ใบยา หน้า ม.อุบล

ใบยา หน้า ม.อุบล ร้านยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ร้านยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ให้คำแนะนำการใช้ยาและการดูแลสุขภาพ

ถ้าเริ่มเป็น..รีบรักษา...
01/09/2026

ถ้าเริ่มเป็น..รีบรักษา...

โรคเชื้อราจากแมว ทาสแมวระวัง!
ภัยใกล้ตัวจากสัตว์เลี้ยงสู่คน
ใช้ยาอะไรรักษากันนะ?

ทาสแมวทั้งหลาย เลี้ยงน้องเค้าอยู่ดี ๆ ชอบมาถามเภสัชกรอยู่เสมอว่า ทำมั้ย? ผิวหนังถึงขึ้นผื่นแดงเป็นวง คันไม่หยุด แถมยิ่งเกายิ่งลามเป็นวงใหญ่ๆ ลามไปทั่วตัว หรือเด็กๆลูกๆในบ้าน ที่ใกล้ชิดกับน้องแมวเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การกอด เล่น หรือแม้แต่การนอนด้วยกัน

อาการโรคผิวหนัลดังกล่าวเกิดจาก #เชื้อราจากแมว ที่พบได้บ่อยคือเชื้อ Microsporum canis เป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่ผิวหนังของสัตว์ โดยไม่ก่อให้เกิดโรค แต่สามารถติดต่อมายังคนได้ผ่านทางการสัมผัสโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องมีบาดแผล ก็ทำให้คนเลี้ยงติดเชื้อราจากแมวได้อย่างง่ายดาย

เภสัชกรขอมาสรุปแนวทางการรักษาและยาที่ใช้ ทั้งน้องแมวและบรรดาทาสให้หายขาด


1. #เชื้อราแมวคืออะไร?
#เชื้อราแมว (Cat Fungus) โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา เกิดจากเชื้อรากลุ่มกลาก Dermatophytes หรือ Ringworm ซึ่งพบได้บ่อยในแมว ส่วนใหญ่คือเชื้อ Microsporum canis เป็นโรคผิวหนังที่และที่สำคัญคือ *สามารถติดต่อสู่คนได้* ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแมวที่ติดเชื้อไม่ว่าจะกอด จูบ ไซร์ ซุก อุ้ม เหวี่ยงน้องแมว หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสปอร์เชื้อรา เช่น ที่นอน, ของเล่น, หรือ กรงที่บริเวณที่คุณแมวท่านเป็นเจ้าของอยู่

#เชื้อราแมวเมื่อติดสู่คน
#อาการในคน คนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อราแมวมากที่สุดได้แก่เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่พักผ่อนน้อย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อคนติดเชื้อราแมว มักจะปรากฏอาการทางผิวหนังที่สังเกตได้ชัดเจน ดังนี้:

- #ผื่นคัน: มักเป็นอาการแรกเริ่มที่สังเกตได้

- #ลักษณะผื่น: ผื่นจะมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี ขอบนอกสีแดงเข้มและนูนเล็กน้อย ตรงกลางมักจะดูจางกว่า ทำให้ดูคล้าย "รูปวงแหวน" (Ringworm) เพราะลักษณะของผื่นที่ปรากฏบนผิวหนังมักจะขยายออกเป็นวงกลมคล้ายตัวหนอนขดนั่นเอง

- #สะเก็ด: ผิวหนังบริเวณผื่นอาจแห้ง ลอกเป็นขุย หรือเป็นสะเก็ด

- #การแพร่กระจาย: หากไม่ได้รับการรักษา รอยผื่นที่ขยายยิ่งเกา เชื้อราที่ติดจากซอกเล็บเราเอง ก้ออาจนำพาเชื้อขยายขนาดหรือลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ยิ่งในเด็กอ่อนหรือญาติผู้ใหญ่เราที่ภูมิต้านทานไม่ได้ จะยิ่งติดง่ายขึ้น


2. #ยาที่ใช้รักษา
การรักษาในคน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ขอบอกไว้ก่อนว่า เชื้อราแมวในคนโดยทั่วไป *ไม่หายเอง* หากปล่อยไว้จะลุกลามมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานตก ถ้าสงสัยไปหาหมอคนนะครับ...555 หมอผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังได้ยิ่งดีใหญ่

2.1. อาการไม่รุนแรง (ผื่น 1-2 จุด):
ถ้าเราสังเกตุเห็นได้ก่อน หรือภูมิต้านทานเราดีมากจนเชื้อราไม่กระจายไปทั่วร่าง

- #ใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา: โดยทาต่อเนื่องบริเวณผื่นตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร (มักจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์) จนกว่าผื่นจะหายไปหมด

ตัวอย่างยา: ครีมที่มีส่วนผสมของ , , หรือ

2.2 #อาการรุนแรง หากไม่รีบรักษา หรือผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานต่ำเช่นเด็กๆหรือผู้สูงอายุในบ้าน จากผื่นๆจะขยายตัว และเกิดผื่นจำนวนมาก หรือติดเชื้อที่หนังศีรษะ และผิวหนังที่อื่นๆทั่วร่างกายได้อีกด้วย:

เป็นไปได้ ไปพบแพทย์: หากผื่นลุกลามมาก มีอาการคันรุนแรง หรือเกิดขึ้นที่บริเวณหนังศีรษะ ควรพบแพทย์ผิวหนังทันที

ยารับประทาน: แพทย์อาจสั่งยารับประทานต้านเชื้อราควบคู่ไปกับการใช้ยาทา เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อราทั้งหลาย

#สรุปยาเชื้อรา เนื่องจากยากลุ่มนี้มีเย๊อะแย๊ะ
หากคุณกำลังมีปัญหา #โรคเชื้อรา ไม่ว่าจะเกิดที่ตำแหน่งใดๆในผิวกาย ไปหาหมอนะครับ => มีปัญหาโรคเชื้อรา อย่าได้เสียเวลาไปทดลองซื้อยามาใช้เอง เปลืองสตางค์และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ตามมาหากใช้ยาแบบผิดๆ

เรามาสรุปแบบง่ายๆว่า มาดูกันว่า #ยาเชื้อรา กลุ่มไหนเหมาะกับโรคอะไร จะได้แนะนำหรือเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ! 👇

https://web.facebook.com/photo/?fbid=122125495065353251&set=a.122113000917353251


3. #เชื้อราแมวเมื่อเป็นในแมว
“โรคเชื้อราของแมว” คือหนึ่งในโรคติดต่อที่เป็นในแมวที่พบได้บ่อย โดยมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อรา ที่เกิดจากการสะสมความชื้นบนร่างกายของแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแมวพันธุ์ขนยาว ยกตัวอย่างเช่น เปอร์เซีย หรือ สก็อตติช

#เชื้อราแมวเกิดจากอะไร ?
ส่วนใหญ่กว่า 90% มักจะเกิดจากเชื้อราสายพันธุ์ Microsporum Canis โดยเมื่อแมวเป็นเชื้อรา บริเวณผิวหนังที่ติดเชื้อจะมีลักษณะ แห้ง แดง ลอกเป็นขุย ขนร่วง และบางตัวอาจมีอาการตกสะเก็ดร่วมด้วยซึ่งอันตรายของโรคเชื้อราแมวก็คือ โรคนี้เป็นโรคติดต่อ หากในพื้นที่เลี้ยงมีแมวมากกว่า 1 ตัว จะสามารถติดต่อจากแมวสู่แมวได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อสู่คนได้อีกด้วย => อย่างไรก็ตาม เชื้อราแมว "เป็นโรคที่รักษาได้" และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับน้องแมวทุกตัวในบ้านเรา และในที่สุดก้อไม่มาติดเรา

ไม่ใช่แมวทุกตัวที่จะเป็นโรคนี้นะครับ น้องที่มีความเสี่ยงมักได้แก่
- แมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น แมวสูงอายุที่สุขภาพไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม หรือเป็นแมวเด็กที่มีอายุน้อย ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

- สภาพแวดล้อมพื้นที่ที่อยู่อาศัยไม่สะอาด มีความชื้นสูง ไม่มีอากาศถ่ายเท

- แมวได้รับบาดเจ็บที่ผิวหนัง และไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

#อาการที่เป็นสัญญาณเตือนของเชื้อราแมว
เชื้อรานี้ทำให้เกิดปัญหาผิวหนังและขน โดยมีอาการในแมวดังนี้

- #ขนร่วง: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด โดยมักร่วงเป็นวงกลม ขนบริเวณที่เป็นเชื้อราดูบางผิดปกติหรือหลุดร่วงง่าย

- #ผิวหนังผิดปกติ: ผิวหนังแดง มีรอยแดงเป็นวงกลมที่ผิวหนัง แห้ง ลอกเป็นขุย หรือเป็นสะเก็ด

- #อาการคัน: แมวบางตัวอาจมีอาการคัน เกา, เลียหรือกัดบริเวณที่ติดเชื้อบ่อย

- #บริเวณที่พบ: มักพบบริเวณใบหน้า, หู, และขา

#การรักษาในแมว
หลังจากสังเกตอาการที่เกิดขึ้นเบื้องต้นแล้ว หากเจ้าของท่านใดที่กังวลว่า แมวของเราอาจกำลังเป็นโรคเชื้อรา ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยทันทีและรับการรักษาที่ถูกต้อง

หลังจากมั่นใจแล้วว่า เชื้อราที่เกิดขึ้นบนตัวแมวนั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อราสายพันธุ์ใด คุณหมอก็จะเริ่มกระบวนการ รักษาเชื้อราแมว ดังนี้:

- ยาทา/สเปรย์: สำหรับแผลที่ไม่รุนแรงมาก สัตวแพทย์อาจให้ยาทาหรือสเปรย์ฆ่าเชื้อรา

- แชมพูฆ่าเชื้อ: ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมเช่น Miconazole, Ketoconazole หรือ 2% Chlorhexidine ในการอาบน้ำเพื่อลดจำนวนเชื้อรา หากไปหยิบขวดมาดูสูตรเหมือนแชมพูในคนที่เป็นทาสแมวนี่แหละ แต่สำหรับน้องแมวราคาแพงมากกว่ายาคน...555

- ยารับประทาน: สำหรับกรณีที่ติดเชื้อเป็นกว้าง

- การดูแลอื่นๆ: อาจมีการตัดขนบริเวณที่ติดเชื้อ และเจ้าของต้องทำความสะอาดบ้านและอุปกรณ์ของแมวเพื่อกำจัดสปอร์

ระยะเวลาในการรักษาแมวมักอยู่ที่ประมาณ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง หลังปฏิบัติตามวิธีรักษาเชื้อราแมวอย่างต่อเนื่อง สัตวแพทย์จะทำการเพาะเชื้ออีก 1-2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะไม่พบเชื้อรา นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตได้จากรอยบนผิวหนังที่จะค่อย ๆ จางลง และหายไปในที่สุด


4. #วิธีป้องกันการติดเชื้อสู่คน
โดยหากเจ้าของติดเชื้อราจากแมว สามารถปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้านเพื่อรับยาทาเชื้อราแมว หรือหากเป็นหลายจุด ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินอาการและรับการรักษาในขั้นต่อไปตามที่เราได้เล่ามาแล้ว

อย่างไรก็ตาม สปอร์ของเชื้อรานั้น ไม่ได้ติดอยู่แค่บนผิวหนังของแมว แต่สามารถฟุ้งกระจายไปได้ทั่วบ้าน โดยเฉพาะจุดที่มีการถ่ายเทอากาศต่ำ เช่นมุมอับ หรือจุดที่แสงส่องเข้าไปไม่ถึง จึงควรทำความสะอาดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยทั้งหมด

หลังจากที่ทั้งผู้เลี้ยงและแมวหายจากเชื้อราเรียบร้อยแล้ว โดยมีคำแนะนำดังนี้ในการป้องกันไม่ให้เป็นโรคซ้ำไปมา ได้แก่:

- ล้างมือทันที: ทุกครั้งหลังสัมผัสแมว

- กักบริเวณ: หากแมวเป็นเชื้อรา ให้แยกแมวออกไปอยู่ในบริเวณที่จำกัดจนกว่าจะหาย

- ทำความสะอาดบ้าน: ดูดฝุ่นและถูพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อกำจัดสปอร์เชื้อราที่อาจตกอยู่ตามพื้นหรือเฟอร์นิเจอร์

- ซักทำความสะอาด: ของใช้ของแมว เช่น ที่นอน, ผ้าเช็ดตัว ด้วยน้ำร้อนและน้ำยาซักผ้า

#สุดท้าย
ทั้งน้องแมวและทาสที่เคยเป็นเชื้อราแล้ว หายแล้ว ก้อยังมีโอกาสกลับมาเป็นโรคนี้ซ้ำได้อีก หากไม่ดูแลสภาพแวดล้อม หรือมีการสัมผัสกับแมวที่ยังมีเชื้ออยู่ แม้แมวบางตัวจะมีภูมิคุ้มกันหลังหาย แต่ยังสามารถเป็นพาหะแพร่เชื้อได้ ดังนั้นการป้องกันทั้งคนและแมวน่านแหละจึงสำคัญพอ ๆ กับการรักษา

#เภสัชกรุอุทัย

💊ร้าน ใบยา หน้า ม.อุบล  เย้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ท่านที่ได้รับสิทธิ สามารถใช้สิทธิได้ตามที่ระบุ 👍👍👍
01/06/2026

💊ร้าน ใบยา หน้า ม.อุบล เย้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ท่านที่ได้รับสิทธิ สามารถใช้สิทธิได้ตามที่ระบุ 👍👍👍

31/12/2025

เมื่อ “เก๊าท์” บุก! กินอะไรได้บ้าง? คู่มือโภชนาการฉบับเข้าใจง่าย เพื่อลดปวดและลดกรดยูริก

“หมอครับ ปวดจนเดินไม่ได้แล้วครับ ทั้งที่ผมงดไก่ งดยอดผักตามที่เขาบอกกันมาหมดแล้ว ทำไมเก๊าท์ยังกำเริบอีกครับ หรือผมต้องกินแต่ข้าวเปล่ากับน้ำปลา?”

นี่คือคำถามจากคุณบุญส่ง (นามสมมติ) คนไข้วัย 60 ปี ที่เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าเจ็บปวดและท้อแท้ แกเล่าว่าพยายามคุมอาหารสุดชีวิต กินข้าวกับผัดผักวิญญาณหมูมาเป็นเดือน แต่พอกินเลี้ยงงานแต่งหลานแค่มื้อเดียว ตื่นเช้ามาหัวแม่เท้าบวมเป่ง แดงฉาน จนลงน้ำหนักไม่ได้

ความเข้าใจผิดเรื่องอาหารกับโรคเก๊าท์เป็นเรื่องที่พบบ่อยมากครับ หลายคนกลัวจนขาดสารอาหาร กลัวจนเครียด ซึ่งความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นให้โรคกำเริบได้เช่นกัน

วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างครับ ว่าในช่วงที่เก๊าท์กำเริบ หรือช่วงที่กรดยูริกสูง เราควรทานอะไร และต้องระวังอะไร เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยครับ

ความจริงเรื่อง “กรดยูริก” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ก่อนจะไปเรื่องอาหาร เราต้องเข้าใจก่อนว่า “กรดยูริก” มาจากไหน

เชื่อไหมครับว่า กรดยูริกในร่างกายเรา 80% ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง จากการผลัดเปลี่ยนเซลล์และการทำงานของร่างกาย ส่วนอีก 20% เท่านั้นที่มาจากอาหาร ที่เรากินเข้าไป

ดังนั้น การคุมอาหารเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถลดกรดยูริกให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ในทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีพันธุกรรมขับยูริกออกยาก แต่การเลือกทานอาหารที่ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของการ “อักเสบเฉียบพลัน” และช่วยเสริมประสิทธิภาพของยาได้ดียิ่งขึ้นครับ

โรคเก๊าท์ (Gout) คืออะไร?

โรคเก๊าท์ คือโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการมีกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตะกอนกลายเป็น “ผลึกเกลือยูเรต” ที่มีรูปร่างแหลมคมเหมือนเข็ม ไปสะสมอยู่ตามข้อต่อต่าง ๆ เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อรอบข้อ

เมื่อมีสิ่งกระตุ้น ผลึกเหล่านี้จะก่อให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้ข้อบวม แดง ร้อน และปวดทรมานมาก ราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงทุกครั้งที่ขยับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุหลักคือ ร่างกายมีกรดยูริกสูงเกินไป ซึ่งเกิดจาก 2 กลไกหลัก คือ

1. สร้างมากเกินไป: เช่น การทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง, ภาวะอ้วน, โรคเลือดบางชนิด

2. ขับออกได้น้อยเกินไป: นี่คือสาเหตุส่วนใหญ่ของคนไข้เก๊าท์ เกิดจากไตขับยูริกออกได้ไม่ดีเท่าคนปกติ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อายุที่มากขึ้น และยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ

อาการสังเกตได้

- ปวดข้อเฉียบพลัน: มักเป็นตอนกลางคืน หรือตื่นนอนตอนเช้า
- ตำแหน่งที่พบบ่อย: โคนนิ้วหัวแม่เท้า (Classic Podagra), ข้อเท้า, ข้อเข่า
- ลักษณะ: ข้อจะบวม แดง ร้อนจัด และเจ็บมากแม้เพียงแค่ผ้าห่มเสียดสีก็สะดุ้ง
- เป็น ๆ หาย ๆ: หากไม่รักษา อาการปวดอาจหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ แต่จะกลับมาเป็นซ้ำถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้น

การตรวจวินิจฉัย

การวินิจฉัยที่แม่นยำช่วยให้รักษาได้ตรงจุดครับ

1. การตรวจร่างกาย: หมอจะดูตำแหน่งที่ปวด ลักษณะการบวม และประวัติการเจ็บป่วย

2. เจาะเลือด: เพื่อดูระดับกรดยูริก (Uric Acid) แต่ต้องระวังว่า ในขณะที่ปวดข้อเฉียบพลัน ระดับยูริกในเลือดอาจจะปกติได้ เพราะยูริกไปตกตะกอนที่ข้อหมดแล้ว

3. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เทคนิคนี้หมอใช้บ่อยครับ สามารถเห็นลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า “Double Contour Sign” ซึ่งเป็นแถบของผลึกยูริกที่เกาะผิวข้อได้ชัดเจน โดยไม่ต้องเจาะข้อให้เจ็บตัว

ช่วงเก๊าท์กำเริบ... กินอะไรได้บ้าง? (Food Guide)

เมื่อมีอาการปวด หรือรู้ตัวว่ายูริกสูง อาหารคือยาขนานเอกครับ มาดูกันว่าอะไรที่ “ปลอดภัย” และช่วยลดการอักเสบได้

1. โปรตีนที่ปลอดภัย

- ไข่ไก่: เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่พิวรีนต่ำมาก สามารถทานได้ทุกวัน (ถ้าไม่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง ให้เน้นไข่ขาว)
- นมจืดไขมันต่ำ (Low-fat milk) และโยเกิร์ต: มีงานวิจัยยืนยันว่า โปรตีนในนมช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดได้
- เต้าหู้: หลายคนกลัวเต้าหู้ แต่ความจริงแล้ว เต้าหู้ขาว หรือเต้าหู้หลอด มีพิวรีนในระดับปานกลาง สามารถทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ถึงกับต้องงดขาดครับ
- ปลาน้ำจืด: เช่น ปลาทับทิม ปลานิล ปลาช่อน สามารถทานได้ (หลีกเลี่ยงปลาทะเลเนื้อแดง หรือปลาซาร์ดีน)

2. ผัก... ทานได้ไหม?

นี่คือความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งครับ!

ความจริง: ผักที่มีพิวรีนสูง เช่น ยอดผัก กระถิน ชะอม หน่อไม้ แม้จะมีพิวรีนจริง แต่เป็น “พิวรีนจากพืช” ซึ่งงานวิจัยปัจจุบันพบว่า ส่งผลต่อความเสี่ยงโรคเก๊าท์น้อยกว่าพิวรีนจากสัตว์มาก

ดังนั้น ท่านสามารถทานผักได้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับใยอาหารและวิตามิน เพียงแต่หากช่วงไหนปวดมาก อาจจะเลี่ยงยอดผักดิบไปก่อนเพื่อความสบายใจ แต่ไม่ต้องงดจนขาดสารอาหารครับ

3. ผลไม้ที่แนะนำ

- ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง: เช่น ฝรั่ง ส้ม เชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี เพราะวิตามินซีช่วยกระตุ้นให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น
- เชอร์รี่ (Cherry): มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและลดกรดยูริกได้ดีเป็นพิเศษ

4. เครื่องดื่ม

- น้ำเปล่า: สำคัญที่สุด! ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2–3 ลิตร เพื่อช่วยเจือจางและขับยูริกออกทางปัสสาวะ
- กาแฟดำ: มีการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟ (แบบไม่ใส่น้ำตาลครีมเทียมเยอะ) อาจช่วยลดระดับยูริกได้เล็กน้อย

อาหารต้องห้าม! (ตัวกระตุ้นการอักเสบ)

1. เครื่องในสัตว์ทุกชนิด: ตับ ไต ไส้ หัวใจ สมอง นี่คือแหล่งพิวรีนที่เข้มข้นที่สุด ต้องงดเด็ดขาด

2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: โดยเฉพาะ “เบียร์” เพราะมีสารกัวโนซีน (Guanosine) ที่เปลี่ยนเป็นยูริกได้ง่าย และแอลกอฮอล์ยังไปขัดขวางการขับยูริกออกจากไตอีกด้วย

3. น้ำหวานและน้ำผลไม้กล่อง: ที่มีส่วนผสมของ Fructose Corn Syrup (น้ำตาลฟรุกโตส) อันนี้ร้ายกาจกว่าไก่อีกครับ เพราะฟรุกโตสจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างยูริกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. เนื้อสัตว์ปีกและเนื้อแดง: ไก่ เป็ด ห่าน เนื้อวัว เนื้อแกะ ทานได้บ้างแต่ต้องจำกัดปริมาณในช่วงที่กำเริบ

แนวทางการรักษาทางการแพทย์

เมื่อปรับพฤติกรรมแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น การรักษาด้วยยาและหัตถการจึงจำเป็นครับ

1. ระยะเฉียบพลัน (ปวด บวม แดง ร้อน)

- ยาต้านการอักเสบ: กลุ่ม NSAIDs หรือ Colchicine เพื่อหยุดยั้งเม็ดเลือดขาวไม่ให้ไปทำปฏิกิริยากับผลึกยูริก
- การเจาะดูดน้ำไขข้อและฉีดยา: หากข้อบวมน้ำมาก หรือทานยาไม่ได้ผล หมออาจใช้ Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อดูดน้ำที่อักเสบออก และฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่ข้อโดยตรง วิธีนี้ช่วยให้หายปวดได้เร็วมากและแม่นยำ ปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะครับ

2. ระยะยาว (ลดระดับกรดยูริก)

- เมื่อหายปวดแล้ว หมอจะพิจารณาให้ ยาลดการสร้างกรดยูริก (เช่น Allopurinol หรือ Febuxostat)
- ข้อสำคัญ: ห้ามเริ่มกินยาลดกรดยูริกเองขณะที่กำลังปวดข้อ เพราะระดับยูริกที่ลดลงฮวบฮาบจะกระตุ้นให้ผลึกแตกตัวและปวดหนักกว่าเดิม ต้องรอให้หายปวดสนิทก่อนค่อยเริ่มยาตามแพทย์สั่ง

สรุป: เก๊าท์หายขาดได้ไหม?

โรคเก๊าท์ สามารถ “คุมให้สงบ” ได้จนเหมือนคนปกติครับ หากท่านทานยาต่อเนื่องเพื่อคุมระดับกรดยูริกให้ต่ำกว่า 6 mg/dL ผลึกเกลือที่สะสมอยู่จะค่อย ๆ ละลายหายไปจนหมด ข้อก็จะไม่กลับมาอักเสบอีก

แต่ถ้าหยุดยา หรือกลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงเดิม ๆ กรดยูริกก็จะกลับมาสะสมใหม่ และโรคก็จะกลับมากำเริบได้ ดังนั้น การดูแลตัวเองคือภารกิจระยะยาวครับ

สรุป

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นเก๊าท์ ไม่ใช่การอดอาหารจนผอมโซ แต่คือการ “เลือกทานให้ฉลาด” เลี่ยงเครื่องใน งดแอลกอฮอล์ ลดน้ำตาลฟรุกโตส และดื่มน้ำให้มาก ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ คุณบุญส่งและทุกท่านก็สามารถกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่ว ใช้ชีวิตกับลูกหลานได้อย่างมีความสุขครับ

อย่าลืมนะครับ สุขภาพที่ดีเริ่มที่ความเข้าใจและการลงมือทำครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: โทร 081-5303666

#โรคเก๊าท์ #กรดยูริกสูง #อาหารโรคเก๊าท์ #ปวดข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเข่า #ปวดนิ้วโป้งเท้า #เชียงใหม่ #รักษาเก๊าท์ #ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

References

1. FitzGerald JD, Dalbeth N, Mikuls T, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care Res (Hoboken). 2020;72(6):744-760.

2. Richette P, Doherty M, Pascual E, et al. 2016 updated EULAR evidence-based recommendations for the management of gout. Ann Rheum Dis. 2017;76(1):29-42.

3. Choi HK, Atkinson K, Karlson EW, Willett W, Curhan G. Purine-rich foods, dairy and protein intake, and the risk of gout in men. N Engl J Med. 2004;350(11):1093-1103.

4. Dalbeth N, Merriman TR, Stamp LK. Gout. Lancet. 2016;388(10055):2039-2052.

5. Juraschek SP, Miller ER 3rd, Gelber AC. Effect of oral vitamin C supplementation on serum uric acid: a meta-analysis of randomized controlled trials. Arthritis Care Res (Hoboken). 2011;63(9):1295-1306.

13/12/2024

“การประคบ” เป็นวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นวิธีหนึ่งที่ใช้บรรเทาอาการปวด รวมถึงช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่การประคบนั้นมีทั้งการประคบเย็นและการประคบร้อน แล้วทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันยังไงนะ มาดูกันเลย #อย #ประคบร้อน #ประคบเย็น #ปวด #เมื่อย #ปฐมพยาบาล #การบาดเจ็บ

สามารถติดตามบทความและข้อมูลอ้างอิงต่อได้ที่..>>https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2309

ไม่อยากพลาดข้อมูลดี ๆ อีกเพียบ เข้าไปกดติดตามช่อง TikTok ได้ที่ https://www.tiktok.com/

24/09/2024
21/08/2024

ที่อยู่

Amphoe Warinjamrap
34190

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 17:00 - 22:00
อาทิตย์ 17:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+66816620286

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ใบยา หน้า ม.อุบลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์