09/09/2026
แบบสอบถามเพื่อประเมินความรุนแรงของความผิดปรกติในการถ่ายปัสสาวะ
IPSS ย่อมาจาก International Prostate Symptom Score หรือภาษาไทยเรียกว่า แบบสอบถามเพื่อประเมินความรุนแรงของความผิดปรกติในการถ่ายปัสสาวะ โดยเป็นชุดแบบสอบถามมาตรฐานที่พัฒนาโดยสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งสหรัฐอเมริกา (American Urological Association) เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (LUTS) ในผู้ป่วยชายโดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต
วัตถุประสงค์ของการใช้ IPSS
IPSS มีประโยชน์ในการวัดและติดตามความรุนแรงของอาการทางปัสสาวะของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยทราบถึงระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาการเมื่อเวลาผ่านไปหรือหลังได้รับการรักษาได้อย่างชัดเจน
คะแนนที่ได้จาก IPSS ยังถูกใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม (เช่น การใช้ยา vs. การผ่าตัดในผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต)
วิธีการประเมินและการให้คะแนน
แบบสอบถาม IPSS ประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 7 ข้อ ให้ผู้ป่วยประเมินตนเองเกี่ยวกับอาการทางเดินปัสสาวะที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยแต่ละคำถามมีตัวเลือกคำตอบ 6 ระดับคะแนน (0–5) ตามความถี่หรือความรุนแรงของอาการนั้น ๆ (0 หมายถึง “ไม่มีอาการเลย” ส่วน 5 หมายถึง “มีอาการเกือบทุกครั้ง”) คำถามเจ็ดข้อนี้ครอบคลุมอาการหลักๆ ของภาวะทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ดังต่อไปนี้
1.ปัสสาวะไม่สุด: รู้สึกว่าถ่ายปัสสาวะออกมาได้ไม่หมดในแต่ละครั้ง
2.ปัสสาวะบ่อย: ต้องปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ (เช่น ปัสสาวะอีกครั้งภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลังปัสสาวะครั้งก่อน)
3.ปัสสาวะสะดุด: ปัสสาวะเป็นพักๆ ไม่ต่อเนื่อง ต้องหยุดและเริ่มใหม่หลายครั้ง
4.ปัสสาวะเร่งรีบ: มีความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างฉับพลันจนแทบกลั้นไม่อยู่
5.ปัสสาวะไม่พุ่ง: กระแสปัสสาวะที่ออกมาเบาหรือแรงดันอ่อนกว่าปกติ
6.ปัสสาวะต้องเบ่ง: ต้องออกแรงเบ่งหรือเบ่งนานกว่าจะเริ่มปัสสาวะได้
7.ปัสสาวะกลางคืน: การต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ ในแบบสอบถาม IPSS ยังมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอีก 1 ข้อ ที่ถามว่าผู้ป่วยรู้สึกอย่างไรหากต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาการปัสสาวะเหล่านี้ (เช่น พึงพอใจหรือทุกข์ทรมานแค่ไหน) โดยคำถามนี้มีการให้คะแนนในช่วง 1–6 คะแนน และคำตอบส่วนนี้จะ ไม่ถูกนับรวมในคะแนน IPSS หลักทั้งหมด ใช้เพื่อประเมินความทุกข์ทรมานหรือความพึงพอใจของผู้ป่วยเพิ่มเติมเท่านั้น
การแปลผลคะแนน IPSS
หลังจากผู้ป่วยตอบคำถามครบทั้ง 7 ข้อแล้ว คะแนนจากแต่ละข้อจะถูกนำมารวมกันได้เป็น คะแนนรวมตั้งแต่ 0 ถึง 35 คะแนน ซึ่งค่า 0 หมายถึงไม่มีอาการเลย ขณะที่ค่า 35 หมายถึงมีอาการรุนแรงมากที่สุด ระดับคะแนน IPSS โดยรวมมักแบ่งออกเป็น 3 ระดับของความรุนแรงของอาการเพื่อให้ง่ายต่อการตีความดังนี้
• 0–7 คะแนน: อาการไม่รุนแรง (Mild) – ผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่รบกวนการใช้ชีวิต
• 8–19 คะแนน: อาการปานกลาง (Moderate) – ผู้ป่วยมีอาการปานกลางที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตบ้าง แต่ยังพอจัดการได้
• 20–35 คะแนน: อาการรุนแรง (Severe) – ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมาก ส่งผลกระทบชัดเจนต่อคุณภาพชีวิตและควรรับการประเมินรักษาโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด
คะแนนเหล่านี้ช่วยให้แพทย์พิจารณาว่าผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำในการรักษาอย่างไร เช่น หากคะแนนยังอยู่ในช่วงอาการไม่รุนแรงอาจยังไม่ต้องรักษาทางยา แค่ปรับพฤติกรรมหรือเฝ้าสังเกตอาการไปก่อน แต่หากคะแนนสูงอยู่ในระดับรุนแรง แพทย์อาจแนะนำการรักษาที่เข้มข้นขึ้น เช่น การใช้ยาลดขนาดต่อมลูกหมากหรือการผ่าตัด เป็นต้น
ข้อจำกัดของ IPSS และคำแนะนำ
แม้ว่า IPSS จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินอาการของผู้ป่วย แต่ IPSS ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการวินิจฉัยโรค คะแนนที่ได้จากแบบสอบถามนี้บ่งบอกเพียงความหนักเบาของอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของอาการได้ (เช่น ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าผู้ป่วยมีภาวะต่อมลูกหมากโต, ท่อปัสสาวะอุดตัน หรือตัดความเป็นไปได้ของโรคอื่นๆ เช่น การติดเชื้อหรือมะเร็ง)
ดังนั้นแพทย์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลคะแนน IPSS ควบคู่กับการตรวจร่างกายและการตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ เพื่อหาสาเหตุของอาการและวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง นอกจากนี้หากผู้ป่วยมีคะแนน IPSS สูงหรือมีอาการรุนแรง ก็ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมและรับคำแนะนำการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ผลคะแนนนี้ในการสรุปการวินิจฉัยด้วยตนเองโดยปราศจากความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ