ร้านขายยา วิตามิน อาหารเสริม ลาดพร้าว111 วัชรพล รามอินทรา79 รุ่งเรืองเภสัช

ร้านขายยา วิตามิน อาหารเสริม ลาดพร้าว111 วัชรพล รามอินทรา79 รุ่งเรืองเภสัช ร้านยาคุณภาพ ราคาเปนมิตร

กรมควบคุมโรค เผยไทยพบโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก แต่ยังไม่พบอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น⚈ หากมีอาการสงสัยป่วย เช่น...
25/05/2026

กรมควบคุมโรค เผยไทยพบโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก แต่ยังไม่พบอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น

⚈ หากมีอาการสงสัยป่วย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อไม่เป็นการนำเชื้อกลับไปติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน หากผลเป็นบวกให้รีบไปพบแพทย์

#โควิด

UPDATE: กรมควบคุมโรค เผยไทยพบโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก เผยยังไม่พบอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น

วันนี้ (24 พฤษภาคม) มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 - 16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดหลักคือ NB.1.8.1 พบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด 19 สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30–35 ปี รองลงมาเป็นอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

สำหรับสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ รองลงมาคือ JN.1 (24.97%) และ XEC (9.14%)

“ปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”

ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยเป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ว่าความรุนแรงของโรคและแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง แต่ยังต้องรักษามาตรการที่สำคัญ โดยเน้นมาตรการทางสังคมที่สมดุลกับชีวิตวิถีใหม่ และเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยเน้นรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ดังนี้

⚈ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น

⚈ เมื่อไอหรือจาม ต้องปิดปากและปิดจมูกด้วยผ้าหรือทิชชูทุกครั้ง

⚈ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

⚈ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

⚈ หากมีอาการสงสัยป่วย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อไม่เป็นการนำเชื้อกลับไปติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน หากผลเป็นบวกให้รีบไปพบแพทย์

ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ใครได้รับสิทธิ์แล้ว เราต้องเติมเงินเข้าระบบเท่าไหร่?? #ไทยช่วยไทยพลัส  #คนละครึ่งพลัส
25/05/2026

ใครได้รับสิทธิ์แล้ว เราต้องเติมเงินเข้าระบบเท่าไหร่??

#ไทยช่วยไทยพลัส
#คนละครึ่งพลัส

พรุ่งนี้!! 25 พค. 69 เริ่มลงทะเบียน 6โมงเช้า อย่าลืมยืนยันตัวตน และอัพเดทแอปเป๋าตังกันด้วยนะ #ไทยช่วยไทยพลัส  #คนละครึ่ง...
24/05/2026

พรุ่งนี้!! 25 พค. 69 เริ่มลงทะเบียน 6โมงเช้า
อย่าลืมยืนยันตัวตน และอัพเดทแอปเป๋าตังกันด้วยนะ

#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่งพลัส

 #ไข้เลือดออก
22/05/2026

#ไข้เลือดออก

คันหัว  #รังแค
20/05/2026

คันหัว #รังแค

รังแคเยอะ ใช้อะไรช่วยให้รังแคลดลงได้บ้าง?

รังแคเป็นภาวะที่พบขุยสีขาวหรือเหลืองบนหนังศีรษะ อาจมีอาการคันร่วมด้วยได้ สาเหตุเกี่ยวข้องได้ทั้งหนังศีรษะมัน การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม หรือโรคผิวหนังบางชนิด โดยในผู้ที่มีอาการเป็นมากหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย อาจสัมพันธ์กับภาวะ seborrheic dermatitis ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอักเสบของหนังศีรษะและยีสต์ธรรมชาติบนผิวหนังชื่อ Malassezia

รังแคส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ แต่บางรายอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ จึงอาจต้องใช้แชมพูยาต่อเนื่องแบบเว้นระยะเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ และไม่สามารถรับประกันการหายขาดถาวรได้ในทุกคน

- หลักการรักษา
การรักษาหลักคือการใช้แชมพูขจัดรังแคหรือแชมพูยา โดยควรให้ตัวยาสัมผัสหนังศีรษะตามเวลาที่แนะนำก่อนล้างออก ไม่ควรรีบล้างทันทีหลังฟอกผม สารออกฤทธิ์ที่ใช้บ่อย ได้แก่ ketoconazole, selenium sulfide, zinc pyrithione, salicylic acid, sulfur, coal tar และ ciclopirox หากใช้แชมพูชนิดเดียวแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาสลับกลุ่มตัวยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

- ตัวอย่างตัวยาที่ใช้บ่อย

# Ketoconazole shampoo 2%
ใช้ชโลมบนหนังศีรษะที่เปียก ฟอกให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาทีแล้วล้างออก โดยทั่วไปใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง นานประมาณ 2–4 สัปดาห์ หลังอาการดีขึ้นอาจลดเหลือทุก 1–2 สัปดาห์เพื่อควบคุมอาการ เหมาะในผู้ที่มีรังแคมาก คัน หรือสงสัย seborrheic dermatitis

# Selenium sulfide 1%
ใช้ในปริมาณพอคลุมหนังศีรษะ ฟอกนวดทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาทีแล้วล้างออก มักใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าตา และไม่ควรใช้บนผิวหนังที่แตก แดง อักเสบ หรือมีแผล

# Selenium sulfide 2.5% lotion/shampoo
ใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งในช่วงแรก แล้วค่อยลดความถี่ลงหลังอาการดีขึ้น อาจทำให้หนังศีรษะหรือเส้นผมแห้ง มันผิดปกติ หรือระคายเคืองได้ในบางราย

# Ciclopirox shampoo 1%
ใช้ประมาณ 5 mL หรือประมาณ 1 ช้อนชา หากผมยาวอาจใช้มากขึ้น ฟอกทิ้งไว้ประมาณ 3 นาทีแล้วล้างออก มักใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง นานประมาณ 4 สัปดาห์ โดยเว้นระยะอย่างน้อย 3 วันระหว่างการใช้แต่ละครั้ง เป็นยาต้านเชื้อราแบบใช้ภายนอกที่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

# Zinc pyrithione 1%
ใช้เป็นแชมพูขจัดรังแค โดยฟอกให้สัมผัสหนังศีรษะก่อนล้างออก มักใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน หรือใช้ตามฉลาก เหมาะกับรังแคทั่วไป และอาจสลับใช้กับ ketoconazole หรือ selenium sulfide ได้

# Salicylic acid / coal tar shampoo
ใช้ฟอกหนังศีรษะและทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนฉลาก บางผลิตภัณฑ์แนะนำให้ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาทีก่อนล้างออก มักใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน โดย salicylic acid ช่วยลดขุยหนา ส่วน coal tar อาจทำให้หนังศีรษะไวต่อแสงแดดมากขึ้น

- ตัวอย่างแนวทางการใช้แชมพูยา
ในผู้ที่มีรังแคมาก คัน หนังศีรษะมัน หรือมีขุยกลับมาเป็นซ้ำ อาจเริ่มด้วย ketoconazole shampoo 2% สัปดาห์ละ 2 ครั้ง นานประมาณ 2–4 สัปดาห์ โดยฟอกทิ้งไว้ 3–5 นาทีแล้วล้างออก หลังอาการดีขึ้นอาจใช้ต่อแบบเว้นระยะเพื่อควบคุมอาการ หากยังมีขุยหรือหนังศีรษะมันมาก อาจสลับใช้ selenium sulfide หรือ zinc pyrithione ในคนละวันได้

ไม่ควรใช้แชมพูหลายชนิดพร้อมกันในวันเดียวมากเกินไป เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งหรือระคายเคืองได้

วันที่ไม่ได้ใช้แชมพูยา สามารถใช้แชมพูอ่อนโยนทั่วไปได้ตามปกติ โดยผู้ที่หนังศีรษะมันอาจต้องสระผมบ่อยขึ้น ส่วนผู้ที่ผมแห้งหรือผมหยิก ควรเน้นให้ตัวยาสัมผัสบริเวณหนังศีรษะมากกว่าปลายผม เนื่องจากแชมพูยาบางชนิดอาจทำให้เส้นผมแห้งได้

- ข้อควรระวัง
แชมพูยาส่วนใหญ่เป็นยาใช้ภายนอก ควรหลีกเลี่ยงการเข้าตาและไม่ควรกลืน หากใช้แล้วมีอาการแสบ แดง คันมากขึ้น ผื่นขึ้น หรือผมร่วงผิดปกติ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ไม่ควรซื้อยากินต้านเชื้อรา ยาสเตียรอยด์ชนิดแรง หรือยาบางชนิด เช่น isotretinoin มาใช้เองเพื่อรักษารังแค เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับการประเมินข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้ และผลข้างเคียงโดยแพทย์ก่อน

- เมื่อใดควรพบแพทย์?
ควรพบแพทย์หากใช้แชมพูยาอย่างเหมาะสมประมาณ 4 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น ผื่นแดงมาก ปวด แสบ มีน้ำเหลืองหรือหนอง ผมร่วงเป็นหย่อม สะเก็ดหนาเป็นแผ่น หรือมีขุยลามไปบริเวณคิ้ว ใบหน้า หู หรือหน้าอก เพราะอาจไม่ใช่รังแคทั่วไป แต่อาจเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นได้

- สรุป
รังแคสามารถดูแลได้ด้วยการใช้แชมพูยาที่เหมาะสม เช่น ketoconazole, selenium sulfide, zinc pyrithione, ciclopirox, salicylic acid หรือ coal tar โดยควรใช้ให้สัมผัสหนังศีรษะตามเวลาที่แนะนำและใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ หลังอาการดีขึ้นอาจใช้แบบเว้นระยะเพื่อช่วยควบคุมการกลับมาเป็นซ้ำ หากอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการดูแลเบื้องต้น ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินเพิ่มเติมครับ

17/05/2026


สรุปกลไกกลุ่มอาการรังไข่และเมตาบอลิซึมผิดปกติ (PMOS)
หรือชื่อเดิมคือ PCOS

บทความยาวนะคะ แต่ถ้าอ่านจะเข้าใจตั้งแต่
รอบเดือนปกติ ยันตัวโรคเลย
⚠️เวอร์ชันสรุปใน comment นะคะ⚠️


ก่อนจะไปถึงเรื่องการเปลี่ยนชื่อ ขอเรียก PCOS แบบเดิมไปก่อน เพราะคนไข้ที่เป็นเรียกชินกันไปหมดแล้ว แต่ถ้าอ่านจบจะทราบเลยว่า ทำไมเขาถึงเปลี่ยนชื่อ

PCOS จัดเป็นโรคที่อยู่คู่กับแผนกนรีเวชเลย ซึ่งมาด้วยสามอาการหลักที่เป็น Hallmark เลย คือ

☑️ ประจำเดือนมาห่างเกิน (Oligomenorrhea): จากกลไกที่พัฒนาไข่เจ๊งได้ง่าย

☑️ มีอาการและอาการแสดงของฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น มีหนวดเคราขึ้นจางๆ มีขนบางตำแหน่งเพิ่มขึ้น เสียงทุ้มขึ้น: จากกลไกเซลล์พี่เลี้ยง theca อาละวาดมากเกิน

☑️ มีเมตาบอลิซึมผิดปกติ บางคนอยู่ในภาวะอ้วน: ทำให้มีภาวะดื้ออินซูลิน อินซูลินหลั่งมากเกิน ยิงใส่รังไข่ทุกวัน ซึ่งจะพูดต่อไปว่าเป็นชนวนเหตุ


_________

[ สรุปรอบเดือนปกติ ]


ก่อนจะไปเข้าใจโรคซับซ้อนอย่าง PCOS
เอาเรื่องง่ายๆ อย่างสรีรวิทยาของไข่ในรังไข่ก่อน
ไม่งั้นอ่านโรคแล้วจะเหมือนทุกอย่างเสกออกมาเอง


1. เวลาเราพูดคำว่า ‘ไข่’ (Follicle) 1 ฟอง เราจะหมายถึงทั้ง
ตัวเซลล์ไข่จริงๆ (oocyte) และเซลล์พี่เลี้ยง (Follicular cell)
ซึ่งตัวที่สำคัญในโรค PCOS มากๆ คือพวกพี่เลี้ยง

2. เซลล์พี่เลี้ยงจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม
- กลุ่มนอกชื่อ Theca cell
- กลุ่มในชื่อ Granulosa cell
ซึ่งชื่อโคตรยาว ต่อไปจะเรียกย่อว่า พี่The กับพี่Gra

3. ในช่วงครึ่งรอบเดือนแรก
สมองส่วน Hypothalamus จะเปิดโครงการ
‘รอบเดือนในเดือนนี้’ (HPO-axis) สั่งต่อมใต้สมอง
ด้วยฮอร์โมน GnRH ให้ต่อมใต้สมองสร้าง
อีก 2 ฮอร์โมนคือ LH กับ FSH

4. FSH=ฮอร์โมนแห่งการปลุกไข่
ไข่ที่หลับใหลในรังไข่ จะปลุกเรียกขึ้นมาหลายฟอง
(ไม่ใช่ฟองเดียวนะคะ) จากนั้นก็แข่งกันโต
เปิด tournament เหมือน squid game

5. ระหว่างแข่งเหล่าพี่เลี้ยงจะโดนสองฮอร์โมนสั่ง
- LH สั่งพี่The ให้สร้างฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) ไม่ได้เอาให้เราใช้นะคะ แต่เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้สร้างฮอร์โมนเพศหญิง
- FSH สั่งพี่Gra ให้รับ Androgen เข้ามา แล้วแปลงเป็น Estrogen อันนี้แหละ ที่ ผญ ใช้กัน

6. ยิ่งเวลาผ่านไป FSH จะยิ่งลดลง ทำให้บรรดาไข่ผู้เข้าแข่งขัน ทนไม่ไหว ตกรอบไป เหลือผู้ชนะฟองเดียว ฟองนี้จะสร้าง estrogen จำนวนมหาศาล จนถึงจุดที่สมองบอกว่า ถึงเวลาละ

7. สมองก็เปิดโหมดระดมยิง GnRH ถี่มาก ป้าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อมใต้สมองก็ตกใจ ระเบิ-ด ฮอร์โมน LH ออกไปพุ่งแรงมาก
ซึ่งจุดนี้แหละ ทำให้
- ตกไข่: คือตัวเซลล์ไข่ (และพี่เลี้ยงบางส่วน) หลุดออกไปประจำการที่ปีกมดลูก
- พี่เลี้ยงที่ไม่ได้ตกตามไปด้วย แปลงขั้นสุดยอด กลายเป็นร่างใหม่ชื่อ ลูเตียล (Luteal cells) เรียกอาณาจักรใหม่ของพี่เลี้ยงว่าคอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum)
- ทำให้เซลล์ไข่แบ่งตัวต่อจากระยะหลับใหล (Prophase I) กลายเป็นระยะพร้อมปฏิสนธิ (Metaphase II)

8. ครึ่งเดือนหลังตกไข่
ที่ปีกมดลูก= เซลล์ไข่ไปรอปฏิสนธิ
ที่รังไข่=อาณาจักรคอร์ปัสลูเทียม สร้าง 2 มหาฮอร์โมนเพศหญิงคือ estrogen และ progesterone ซึ่งฮอร์โมนตัวหลังนี่แหละ เตรียมมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัว

9. รอแล้วรอเล่า (ประมาณ 14 วัน)
ไม่มีสัญญาณการฝังตัวของตัวอ่อนซักที
คอร์ปัสลูเทียมจะกดสวิตซ์ บูม ทำลายตัวเอง
ทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงทั้ง 2 drop อย่างไว
และทำให้ผนังมดลูกที่เตรียมมาหลุดลอกเป็นประจำเดือนนั่นเอง

และนี่คือรอบเดือนของผู้หญิงแบบพวกเราค่ะ


ก่อนจะไปถึงตัวโรค ขอสรุปไอเดียสั้นๆ ที่จำเป็นก่อนนะคะ
▪️ฮอร์โมน LH นอกจากตกไข่แล้ว มันเป็นตัวสั่งให้พี่ The สร้าง androgen จำตรงนี้ไว้ดีๆ นะคะ
▪️การจะมีประจำเดือนได้ ต้องเกิดครบสูตร คัดไข่ ตกไข่ ผนังมดหนาตัว ถึงจะมีอะไรให้ลอกออกมา


___________

[ กลไกการกำเนิด PCOS ]


PCOS เป็นโรคที่ยังตัดสินไม่ได้ใจชัดเจนว่าจุดเริ่มแรกอยู่ไหน ปัจจุบันก็เชื่อว่า ต้องมีหลายอย่างพร้อมกัน และเกิดหลายจุดพร้อมกันนั่นแหละค่ะ


1️⃣ เมตาบอลิซึมพังก่อน (Metabolic-first model)

หลักการคือ: หากกินเยอะ/ออกกำลังกายน้อย ⮕ สะสมไขมันส่วนเกินมากเกินไป ⮕ เซลล์ไขมันจะเบียดจนเครียด ⮕ เริ่มหลั่งสารก่ออักเสบไปทั่ว

ยิ่งไขมันในช่องท้อง (VAT) ยิ่งหลั่งเยอะ
ซึ่งสารพวกนี้ที่จะทำให้ตับและกล้ามเนื้อ ดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน

ผลคือเวลามีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กล้ามเนื้อก็สูบไปใช้ยาก
แถมตับยังสร้างน้ำตาลเองเพิ่มขึ้นอีก

ซึ่งจุดนี้ตับอ่อนไม่ยอมค่ะ ตับอ่อนจะพยายามหลั่งอินซูลิน
มากขึ้น มากขึ้น (Hyperinsulinemia) เพื่อพยายาม
กดน้ำตาลให้กลับสู่ปกติให้ได้ ซึ่งหลายครั้งก็ทำได้นะคะ

ปัญหาสำคัญคือ ‘อวัยวะที่ไม่ได้ดื้ออินซูลิน’ ซวยค่ะ
เช่น รังไข่

รังไข่จะโดนอินซูลินที่มหาศาลนี้ ยิงอัดทุกวัน
ซึ่งเซลล์พี่เลี้ยง พี่The โดนหนักมาก

ผลคือทำให้เซลล์มีการเปลี่ยนแปลง
ตอบสนองต่อฮอร์โมน LH มากขึ้น

กลายเป็นว่า LH ไม่ต้องสูง พี่The ก็คลั่งแล้วจ้า
ระดมสร้างฮอร์โมนเพศชาย androgen
จนอีกเซลล์ (พี่Gra) เอาไปเปลี่ยนเป็น estrogen ไม่ทัน

และนี่คือจุดที่ทำให้ androgen สูง

แต่ปัญหาคือ
- หญิงที่มีภาวะอ้วนทุกคนก็ไม่ได้เป็น PCOS
- หญิงบางคนไม่ได้อ้วนเลย (แต่อาจจะ TOFI)


2️⃣ ระบบสั่งการระดับสมองมั่วก่อน (Neuroendocrine-first model)

จำได้ใช่มั้ยคะว่าสมอง hypothalamus เป็นผู้จัดการแข่งขันเลือกไข่ โดยหลั่งฮอร์โมนชื่อ GnRH มาสั่งต่อมใต้สมองให้หลั่ง FSH, LH ต่อ

นั่นแหละค่ะ ผู้จัดนี่แหละ หากมีการหลั่ง
GnRH ถี่ยิบๆๆๆๆ ตั้งแต่แรกเลย จะทำให้ฮอร์โมน
LH สูงนำกว่า FSH มากๆ

และอย่างที่บอกไป LH สั่งพี่The, FSH สั่งพี่Gra
การสั่งเลยไม่ได้สมดุล พี่The สร้าง androgen
จน พี่Gra เปลี่ยนเป็น estrogen ไม่ทัน จน androgen เกินในที่สุด


3️⃣ รังไข่นี่แหละเริ่มก่อนเลย (Intrinsic ovarian defect model)

อาจจะมาตั้งแต่พันธุกรรม
หรือการกิน/ชีวิตต่างๆ ในช่วงวัยเด็ก
จนมีการเปลี่ยนแปลงระดับ DNA (Epigenesics)

จนสุดท้าย รังไข่สร้างไข่แต่ละฟอง
ที่ตอบสนองต่อ LH มากเกินไป, หรือมีการสร้าง
เหล่า ‘เครื่องมือสร้างฮอร์โมน’ (Steroidogenesis enzyme)
มากเกินไป

จนทำให้แม้ LH มาปกติ แม้ไม่ได้อ้วน
ก็สามารถทำให้ พี่The ที่ตอบสนอง LH มากเกิน
ระดมสร้าง androgen มารุนแรงมาก


ปัจจุบันก็เชื่อว่า คนที่เป็นมักจะมีหลายข้อร่วมกันนั่นแหละ

เช่น มีรังไข่ผิดปกติด้วย พอร่วมกับมีเมตาบอลิซึมผิดปกติ มีดื้ออินซูลิน ก็ยิ่งร่วมกันทำให้ LH ยิ่งสูง ยิ่งระดมสร้าง androgen จำนวนมาก

แถม androgen ที่สูงมาก นี้ยังไปรบกวนสมองผู้จัดการแข่ง ทำให้เร่งกลไกที่ 2 คือระดมยิง GnRH ไวๆๆๆๆ จน LH สูงจริงเลยทีนี้ พี่The ก็ยิ่งสร้าง androgen


เพราะสุดท้ายแล้วมันจะสร้าง loop นรกคือ
☑️ Androgen ทะยานสูง ไปป่วนสมอง
☑️ สมองระดม GnRH สูงๆๆๆ ยิ่งเพิ่ม LH ยิ่งเพิ่ม Androgen
☑️ หากมีอินซูลินสูงก็ยิ่งปั่นให้รังไข่สร้าง Androgen
☑️ Androgen ไปทำให้ขนขึ้นเยอะ เสียงทุ้ม

สุดท้าย หญิงในสภาพที่ Androgen สูง, FSH สูงตาม LH ไม่ทัน
แวดล้อมรังไข่จะแย่มาก จัดการแข่งได้ไม่ดี

สุดท้ายไข่ที่เลือกมาโตไม่เต็มที่ แต่… ก็ไม่ตๅยด้วยนะ
อยู่ค้างเป็นฟองๆ ต่อไป ถ้าสะสมน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ จะขยายเป็นถุงน้ำได้ (Cyst) แต่ไม่ใช่ทุกฟอง และส่วนใหญ่ไม่พบ

ทำให้สุดท้ายไข่ไม่ตก ไม่เกิดวัฎจักรรอบเดือน รอบเดือนนั้นก็ไม่มีประจำเดือน แต่บางเดือนก็ตกได้ ก็เกิดรอบเดือน เลยทำให้ประจำเดือนมาห่าง


___________

[ ทำไมถึงเปลี่ยนชื่อ PCOS เป็น PMOS ]


ถ้าอ่านกลไกข้างบนเข้าใจจะพบว่าจริงๆ แล้ว
มันเป็นปฏิสัมพันธ์แบบซับซ้อนกันระหว่าง
✔️ เมตาบอลิซึมที่ผิดปกติ: มีภาวะเนื้อเยื่อไขมันหลั่งสารผิด, มีดื้ออินซูลิน
✔️ มีระบบฮอร์โมนผิดปกติหลายตัว: อินซูลิน, androgen, LH, GnRH
✔️ มีรังไข่ตอบสนองต่อ LH ผิดปกติจนระเบิ-ด androgen ออกมา

ถึงแม้จะมีกลไกที่ไข่หลายฟองสะสมในรังไข่
แต่ก็มีน้อยฟองที่จะโตต่อ สะสมน้ำต่อเป็นถุงน้ำ

ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่า การไปเรียกถุงน้ำรังไข่หลายฟอง (PCOS)
มันไม่ make sense เลย หลายคนไป ultrasound ก็ไม่พบอะไรในรังไข่เลย ถึงแม้อาจจะมี follicles ที่ไม่ตกเล็กๆ สะสมอยู่ก็ตาม แต่มันไม่ได้รวมกันเป็นพยาธิสภาพแบบถุงน้ำไง ซึ่งทำให้เข้าใจผิดระหว่างโรคถุงน้ำจริงๆ มากมาย เช่น ช็อกโกแล๊ตซีส, คอร์ปัสลูเทียมซีส

และถ้าดูจากแผนผังการเกิดโรค
นี่มันภาวะทางต่อมไร้ท่อชัดๆ ประสานกันแบบกว้างๆ
ฮอร์โมนผิดปกติหลายตัว และมีรังไข่เป็นหนึ่งในตัวละคร


จึงทำให้สุดท้าย มีการเปลี่ยนชื่อเป็น
กลุ่มอาการรังไข่และเมตาบอลิซึมผิดปกติ
(Polyendocrine metabolic ovarian syndrome: PMOS)

- เพื่อให้นิยามตรงที่สุดทั้งเรื่องเมตาบอลิซึม - ฮอร์โมน - รังไข่
- เพิ่มความตระหนักทั้งประชาชนและแพทย์ด้วย พูดในมุมหมอคือ มันไม่ได้อยู่แค่ในศาสตร์นรีเวชวิทยาละ มันคลุมไปถึงต่อมไร้ท่อ (Endocrinology) หลายเคสที่เรื่องทาง metabolism เป็นหนักๆ ก็ต้อง consult หมอ endocrine มาดู
- เพื่อไม่ให้คนไข้เข้าใจทำนองว่า เรามีถุงน้ำจริงๆ แบบคนอื่นที่เป็นโรคถุงน้ำอื่น แล้วคือโรคถุงน้ำอื่น บางโรคต้องผ่าออกไง ซึ่งใน PMOS ไม่ได้ทำแบบนั้น (ยกเว้นมีข้อบ่งชี้)


การรักษาจึงครอบคลุมการดูแลทั้ง
เมตาบอลิซึม ทั้งฮอร์โมน และตัวรังไข่เอง
เพื่อตัดต้นตอทั้งหมด ตั้งแต่
✅ ควบคุมน้ำหนัก: ออกกำลังกาย ปรับการกิน เพื่อตัดวงจรดื้ออินซูลิน/อินซูลินหลั่งเยอะที่ไประดมยิงใส่รังไข่
✅ หากการดื้ออินซูลินรุนแรงมาก อาจต้องให้เริ่มยาเลย เช่น Metformin, GLP-1RA
✅ หากมีอาการ androgen เกินเด่นมาก แพทย์ให้ยากด androgen ได้ เช่น ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด แต่ไม่ได้ให้เพื่อคุมกำเนิดนะ
✅ หากคนไข้ต้องการมีบุตร ก็สามารถปรึกษาเพื่อใช้วิธีช่วยมีบุตรได้เพราะปัญหาของ PMOS คือทำให้มีบุตรยากด้วย เพราะไข่ไม่ค่อยตก
✅ รักษาโรคร่วมแบบเป็นองค์รวม เพราะ PMOS เพิ่มความเสี่ยงหลายโรคตามมา โดยเฉพาะกลุ่มจิตเวช ซึมเศร้า/วิตกกังวล และกลุ่มที่สัมพันธ์กับภาวะอ้วน เช่น การนอนหลับยาก/นอนกรนรุนแรง

ดังนั้นผู้ที่เป็น PMOS ตรวจติดตามแพทย์เสมอ
ดูแลปรับพฤติกรรมตัวเอง เพื่อตัดวงจรกลไกทั้งหมด
และทุกอย่างจะกลับมาปกติค่ะ

ป.ล. ตำราที่อ้างอิงคือ Berek & Novak's Gynecology นะคะ แม้ ed ล่าสุดยังไม่เปลี่ยนชื่อ แต่กลไกก็อัพเดตแล้วค่ะ ร่วมกับ review article ใน pubmed ค่ะ

15/05/2026

กับ ปัญหาผมร่วง

 #ฮันตาไวรัส
14/05/2026

#ฮันตาไวรัส

ฮันตาไวรัส ครบจบในโพสต์เดียว!!
ฮันตาไวรัสคืออะไร

ฮันตาไวรัสอยู่ในตระกูล Hantaviridae เป็น “zoonotic virus” หรือไวรัสจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูเป็นแหล่งรังโรคหลัก ไวรัสจะอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของหนูที่ติดเชื้อ
โรคที่ฮันตาไวรัสก่อ แบ่งโรคสำคัญได้ 2 กลุ่มใหญ่
1. Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome (HCPS/HPS)

📣 พบในอเมริกาเหนือ–ใต้
🫁🫀เด่นที่ “ปอดและหัวใจ”
☠ รุนแรงมาก อัตราเสียชีวิตอาจสูงถึง 30–50%

อาการ
ระยะแรก: ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว คลื่นไส/อาเจียน ปวดท้อง
ระยะรุนแรง: ไอ หายใจเหนื่อย น้ำท่วมปอด ช็อก หัวใจล้มเหลว
2. Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)

📣 พบมากในยุโรปและเอเชีย
💉เด่นที่ “ไตและหลอดเลือด”

อาการ: ไข้สูง เลือดออกผิดปกติ ความดันต่ำ ไตวาย
🖐การติดต่อ

คนติดเชื้อจาก:
- สูดฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ/อุจจาระหนู
- สัมผัสสิ่งคัดหลั่งหนู
- ถูกหนูกัด (พบได้น้อย)

กิจกรรมเสี่ยง:
- กวาดบ้านเก่า
- ทำความสะอาดโกดัง
- เข้าป่า/ทำฟาร์ม
- นอนในที่มีหนูชุก
🔺ติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม
โดยทั่วไป “แทบไม่ติดต่อคนสู่คน”

ยกเว้น‼️
👾Andes virus infection

⚠️พบในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอาร์เจนตินาและชิลี สามารถติดต่อระหว่างคนได้ “แบบจำกัด” ผ่านการใกล้ชิดเป็นเวลานาน เช่น คนในครอบครัวหรือคู่รัก

✳️ตอนนี้มีข่าวการระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ Andes virus มีผู้ป่วยยืนยันและเสียชีวิตหลายราย แต่ WHO และ CDC ระบุว่า “ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังต่ำ” และไม่ใช่สถานการณ์แบบ COVID-19
ระยะฟักตัวประมาณ 1–8 สัปดาห์ หลังสัมผัสเชื้อ

🔎การวินิจฉัย
ตรวจ antibody (IgM/IgG)
RT-PCR หา viral RNA

ต้องอาศัยประวัติสัมผัสหนูหรือพื้นที่เสี่ยงร่วมด้วย เพราะอาการช่วงแรกคล้าย:
- ไข้หวัดใหญ่
- COVID-19
- dengue
- leptospirosis
- sepsis
💊การรักษา

✴️ปัจจุบัน: ยังไม่มียาจำเพาะ และยังไม่มีวัคซีนที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก

🔶การรักษาหลักคือ supportive care🔶

🚫การป้องกันสำคัญที่สุดคือ “หลีกเลี่ยงสัมผัสหนู”

🔰วิธีป้องกัน
- ปิดรูหนูเข้าบ้าน
- เก็บอาหารมิดชิด
- ทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงแบบเปียก
- ห้ามกวาดแห้งหรือดูดฝุ่นมูลหนู เพราะทำให้เชื้อฟุ้ง
- ใส่หน้ากากและถุงมือเวลาทำความสะอาด
#หมอยาเพ้อเจ้อ 👨‍⚕️
#ฮันตาไวรัส #ไวรัส #อัพเดตข่าว

11/05/2026

⁉️กรณีใช้ยา Azithromycin 2 gm SD สามารถแบ่งให้ได้ไหมเนื่องจากกลัวเรื่อง GI side effect

✅ตอบ สามารถแบ่งให้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 gm ได้โดยให้ห่างกัน 6-12 ชั่วโมง

Ref: https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/3cb57ec4-fc62-435c-a295-5cbaa5bd0676/content

 #ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  ที่พบบ่ิอย #ยาปฏิชีวะนะ
05/05/2026

#ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่ิอย
#ยาปฏิชีวะนะ

พอดีไปเจอโพสต์ให้ความรู้รายการยาปฏิชีวนะ 5 ชนิดที่พบบ่อยมา ข้อมูลที่ให้อาจจะสร้างความสับสนได้ อยากขอแก้ข้อมูลให้ดังนี้

ยาควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น

1. 💊 Azithromycin (อะซิโธรมัยซิน)
• ใช้รักษา: การติดเชื้อทางเดินหายใจและลำคอ (Respiratory & Throat Infection

• ข้อเท็จจริง ยานี้ยังใช้รักษาโรคติดเชื้อกรณีอื่นๆได้ด้วย เช่น หนองในแท้และเทียม
✅✅✅

2. 💊 Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
• ใช้รักษา: ติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป (General Bacterial Infection)

• ข้อเท็จจริง ยาดังกล่าวมักอยู่ในรูปแคปซูลเขียว-เทา หรือบางยี่ห้ออาจจะเป็นชมพู-ขาว ส่วนใหญ่ใช้กับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
✅✅✅

3. 💊 Ciprofloxacin (ซิโปรฟลอกซาซิน)
• (ลักษณะ: แคปซูลสีเขียว)
• ใช้รักษา: ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI

• ข้อเท็จจริง ยาส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะเม็ดีสีขาว ปัจจุบันไม่ใช้เป็น first line ในการรักษาโรคในทางเดินปัสสาวะเนื่องจากดื้อยาค่อนข้างสูง สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้ออื่นได้เช่น ปอดอักเสบ
✅✅✅

4. 💊 Metronidazole (เมโทรนิดาโซล)
• (ลักษณะ: เม็ดสีเหลือง)
• ใช้รักษา: ติดเชื้อทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Infection)

• ข้อเท็จจริง ไม่เสมอไป ยายังใช้รักษาโรคทางทันตกรรมบางชนิด โรคช่องคลอดอักเสบจากโปรโตซัวและเชื้อแบคทีเรีย
✅✅✅

5. 💊 Doxycycline (ดอกซีไซคลิน)
• (ลักษณะ: แคปซูลสีส้ม)
• ใช้รักษา: ติดเชื้อที่ทรวงอกและผิวหนัง (Chest & Skin Infection)

• ข้อเท็จจริง ยามีลักษณะเป็นแคปซูลสีเขียวเข้ม เป็นยาที่ใช้รักษาโรคหลายชนิดเช่น สิว โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง หนองในเทียม ซิฟิลิส ปอดอักเสบบางชนิด
✅✅✅

⚠️ #ข้อความคำแนะนำสำคัญ
• การเลือกพิจารณายาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์และเภสัชกรตามข้อมูลหลักฐานทางวิชาการหรือแนวทางการรักษาที่เป็นปัจจุบัน
• เลือกใช้ยาในกรณีที่มีการติดเชื้อหรือตามหลัก antibiotic smart use ไม่ควรใช้พร่ำพรื่อ
• การใช้ยาแบบพร่ำพรื่อ หรือการใช้ยาแบบไม่เหมาะสม กินยาไม่ครบตามกำหนดเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาได้

ที่อยู่

ลาดพร้าว
Bang Kapi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านขายยา วิตามิน อาหารเสริม ลาดพร้าว111 วัชรพล รามอินทรา79 รุ่งเรืองเภสัชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์