คลังยาบุศรา เพชรเกษม 81

คลังยาบุศรา เพชรเกษม 81 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลังยาบุศรา เพชรเกษม 81, เภสัชกรรม / ร้านขายยา, 320/174 หมู่บ้านบุศรา ซอย เพชรเกษม 81 แขวง หนองค้างพลู เขตหนองแขม, Bangkok.

23/08/2026

🫀 หลอดเลือดหัวใจตีบ คืออะไร?

หลอดเลือดที่นำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบแคบ ส่วนใหญ่เกิดจาก คราบไขมัน (plaque) สะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง

⚠️ ใครมีความเสี่ยง?

* สูบบุหรี่
* ไขมันในเลือดสูง
* ความดันโลหิตสูง
* เบาหวาน
* น้ำหนักเกิน/อ้วน
* ไม่ค่อยออกกำลังกาย
* รับประทานอาหารไขมันอิ่มตัวและเค็มมาก
* มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
* อายุเพิ่มขึ้น

ยิ่งมีหลายปัจจัยเสี่ยง ความเสี่ยงยิ่งสูง

💔 อาการที่ควรสังเกต

อาการที่พบบ่อยคือ เจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือเดิน และอาจดีขึ้นเมื่อพัก

อาจมีอาการร่วม เช่น

* เจ็บร้าวไปแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
* หายใจเหนื่อย
* เหงื่อออกมากผิดปกติ
* คลื่นไส้หรืออาเจียน
* ใจสั่น
* เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

ผู้หญิง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบชัดเจน

🚨 เมื่อไหร่ต้องรีบไปโรงพยาบาล?

หากมี แน่น/เจ็บหน้าอกรุนแรงหรือเป็นนานเกินไม่กี่นาที โดยเฉพาะร่วมกับหอบเหนื่อย เหงื่อแตก หน้ามืด หรือเจ็บร้าวไปแขน/กราม/หลัง
➡️ ให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินและรีบขอความช่วยเหลือทันที

🔍 ตรวจได้อย่างไร?

แพทย์จะประเมินจากอาการและปัจจัยเสี่ยงร่วมกับการตรวจ เช่น

* ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG)
* ตรวจเลือด
* Exercise stress test
* Echocardiogram
* CT coronary angiography
* Coronary angiography ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้

🛡️ ป้องกันได้อย่างไร?

“ลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้”

* 🚭 เลิกบุหรี่
* 🥗 กินผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดอาหารไขมันอิ่มตัว
* 🏃 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* ⚖️ ควบคุมน้ำหนัก
* 🩺 ควบคุมความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือด
* 💊 รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
* 😴 นอนหลับให้เพียงพอ

และสุดท้ายขอย้ำว่าใครที่กินยาลดไขมันอยู่ ยาลดไขมันสำคัญมาก ถึงแม้ไขมันจะลดลงแล้วก็ยังต้องกินต่อไป เพราะยาลดไขมันไม่ได้แค่ช่วยลดไขมัน แต่ยายังช่วยทำให้คนที่หลอดเลือดตีบไปแล้วไม่อุดตันง่าย ไม่แตกง่าย

23/08/2026

ภาพเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นหลัก ที่ไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้ แต่ละคนเริ่มตีบไปกี่เส้นแล้ว เริ่มออกกำลังกาย เริ่มดูแลสุขภาพกันนะ


🫀 3 เส้นหลักประกอบด้วย
1. Left anterior descending artery
2. Left circumflex artery
3. Right coronary artery

ทั้ง 3 เส้นนี้ มักใช้เรียกเวลาถามกันว่า “ตีบกี่เส้น”

แต่ละเส้นแตกแขนงเลี้ยงส่วนต่างๆ ของหัวใจแตกต่างกันไป และทุกเส้นมีความเสี่ยงที่จะมี LDL แทรกสู่ผนัง

🧪 หากโชคร้าย LDL เปลี่ยนเป็น oxidized LDL ก็จะเข้าสู่วงจรการอักเสบ: เม็ดเลือดขาวจับ oxLDL กินเพราะคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม → แต่ย่อย cholesterol ไม่ได้ → ยิ่ง stress → ยิ่งหลั่งสารก่ออักเสบ → ยิ่งทำให้ LDL และเม็ดเลือดขาวตัวอื่นแทรกมาเรื่อยๆ

🩸 รูที่ให้เลือดผ่านก็ค่อยๆ ลดลง ลดลง ลดลง
บางคนตีบจนถึงจุดวิกฤติ (ส่วนใหญ่คือ 75%, ยกเว้นต้นขั้วอาจจะ 50%) จะเริ่มมีอาการหัวใจขาดเลือดแน่นหน้าอก เมื่อออกแรง (Chronic ischemic heart disease)

💥 บางคนยังตันไม่ถึงจุดวิกฤติ แต่เลือดที่ไหลผ่านจุดตีบแรงๆ เหมือนน้ำผ่านปลายสายยางที่บีบไว้ จะเฉือนจนเกิดแผล พอเกิดแผล เกล็ดเลือดรีบมาสร้างลิ่มเลือดตามสัญชาตญาณการฮีลแผล แต่ลิ่มเลือดนี้ก็อุดหลอดเลือดในที่สุด

เกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แน่นหน้าอกรุนแรง เหงื่อแตก ใจสั่น จะวูบแล้ววูบอีก บางคนเกิดกระแสไฟฟ้าไหลวน (Reentry) หัวใจเต้นผิดจังหวะมาไม่ถึง รพ. บางคนมาถึง รพ. แม้รักษาแล้ว อาจมีรอยแผลไปตลอด ทำให้หัวใจล้มเหลว บีบไม่พอ น้ำท่วมปอด


🛡️ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้นะคะ

✅ ควบคุมการกิน อย่ากินพลังงานเกินติดต่อกัน
✅ เปลี่ยนคาร์บทั่วไป เป็นคาร์บเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี, ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ
✅ กินโปรตีนให้เพียงพอ เป็นไปได้ควร 1.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน ถ้าออกกำลังกายอาจต้องมากกว่านั้น
✅ พยายามเลือกไขมันดีแทนไขมันทั่วไป (ไม่ใช่ซื้อมาซดแยกนะคะ) และควบคุมไม่ให้ไขมันอิ่มตัวเกิน 10% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน
✅ พยายามให้มีช่วง fasting เสมอ อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ต้องกินอะไรระหว่างมื้อหลัก โดยเฉพาะจากมื้อสุดท้ายข้ามคืนไปจนถึงมื้อเช้า หรือใครจะทำ IF ก็แล้วแต่คน
✅ อย่ากินเกลือโซเดียมมากเกินไป เป็นไปได้ไม่ควร 2-2.3 กรัมต่อวัน ซึ่งบางอย่างมีโซเดียมสูงมาก แต่ไม่เค็มก็มี คือเหล่าอาหารแปรรูปเยอะๆ ทั้งหลาย (UPF), เครื่องปรุงต่างๆ
✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันที่ออกกำลังกายหรืออากาศร้อน เพื่อลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ ในคนที่มีปัญหาท้องผูก นิ่ว หรือโรคที่มีปัญหาเวลาขาดน้ำ ควรได้อย่างต่ำ 1.5 ลิตร/วัน แต่ในคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำเกิน เช่น หัวใจล้มเหลว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอทั้งแอโรบิกและเสริมแรง
✔️ ออกกำลังกายแบบ Aerobic ระดับปานกลาง เช่น วิ่งจ็อกกิ้ง, เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน ที่ทำจนมีช่วงรู้สึกเหนื่อย ทำอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 30 นาที/วัน ประมาณ 5 วัน ถ้าได้โดสนี้แล้ว ควรเพิ่มระยะเวลามากขึ้น หรือเพิ่มความหนักขึ้นแต่เวลาเท่าเดิม
✔️ ออกกำลังกายแบบ Strength เช่น สควอท อาจจะเริ่มจากลุก-นั่งจากเก้าอี้ช้าๆ , ท่าวิดพื้นแต่ทำกับผนัง อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ถ้าเริ่มคล่องแล้ว สามารถศึกษาท่า “body weight” ต่างๆ เพิ่มเติม หรือจะใช้ยางยืดก็ได้ แต่ถ้าจะเล่นหนักขึ้น อาจต้องศึกษาให้ละเอียดมากขึ้นในท่าที่ถูกต้องค่ะ
✔️ ควรมีการอบอุ่นร่างกาย (warm-up) ก่อนเริ่มประมาณ 5-10 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (cool-down) หลังออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ
✔️ จุดสำคัญที่สุดของการเริ่มต้น ไม่ใช่วิธีการที่ซับซ้อน ขุดตัวเองมาออกต่อเนื่อง ให้เป็นพฤติกรรมถาวรให้ได้ จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ
✔️ อย่าลืมประเมินศักยภาพตัวเอง ห้ามหักโหม ถ้าจะเพิ่มความหนักต้องค่อยๆ เพิ่ม ดื่มน้ำมากๆ มีวันพัก
✔️ แต่ช่วงที่ PM2.5 ขึ้นหนัก เน้นออกในบ้านจะดีกว่าค่ะ อาจจะเป็นออกคาร์ดิโอ, วิ่งลู่วิ่ง, ออกแบบมีแรงต้าน, เล่นเวท ฯลฯ รอวันที่ PM2.5 ดีขึ้นค่อยไปออกกลางแจ้งก็ได้ค่ะ
✅ นอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชม. และคุณภาพดี หากมีนอนกรนต้องรีบรักษา
✅ ลดความอ้วน ระวังอ้วนแฝง มักจะมาแนว BMI ปริ่มๆ แต่ไขมันในช่องท้องเยอะแล้ว
✅ รักษาสุขภาพจิตเสมอ เช็คตัวเองว่าเริ่มมีโรคซึมเศร้ารึยัง พบจิตแพทย์
✅ ฝึกการจัดการความเครียด เช่น การหายใจลึกๆ การทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
✅ งดบุหรี่ ปรึกษาแพทย์ได้ถึงโปรแกรมที่ช่วยให้เลิกได้ถาวร
✅ งดสุราทุกชนิด นานๆ ดื่มทีได้ แต่ไม่ควรมีช่วงดื่มอัดเยอะ
✅ เลี่ยง PM2.5 ในวันที่ขึ้นสูงมาก
✅ ตรวจสุขภาพเสมอ เพราะเราไม่รู้เลยว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้างแล้วค่ะ
✅ หากเป็นโรคประจำตัวแล้ว พวกเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ยิ่งต้องเคร่งครัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวนะคะ

26/05/2026

ไทยยังรอดใช่มั้ย? กรมควบคุมโรค เผย พบ นทท. 10 คนจากเขตโรคอีโบลา
เดินทางเข้าไทย ตรวจดูอาการยังปลอดภัยเเต่จับตาอีก 21 วัน

26/05/2026

WHO เตือน ‘อีโบลา’ ระบาดเร็วเกินคาด! ยอดเสียชีวิตพุ่ง 220 ศพ ยอดผู้ป่วยต้องสงสัยในคองโกพุ่งสูงกว่า 900 รายแล้ว

วันที่ 26 พ.ค.69 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตที่สงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแล้วถึง 220 ราย พร้อมยอมรับว่า ความล่าช้าในการตรวจพบผู้ป่วย สร้างความยากลำบากในการรับมือให้กับเจ้าหน้าที่

ดร.เทดรอสกล่าวว่า “เรากำลังเร่งขยายปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน แต่ในขณะนี้การแพร่ระบาดไปเร็วกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้” พร้อมย้ำว่า ประเทศที่มีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ต้องดำเนินการรับมือในทันที

ด้าน ยูกันดา ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมในประเทศเพิ่มเป็น 7 ราย โดยผู้ป่วยใหม่ทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของประเทศ

การระบาดครั้งนี้เกิดจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ ‘บันดิบูเกียว’ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายาก และที่น่ากังวลที่สุดคือ ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาโดยเฉพาะ ทำให้ WHO ต้องประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

สถานการณ์ในดีอาร์คองโก ทวีความตึงเครียดอย่างหนัก โดยเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์บุกโจมตีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ใช้รักษาผู้ต้องสงสัยและผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา ในจังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการระบาด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่รายงานว่า กลุ่มผู้โจมตีพยายามบุกเข้ามาทวงศพญาติคืน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากชาวบ้านก่อเหตุเผาเต็นท์กักตัวผู้ป่วยอีโบลา ในเมืองมงบวาลู ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ 18 ราย หลบหนีออกจากสถานพยาบาล และยังไม่สามารถติดตามตัวได้

นอกจากนี้ยังมีศูนย์รักษาในเมืองรวัมปารา ถูกเผาทำลายหลังจากญาติไม่พอใจที่ถูกสั่งห้ามรับศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมเอง

เนื่องจากไวรัสอีโบลาแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วยโดยตรง ซึ่งรวมถึงศพของผู้เสียชีวิตด้วย ทางการดีอาร์คองโก จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องการฝังศพทั้งหมด และสั่งห้ามจัดงานศพหรือการรวมตัวกันเกิน 50 คนในพื้นที่ระบาด อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่ไม่เข้าใจในมาตรการด้านสาธารณสุข จนนำไปสู่เหตุรุนแรง

ในขณะนี้ ยอดผู้ป่วยต้องสงสัยในคองโกพุ่งสูงกว่า 900 รายแล้ว และเชื้อได้กระจายออกจากจุดเริ่มต้นไปไกลกว่า 200 กิโลเมตร รวมถึงข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา

มาใช้สิทธิ์กันได้นะค้า🥰❤️
25/05/2026

มาใช้สิทธิ์กันได้นะค้า🥰❤️

24/05/2026
24/05/2026

🚨 รู้จักและเฝ้าระวัง "ไวรัสอีโบลา" (Ebola Virus Disease: EVD) 🚨
แม้จะดูไกลตัวแต่ตระหนักไว้ดีกว่าตื่นตระหนกครับ! อีโบลาเป็นโรคติดต่อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50-80% แต่ข่าวดีคือมัน "ไม่ได้ติดต่อง่ายผ่านทางอากาศ" เหมือนโควิดหรือไข้หวัดใหญ่
📌 เช็กชัวร์เพื่อป้องกันตัวเอง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง, ล้างมือบ่อยๆ, และเสพข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นครับ

❤️ ด้วยความปรารถนาดีจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ❤️
📣 ช่องทางติดตาม สพฉ.
Tiktok ➡️ .1669
Youtube ➡️ 1669 Channel
🚨เจ็บป่วยฉุกเฉิน🚨โทร 1669 📞
#สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ #สพฉ #พบเห็นหน่วยปฏิบัติการหรือสถานพยาบาลที่ไม่เป็นมาตรฐานโทร028721669 #ทุกชีวิตปลอดภัยมั่นใจแพทย์ฉุกเฉิน #การแพทย์ฉุกเฉินเพื่อทุกชีวิต #อีโบลา #โรคระบาด #เตือนภัยสุขภาพ #เฝ้าระวังโรค

24/05/2026

ไวรัสอีโบลา ระบาดรุนแรงในคองโก มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 136 ราย (ข้อมูลอัปเดต 19 พ.ค. 69) ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ บุน-ดิ-บู-โย (Bundibugyo ebolavirus) ข้ามแดนไปเสียชีวิตที่ยูกันดา ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC)

ไวรัสอีโบลา อันตรายแค่ไหน?
โรคอีโบลา (Ebola Hemorrhagic Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา โดยจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคไข้เลือดออกที่มีความรุนแรงสูง ซึ่งมีอัตราเสียชีวิตสูง 25-90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ ซาอี (Zaire ebolavirus) ถือเป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยและรุนแรงที่สุด ซึ่งในสายพันธุ์นี้มีวัคซีนและยาในการป้องกัน แต่สำหรับสายพันธุ์ บุน-ดิ-บู-โย (Bundibugyo ebolavirus) ที่กำลังระบาดขณะนี้ และอีก 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ซูดาน (Sudan) และสายพันธุ์ไทฟอเรสต์ (Tai Forest) แม้ความรุนแรงจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ความน่ากลัวคือ ยังไม่มียารักษาและไม่มีวัคซีนป้องกันโดยตรง ซึ่งต่างจากสายพันธุ์ ซาอี ที่เคยระบาดก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง :
ระยะเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ : ไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และเจ็บคอ
ระยะรุนแรง : ท้องเสีย อาเจียน ผื่นขึ้น ระบบตับและไตล้มเหลว และในรายที่รุนแรงจะมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต มักเกิดจากอาการ ผนังหลอดเลือดฝอยรั่ว จนระบบภายในล้มเหลว มากกว่า การเสียชีวิตจากการเสียเลือดปริมาณมากโดยตรง
ติดต่อโดยตรงผ่านสารคัดหลั่ง
สัตว์ป่าตามธรรมชาติที่มีเชื้อ เช่น ลิง กอริลล่า ชิมแปนซี โดยเฉพาะค้างคาวกินผลไม้ และสัตว์ป่าชนิดอื่นในแอฟริกา
จาก “คน” สู่ “คน” เช่น เลือด น้ำลาย ปัสสาวะ อาเจียน อุจจาระ เหงื่อ ของผู้ป่วย เข้าสู่ร่างกายทางผิวที่มีบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังพบการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแม่สู่ลูก

📍แม้เป็นโรคที่รุนแรง แต่ไม่ควรกังวลจนเกินไป เพราะอีโบลาไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศเหมือนโควิด-19 หากพบว่ามีอาการหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงภายใน 21 วัน ให้พบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง

📖 รู้เท่าทัน “ไวรัสอีโบลา” ตระหนักแต่ไม่ตระหนก >> https://www.ram-hosp.co.th/th/news_detail/2924

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞 Call Center 1512 ต่อ 2999
📱 Line Official :

#อีโบลา #โรคระบาด #โฟกัสสุขภาพคุณให้ถูกที่ #โรงพยาบาลรามคำแหง #ตอบทุกความต้องการ #เชี่ยวชาญทุกการดูแล

23/05/2026

อย.นราธิวาส
แจ้งเตือนภัย !!!
_______________________________________________________________
เครื่องสำอาง “จันทร์หอมขมิ้นไพลสด สูตรดั้งเดิม”
เลขที่จดแจ้ง 72-1-6600034042 พบสารประกอบของปรอท
เครื่องสำอาง“จันทร์หอมขมิ้นไพลสด สูตรดั้งเดิม”
ผลิตโดย SUAY KHAN THEP SKINCARE CO.,LTD เลขที่ 168/1
หมู่ 11 ต.เดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
เลขที่จดแจ้ง 72-1-6600034042 วันเดือนปีที่ผลิต 28/06/2025
วันเดือนปีที่หมดอายุ 28/06/2028 พบสารประกอบของปรอท
ซึ่งสารปรอทมีผลกระทบต่อร่างกาย คือ ทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง
ผิวหน้าดำ เกิดฝ้าถาวร ผิวบางลง เมื่อใช้ติดต่อต่อกัน เป็นเวลานาน
จะทำให้เกิดพิษสะสมของปรอทในผิวหนัง และดูดซึม เข้าสู่กระแส่โลหิต
ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดิน ปัสสาวะอักเสบ
ในสตรีมีครรภ์ปรอทจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และไปสู่ทารก ทำให้เด็ก
_______________________________________________________________
แฟปรุงสำเร็จ KOPI MUTIARA พบยาซิลเดนาฟิล (Sidenafil)
กาแฟปรุงสำเร็จ KOPI MUTIARA ผลิตโดย Iman Herbs
ประเทศมาเลเซีย พบยาซิลเดนาฟิล (Sidenafil)
ซึ่งยาซิลเดนาฟิลเป็นยาควบคุมพิเศษที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด
ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ที่มีการทำงาน
ของตับไตผิดปกติ ทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ขอเตือนผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยงการใช้ หรือบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
หากพบการจำหน่ายหรือพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยที่อาจเป็นอันตราย
สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส โทรศัพท์ 0 7353 2063 หรือสายด่วน อย. 1556

23/05/2026

ที่อยู่

320/174 หมู่บ้านบุศรา ซอย เพชรเกษม 81 แขวง หนองค้างพลู เขตหนองแขม
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลังยาบุศรา เพชรเกษม 81ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์