21/04/2026
#ปวดโคนนิ้วหัวแม่มือ อาจเป็น “ #เดอกาแวง”
เคยไหม?
รู้สึกปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ เวลาจับของ บิดข้อมือ หรือแม้แต่เล่นมือถือก็ยังเจ็บ
อาการแบบนี้ อาจเป็นโรคที่เรียกว่า
“เดอกาแวง (De Quervain’s Tenosynovitis)”
ซึ่งพบได้บ่อยในคนที่ใช้มือซ้ำๆ รวมถึงคุณแม่ที่ต้องอุ้มลูกบ่อย
มาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน🧐🔍
โรคเดอกาแวง (De Quervain’s Tenosynovitis) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่ใช้มือซ้ำๆ เช่น การยกของ บิดข้อมือ หรือการใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน รวมถึงในคุณแม่หลังคลอดที่ต้องอุ้มลูกบ่อย ภาวะนี้ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ และอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
⸻
🔍 พยาธิสภาพของโรค (มุมมองแพทย์แผนปัจจุบัน)
ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน โรคนี้เกิดจาก การอักเสบของปลอกหุ้มเอ็น (tendon sheath) บริเวณข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้เอ็นเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น เมื่อมีการใช้งานซ้ำๆ จะเกิดการระคายเคืองและเสียดสี ทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวด บวม และเคลื่อนไหวลำบาก
อาการที่สำคัญ ได้แก่
• ปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ
• ปวดมากขึ้นเมื่อกำมือ บิด หรือจับของ
• กดเจ็บบริเวณข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ
• ในบางรายอาจมีอาการสะดุดขณะขยับ
การตรวจร่างกายมักใช้การทดสอบที่เรียกว่า Finkelstein test ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการปวดชัดเจน จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้
⸻
🌿 มุมมองแพทย์แผนไทย
ในศาสตร์การแพทย์แผนไทย อาการลักษณะนี้มักถูกอธิบายว่าเป็นภาวะ “ลมติดเส้น” หรือ “เส้นตึง” โดยเชื่อว่าในร่างกายมีการไหลเวียนของ “ลม” ผ่านเส้นต่างๆ หากลมเดินไม่สะดวกหรือเกิดการติดขัด จะทำให้เกิดอาการปวด ตึง หรือชา ตามแนวเส้น
สาเหตุสำคัญในมุมมองแผนไทย ได้แก่
• การใช้งานซ้ำๆ ทำให้เส้นตึง
• การไหลเวียนของลมไม่ดี
• ความไม่สมดุลของธาตุ โดยเฉพาะ “ธาตุลม”
อาการปวดมักมีลักษณะตึง หน่วง และอาจลามไปตามแนวเส้นบริเวณข้อมือและแขน
⸻
⚖️ การเปรียบเทียบมุมมองทั้งสองศาสตร์
แม้คำอธิบายจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสองศาสตร์มีจุดร่วมที่สำคัญ คือ
👉 “การใช้งานซ้ำ” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการ
• แพทย์แผนปัจจุบัน เน้นอธิบายเชิงโครงสร้าง เช่น เอ็นและการอักเสบ
• แพทย์แผนไทย เน้นการไหลเวียนของลมและความตึงของเส้น
ทั้งสองแนวคิดสามารถอธิบายอาการเดียวกันในมุมที่ต่างกัน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้
⸻
🏥 แนวทางการรักษา
แพทย์แผนปัจจุบัน
เน้นลดการอักเสบและป้องกันการใช้งานซ้ำ เช่น
• พักการใช้งานมือ
• ใส่อุปกรณ์ดามนิ้วหัวแม่มือ
• ใช้ยาลดอักเสบ
• ทำกายภาพบำบัด
• ในบางรายอาจพิจารณาฉีดยาเฉพาะที่
แพทย์แผนไทย
เน้นการฟื้นฟูการไหลเวียนและคลายเส้น เช่น
• นวดคลายเส้น
• ประคบสมุนไพร
• การยืดหรือดัดเส้น
• ใช้ยาสมุนไพรเพื่อลดอาการปวด
⸻
🔄 แนวทางการดูแลแบบผสมผสาน
ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในคลินิกที่มีทั้งกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย การรักษาแบบผสมผสานสามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยอาจแบ่งเป็นระยะ ได้แก่
• ระยะอักเสบ: เน้นพักการใช้งาน และลดอาการปวด
• ระยะฟื้นฟู: ใช้การนวด ประคบ และการบริหารเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
• ระยะป้องกัน: ปรับพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำ
แนวทางนี้ช่วยดูแลทั้ง “โครงสร้างของเอ็น” และ “การไหลเวียนของเส้น” ไปพร้อมกัน
⸻
🟤 สรุป
โรคเดอกาแวงเป็นภาวะที่เกิดจากการใช้งานมือซ้ำๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบและอาการปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ แม้แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยจะมีแนวคิดในการอธิบายต่างกัน แต่สามารถนำมาประยุกต์ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
⸻
📚 เอกสารอ้างอิง
1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). De Quervain’s Tendinosis
2. Mayo Clinic. De Quervain tenosynovitis – Symptoms and causes
3. Walker-Bone K, Palmer KT. Musculoskeletal disorders of the upper limb. BMJ. 2002
4. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. แนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย
5. ตำราการแพทย์แผนไทยพื้นฐาน เรื่อง “ลม” และ “เส้นสิบ”
#ปวดข้อมือ #แพทย์แผนไทยประยุกต์ #กายภาพบำบัด #คลินิกกายภาพปทุมธานี #ไอก้าสหคลินิก