19/06/2026
‘รับฟังความคิดเห็น’ หรือแค่ ‘รับฟังเป็นพิธี’ ?
กัญชาไทยกำลังถูกกำหนดกฎเกณฑ์โดยคนที่ไม่ได้สูบ ไม่เคยใช้ และอาจไม่เคยเปิดใจเข้าใจมันจริง ๆ... น่าตลกดีที่หมอบางคน หรือผู้มีอำนาจในบ้านเราบางท่าน ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่า THC, THCA, CBD หรือ CBN มันมีความแตกต่างและทำหน้าที่อะไรในร่างกาย เพราะความรู้พวกนี้มันไม่ได้อยู่แค่ในตำราแพทย์แผนปัจจุบันกระแสหลัก และไม่สามารถหาคำตอบที่ลึกซึ้งได้จากการแค่พิมพ์ถาม AI หรือเสิร์ช Google
แต่มันคือ "ประสบการณ์ตรง" มันคือความรู้สึกและการทำงานร่วมกับระบบประสาท (Endocannabinoid System) ในร่างกายของคนที่ใช้จริง ๆ ที่เขารู้ว่าปริมาณไหน สารตัวใด ที่ช่วยบำบัดและผ่อนคลายร่างกายของเขาได้ดีที่สุด
พวกเราในฐานะประชาชน ผู้ใช้จริง และผู้ประกอบการรายย่อย ไม่เคยมีใครปฏิเสธคำว่า ‘กัญชาทางการแพทย์’ ครับ พวกเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือความจริงที่ว่า มีคนอีกจำนวนมหาศาลที่ใช้กัญชาเพื่อการพักผ่อน เพื่อผ่อนคลายระบบประสาท ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และเยียวยาจิตใจในพื้นที่เซฟ ๆ อย่างในคาเฟ่กัญชา
ซึ่งในหลายประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาก็ยอมรับและใช้บริบทนี้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยการสร้างกฎเกณฑ์ที่เข้ามาควบคุมดูแลอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่การ ‘กีดกัน’ หรือบีบครั้นจนผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ กระบวนการออกกฎหมายหรือการร่าง พ.ร.บ. กัญชาในไทยหลายครั้งที่ผ่านมา พวกเราพยายามทำตามระบบทุกอย่าง เดินสายเข้าไปร่วมงานรับฟังความคิดเห็น ยื่นจดหมายคัดค้าน ยื่นข้อเสนอแนะที่กลั่นกรองมาจากคนหน้างาน แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงแค่ความเงียบ... เขาแค่ยื่นมือมารับจดหมายไปพอเป็นพิธี เพื่อให้ครบขั้นตอนว่า ‘ฟังเสียงประชาชนแล้วนะ’ แต่ในความเป็นจริง ข้อเสนอเหล่านั้นไม่เคยถูกนำไปเหลียวแล หรือบรรจุอยู่ในพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุขเลย
กฎระเบียบที่คลอดออกมาแต่ละข้อ จึงยังคงเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรม และตั้งอยู่บนจินตนาการของคนที่ไม่เคยสัมผัสกัญชา ซ้ำร้ายกว่านั้น ระบบของภาครัฐเองยังเต็มไปด้วยความคลาดเคลื่อนและย้อนแย้งกันเอง ย้อนดูเคสใบรับรองระบบ Telemedicine (แพทย์แผนไทย) สิครับ กระทรวงสาธารณสุขเป็นคนออกมารับรองเองแท้ ๆ แต่สุดท้ายกลไกภายใน (อย่างกรณีคุณเทวัญ) กลับไม่ยอมรับการรับรองนี้กันเอง กลายเป็นว่าประชาชนและผู้ประกอบการที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว โดนหลอกให้ไปทำใบรับรอง เสียเงินค่าใบคำขอใบละไม่ต่ำกว่า 500-600 บาทฟรี ๆ โดยที่รัฐไม่เคยลงมารับผิดชอบความเสียหายตรงนี้เลย นี่หรือคือระบบการทำงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม?
ขอแนะนำให้คุณเทวัญ เปิด Comment เป็นอิสระให้คนได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาด้วยครับ
เราอยากให้ทุกคนมอง Fact ความจริงตรงหน้า... ถ้าร้านกัญชามันเป็นสิ่งมอมเมาและทำลายสังคมจนน่ากลัวขนาดนั้นจริง ๆ ป่านนี้คนไทยคงติดกัญชากันงอมแงมทั้งเมืองไปแล้ว แต่ความจริงที่ตรวจสอบได้และเป็น Fact ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้คือ ร้านกัญชาทั่วประเทศได้ปิดตัวลงไปแล้วมากกว่า 10,000 สาขา!
เม็ดเงินหมุนเวียนหายไปมหาศาล คนตกงาน ร้านค้าเจ๊ง นี่คือเสียงสะท้อนว่าธุรกิจนี้มันไม่ได้ง่าย และไม่ได้มอมเมาใครจนเกินจริง อย่าเริ่มทำกฎหมายจาก ‘อคติ’ ความกลัว หรืออ้างคำว่าการแพทย์บังหน้า เพียงเพื่อที่จะล็อกสเปกให้เหลือทุนใหญ่กลุ่มเดียวที่หากินได้อย่างถูกกฎหมายเลยครับ
และในทุกๆ วิกฤติกฎหมายที่พวกเราต้องเจอ สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเราอุ่นใจคือการมี "เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย" เครือข่ายหนึ่งเดียวที่อยู่ยงคงกระพันเคียงข้างพวกเรามาตั้งแต่สมัยก่อนกัญชาจะถูกกฎหมายด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านมาแล้วกี่รัฐบาล เปลี่ยนรัฐมนตรีไปกี่คน ก็มีเพียงพี่ๆ เครือข่ายนี้ที่เข้าใจบริบทของกัญชาปัจจุบันอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และพร้อมจะออกหน้าคัดค้านสิ่งที่ไม่เป็นธรรมเพื่อปกป้องร้านค้าเล็กๆ และคอมมูนิตี้ตัวเล็กๆ เสมอมา
ร้านของเราอาจจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในวงการนี้ ที่อาจจะได้ไปร่วมเคลื่อนไหวบ้าง หรือไม่ได้ไปบ้างตามกำลังที่มี แต่เราขอส่งต่อพลังใจทั้งหมดนี้ให้พี่ๆ Chokwan Kitty Chopaka อัครเดช ฉากจินดา @ประสิทธิชัย หนูนวล พงศ์ธร ตั้งบวรไพศาล ทุกคนที่ยังคงปักหลักทำงานตรงนี้เพื่อพวกเราทุกคน ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งร้านเล็กๆ ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้ และขอให้การต่อสู้เพื่อกฎหมายที่เป็นธรรมของพวกเราสำเร็จสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดครับ! ✊🍃
#เครื่อข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย