19/02/2017
เมื่อเราทราบเรื่องของอนุมูลอิสระว่าคืออะไรแล้ว ต่อไป จะเสนอเรื่องของ "สารต้านอนุมูลอิสระ" วิธีการหลีกเลี่ยง ต่อต้าน และจัดการกับสารอนุมูลอิสระพวกนี้ เพื่อให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง และคงความสวยงามกันไปนานๆ นะคะ
สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร
สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ สารประกอบที่สามารถป้องกันหรือชะลอกระบวนการเกิดออกซิเดชั่น กระบวนการออกซิเดชั่นจริงๆ แล้วก็คือกระบวนการรวมตัวกับออกซิเจนนั่นเอง (ตัวอย่างของการรวมกันระหว่างออกซิเจนกับธาตุอื่นเช่น เหล็กรวมกับออกซิเจน ก็เกิดสนิมเหล็ก, ผิวของแอปเปิ้ลรวมกับออกซิเจน ก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล, น้ำมันพืช รวมกับออกซิเจน จะทำให้น้ำมันพืชเหม็นหืน เป็นต้น) ในความเป็นจริงไม่มีสารประกอบสารใดสารหนึ่งสามารถป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นได้ทั้งหมด เพราะว่าสารอนุมูลอิสระเองก็มีมากมายหลายประเภท เกิดจากธาตุหลายชนิด เราจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันในการหยุดกระบวนการออกซิเดชั่น
หน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง เป็นต้น รวมทั้งช่วยชะลอกระบวนการบางขั้นตอนที่ทำให้เกิดความแก่ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้เองก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็ว หรือร่างกายได้รับสารอนุมูลอิสระจากภายนอกเข้ามามากเกินไป ร่างกายก็จะกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นไม่ทัน มันก็อาจจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อได้
สารอนุมูลอิสระหลักๆ ที่มักจะสร้างปัญหากับสุขภาพของเราคือตัวที่มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบหรือที่เรียกว่า oxygen free radical (คือเป็นโมเลกุลของสารหนึ่ง ที่มีอะตอมของออกซิเจนเป็นส่วนประกอบ โดยที่อะตอมของออกซิเจนนั้นมีอิเล็กตรอนรอบนอกสุดไม่ครบคู่) ซึ่งสารอนุมูลอิสระที่มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบนี้ จะพยายามไปขโมยอิเล็กตรอนของอะตอมอื่น (ในสารอื่น) หรือไปรวมตัวกับโมเลกุลของสารอื่น จนกลายเป็นสารอื่นที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นวิธีการในการไม่ให้อนุมูลอิสระ ไปทำความวุ่นวายกับสารอื่น ก็โดยการหาอิเล็กตรอนวงรอบนอกสุดให้กับมัน และสารที่สามารถให้อิเล็กตรอนที่อนุมูลอิสระต้องการได้ ก็คือสารที่เรียกว่าสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidant นั่นเอง และเมื่ออนุมูลอิสระได้รับอิเล็กตรอนจนครบคู่แล้ว (พอใจแล้ว) มันก็จะเสถียร และไม่ไปวุ่นวายรวมตัวกับสารอื่นอีกต่อไป
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเรื่องนี้ก็คือ การที่เราเอาแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกแล้ว ใส่ลงในน้ำมะนาว (น้ำมะนาวมีวิตามินซี เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระประเภทหนึ่ง) จะทำให้ผิวแอปเปิ้ลไม่เปลี่ยนเป็นสีดำได้ง่ายนัก นั่นเพราะว่าน้ำมะนาวได้ทำหน้าที่ป้องกันการรวมตัวของออกซิเจนกับผิวแอปเปิ้ลนั่นเอง
เราจะหาสารต้านอนุมูลอิสระได้จากไหน
ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายคนเรามีกลไกที่จะกำจัดอนุมูลอิสระได้เองอยู่สองวิธีหลักคือ
1) ใช้เอนไซม์ต่างๆในร่างกายเช่น Superoxide dismutase (SOD) และ
2) ไม่ใช้เอนไซม์ ได้แก่ วิตามินอี เบตาคาโรทีน (Betacarotene) และ วิตามินซี
แต่การที่เราจะให้ร่างกายสังเคราะห์เอนไซม์ขึ้นเพื่อต่อสู้กับอนุมูลอิสระนั้น อาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นการดีที่เรารับประทานอาหารที่มี วิตามินอี วิตามินซี เบต้าคาโรทีน วิตามินเอ สารสกัดจากสาหร่ายแดง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมเข้าไป โดยแบ่งออกได้ดังนี้
-อาหารที่มีเบต้าคาโรทีนสูงได้แก่ ผักใบเขียว (เช่น ตำลึง และ ผักบุ้ง) อาหารที่มีสีเหลือง (เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก มะเขือเทศ ฟักทอง)
-อาหารที่ให้วิตามินซีสูง คือ พืชและผักสีเขียว และผลไม้รสเปรี้ยว เช่นตำลึง ผักบุ้ง พริกหยวก ส้ม มะนาว สัปปะรด เป็นต้น
-วิตามินอี มีในน้ำมันพืชต่างๆ เช่นน้ำมันจากจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย
-วิตามินเอ ตับหมู ตับไก่ ไข่โดยเฉพาะไข่แดง น้ำนม พืชผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้สีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ
- แคโรทีนอยด์ (บีตาแคโรทีน ลูทีน และไลโคฟีน) มีในผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกว้างตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก
-แอสต้าแซนทิน สารสกัดจากสาหร่ายแดง พบในอาหารสีส้ม เช่น ปลาแซลมอน กุ้ง สาหร่ายสีแดง ปัจจุบัน ถือว่า เป็นสารที่มีค่าการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด มากกว่า วิตามินซีถึง 6000 เท่า
คนเราควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระให้พอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระและอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น โดยจะเห็นว่า ส่วนมากแล้วสารต้านอนุมูลอิสระจะมีมากในผักผลไม้ (สารพัดสี ทั้งสีเขียว สีเหลือง) เราจึงควรรับประทานผักผลไม้กันให้มากๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายสมบูรณ์แล้ว ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่จะยับยั้งการสร้างปัญหาของเจ้าอนุมูลอิสระต่างๆ ทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น
อยากมีสุขภาพดีต้องทานผักกันเยอะๆนะคะ..
#สุขภาพดีไม่มีขายอยากได้ต้องทำเอง