07/08/2017
3 ข้อ จากงานติดปีกธุรกิจออนไลน์
จัดโดย Shopee และ ETDA Thailand
ประเด็นที่ 1 :
__________
เวลาคิดจะขายของให้รอด
ต้องเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
คำว่า Segmentationและ Positioning
เป็นเรื่องสำคัญโคตร ๆ
และเป็นขั้นตอนแรกด้วยซ้ำ
แต่เรายังพูดถึงกันน้อยมาก
รอบนี้ผมเอาวิธีคิด 2 แบบมาแชร์
นั่นคือ "คิด 2 ชั้น" และ" คิดจากเหตุการณ์จริง"
การคิด 2 ชั้น ทำไปเพื่อหนีจาก position เดิม ๆ ของสินค้า
ซึ่งไอเดียแรกที่เราคิด มีคนเคยคิดไปหมดแล้ว
และอาจจะตลาดวายไปแล้วด้วยซ้ำ
สมมติว่าเราคิดจะขายสบู่เพื่อเรื่องผิวขาวผิวดี
ให้คิดต่อไปว่า ขัดตรงไหนดี?
ขัดด้วยอะไรดี หรือจำเป็นต้องขัดทุกวันไหม
หรือจะขายให้ spa ดี
ดังนั้นไอเดียที่ออกมาจากการคิด (อย่างต่ำ 2 ชั้น)
จะง่ายต่อการหาวิธีขาย เนื่องจาก position ที่แตกต่างนั่นเอง
วิธีคิดแบบที่ 2 คิดจากเหตุการณ์จริง
พฤติกรรมของมนุษย์เป็นกลไกบริโภคสินค้า
และพฤติกรรมของมนุษย์นั้นแหละที่กำลังมีปัญหาต้องการแก้ไข
ผมขอยกตัวอย่างที่เมื่อวานลืมพูดในงานก็แล้วกันครับ
"ตลาดมือ 1.5 " นั้นคือไอเดียของการแลกเปลี่ยนสินค้า
คุณภาพดีที่คนซื้อมาผิด หรือแค่ซื้อมาใช้เป็นแฟชั่นเฉยๆ
ซึ่งเป็นของที่ใหม่กว่าตลาดมือ 2 แต่คุณภาพดีกว่าแน่นอน
และส่วนลดถูกกว่าซื้อเองในห้าง
พอเห็นภาพไหมครับว่า "การคิดต่อ" จากไอเดียแรก
มันสามารถสร้างช่องว่างทางธุรกิจให้เราได้
ประเด็นที่ 2 :
___________
ความแตกต่างคือ vital
ไม่ได้ต่างจาก oxygen
"ขาดความแตกต่าง ยอดขายก็ต่ำตม"
ลูกค้าแยกไม่ออกจากคู่แข่ง
แล้วเค้าจะมาซื้อได้ยังไง?
ดังนั้นผมจึงเสนอ "จุดย่อย ๆ " 9 จุดที่จะสร้างความแตกต่างได้
มีดังนี้ครับ (ไม่สามารถอธิบายได้หมด เดี๋ยวไว้อัดคลิปมาขยายความนะครับ)
1) USP (unique selling proposition)
(อันนี้ยาวไป ข้ามเหอะ
เอ่อ ... เอาเป็นว่า
มีปัญหาเฉพาะ กับวิธีแก้ไขเฉพาะ
ช่วยสร้าง USP ที่แข็งเป้กได้แน่ ๆ )
2) NAME (brand ,product , group ,collection/version)
(สุดยอดกลยุทธ์ที่จะสร้างความแตกต่างได้ชัดเจนมากที่สุด
ทุกชื่อมีความหมายเสมอ
ความหมายใช้แยกแยะสิ่ง 2 สิ่ง)
3) CHARACTER
(รอบนี้เทพูดไปทางสร้างความเป็นมนุษย์ให้เพจซะมากกว่า)
4) MOOD & TONE
(ทุกคนมี lens เป็นของตัวเอง
เรากำลังสร้าง lens เพิมอีกชั้น
ในการบิดงอความรู้สึกของลูกค้าเมื่อมองดูสินค้า)
5) CONTENT
(อันนี้มหากาพย์
ไปหาอ่านเอาเยอะแยะใน google)
6) PRESENTATION
(แนวทางการนำเสนอขาย
หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วิธีขาย concept)
7) PROMOTION
(ไม่ใช่แค่ส่วนลด แต่เป็นวิธีเรียกแขก)
😎 SERVICE
(คนไทยเป็นมิตรเวลาเจอหน้ากัน
แต่ตอนขายนี่บริการห่วยลงเยอะ)
9) DELIVERY
(ไม่มีอะไรมาก พูดได้แค่ว่า
เสกให้ไปอยู่บนมือลูกค้าทันทีที่โอนยิ่งดี)
ทุกจุดสามารถสร้างความแตกต่างมากน้อยได้ทั้งหมด
แต่ถ้าบรรจงคิดทุกขั้นทุกข้อ
ผลรวมสุดท้ายของมันคือ
แบรนด์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนในตลาดครับ
ประเด็นที่ 3
=======
อย่ากลัวว่าออนไลน์กำลังดุเดือด
ผมมองว่า มันยังเดือดไม่สุดเลย
และนั่นแปลว่า ยังโกยยอดขายได้อีกเยอะ
แล้วไอ้ที่เห็นว่าเดือดกัน
มันเดือดในธุรกิจไหนกันแน่?
เป็นบางธุรกิจหรือเปล่า?
ลองทบทวนดี ๆ ครับ
ผมเห็นบางเพจ inbox ทะลุหลัก 400-500 ทุกวัน
เห็นกับตาพีค ๆ คือ 1000+
ไม่เคยตก มาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี
(ไม่ได้ยิง ads เยอะด้วยฮะ)
ส่วนนึงเป็นเพราะกลยุทธ์
แต่อีกส่วนนึงเป็นเพราะความแตกต่าง
อย่างแน่นอนครับ
คิดถึง competition ก่อนเริ่มธุรกิจเสมอ
ไม่ใช่เพื่อให้หวาดกลัว แต่เพื่อให้ระวัง
และทำการบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า
ธุรกิจที่น่าเบื่อ ใช้วิชาชีพเฉพาะ
หรือกลุ่มเฉพาะ จะมี natural barrier
ที่จะทำให้คู่แข่งเข้ามาน้อยกว่า
และธุรกิจที่คู่แข่งน้อย หรือเข้ามาได้น้อย
ก็คือธุรกิจที่กำไรดี (ได้ง่าย) ครับ
แบรนด์ใหญ่ยังกั๊กงบมาฟาดลงออนไลน์
ถ้าวันนั้นมาถึง ไม่ได้หมายความว่า
ธุรกิจของเราจะล่มจม
เพราะหลาย ๆ ธุรกิจก็ไม่ได้ชนกับ SME ทั่วไป
แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ
ค่า ads จะแพงกว่านี้แน่นอน
ยิ่งช้ายิ่งแพง ยิ่งช้า
ยิ่งเป็นเบอร์รอง ๆ ๆ ๆ ครับ
แค่นี้แหละจบแล้ว บายย
ปล.ชอบหัวหอมแดงมาก
ใครไปงานจะเก็ทททท