24/07/2026
แนวทางการรักษาโรคไขมันสูงในเลือด
สำหรับผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง อย่างเช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือ โรคสะเก็ดเงิน ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงพิเศษค่ะ
เนื่องจากการอักเสบเรื้อรังทำให้เส้นเลือดแก่กว่าอายุ
ดูแลการอักเสบ ดูแลเรื่องไขมัน ไปร่วมกัน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดค่ะ
🫀ประเมินและรักษา “ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ” (Dyslipidemia) อย่างไร? 🤔 📚 JAMA 2026 สรุปแนวทางจาก ACC/AHA ปี 2026
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
▪️อ่านต้นฉบับ ➡️ https://ja.ma/4vZ33ux
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
➡️ บทความนี้ผมแปล + เรียบเรียงใหม่อ้างอิงมาจาก
📘 JAMA Clinical Guidelines Synopsis: Dyslipidemia Evaluation and Management
เป็นบทความที่ JAMA นำ Guideline ของ ACC/AHA ปี 2026 มาสรุปให้กระชับ พร้อมอธิบายหลักฐานสำคัญและประเด็นที่เปลี่ยนแปลงจากแนวทางเดิม
🔸 ซึ่งแนวทาง ACC/AHA ปี 2026 คือคำแนะนำทางการแพทย์ฉบับล่าสุดจาก
ACC — American College of Cardiology
AHA — American Heart Association
➡️ เป็นองค์กรวิชาชีพด้านหัวใจและหลอดเลือด “ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 ” จัดทำขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน
▪️ยังไม่ใช่ข้อสรุปหรือคำแนะนำตามบริบทประเทศไทย 🇹🇭 ครับ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📌 ทำไม Guideline ปี 2026 จึงสำคัญ?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🫀 โรคหัวใจและหลอดเลือดจากคราบไขมันสะสม หรือ ASCVD (Atherosclerotic Cardiovascular Disease) ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก
ที่ผ่านมา หลายคนคุ้นกับการดูเพียง LDL-C (ไขมันเลว) แต่แนวทางปี 2026 ชี้ว่า การประเมินความเสี่ยงควรมองกว้างกว่านั้น เพราะภาวะ Dyslipidemia (ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ) ไม่ได้หมายถึง LDL-C สูงเพียงอย่างเดียว
แต่รวมถึง
🔹 LDL-C สูง (ไขมันชนิดที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดคราบไขมันในหลอดเลือด)
🔹 non–HDL-C สูง (ไขมันที่ก่อโรคทั้งหมด ยกเว้น HDL หรือไขมันดี)
🔹 Triglyceride (ไตรกลีเซอร์ไรด์) สูง
🔹 Lp(a) หรือ Lipoprotein little a สูง (ไขมันชนิดหนึ่งที่ถูกกำหนดจากพันธุกรรม)
📍แนวทางปี 2026 จึงเน้นการประเมินความเสี่ยงให้เร็วขึ้น ประเมินความเสี่ยงตลอดชีวิต และใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคลเพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎯 แนวคิดใหม่ของ Guideline 2026
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แนวทางฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มากกว่าการรอให้เกิดโรคแล้วจึงรักษา
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
✅ ประเมินความเสี่ยงให้เร็วกว่าเดิม
✅ ประเมินทั้งความเสี่ยง 10 ปี และความเสี่ยงตลอดชีวิต
✅ ใช้ Biomarkers (สารบ่งชี้ทางชีวภาพ) เพิ่มเติม เช่น Apolipoprotein B (ApoB) และ Lp(a)
✅ ใช้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Individualized treatment) ตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคน
🎯 เป้าหมายไม่ใช่เพียง “ลดตัวเลข LDL” แต่คือ ลดโอกาสเกิดหัวใจขาดเลือด อัมพาต และโรคหลอดเลือดในอนาคต
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📚 ความน่าเชื่อถือมากน้อยอย่างไร?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แนวทางนี้จัดทำโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา และใช้ระบบมาตรฐานของ ACC/AHA ในการประเมินคุณภาพของคำแนะนำ
คำแนะนำแต่ละข้อจะระบุ
⭐ Class of Recommendation (COR) หรือ “ระดับความหนักแน่นของคำแนะนำ”
🟢 COR 1 = ควรทำ เพราะประโยชน์ชัดเจนกว่าความเสี่ยง
🟡 COR 2a = ควรพิจารณา
🟠 COR 2b = อาจพิจารณาในบางราย
🔴 COR 3 = ไม่แนะนำให้ทำ
นอกจากนี้ ยังระบุ
📖 Level of Evidence (LOE) หรือ “คุณภาพของหลักฐาน”
🟢 A = หลักฐานแข็งแรงมาก จากการศึกษาขนาดใหญ่หลายฉบับ
🟡 B = หลักฐานระดับปานกลาง
🟠 C = หลักฐานยังมีจำกัด หรืออาศัยความเห็นผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย
กล่าวคือ แนวทางไม่ได้เกิดจากการลงคะแนนตามความเชื่อของผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากงานวิจัยที่มีคุณภาพดีที่สุดในปัจจุบัน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📖 แนวทางปี 2026 มีอะไรใหม่?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แนวทางฉบับนี้มีคำแนะนำใหม่และคำแนะนำที่ปรับปรุงรวมทั้งหมด 53 ข้อ
⭐ ในจำนวนนี้ 26 ข้อ เป็น COR 1 ซึ่งหมายถึงเป็นคำแนะนำที่ควรปฏิบัติอย่างชัดเจน
ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่
🩸 การตรวจระดับไขมัน
🧮 การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ
🥗 การปรับพฤติกรรมและโภชนาการ
💊 การใช้ยาลดไขมัน
👨👩👧👦 การดูแลผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้ที่มีไขมันสูงจากพันธุกรรม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
👶 ควรเริ่มตรวจไขมันเมื่ออายุเท่าไร?
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แนวทางนี้ แนะนำให้เริ่มตรวจไขมันตั้งแต่วัยเด็ก
👧 อายุ 9–11 ปี ➡️ ควรตรวจไขมันอย่างน้อย 1 ครั้ง
จากนั้น
👨 อายุ 19 ปีขึ้นไป ➡️ ควรตรวจทุก 5 ปี
⚠️ หากมีปัจจัยเสี่ยงของ ASCVD เพิ่มเติม เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัย อาจจำเป็นต้องตรวจถี่กว่านี้
การตรวจตั้งแต่อายุน้อยช่วยให้พบผู้ป่วยที่มี Familial Hypercholesterolemia (FH) หรือโรคไขมันสูงจากพันธุกรรม ได้เร็วขึ้น และเริ่มการรักษาได้ตั้งแต่ก่อนเกิดโรคหลอดเลือด
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🧮 เปลี่ยนวิธีประเมินความเสี่ยงใหม่
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Guideline ปี 2026 คือ การแนะนำให้ใช้ PREVENT Risk Calculator ในการประเมินความเสี่ยงของ ASCVD
📍แนวทางเดิมมักประเมินเฉพาะ “ความเสี่ยงใน 10 ปี”
แต่แนวทางใหม่แนะนำให้ประเมินทั้ง
📊 ความเสี่ยงใน 10 ปี และ
📈 ความเสี่ยงใน 30 ปี
โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปี (เดิมเริ่มประมาณ 40 ปี)
➡️ สาเหตุคือ คนอายุน้อยจำนวนมากมีความเสี่ยงใน 10 ปีต่ำ แต่ “เมื่อสะสมความเสี่ยงไปอีกหลายสิบปี ความเสี่ยงตลอดชีวิตอาจสูงกว่าที่คิดมาก”
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
💡 ตัวอย่างที่ Guideline ยกมา
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
สมมติว่าผู้ป่วยอายุ 35 ปี
🧮 ความเสี่ยง ASCVD ใน 10 ปี