2026

ตอนผมวัยรุ่น ประมาณตอนเรียนหมอปี 2-3 ผมผอมมากๆ เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล หนัก 68 กิโลกรัม สูง 176 เซนติเมตร ดัชนีมวลกาย 21.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทุกวันออกกำลังกายหนักมาก มื้อค่ำ กินอาหารมื้อละสองจาน ก็ไม่ได้อ้วนขึ้น หน้าท้องมีความหนาไขมันแค่ 1 มิลลิเมตร

แต่เมื่ออายุมากขึ้น การออกกำลังกายลดลง ยิ่งเมื่อได้รับการผ่าตัดหมอรองเข่าขาดไป ก็ไม่กล้าออกกำลังอีก น้ำหนักก็ค่อยขึ้นๆ ไป เรื่อย จนเมื่อ 5 ปีก่อนถึงระดับ 89 กิโลกรัม ตอนนั้นคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงหันมาวิ่งออกกำลังกาย

ช่วงนั้นถือว่าวิ่งได้โหดมาก และน้ำหนักก็ลดลงมาได้จนถึง 82 กิโลกรัม

แต่พอได้หยุดไป ซึ่งจำไม่ได้ว่าจากสาเหตุอะไร น้ำหนักก็ค่อยๆ ขึ้น จนถึงสูงสุดกว่า 93 กิโลกรัม ทั้งที่ก็พยายามกินอาหารที่ดี ไม่พยายามกินขนมน้ำหวาน แต่ก็กินของมันและของทอดบ้าง

2 เดือนที่ผ่านมา ช่วงที่ผ่านมามีแข่งขันบาสเก็ตบอลของโรงพยาบาล ออกกำลังกายหนักมากขึ้นมาก น้ำหนักลดลงมาได้ที่ 87 กิโลกรัม ร่างกายคล่องตัวมากขึ้น และก็มีความสุขมากขึ้นที่กลับมาออกกำลังกายไหว แต่ก็แลกกับอาการปวดเข่าเล็กน้อย และดีใจที่ร่างกายได้ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้น

2 สัปดาห์ก่อนไปประชุมวิชาการที่ไต้หวัน แหล่งต้นตำหรับของชานมไข่มุก ซึ่งบอกคนไข้เสมอว่าห้ามกินนะ แต่เราก็กินไปบ้าง ก็เราไปเที่ยวนี่นา กลับมาชั่งน้ำหนัก ขึ้นมาเลยง่าย ๆ แบบ 2 กิโลกรัม

ก็เลยต้องกลับมาคุมอาหารและออกกำลังกายเพิ่ม

ชีวิตขอผมก็เหมือนและคล้ายๆ กันกับทุกคนเหมือนกัน

พยายามผอมลง แล้วก็ลืมไป แล้วก็อ้วนใหม่ อ้วนกว่าเดิม พยายามต่อ ขอหย่อนลงนิด แล้วก็อ้วนใหม่ แล้วก็คุมต่อ ชีวิตทุกๆ คนก็เหมือนกันหมด บางคนอาจพึ่ง trainer เรื่องการออกกำลังกาย และเรื่องอาหาร บางคนใช้ อาหารเสริมทางการแพทย์ ยาฉีดลดน้ำหนัก การผ่าตัดลดน้ำหนัก ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ตราบได้ที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งนั้นก็โอเคแล้ว

แต่สิ่งที่ฝากไว้
1. อย่าสร้างน้ำหนักสูงสุดใหม่ เพราะร่างกายจะจำว่ามันคือตัวเลขใหม่ ที่จะต้องกลับไปอ้วนเท่านั้นให้ได้
2. ทุกการพยายามลดน้ำหนักแบบหนัก ถ้าหยุดจะมีการโยโย่เสมอ เพราะฉะนั้นการที่จะผอมได้ยั่งยืน ต้องเกาะและยึดโยงกับสิ่งที่ทำให้คุณผอมลงไปให้นานตลอดให้ได้
3. อย่าเผลอบ่อย ทุกครั้งที่เราอ้วนขึ้น ก็เพราะว่า ขอนิดนึงน่า เสมอ ช่วงนี้ก็อาจจะทุเรียน เป็นต้น ปีนึงมีทีนึง
4. พยายามชั่งน้ำหนักทุกวัน และพยายามตอบคำถามให้ได้ว่าเราน้ำหนักขึ้นมาเพราะอะไร

ก็พยายามคุมน้ำหนักกันต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ฐากูร พูนธนานิวัฒน์กุล 37419

17/06/2026

3 สิ่งที่ต้องทราบก่อนออกจากโรงพยาบาล หลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก

ข้อแรก ไม่อาเจียน ทำไมคนเราถึงอาเจียนหลังการผ่าตัด มันเกิดผลเสียอย่างไร และป้องกันได้อย่างไร มารับฟังกันครับ

คุณสุวดี อายุ  38 ปี เคยมีน้ำหนักสูงถึง  154 กิโลกรัม ดัชนีมวลกาย 69 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดลดน้ำหน...
14/06/2026

คุณสุวดี อายุ 38 ปี เคยมีน้ำหนักสูงถึง 154 กิโลกรัม ดัชนีมวลกาย 69 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดลดน้ำหนักเนื่องจากมีอาการเหนื่อยง่าย เป็นโรคความดันโลหิตสูง และปวดตามตัว เคลื่อนไหวร่างกายยาก มีความกลัวที่จะเสียชีวิตก่อนวันอันควร

คุณสุวดี ได้เห็นเพื่อนๆ ได้รับการผ่าตัดลดน้ำหนักจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แล้วเห็นผลดีน้ำหนักลดลงได้ยั่งยืน จึงตัดสินใจมาขอเข้ารับการปรึกษา

เนื่องจากคุณสุวดี ตัวใหญ่มาก จะผ่าตัดได้ปลอดภัยต้องลดน้ำหนักลงให้ได้สัก 5% ก่อนการผ่าตัด จึงสามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย

หลังลดน้ำหนักแล้ว ก็ต้องมาคุยกันต่อว่าจะผ่าตัดวิธีอะไร นี่คือแนวทางที่ผมแนะนำให้คนไข้ในปัจจุบัน

1. คนไข้ที่มีโรคร่วมไม่มาก และตัวใหญ่ไม่มาก กล่าวคือ BMI ไม่เกิน 40-45 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ไม่ได้เป็นเบาหวานรุนแรง ผมมักจะแนะนำให้ผ่าตัดวิธี sleeve gastrectomy

2. กลุ่มคนไข้ที่เป็นเบาหวานรุนแรงที่ครบทุกข้อ ผมมักจะแนะนำให้ผ่าตัดวิธี Roux-en-Y bypass หรือวิธีบายพาส ตามที่เคยได้ยินกัน นั่นคือ ผู้ป่วยอายุเกิน 40 ปี เบาหวานเป็นมานานเกิน 5 ปี ไม่ได้อ้วนมาก (BMI < 40) และเป็นเบาหวานถึงระดับที่ต้องใช้อินซูลิน การผ่าตัดวิธีบายพาส จะสร้างโอกาสในการทำให้เบาหวานหายขาดได้สูงกว่า

3. กลุ่มคนที่ BMI เกิน 50 หรือคนที่เป็นเบาหวานที่เข้าเกณฑ์รุนแรง 3 ข้อ ผมจะแนะนำวิธีการผ่าแบบ Sleeve plus

แล้ว sleeve plus คืออะไร

Sleeve plus ก็คือการผ่าตัดกระเพาะให้เป็นรูปกล้วยนอน ตามที่เข้าใจร่วมกับการทำให้ไส้สั้นลง และดูดซึมลดลง ซึ่งก็มีหลายวิธี หลากหลายทฤษฏีมาก อาจได้ยินเช่น PJG, SADIS, DJB และอื่นๆ อีกมากมาย
ที่เราทำอยู่ในสถาบันคือ sleeve with proximal jejunal bypass เป็นการตัดต่อไส้ให้เกิดการดูดซึมอาหารที่น้อยลง เหลือลำไส้ประมาณ 3 เมตร (ซึ่งไม่ได้ตัดลำไส้เล็กทิ้ง) ซึ่งตามทฤษฏี จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนในทางที่ดีออกมามากขึ้น เช่น GLP-1 (หรือ hormone ที่ได้รับในการปักปากกานั่นเอง) ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีน้ำหนักที่ลดลงได้มากกว่าการผ่าแบบ sleeve เพียงอย่างเดียว แต่ตามหลักฐานทางการแพทย์ก็ได้ลดน้ำหนักได้ยั่งยืนพอๆ กับบายพาส หรือไม่ต้องดูระยะยาวกันอีกที

คุณสุวดี ได้รับการผ่าตัดแบบ sleeve with PJB ตัดกระเพาะ แบบ sleeve gastrectomy และบายพาสลำไส้เล็กไป 350 cm เหลือลำไส้ 300 cm หลังผ่าตัดคุณสุวดี พยายามปฏิบัติตัวดี มาตรวจติดตามเสมอ และน้ำหนักลดลงได้ประมาณ 43% จากตั้งต้น ที่ 1 ปีลดได้ 98 กก ที่ 2 ปีลดได้ เหลือ 87 กก โดยที่ยังไม่ได้มีความหิวกลับมามากนัก ความดันโลหิตสูงดีขึ้น ลดปริมาณยาลงมาได้มาก

แล้วถามว่าถ้าไม่ผ่า แล้วมาออกกำลังกาย คุมอาหารจะลงได้ขนาดนี้ไหม บอกเลยว่ายาก น่าจะลงได้ 20 กิโลกรัมน่าจะเต็มที่ที่สุดแล้ว หยุดก็อ้วนใหม่

ถ้าปักปากกาจะลดได้ขนาดนี้ไหม ก็ตอบว่าไม่น่าเป็นได้ ลดได้ 30 กิโลกรัมกว่าๆ ก็น่าจะเต็มที่แล้ว หยุดใช้ก็มาลุ้นว่าจะอ้วนใหม่ไหม

ถ้าผ่าไปแล้วจะอ้วนขึ้นได้ไหม อ้วนขึ้นได้แน่ อยู่ที่จะทำตัวอย่างไร ถ้าไม่หิว แต่กินขนมน้ำหวาน รัวๆ ก็อ้วนใหม่ได้แน่ๆ ไม่ว่าทำอะไรมา

สรุปแล้ว ผมว่า คนเราจะผอมได้ยั่งยืน ก็ต้องพยายามยึดโยง สิ่งที่ทำให้คุณผอมได้ให้ได้นานๆ แค่นั้นเอง ถ้าคุณออกกำลังหนัก ก็ต้องทำต่อไป ถ้าคุณคุมอาหาร ก็ต้องคุมต่อไป

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้คุณสุวดี และผู้ที่เผชิญกับความอ้วนที่พยายามลดน้ำหนักทุกคน ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนด้วยครับ

ที่อยู่

โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
Amphoe Muang Phuket
83000

เวลาทำการ

13:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ผ่าตัดลดอ้วน ลดโรค โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์