13/12/2024
29 จิตวิทยาการตลาด
พลิกร้านธรรมดาให้ยอดขายพุ่ง
"แบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม"
ทุกวันนี้พัฒนาแค่สินค้าอย่างเดียว คงไปไม่รอด
อีกทางรอดที่เราต้องไปให้ทันคือ “พัฒนากลยุทธ์” หลาย ๆ เจ้าเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้หลักจิตวิทยามากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผู้บริโภคและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวม 29 กลยุทธ์ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจค้าปลีกและการตลาดออนไลน์ ตั้งแต่การจัดการด้านราคาที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่า การสร้างความเร่งด่วนและความรู้สึกขาดแคลนเพื่อเร่งการตัดสินใจ ไปจนถึงการจัดวางสินค้าและการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการจับจ่าย
1. การลดตัวเลขหลักขวา
ลดตัวเลขหลักขวาลง 1 หน่วย เช่น “จาก 200 เป็น 199” เพราะสมองของคนเรามักประมวลผลตัวเลขอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกว่าราคาถูกกว่ามาก
2. เลือกใช้คำที่มีพยางค์น้อย
ใช้คำที่ออกเสียงสั้น ๆ เช่น “209 แทน 229” การใช้คำสั้น ๆ ให้ความรู้สึกง่ายต่อการคำนวณราคาของลูกค้ามากกว่า
3. ลบเครื่องหมายจุลภาค
เขียน 1200฿ แทน 1,200฿ การไม่มีจุลภาคทำให้ราคาดูน้อยลงในสายตาแม้จะราคาเท่ากันก็ตาม
4. การจัดวางร้านแบบ
ออกแบบเส้นทางการเดินที่ทำให้ลูกค้าต้องเดินผ่านสินค้าต่าง ๆ สร้างโอกาสในการซื้อสินค้าที่ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อ เหมือน IKEA ที่เราต้องเดินผ่านแทบทุกโซน ยิ่งเห็นเยอะยิ่งอยากได้
5. การใช้การสัมผัสและการเลียนแบบ
ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าของจริง อย่าง Apple ที่ให้ลูกค้าทดลองใช้อุปกรณ์จริง อีกอย่างคือพนักงานขายที่ท่าทางเป็นมิตรจะช่วยเพิ่มโอกาสการขายสูงขึ้น
6. แสดงราคาเป็นงวด ๆ แทนราคารวม
อย่าง โทรศัพท์ "ผ่อน 0% 10 เดือน เดือนละ 3,990 บาท" การแบ่งชำระเป็นรายเดือนแทนราคาก้อนใหญ่ ทำให้ราคารวมดูไม่สูงเกินไป และลูกค้าพร้อมที่จะจ่ายมากขึ้น
7. เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายรายวัน
เช่น เทียบราคาสินค้ากับราคากาแฟที่กินต่อวัน ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและจับต้องได้มากขึ้น เป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากการกินใช้ในชีวิตประจำวัน
8. ตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลขคี่
ใช้ราคาที่ลงท้ายด้วย 7 หรือ 9 วิธีนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศ เช่น 129 คนมักรู้สึกว่าได้ราคาพิเศษและไม่ได้ดูเป็นการลดที่โอเวอร์จนดูเหมือนของโล๊ะ
9. สร้างความแตกต่างของราคาปกติและราคาลด
แสดงทั้งราคาเดิมและราคาใหม่ด้วยขนาดและสีที่ต่างกัน (ขีดฆ่าตัวเลข) เน้นให้เห็นส่วนลดชัดเจนเพื่อการตัดสินใจซื้อที่รวดเร็ว
10. สร้างความเร่งด่วน
ใช้ข้อความเช่น "เฉพาะ 100 ท่านแรกเท่านั้น" "สินค้าจำกัด" "เวลาจำกัด" กระตุ้นการตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
11. ลดความเจ็บปวดในการจ่าย
ให้จ่ายเงินก่อนใช้บริการ เช่น การชำระผ่านบัตรเครดิต , จองตั๋วและจ่ายล่วงหน้าแทนจ่ายหน้างาน ลูกค้าจะรู้สึกดีกว่าการต้องจ่ายไปก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา
12. เน้นขนาดของส่วนลด
ตัวอย่าง "ส่วนลด 500 บาท" แทน "จาก 2,500 เหลือ 2,000" , "ประหยัด 50%" แทน "ลด 5,000 บาท" เปอร์เซ็นต์การลดราคาดูน่าประทับใจกว่า ก็ควรใช้การนำเสนอแบบเปอร์เซ็นต์
13. ไม่ใส่สัญลักษณ์ทางราคา
หลักการนี้อาศัยจิตวิทยาที่ว่า เมื่อสมองเห็นเฉพาะตัวเลขโดยไม่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายทางราคา จะรู้สึกว่าราคานั้นเบาลงและง่ายต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้น เช่น แสดง "1290" แทนที่จะเป็น "฿1,290"
14. ทยอยลดราคา
ค่อย ๆ ลดส่วนลดลงตามเวลา สร้างความรู้สึกเร่งด่วนในการตัดสินใจ เช่น วันที่ 1 ลด 30% , วันที่ 2 ลด 20% , วันที่ 3: ลด 10%
15. ใช้ความรู้สึกโหยหาอดีต
อ้างอิงถึงยุค 80 หรือช่วงเวลาที่มีความทรงจำดี ๆ ดึงดูดกลุ่ม millennials เชื่อมโยงความทรงจำ วิธีนี้ช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดี
16. ใช้สีแดงสำหรับราคาของผู้ชาย
ผู้ชายตอบสนองดีกับราคาที่แสดงด้วยสีแดง และมักมองว่าสีแดงคือ "ส่วนลด" ที่สำคัญสีแดงยังช่วยกระตุ้นการตัดสินใจและสร้างความรู้สึกเร่งด่วน เหมาะสำหรับใช้ในป้ายราคา
17. เน้นเวลามากกว่าเงิน
ควรใช้ข้อความที่เน้นประโยชน์ด้านเวลา เช่น "ประหยัดเวลา 2 ชั่วโมง" "เร็วกว่า 30 นาที" หรือ "พร้อมใช้งานทันที" แสดงเวลาที่ประหยัดได้ และเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม เพื่อให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของเวลาที่จะประหยัดได้
18. ทำให้สินค้าดูคุ้มค่ากับการผลิต
ทำให้สินค้าดูคุ้มค่ากับการผลิต การอธิบายถึงคุณภาพและกระบวนการผลิตช่วยให้ลูกค้าเข้าใจที่มาของราคาและรู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น
19. ลดราคาทันที
การลดราคาทันทีเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความประทับใจแรกพบและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ควรแสดงส่วนลดอย่างชัดเจนที่หน้าร้าน ควรใช้ข้อความเช่น "ลดทันที 20%" "รับส่วนลดตอนนี้" หรือ "ใช้โค้ดรับส่วนลดได้เลย" เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อตอนนั้น
20. ใช้ราคาล่อ
เสนอตัวเลือกราคาที่ทำให้ตัวเลือกที่ต้องการขายดูคุ้มค่าที่สุด เช่น ในกรณีเครื่องดื่ม อาจตั้งราคาขนาดเล็ก 45 บาท ขนาดกลาง 65 บาท และขนาดใหญ่ 75 บาท การที่ราคาขนาดกลางและใหญ่ต่างกันเพียงเล็กน้อยจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการเลือกขนาดใหญ่คุ้มค่ากว่า
21. เปิดเพลงเบา ๆ ในร้าน
เสียงเพลงมีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าโดยตรง ประเภทเพลงควรเข้ากับกลุ่มเป้าหมายและบรรยากาศร้าน อย่างเพลงช้าที่ฟังสบาย ๆ จะทำให้ลูกค้าอยู่ในร้านนานขึ้น ลดความรู้สึกอึดอัด
22. วางสินค้าจำเป็นไว้ด้านหลังร้าน
จัดวางสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดไว้ด้านในสุดของร้าน เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตวางนม ไข่ ขนมปัง ไว้ด้านหลัง , ร้านสะดวกซื้อ วางตู้เครื่องดื่มไว้ในสุด และควรรจัดวางสินค้าที่มีส่วนลดพิเศษ สินค้าใหม่ ไว้โซนที่เป็นทางผ่าน
23. ตกแต่งทางเข้าให้สดใส
สร้าง "First Impression Zone" ใช้แสงสว่างที่เพียงพอและสม่ำเสมอ ใช้สีสันสดใสในการตกแต่งร้านและควรปรับเปลี่ยนการตกแต่งตามเทศกาลและฤดูกาล
24. สร้างความรู้สึกพิเศษ
มีระบบสมาชิก VIP เพื่อการรู้สึกถึงสิทธิพิเศษ โอกาสที่มากกว่าคนอื่น และยิ่งทำให้ลูกค้าภักดีกับแบรนด์
25. รวมสินค้าราคาสูงในเมนู
ใช้หลักการ "Price Anchoring" วางสินค้าราคาแพงไว้เป็นตัวเปรียบเทียบ ทำให้สินค้าราคาปานกลางดูคุ้มค่า
26. ซื้อ 1 แถม 1
ตั้งราคาครอบคลุมต้นทุนสินค้าแถม กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม สร้างความรู้สึกคุ้มค่าแบบซื้อทีเดียวไปเลย
27. ใช้การรับรองทางสังคม
แสดงหลักฐานความน่าเชื่อถือ เช่น รีวิวจากลูกค้าจริง คะแนนการให้บริการ รางวัลที่ได้รับ การรับรองมาตรฐาน หรือ Social Proof จากโซเชียลมีเดีย , นำเสนอ testimonial ที่น่าเชื่อถือ
28. แสดงราคาสูงกว่าบ้าง
ใช้เทคนิค "Price Contrast" แสดงราคาปกติสลับกับราคาโปรโมชัน ใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสม และกำหนดรอบการปรับราคา สลับแสดงราคาที่สูงขึ้นเป็นระยะ ทำให้ราคาปกติดูคุ้มค่า
29. ใช้การเปรียบเทียบราคา
นำเสนอการเปรียบเทียบอย่างสร้างสรรค์ แสดงราคาคู่แข่งอย่างเป็นธรรม เน้นจุดเด่นด้านคุณภาพ แสดงบริการเพิ่มเติมที่มอบให้
-------------
Sponsored by JCB Thailand
ุขทุกสไตล์ได้ทุกวัน
พบกับส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ทั้ง กิน เที่ยว ช้อป ให้คุณมีความสุขได้ทุกๆ วัน
เพิ่มเติมที่ >> https://www.specialoffers.jcb/th/
สมัครบัตรเครดิต JCB ได้ที่
https://bit.ly/ApplyJCBCard100wealth
-------------
เขียนและเรียบเรียงโดย
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง
https://bit .ly/3CMym5O