ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459

ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459 ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X นวัตกรรมใหม่สา?

ดีคอนแทค เอ็กซ์ (D-Contact X) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 10 ชนิด
1.YeastBeta-Glucan (เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 85%) 100 mg/มก.
2.Bilberry extract (สารสกัดจากบิลเบอร์รี่) 100 mg/มก.
3.Blueberry extract(สารสกัดจากบลูเบอร์รี่) 50 mg/มก.
4.Cranberry extract(สารสกัดจากแครนเบอร์รี่) 50 mg/มก.
5.Ascobic acid(กรดแอสคอร์บิก)

50 mg/มก.
6.Marigold extract (สารสกัดจากดอกเรือง) 40 mg/มก.
7.Beta-Carotene 10% (บีต้า-แคโรทีน 10%) 15 mg/มก.
8.Centella asiatica extract(สารสกัดจากใบบัวบก) 11 mg/มก.
9.Vitamin A acetate(วิตามินเอ อะซีเทต) 4 mg/มก.
10.Vitamin B12(วิตามิน บี12) 0.002 mg/มก.
เลขสารรบบ อย. : 10-1-15456-5-0042
ขนาดบรรจุ: 1 กล่องมี 30 เม็ด ราคา 1260 บาท

รู้ทัน 7 โรคตาที่ต้องระวัง เช็กความเสื่อม การตรวจคัดกรองดวงตาไม่เพียงช่วยให้ค้นพบความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มแรก แต่ยั...
24/08/2022

รู้ทัน 7 โรคตาที่ต้องระวัง เช็กความเสื่อม

การตรวจคัดกรองดวงตาไม่เพียงช่วยให้ค้นพบความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มแรก แต่ยังช่วยให้ค้นพบโรคเกี่ยวกับดวงตาในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่ต้องพบกับความเสื่อม การตรวจคัดกรองดวงตาจะช่วยให้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่อาการจะรุนแรงและอาจสูญเสียดวงตาไปในที่สุด

1) ต้อหิน
ต้อหิน เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตาส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุดส่วนใหญ่มีความดันลูกตาสูง ซึ่งอาการที่สามารถสังเกต ได้แก่ หากเป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน จะปวดตา ตามัวลง และเห็นรุ้งรอบดวงไฟ อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยได้ เนื่องจากความดันตาสูงมาก

แต่ความน่าสนใจของโรคต้อหิน คือผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่มีอาการเลย เหมือนภัยเงียบค่อย ๆ ทำลายเส้นประสาท โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ต้อหินเฉียบพลันพบบ่อยในคนเอเชียและปัจจุบันพบในคนอายุน้อย (เช่น เริ่มตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ) เพิ่มมากขึ้น

2) ต้อกระจก
ต้อกระจก เป็นภาวะที่เลนส์ตามีความขุ่นมัว จากปกติที่มีความใส ทำให้แสงผ่านเข้าดวงตาลดลง บดบังทำให้ไม่สามารถทำให้จอประสาทตารับภาพได้ชัดเจน ทำให้การมองเห็นลดลงเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัย อายุมากกว่า 50 – 60ปีขึ้นไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กหรือเป็นแต่กำเนิด หรือกลุ่มคนอายุน้อย

หากมีการใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อุบัติเหตุทางตา หรือโรคที่มีการอักเสบในตา เป็นต้น อาการที่สังเกตได้คือ ตาจะค่อย ๆ พร่ามัวลงเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง เห็นภาพซ้อน เห็นแสงไฟกระจาย มองภาพเป็นสีเหลืองหรือสีผิดเพี้ยนไป อาจมีค่าสายตาเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น สายตาสั้นมากขึ้น ต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อยผิดปกติ

3) ต้อเนื้อ ต้อลม
ต้อเนื้อ คือ ความเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเนื้อเยื่อผิดปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นรูปสามเหลี่ยม ค่อย ๆ ลุกลาม ถ้าเป็นมากใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะผิดปกติ มีสายตาเอียงมากขึ้นหรือตามัวลงมาก ต้อเนื้อพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา

โรคนี้มีความสัมพันธ์กับแสงแดด แสงอัลตราไวโอเลต ทำให้เยื่อบุตาเสื่อมสภาพลง พบบ่อยในเขตร้อนและผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง พบเจอทั้งแสงแดด ลม ฝุ่น ควัน ทราย พบมากในผู้ที่มีอายุ 30 – 35 ปี ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นคือ ตาแดง ระคายเคือง ไม่สบายตา ถ้าเป็นมากจะเห็นภาพไม่ชัด ส่วนต้อลม คือ การเสื่อมสภาพเช่นเดียวกับต้อเนื้อ แต่ยังไม่ลุกลามเข้าตาดำเป็นอยู่บริเวณเยื่อบุตาเท่านั้น จึงมีอาการแค่ระคายเคือง แต่ตาไม่มัวลง

4) วุ้นตาเสื่อม
วุ้นตา มีลักษณะเป็นเจลหนืดใสเหมือนวุ้นอยู่ภายในส่วนหลังของลูกตาโดยอยู่ติดกับจอประสาทตาที่ล้อมรอบมันอยู่ เมื่อวุ้นตาเสื่อม น้ำวุ้นในตามีการเปลี่ยนสภาพ บางส่วนจะกลายเป็นของเหลวและบางส่วนจับเป็นก้อนหรือเป็นเส้นเหมือนหยากไย่ และวุ้นตาอาจจะหดตัวลอกออกจากผิวจอประสาทตา ทำให้มองเห็นเป็นเงาดำ จุดเล็ก ๆ เส้น ๆ วง ๆ หรือเส้นหยากไย่ลอยไปลอยมา ขยับไปมาได้ตามการกลอกตา หรือมีแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป ความน่าสนใจคือ

สาเหตุของโรคมักเกิดจากความเสื่อมตามวัย พบมากในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และกลุ่มสายตาสั้น แต่ปัจจุบันผู้ที่เป็นโรคนี้อายุน้อยลงเรื่อย ๆ และหากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจร้ายแรงถึงขั้นจอประสาทตาฉีกขาด หลุดลอก และสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

5) จอประสาทตาเสื่อมตามวัย
จอประสาทตาเสื่อมตามวัย เกิดจากจุดรับภาพบริเวณกลางจอประสาทตาเสื่อม มักเป็นไปตามวัย พบมากในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น อาการที่สังเกตได้คือ มองภาพไม่ชัด มองเห็นบิดเบี้ยว ตาพร่ามัว มีจุดดำหรือเงาตรงกลางภาพ ซึ่งจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่ต้องรีบทำการรักษาโดยเร็วเพื่อรักษาและช่วยควบคุมไม่ให้การมองเห็นแย่ลงจนรบกวนคุณภาพชีวิต

ที่น่าสนใจคือปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาจอประสาทตาเสื่อมให้หายขาด การป้องกันดูแลที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองและรักษาดูแลดวงตา เลี่ยงแดดจ้า ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ จะช่วยชะลอความเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้

6) เบาหวานขึ้นตา
เบาหวานขึ้นตา เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน พบในผู้ป่วยเบาหวาน โดยมีสาเหตุมาจากการที่น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทเสื่อมลง ส่งผลให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเกิดความเสื่อม ถ้าทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตามัวและตาบอดได้

ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ป่วยเบาหวานบางคนไม่เคยตรวจตาเลยจึงไม่ทราบว่าการมองเห็นแต่ละข้างเป็นอย่างไร เพราะโดยรวม 2 ข้างยังมองยังเห็นอยู่ แต่อาจมีด้านหนึ่งที่แย่กว่าแล้ว และบางคนรู้สึกว่ามองเห็นโดยรวมยังปกติจึงทำให้บางครั้งรักษาช้าเกินไปและตาบอดได้ในที่สุด (โดยทั่วไปผู้ป่วยเบาหวานต้องตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นถ้าเริ่มมีเบาหวานขึ้นตา)

7) ตาแห้ง
ตาแห้ง เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยในกลุ่มสูงวัยและในวัยทำงาน มีอาการไม่สบายตา ระคายเคือง เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา แสบตาหรืออาจน้ำตาไหลมากได้ เกิดจากหลาย

สาเหตุ เช่น การทำงานผิดปกติของต่อมไขมันที่เปลือกตา การใส่คอนแทคเลนส์ การใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นาน ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือโรคและการรับประทานยาบางชนิด หากปล่อยไว้ไม่ได้รักษาอาจทำให้การมองเห็นมัวลง มีการอักเสบของเยื่อบุตาหรือกระจกตา

การรักษาตาแห้งขึ้นกับสาเหตุ มักต้องใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วย ปรับพฤติกรรมการใช้งาน หรือประคบอุ่น นวดและทำความสะอาดเปลือกตากรณีมีเปลือกตาผิดปกติ

ปรึกษาเพิ่มเติมทักข้อความแชทได้เลย

“ต้อเนื้อ” เป็นโรคต้อชนิดหนึ่งที่คนไทยเป็นกันมาก โดยเฉพาะให้ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งวัย 40 ปีขึ้นไป โรคต้ออาจไม่ได้มีผลกับการ...
14/07/2022

“ต้อเนื้อ” เป็นโรคต้อชนิดหนึ่งที่คนไทยเป็นกันมาก โดยเฉพาะให้ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งวัย 40 ปีขึ้นไป โรคต้ออาจไม่ได้มีผลกับการมองเห็นหรือการใช้ชีวิตอะไร เพียงแต่ทำให้รู้สึกรำคาญได้มากจากการระคายเคืองบริเวณที่เป็นต้อ

แต่โรคต้อก็ไม่ใช่ปัญหาที่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้อาจจะทำให้ตามัว สายตาเอียง หรือสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราวได้

ต้อเนื้อ (Pterygium) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตา เป็นหนึ่งในโรคต้อทั้ง 4 โรค ซึ่งได้แก่ ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อหิน และต้อกระจก ต้อเนื้อเป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และมีอายุมากกว่า 40 ปี

ต้อเนื้อเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาว จนทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนพัฒนาอย่างผิดปกติ เกิดเป็นพังผืดสีขาวเหลืองหรือสีชมพูอ่อน รูปทรงสามเหลี่ยมปรากฎขึ้นบริเวณตาขาว เมื่อก้อนต้อขยายขึ้นเรื่อยๆจะค่อยๆงอกเข้าไปบริเวณตาดำจนบดบังการมองเห็น ทำให้มีโอกาสสูญเสียการมองเห็นชั่วคราวในที่สุด

แต่ต้อเนื้อไม่ใช่โรคอันตรายอะไร เป็นโรคที่ทำให้เกิดความรำคาญเท่านั้น ทั้งยังรักษาให้หายขาดได้ และแม้จะเป็นมากจนก้อนต้อเข้าไปบดบังรูม่านตาจนสูญเสียการมองเห็น ก็ยังสามารถรักษาโดยการผ่าตัดลอกต้อเนื้อให้กลับมามองเห็นได้ดังเดิม

เปรียบเทียบระหว่าง ต้อเนื้อ กับ ต้อลม

ต้อลม (Pinguecula) เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาวเช่นเดียวกันกับต้อเนื้อ อีกทั้งอาการและวิธีรักษาก็เหมือนกัน โรคต้อเนื้อและต้อลมแตกต่างกันเพียงลักษณะของก้อนต้อ และความรุนแรงของอาการ

เมื่อเยื่อบุตาขาวเสื่อมในระยะแรก จะเกิดก้อนนูนสีขาวเหลืองขึ้นที่บริเวณหัวตาหรือหางตา หรือทั้งสองตำแหน่ง ในระยะนี้จะเรียกต้อดังกล่าวว่าต้อลม ต้อลมจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บและคันที่ดวงตา น้ำตาไหล หากขยี้ตาอาจเกิดการอักเสบ

เมื่อก้อนต้อนี้พัฒนาขึ้น เริ่มขยายใหญ่ ล้ำเข้าไปในบริเวณตาดำ มีเส้นเลือดเลี้ยงก้อนต้อ ในระยะนี้จะเรียกต้อดังกล่าวว่าเป็นต้อเนื้อ อาการของต้อเนื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ดวงตามากกว่าต้อลม และทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดต้อเนื้อ

- ดวงตาสัมผัสกับฝุ่นควัน มลภาวะ ลมร้อน ลมแห้ง รังสียูวี มากกว่าปกติ
- ใช้สายตามากเกินไป เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน
- ดวงตาสัมผัสกับสารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน
- ดวงตาแห้ง ระคายเคืองบ่อยอยู่ก่อนแล้ว
- คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคต้อเนื้อ
- เป็นโรคเบาหวาน

ปรึกษาสอบถามโทร 062-597-5459

ที่อยู่

242 ถ. สุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459:

แชร์