12/07/2026
มุมความรู้
มารู้จักไวรัสตับอักเสบบี Viral hepatitis B กันเถอะ
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus - HBV) เป็นไวรัสในตระกูล Hepadnaviridae ไวรัสชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายได้สูงมาก สามารถมีชีวิตรอดอยู่นอกร่างกาย (เช่น บนพื้นผิวที่มีเลือดเปื้อน) ได้นานถึง 7 วัน และยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้
ประเภทของการติดเชื้อ
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบ่งออกเป็น 2 ระยะ
ระยะเฉียบพลัน (Acute Hepatitis B): เป็นการติดเชื้อในช่วง 6 เดือนแรก ผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ (กว่า 90%) จะสามารถกำจัดไวรัสได้เองและมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต
ระยะเรื้อรัง (Chronic Hepatitis B): หากร่างกายไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ภายใน 6 เดือน จะกลายเป็นพาหะหรือผู้ป่วยเรื้อรัง
ช่องทางการติดต่อ
ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อผ่าน เลือดและสารคัดหลั่ง เป็นช่องทางหลัก ได้แก่
แม่สู่ลูก: เกิดขึ้นระหว่างการคลอด
เพศสัมพันธ์: โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ที่มีเชื้อ
สัมผัสเลือด: การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (เช่น ยาเสพติด), การสัก/เจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด, การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน (มีดโกน, แปรงสีฟัน)
อาการสำคัญในแต่ละระยะของการติดเชื้อ
ระยะเฉียบพลัน : อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ตาเหลือง ตัวเหลือง ปวดชายโครงขวา มีไข้
ระยะเรื้อรัง : อาจไม่มีอาการได้หลายปี จนกระทั่งตับมีพังผืดมากจนเกิดภาวะตับแข็ง
ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ
ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis): เมื่อตับเกิดการอักเสบเรื้อรัง เนื้อตับจะเกิดพังผืด ทำให้ตับทำงานลดลง นำไปสู่ภาวะท้องมาน (ascites) เลือดออกง่าย และตับวาย
มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma): ผู้ติดเชื้อไวรัสมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับสูงกว่าคนปกติถึง 100 เท่า โดยอาจเกิดมะเร็งตับได้แม้จะยังไม่มีภาวะตับแข็งก็ตาม
การรักษา
ระยะเฉียบพลัน: ไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจง ร่างกายมักกำจัดเชื้อได้เอง
ระยะเรื้อรัง: เป้าหมายเพื่อป้องกันตับแข็งและมะเร็งตับ (ปัจจุบันยังรักษาให้หายขาดได้ยาก)
การติดตามอาการ : ผู้ติดเชื้อเรื้อรังควรพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อเจาะเลือดและ อัลตราซาวด์ตับ เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การป้องกันการติดเชื้อ และวัคซีน
การป้องกันที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดคือ การฉีดวัคซีน
วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี: มีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพในการป้องกันมากกว่า 95%
สำหรับเด็กแรกเกิด: ในประเทศไทย เด็กทุกคนจะได้รับวัคซีนเข็มแรกตั้งแต่แรกคลอด และฉีดกระตุ้นตามนัด (รวม 3-4 เข็ม)
สำหรับผู้ใหญ่: แนะนำให้เจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Anti-HBs) และเชื้อ (HBsAg) ก่อน หากไม่มีทั้งภูมิคุ้มกันและไม่มีเชื้อ ควรฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็ม (เดือนที่ 0, 1 และ 6)
การป้องกัน: สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์, ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น, เลือกร้านสัก/เจาะที่ได้มาตรฐานความสะอาด