16/09/2021
#จอประสาทตาลอก (Retinal Detachment)คือ
อาการที่จอประสาทตาหรือชั้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังดวงตาแยกออกจากตำแหน่งเดิม ซึ่งอาการนี้อาจทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ขึ้นอยู่กับว่าจอประสาทตาหลุดลอกออกมากน้อยเพียงใด โดยจอประสาทตามีหน้าที่แปลงภาพให้เป็นสัญญาณแล้วส่งไปยังสมอง เพื่อทำให้เรามองเห็นภาพต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จอประสาทตาลอกจึงถือเป็นภาวะที่มีความรุนแรง และควรได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
#อาการของจอประสาทตาลอก
ผู้ป่วยภาวะนี้จะไม่มีอาการปวดใด ๆ แต่อาจมีบางอาการที่ปรากฏออกมาก่อนม่านตาจะลอกออก ดังนี้
>>ตามัว
>>สูญเสียการมองเห็นเป็นบางส่วน โดยมองเห็นภาพบางส่วนเป็นเงาสีดำ
>>มีความสามารถในการมองเห็นด้านข้างลดลง
>>มองเห็นจุดดำลอยไปมา และมองเห็นวัตถุคล้ายหยากไย่
#สาเหตุของจอประสาทตาลอก
Retinal Detachment แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ดังนี้
Rhegmatogenous Retinal Detachment (จอประสาทตาลอกที่เกิดจากรูหรือรอยฉีกขาดที่จอประสาทตา)
เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด เกิดจากการมีรูหรือรอยฉีกขาดที่จอประสาทตา เมื่อเวลาผ่านไปจึงส่งผลให้จอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา เช่น ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ดวงตา หรือจอตาเสื่อม เป็นต้น
Tractional Retinal Detachment (จอประสาทตาลอกที่เกิดจากการดึงรั้ง)
เกิดขึ้นเมื่อมีพังผืดบริเวณจอประสาทตาจนเกิดการดึงรั้งให้จอประสาทตาหลุดลอกออก ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างรุนแรงได้ โดยพังผืดดังกล่าวอาจเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ การผ่าตัด หรือการได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา และอาการจอประสาทตาลอกชนิดนี้มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรง หรือหลอดเลือดในจอประสาทตาเกิดความเสียหาย
Exudative Detachment (จอประสาทตาลอกที่ไม่มีรูขาด)
เกิดจากการมีของเหลวรั่วไหลออกจากหลอดเลือดในจอประสาทตาแล้วสะสมอยู่บริเวณใต้ชั้นจอตา ซึ่งอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคชนิดอื่น ๆ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง โรคมะเร็งที่หลังจอประสาทตา ภาวะม่านตาอักเสบบางชนิด เป็นต้น
ทั้งนี้ Retinal Detachment สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่อาจมีแนวโน้มเกิดกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการมากกว่า เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีสายตาสั้นอย่างมาก ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยภาวะนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา ผู้ที่เคยผ่าตัดต้อกระจกตา ผู้ที่เคยมีอาการนี้มาก่อน และผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น
#การรักษาจอประสาทตาลอก
หากมีอาการ Retinal Detachment ผู้ป่วยมักต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งการรักษาทำได้หลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะและความรุนแรงของอาการ ดังนี้
การฉายแสงเลเซอร์ (Photocoagulation)
แพทย์จะใช้แสงเลเซอร์ยิงผ่านตาเข้าไปยังรูม่านตา ซึ่งเลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยไหม้รอบ ๆ จอประสาทตาแล้วเชื่อมจอประสาทตาให้ติดกับเนื้อเยื่อเหมือนเดิม
การใช้ความเย็นจี้บริเวณที่มีการฉีกขาดของจอตา (Cryopexy)
แพทย์จะใช้อุปกรณ์จี้จากภายนอกเข้าไปสู่บริเวณที่เกิดรอยโรคในดวงตา โดยความเย็นจะทำให้เกิดแผลเป็นที่ช่วยยึดจอประสาทตาให้ติดกันเหมือนเดิม
การฉีดแก๊ส (Retinopexy)
ใช้สำหรับผู้ป่วยที่จอประสาทตาฉีกขาดเพียงเล็กน้อย โดยแพทย์จะฉีดแก๊สเข้าไปในตา เพื่อดันให้จอประสาทตาที่หลุดลอกกลับเข้าสู่ผนังของดวงตาเช่นเดิม เมื่อจอประสาทตากลับเข้าที่เดิมแล้ว แพทย์จะใช้การอุปกรณ์จี้เย็นเพื่อช่วยปิดรูหรือรอยฉีกในบริเวณดังกล่าว
การผ่าตัดน้ำวุ้นตา (Vitrectomy)
มักใช้กับผู้ป่วยที่มีจอประสาทตาฉีกขาดขนาดใหญ่ ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเพื่อกำจัดหลอดเลือด เนื้อเยื่อ แผลเป็นที่มีความผิดปกติ และวุ้นในตาบางส่วน วิธีนี้อาจใช้คู่กับการรักษาด้วยการฉายแสงเลเซอร์ การฉีดแก๊ส หรือการผ่าตัดจอประสาทตาด้วย
การผ่าตัดจอประสาทตา (Scleral Buckling)
ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพื่อปิดรูที่เกิดจากการฉีกขาดและลดแรงดึงของวุ้นตาที่มีต่อจอประสาทตา โดยจะใช้วัสดุมาหนุนที่รอบนอกของดวงตาเพื่อช่วยดันให้ผนังดวงตากลับมาติดกับจอประสาทตา ซึ่งแพทย์อาจใช้การเลเซอร์หรือการจี้ด้วยความเย็นช่วยปิดรอยฉีกขาดควบคู่ไปด้วย
หากเริ่มมีอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด มองเห็นเป็นเส้นยากไย่ลอยไปมา อาหารเสริมสำหรับดวงตา เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผุ้ที่มีอาการผิดปกติทางดวงตา
สอบถาม/รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 063 432 3139