Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation

Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation, การแพทย์และสุขภาพ, 12, 27 Krungthep Kreetha Road, Tabchang, Saphan Sung, Bangkok.

Brainwell Medical
Precise Brain Stimulation
www.BrainwellMedical.com
ประสบการณ์การกระตุ้นสมองตั้งแต่ปี 2011
TPS, TMS
Bangkok 098-793-9203
Line OA: https://lin.ee/w5gJMPh
Pattaya 088-790-6088
Line OA: https://lin.ee/8XzFWfC

📍 เดินทางมา Brainwell Medical พัทยา ไม่ยากเลยค่ะ 💚ใครกำลังวางแผนเดินทางมาที่ Brainwell Medical พัทยา เซฟโพสต์นี้ไว้ได้เล...
25/08/2026

📍 เดินทางมา Brainwell Medical พัทยา ไม่ยากเลยค่ะ 💚
ใครกำลังวางแผนเดินทางมาที่ Brainwell Medical พัทยา เซฟโพสต์นี้ไว้ได้เลย! 🚗✨

แผนที่เส้นทางมาให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมจุดสังเกตสำคัญระหว่างทาง
🚘 เริ่มต้นจากระยอง
➡️ มุ่งหน้าตามถนนสาย 36 ระยอง–พัทยา
➡️ เลี้ยวซ้ายตรงแยกกระทิงลายเข้าสู่เส้นสุขุมวิท
➡️ เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 25
➡️ เดินทางต่อมายัง Brainwell Medical พัทยา 🧠💚

📌 มีจุดสังเกตระหว่างทาง เช่น The Coral ซ้ายมือ
ช่วยให้เดินทางได้สะดวกและไม่หลงค่ะ

🧠 Brainwell Medical พัทยา
ดูแลสุขภาพสมองและสุขภาพจิตด้วยความใส่ใจ
เพราะเราเชื่อว่า… สมองของคุณเป็นสิ่งสำคัญ 💚

📞 088-790-6088
💚 LINE: -pattaya
🌐 www.BrainwellMedical.com

#คลินิกพัทยา ัทยา #สุขภาพสมอง #สุขภาพจิต #ซึมเศร้า #แผนที่มาBrainwell #เดินทางมาBrainwell

20/08/2026

ขายคอร์สกระตุ้นสมอง โดยไม่มีความรู้ - คนไข้อาการแย่ลงจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ คุณรับผิดชอบไหวหรือ?

◼️ Case Study: อาการวิตกกังวล แพนิก ซึมเศร้ารุนแรงขึ้น ระหว่างคอร์สกระตุ้นสมอง
คนไข้เป็นโรคซึมเศร้าร่วมกับวิตกกังวล รักษากับจิตแพทย์มาหลายปีและอาการค่อนข้างคงที่ ต่อมาเริ่มทำ TMS ที่คลินิกแห่งหนึ่งด้วยการชักชวนของ “เซล” โดยใช้วิธี “สำเร็จรูป” จากในเครื่อง
หลังทำไป 10+ ครั้ง เริ่มมีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่น มือและปากสั่น วิตกกังวลรุนแรง และมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ จนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลจิตเวช ได้รับการปรับยาและการรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า ECT หลายครั้ง ปัจจุบันอาการดีขึ้น แต่ยังไม่กลับสู่ช่วงเดิม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างคอร์ส TMS จึงมีความสัมพันธ์ด้านเวลาชัดเจน ไม่มีการปรับยาหรือเหตุการณ์อื่นใดๆ เกิดขึ้น

◼️ คนไข้ควรถามอะไรก่อนทำ TMS
ใครเป็นแพทย์ผู้วินิจฉัยและสั่ง TMS
จิตแพทย์เจ้าของไข้เดิมทราบหรือไม่
ใช้ coil, target, frequency และ protocol อะไร เพราะอะไร
มีการวัด motor threshold (MT) เฉพาะบุคคลหรือไม่
ระหว่างคอร์สมีการติดตาม depression, anxiety, mania และ suicidal ideation อย่างไร
หากอาการแย่ลง ใครเป็นคนประเมินและตัดสินใจหยุดหรือเปลี่ยน protocol
การซื้อคอร์สไปแล้ว ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องฝืนทำต่อเมื่ออาการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

◼️ วิจารณ์
TMS โดยรวมมี safety profile ที่ดี และมีหลักฐานรองรับการรักษา depression รวมถึง anxious depression แต่ “ปลอดภัยโดยรวม” ไม่ได้แปลว่าไม่มี adverse effects
มีรายงาน psychiatric adverse events ที่พบไม่บ่อย เช่น anxiety, irritability, insomnia, hypomania/mania และ psychotic symptoms จึงต้องติดตามอาการระหว่างคอร์สอย่างจริงจัง
ปัญหาเกิดเมื่อใช้โดยไม่มีการประเมิน diagnosis, medication, motor threshold, target, clinical response และ adverse effects อย่างเหมาะสม
ยาจิตเวชบางชนิดอาจมีผลต่อ cortical excitability, motor threshold หรือ response ของ TMS
จากประสบการณ์ส่วนตัวจากการทำ TMS มา 15 ปี พบว่า TMS มีผลต่อยาที่ผ่านสมองหลายตัว ต้องมีความเข้าใจใน drug-TMS interaction พอสมควร และหลายๆครั้งจำเป็นต้องลดยาลง มิเช่นนั้นจะเกิดผลข้างเคียงจากยาได้

◼️ บทเรียนสำคัญ
TMS เป็น medical treatment ไม่ใช่ wellness gadget
ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นกับเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ Diagnosis → Patient selection → Target → Dose/Protocol → Motor threshold → Medication review → Clinical monitoring → การตัดสินใจของแพทย์เมื่ออาการเปลี่ยน

◼️ ข้อสรุป
TMS มีประโยชน์มากเมื่อใช้ถูกข้อบ่งชี้และมีระบบดูแลที่เหมาะสม แต่การกระตุ้นสมองไม่ควรเริ่มต้นจากการ “ปิดการขายคอร์ส” แล้วจบที่การกด protocol จากเครื่อง
เซลมีหน้าที่ขาย ไม่ผิด แต่การตัดสินใจว่าจะกระตุ้นสมองใคร อย่างไร และเมื่อไหร่ควรหยุด ต้องเป็นเรื่องทางการแพทย์
ถ้าจะขายการรักษาสมอง อย่างน้อยต้องมีความรู้พอที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด และมีคุณธรรมพอที่จะไม่เอายอดขายมาก่อนความปลอดภัยของคนไข้

◼️ References
Trapp NT, et al. Clin Neurophysiol. 2025. doi:10.1016/j.clinph.2024.12.015
Hutton TM, et al. J Clin Psychiatry. 2023;84(1):22m14571.
Bourla A, et al. Brain Sci. 2023;13:1246.
Miuli A, et al. World J Psychiatry. 2021;11:477-490.
Tran L, et al. Australas Psychiatry. 2024;32:180-185.

#ซึมเศร้า

18/08/2026

จากบุคคลออทิสติกอายุ 24 ปี ทรงตัวแย่ พูดได้แค่ 2 พยางค์ → ตอนนี้ต่อยมวยไทยได้ พูดได้ 5 พยางค์ ดีขึ้นในเวลา 3 ปี
◼️ Case Report: กระตุ้นสมองในผู้ใหญ่ออทิสติก ติดตามต่อเนื่อง 3 ปี ด้วยโปรแกรม Brainwell ASD
◼️ ประวัติ (History)

ชายไทย อายุ 24 ปี ได้รับการวินิจฉัยออทิสติก (Autism Spectrum Disorder - ASD) ตั้งแต่วัยเด็ก และได้รับการฝึกพัฒนาการ กายภาพ และการดูแลต่อเนื่องตามมาตรฐานที่ประเทศนอร์เวย์มาเป็นเวลานาน

เมื่อมาพบ Brainwell Medical ครั้งแรก ปัญหาหลักมี 3 ด้าน
การเคลื่อนไหว: เดินขาเกร็ง ก้าวไม่เต็มเท้า ทรงตัวและกระโดดไม่ได้
ภาษา: พูดได้ครั้งละประมาณ 1-2 พยางค์ สื่อสารความต้องการได้จำกัด
อารมณ์และสังคม: ตกใจง่าย ไวต่อเสียง วิตกกังวล หงุดหงิด และมีพฤติกรรมหยิกแขนตนเอง

◼️ ผลตรวจสมองก่อนเริ่มโปรแกรม (Baseline qEEG)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเชิงปริมาณ (quantitative EEG - qEEG) พบกำลังคลื่นเบตา (beta power) สูงกว่าฐานข้อมูลอ้างอิงของคนวัยเดียวกันอย่างมาก ประมาณ +3 SD และพบความผิดปกติของการเชื่อมต่อของคลื่นสมองบางส่วน (phase lag)

◼️ การดูแล (Intervention)

เนื่องจากผู้ป่วยอาศัยอยู่ประเทศนอร์เวย์ จึงเดินทางมารับโปรแกรม Brainwell ASD ปีละประมาณ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 เดือน และติดตามต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี โดยปัจจุบันไม่มียากิน

ในช่วงที่อยู่ต่างประเทศยังคงฝึกพัฒนาการ กายภาพ กีฬา และใช้ชีวิตประจำวันตามปกติอย่างต่อเนื่อง

◼️ ผลการติดตาม 3 ปี (Clinical Outcomes)

ครอบครัวรายงานการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน

ภาษา: จากพูดครั้งละ 1-2 พยางค์ เพิ่มเป็นประมาณ 4-5 พยางค์ และบอกความรู้สึกหรือความต้องการได้เองมากขึ้น
การเคลื่อนไหว: จากเดิมกระโดดไม่ได้ ปัจจุบันกระโดดและฝึกมวยไทยได้
ประสาทสัมผัส: ทนต่อเสียงได้มากขึ้นและตกใจน้อยลง ครอบครัวประเมินว่าดีขึ้นประมาณ 70%
อารมณ์: ความหงุดหงิดและพฤติกรรมหยิกแขนตนเองลดลงประมาณ 50%
สังคม: เริ่มทักทายผู้อื่นได้เอง และครอบครัวประเมินว่าความกลัวและความระแวงลดลงประมาณ 60-70%

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากครอบครัว (subjective data) ไม่ใช่คะแนนจากแบบประเมินมาตรฐาน จึงต้องตีความด้วยความระมัดระวัง

◼️ วิจารณ์ (Discussion)

▪️ 1- ปัจจุบันออทิสติกไม่ได้ถูกมองว่าเกิดจากความผิดปกติของสมองเพียงตำแหน่งเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเครือข่ายสมอง (brain networks) และพลวัตของเครือข่ายสมอง (network dynamics) ที่แตกต่างกัน
งานของ Watanabe และ Yamasue ใน Nature Neuroscience ปี 2025 ศึกษาผู้ใหญ่ออทิสติก พบว่าสมองของ ASD บางกลุ่มมีการเปลี่ยนผ่านระหว่างสถานะของสมองลดลง หรือมีความแข็งตัวของเครือข่ายประสาท (neural rigidity) มากขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความยืดหยุ่นทางความคิด การรับรู้ และการประมวลผลทางสังคม

อธิบายง่าย ๆ

สมองทั่วไป A ↔ B ↔ C ↔ D เปลี่ยนสถานะได้ค่อนข้างยืดหยุ่น

ASD บางกลุ่ม A ─── B เปลี่ยนสถานะได้ยากกว่า = neural rigidity

งานเดียวกันยังทดลองใช้ TMS ที่กระตุ้นสัมพันธ์กับสถานะของสมองแบบ real-time (brain-state-dependent TMS) และพบว่า neural rigidity ลดลง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมบางด้านและการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายสมอง (functional connectivity)

▪️ 2- การกระตุ้นสมองอาจทำงานผ่านกลไกอะไร?

หนึ่งในกลไกสำคัญของ rTMS คือความยืดหยุ่นของระบบประสาท (neuroplasticity)
การกระตุ้นสามารถปรับความตื่นตัวของสมอง (cortical excitability) และความแรงของการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท ผ่านกระบวนการ
long-term potentiation (LTP-like plasticity)
long-term depression (LTD-like plasticity)
การจัดระเบียบเครือข่ายสมองใหม่ (network reorganization)

ผลของ TMS จึงไม่ได้ขึ้นกับความถี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับอายุ ตำแหน่งที่กระตุ้น ชนิดของหัวกระตุ้น รูปแบบการกระตุ้น สภาพของสมองขณะกระตุ้น (brain-state dependency) และความสามารถในการเกิด plasticity ของแต่ละบุคคล (metaplasticity)

▪️ 3- แล้ว EEG-guided TMS มีหลักฐานหรือไม่?

ปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยใช้ EEG ช่วยออกแบบ TMS มากขึ้น ตั้งแต่
individual alpha frequency (IAF) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้ใน alpha-rTMS/MeRT
→ spectral EEG เพื่อปรับ protocol ระหว่างการรักษา
→ qEEG z-score และ connectivity เพื่อช่วยเลือกตำแหน่งและความถี่
→ real-time EEG เพื่อกระตุ้นในช่วงที่สมองเข้าสู่ brain state ที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม systematic review ล่าสุดยังพบงาน EEG-guided TMS ใน ASD จำนวนไม่มาก แม้หลายการศึกษาจะพบการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านพฤติกรรมและ EEG แต่หลักฐานยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า EEG-guided TMS เหนือกว่า conventional TMS

▪️ 4- สิ่งที่น่าสนใจในเคสนี้

อาการและความสามารถในชีวิตจริงดีขึ้นหลายด้าน แต่ beta power ใน resting qEEG ยังคงสูงประมาณ +3 SD ขณะที่ตัวชี้วัดการเชื่อมต่อบางส่วน เช่น phase lag กลับดีขึ้น

จึงเป็นไปได้ว่า beta power เพียงตัวเดียวอาจไม่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของสมองได้
การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดในระดับการเชื่อมต่อของเครือข่าย (network connectivity) การเปลี่ยนสถานะของสมอง (brain-state dynamics) หรือการจัดระเบียบเครือข่ายเพื่อชดเชยการทำงาน (compensatory reorganization) มากกว่าการทำให้ค่าคลื่นสมองทุกตัวกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติ

◼️ ข้อจำกัด (Limitations)

เป็นรายงานผู้ป่วยเพียงรายเดียว (single case report) ไม่มีกลุ่มควบคุม และไม่ได้ใช้แบบประเมินมาตรฐาน เช่น ADOS-2, Vineland หรือ SRS-2 วัดซ้ำก่อนและหลัง

นอกจากนี้ ผู้ป่วยได้รับการกระตุ้นสมองเพียงประมาณ 1-2 เดือนต่อปี ขณะที่อีก 10-11 เดือนยังมีการฝึกพัฒนาการ กายภาพ กีฬา และการสนับสนุนจากครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดจากการกระตุ้นสมองโดยตรง แต่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดหลังกระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell ASD

◼️ ข้อสรุป (Conclusion)

กรณีนี้สนับสนุนข้อสังเกตว่า สมองของผู้ใหญ่ออทิสติกไม่ได้หยุดเปลี่ยนแปลงเมื่อพ้นวัยเด็ก ระบบประสาทยังมีความสามารถในการปรับตัว (neuroplasticity) และเครือข่ายสมองยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้

งานวิจัยปัจจุบันเริ่มแสดงว่า TMS สามารถปรับ cortical excitability, neuroplasticity และ network dynamics บางรูปแบบได้ รวมถึงมีแนวทางใหม่ที่ใช้ EEG/qEEG ช่วย personalize การกระตุ้น

แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า TMS เป็นการรักษามาตรฐานสำหรับ ASD หรือว่า qEEG-guided TMS มีประสิทธิผลเหนือกว่า protocol ทั่วไป

ดังนั้นการกระตุ้นสมองควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลแบบหลายองค์ประกอบ (multimodal intervention) ร่วมกับการฝึกพัฒนาการ การเรียนรู้ กายภาพ กีฬา การใช้ชีวิตจริง และการสนับสนุนจากครอบครัว มากกว่ามองเป็นการรักษาเดี่ยว

◼️ หมายเหตุผู้เขียน

TMS เป็นเพียงชื่อนวัตกรรม แต่วิธีการเลือกหัวกระตุ้น การตั้งค่า ตำแหน่ง ความถี่ การเลือกเคสให้เหมาะสม เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง หากใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมก็อาจเกิดอันตรายได้
เราหวังว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการศึกษาที่เป็นระบบมากขึ้น (เช่น การวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุม) เพื่อยืนยันและต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อเด็กไทยในวงกว้างต่อไป ยินดีต้อนรับนักวิจัยที่สนใจร่วมศึกษา

◼️ References
Watanabe T, Yamasue H. Noninvasive reduction of neural rigidity alters autistic behaviors in humans. Nat Neurosci. 2025;28(6):1348-1360. doi:10.1038/s41593-025-01961-y
Smith JR, et al. Treatment Response of Transcranial Magnetic Stimulation in Intellectually Capable Youth and Young Adults with Autism Spectrum Disorder: A Systematic Review and Meta-Analysis. Neuropsychol Rev. 2023;33(4):834-855. doi:10.1007/s11065-022-09564-1
Conelea CA, Lieske A. Neurodevelopmental considerations for transcranial magnetic stimulation trials in youth. Neuropsychopharmacology. doi:10.1038/s41386-025-02225-w
Ezedinma U, Swierkowski P, Fjaagesund S. Outcomes from Individual Alpha Frequency Guided Repetitive Transcranial Magnetic Stimulation in Children with Autism Spectrum Disorder - A Retrospective Chart Review. Child Psychiatry Hum Dev. 2024;55(4):1010-1019. doi:10.1007/s10578-022-01461-1
Makale MT, et al. Pilot Study of Personalized Transcranial Magnetic Stimulation with Spectral Electroencephalogram Analyses for Assessing and Treating Persons with Autism. J Pers Med. 2024;14(8):857. doi:10.3390/jpm14080857
Boyle et al. EEG-guided transcranial magnetic stimulation in children and adolescents with autism spectrum disorder: systematic review. 2026. doi:10.1080/21622965.2026.2690420

#ออทิสติก

หลังคลอด…ทำไมความสุขถึงหายไป? 🤍 เมื่อความเศร้า ไม่ใช่แค่ "อารมณ์" แต่เป็นเรื่องของ "วงจรสมอง"การมีลูกควรเป็นช่วงเวลาที่เ...
12/08/2026

หลังคลอด…ทำไมความสุขถึงหายไป? 🤍

เมื่อความเศร้า ไม่ใช่แค่ "อารมณ์" แต่เป็นเรื่องของ "วงจรสมอง"

การมีลูกควรเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข… แต่สำหรับคุณแม่บางคน หลังคลอดกลับรู้สึกเศร้า ร้องไห้ง่าย หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ เหนื่อยล้า รู้สึกผิด หรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ดี

หลายคนเกิดคำถามในใจว่า "ทำไมเราถึงไม่มีความสุข ทั้งที่ควรจะมีความสุข?"

อาการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความเหนื่อยจากการเลี้ยงลูก แต่อาจเป็น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression: PPD) ซึ่งสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) แนะนำให้มีการคัดกรอง และประเมินดูแลอย่างเหมาะสม

🌿 ทำไมหลังคลอดจึงเกิดภาวะซึมเศร้าได้?

• ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น:
• การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็วหลังคลอด
• การนอนหลับไม่เพียงพอ สะสมเป็นเวลานาน
• ความเหนื่อยล้าและความเครียดจากการปรับบทบาทชีวิต
• ประวัติภาวะซึมเศร้าหรือโรคทางอารมณ์เดิม
• การขาดแรงสนับสนุนจากครอบครัวหรือคนรอบข้าง

🧠 แล้ว "สมอง" เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ภาวะซึมเศร้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "ความรู้สึก" เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการทำงานของสมองและเครือข่ายประสาทที่ควบคุมอารมณ์ ความคิด และสมาธิ
หนึ่งในบริเวณสมองที่มีการศึกษามากมาย คือ DLPFC (Dorsolateral Prefrontal Cortex) ซึ่งเป็นสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่:
• ควบคุมอารมณ์และการตอบสนอง
• ควบคุมสมาธิและความสนใจ
• การคิดและการตัดสินใจ
ดังนั้น การรักษาภาวะซึมเศร้าจึงไม่ได้มุ่งเพียงทำให้อารมณ์ดีขึ้น แต่คือการปรับการทำงานของ วงจรสมอง (Neural Circuits) ให้กลับมาสมดุล

🧲 แล้ว Brainwell Stim ช่วยอย่างไร?

Brainwell Stim คือ การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized TMS) โดยอ้างอิงการทำงานและตำแหน่งสมองที่มีปัญหา เพื่อปรับวงจรสมองให้ตรงจุด ซึ่งแตกต่างจากการกระตุ้นแบบทั่วไปที่ใช้ตำแหน่งมาตรฐานเดียวกันทุกคน

🧠 กลไกการทำงานของ Brainwell Stim:

ประเมิน ตำแหน่งและการทำงานของสมอง (qEEG NeuroScan) ⬇️
ออกแบบโปรโตคอลการกระตุ้นเฉพาะบุคคล ⬇️
กระตุ้นเซลล์ประสาทและวงจรสมอง (Brain Networks) ⬇️
ส่งเสริม Neuroplasticity (การปรับเปลี่ยนและการเชื่อมต่อของสมอง)⬇️
ปรับการทำงานของวงจรสมองให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล

💡 หัวใจสำคัญของ Brainwell Stim:

ไม่ใช่แค่ "การกระตุ้น" แต่คือ ประเมิน ➔ ระบุตำแหน่ง ➔ ออกแบบโปรโตคอล ➔ กระตุ้น ➔ ติดตามผลอย่างใกล้ชิด

🔬 มีงานวิจัยรองรับหรือไม่?

• มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน: จาก Systematic Review & Meta-analysis (รวบรวม 14 งานวิจัย RCTs ผู้เข้าร่วม 884 คน) พบว่า rTMS สามารถช่วยลดคะแนนอาการซึมเศร้า (ทั้ง HAM-D และ EPDS) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และช่วยส่งเสริมการทำงานด้านการรับรู้/การคิดอีกด้วย

• ความปลอดภัยสูง: งานวิจัยปี 2019 ที่รวบรวมข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง (No Serious Adverse Events) และมีความปลอดภัยใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงานวิจัยเฉพาะกลุ่มคุณแม่หลังคลอดยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม การพิจารณาใช้ TMS จึงต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

🤍 เพราะการเป็นแม่ที่ดี ไม่ควรต้องแลกกับการต้องทนทุกข์
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่ใช่ความล้มเหลว และการขอความช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าคุณไม่อดทน หากคุณแม่กำลังรู้สึกเศร้า หมดพลัง หรือรู้สึกท้อแท้ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะคะ

ที่ Brainwell Medical เราพร้อมดูแลและประเมินสุขภาพสมองอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยคืนความสุข กลับมาสู่คุณแม่และครอบครัวอีกครั้ง

ปรึกษาและนัดหมายประเมินล่วงหน้า:
📍 สาขาพัทยา: 088-790-6088
📍 สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
📥 หรือส่งข้อความทาง Inbox เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

#ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด #ซึมเศร้าหลังคลอด #สุขภาพจิตคุณแม่

🖤🤍
07/08/2026

🖤🤍

รับสมัคร เคาน์เตอร์ & แอดมิน เพิ่มทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ เวลา 8:30-18:00 น. ✦ Brainwell Medical คลินิกเฉพาะทาง กรุงเทพกรี...
05/08/2026

รับสมัคร เคาน์เตอร์ & แอดมิน เพิ่ม

ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ เวลา 8:30-18:00 น.

✦ Brainwell Medical คลินิกเฉพาะทาง กรุงเทพกรีฑา 27 https://maps.app.goo.gl/V5wLK9cH3BXjHZ7RA

✦ สนใจร่วมงาน https://forms.gle/gSm37p4CchhWZvBn9

🟢 ค่าตอบแทน Full time หลังผ่านโปร 25,000-40,000+ บาท/เดือน

🟢 สวัสดิการ
- ค่าอาหารรายวัน
- ชุด uniform 3 ชุดหลังผ่านโปร
- ประกันสังคม
- โบนัสตามผลงาน ประเมินรายไตรมาส
- สิทธิ์กระตุ้นสมองด้วย TMS 40 ครั้งต่อปี ไม่มีค่าใช้จ่าย

🟢 คุณสมบัติ
- เพศหญิง ไม่จำกัดอายุ 50-60 ปีถ้ามีไฟ มีหัวใจก็ยินดี
- สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ทั้งฟัง พูด อ่านและเขียน
- พิมพ์สัมผัสได้ทั้งไทยและอังกฤษได้
- ถ้ามีประสบการณ์ด้านงานแอดมิน คอลเซ็นเตอร์ หรือระบบบริการลูกค้า ในคลินิกหรือโรงพยาบาล จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

🟢 จุดแข็งของเรา
- คุยกันด้วยเหตุผลเป็นหลัก professional, global citizen
- เน้นคุณภาพ วิชาการเข้มข้น จริงใจ ตรงไปตรงมา เคสไหนช่วยไม่ได้ก็แจ้งตรงๆ
- ไม่โฆษณาเกินจริง ไม่โกหกหลอกลวงคนไข้ เน้นการประชาสัมพันธ์สีขาว
- ไม่เน้นทำยอด เน้นช่วยคนไข้ให้เต็มที่ เราอยู่ได้เค้าอยู่ได้สังคมดีขึ้น
- Minimal, lean, digital organization ไม่มีของสิ้นเปลือง ไม่จำเป็น เพื่อลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายให้คนไข้มากที่สุด
- บรรยากาศร่มรื่น สงบสุข ต้นไม้เยอะ เพลงบรรเลงสบายๆ
- มีการสอนและถ่ายทอดความรู้โดยแพทย์เฉพาะทาง เน้นการใช้งานนวัตกรรมและร่วมพัฒนาองค์ความรู้กับทั้งโลก

ลูกหลานของท่าน กำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?5 สัญญาณ Checklist ง่ายๆ บอกอาการ “ออทิสติก” ที่สังเกตได้1. 👁️ ไม่สบ...
04/08/2026

ลูกหลานของท่าน กำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?
5 สัญญาณ Checklist ง่ายๆ บอกอาการ “ออทิสติก” ที่สังเกตได้

1. 👁️ ไม่สบตา ไม่มองหน้า ไม่ตอบสนองชื่อ
เรียกชื่อแล้วไม่หัน
เวลาพูดคุย ไม่ค่อยสบตา หรือสบตาแป๊บเดียวแล้วหลบ
2. 👈 ไม่ชี้บอกความต้องการ
อยากได้อะไร ไม่ชี้บอก ไม่ยิ้มตอบ
ไม่ค่อยส่งเสียงโต้ตอบเวลาเล่นด้วย
3. 🗣️ พูดช้า พูดภาษาตัวเอง หรือพูดซ้ำๆ
อายุ 1.5 - 2 ขวบแล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมาย
พูดเลียนแบบเสียงจากการ์ตูน แต่ไม่สามารถพูดสื่อสารตอบโต้ได้
4. 🚂 สนใจของบางอย่างเป็นพิเศษ แบบเดิมๆ
ชอบมองของที่หมุนๆ เช่น พัดลม, ล้อรถ
ชอบเอาของเล่นมา เรียงต่อกันเป็นแถวยาวๆ แทนที่จะเล่นตามฟังก์ชัน
5. 🔄 ทำพฤติกรรมซ้ำๆ สะบัดมือ หรือติด routine
ชอบสะบัดมือ เขย่งเท้า หมุนตัวไปมา
หงุดหงิดอาละวาดถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง หรือ ของวางผิดที่เดิม

💡 หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรพาบุตรหลานของท่านปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

หรือหากสนใจลงนัดหมายปรึกษาทางการแพทย์ เพื่อทำแบบประเมินเพิ่มเติม ติดต่อให้ Brainwell Medical ช่วยดูแลได้นะคะ 💚

ปรึกษาหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ทันที:
📍 สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
📍 สาขาพัทยา: 088-790-6088

22 กรกฎาคม วันสมองโลก 🧠⚡️ เช็กด่วน! คุณกำลังทำร้ายสมองโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า?เพราะ "สมอง" คือหัวใจสำคัญของทุกความรู้ส...
22/07/2026

22 กรกฎาคม วันสมองโลก 🧠

⚡️ เช็กด่วน! คุณกำลังทำร้ายสมองโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า?

เพราะ "สมอง" คือหัวใจสำคัญของทุกความรู้สึก วันนี้ Brainwell Medical ชวนทุกคนมา ‘ลด ละ เลิก’ 7 พฤติกรรมตัวร้าย ก่อนสมองจะพังโดยไม่รู้ตัว!

1️⃣ ลดอ้วน ควบคุมน้ำหนัก: รักษาน้ำหนักให้พอดี ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและโรคหลอดเลือดสมอง
2️⃣ เลิกเหล้าและบุหรี่: ปกป้องหลอดเลือดสมองให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า
3️⃣ งดเศร้างดเครียด: หากิจกรรมผ่อนคลายจิตใจ (หากมีอาการเศร้าดิ่งเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์)
4️⃣ เลี่ยงอุบัติเหตุทางสมอง: สวมหมวกกันน็อก/เข็มขัดนิรภัยเสมอ และระวังการเล่นกีฬาที่กระทบกระเทือนรุนแรง
5️⃣ นอนหลับให้ได้คุณภาพ: เข้านอนตรงเวลา รับแสงแดดตอนเช้า และงดหน้าจอก่อนนอน
6️⃣ ได้ยินให้ชัด: อย่าปล่อยให้หูตึง! ใช้เครื่องช่วยฟังเมื่อมีปัญหา เพื่อกระตุ้นการรับรู้และป้องกันภาวะสมองเสื่อม
7️⃣ ระวังการซื้อยาทานเอง: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาสม่ำเสมอ

💡 ถ้าพยายามดูแลตัวเองแล้ว... แต่ยังมีอาการเหล่านี้
• เครียดสะสม วิตกกังวล ซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทำ
• สมองล้า (Brain Fog) ความจำแย่ลง สมาธิสั้น
• สมองเสื่อม

อย่าปล่อยให้สัญญาณเตือนกลายเป็นปัญหาระยะยาว… ให้ Brainwell Medical ช่วยดูแลและฟื้นฟูสมองของคุณ 💙

📞 ปรึกษาหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ทันที:
📍 สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
📍 สาขาพัทยา: 088-790-6088

#วันสมองโลก #กระตุ้นสมอง #ฟื้นฟูสมอง #สมองเสื่อม #ซึมเศร้า #สมองล้า

17/07/2026

จากเด็กที่พ่อกลัวว่าจะสอบเข้า ม.1 ไม่ได้ เกรด 2.8 สู่เกรด 3.81 และลดยาลงได้ ภายใน 1 ปี

🍀 Case Report: กระตุ้นสมองในเด็กสมาธิสั้น (ADHD) ร่วมกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) โปรแกรม Brainwell LD

หมายเหตุ: ได้รับความยินยอมจากครอบครัวให้เผยแพร่เป็นกรณีศึกษาเรียบร้อยแล้ว, ข้อความเป็นความจริงทั้งหมด มีหลักฐานและพยานยืนยันชัดเจน

🍀 ประวัติ (History)
เด็กหญิงไทย มาพบครั้งแรกตอนเรียน ป.6 (อายุ 11 ปี 10 เดือน) ด้วยอาการขาดสมาธิ เหม่อลอย หลงลืมง่าย มีปัญหาการอ่านและการคำนวณ ร่วมกับอารมณ์แปรปรวน กระทบทั้งการเรียนและการเข้าสังคม ครอบครัวกังวลว่าจะสอบเข้าชั้นมัธยมไม่ได้

คลอดครบกำหนด (39 สัปดาห์) พัฒนาการวัยเด็กปกติ เดิมได้รับการวินิจฉัยจากกุมารแพทย์เปน ADHD (เด่นด้านขาดสมาธิ ร่วมกับลักษณะ LD) รักษาต่อเนื่องด้วยยา Ritalin (methylphenidate) 10 mg เช้า กลางวัน

ครอบครัวมีพื้นฐานทางวิชาการ (พ่อนักวิชาการสาธารณสุข แม่พยาบาล) ดูแลดีและมีวินัย ต้องการให้น้องเรียนได้เต็มศักยภาพ จึงมากระตุ้นสมองที่ Brainwell Medical

🍀 ผลตรวจก่อนรักษา (Baseline Brainwell NeuroScan / qEEG) เทียบค่าเฉลี่ยเด็กวัยเดียวกัน (normative database) พบ
- วงจรด้านการเรียนรู้ ต่ำกว่าเกณฑ์ชัดเจน (-2SD)
- วงจรด้านการยับยั้งชั่งใจ ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างยิ่ง (-3SD)
- วงจรความเครียด/วิตกกังวล สูงกว่าเกณฑ์อย่างยิ่ง (+3SD) เกรดเฉลี่ยก่อนรักษา (GPA) 2.8 (ไม่ได้ทำ IQ/WISC)

🍀 การรักษา (Treatment)
กระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell LD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของสมอง (การอ่าน คำนวณ การเขียน ความจำ) ลดความไวต่อสิ่งเร้า และปรับอารมณ์ให้คงที่ ความถี่ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่อง 1 ปี โดยยังดูแลร่วมกับกุมารแพทย์เดิม

🍀 ผลการรักษา (Clinical Outcomes) กระตุ้นครบ 3 เดือนแรก: สอบเข้า ม.1 ได้ (ลำดับที่ 27) แก้จุดที่ครอบครัวกังวล ติดตามครบ 1 ปี (ปัจจุบัน ม.2 อายุ 14 ปี):
- การเรียน: GPA เพิ่มจาก 2.8 เป็น 3.81 รับผิดชอบงานได้ดีขึ้น
- สมาธิ: นิ่งขึ้น จดจ่อได้นานขึ้น เขียนผิดลดลง
- อารมณ์: ควบคุมตนเองได้ดีขึ้น
- สังคม: เล่าเรื่องเก่งขึ้น ร่าเริงและเข้ากับเพื่อนได้ดีขึ้น
- การใช้ยา: ลดยากระตุ้นลงได้ครึ่งหนึ่ง จากเช้า กลางวัน เหลือมื้อเช้ามื้อเดียว - โดยอาการภาพรวมยังดีขึ้น

🍀 วิจารณ์ (Discussion)
- LD/ADHD คือปัญหาที่ "วงจรสมอง" ไม่ใช่ความขี้เกียจ มีหลักฐานภาพสมองชัดว่าสมองส่วนประมวลผลการอ่าน–ภาษา โดยเฉพาะสมองกลีบขมับ–ข้างขม่อมซ้าย (left temporo-parietal cortex) ที่แปลงตัวอักษรเป็นเสียง มักทำงานน้อยเกินไป (hypoactive) ขณะที่วงจรอารมณ์กลับไวเกิน เด็กจึงจดจ่อยากและหงุดหงิดง่าย ไม่ใช่แกล้งหรือดื้อ แต่มีปัญหาที่ "hardware" ของสมองจริง

- งานวิจัยล่าสุดยืนยัน: กระตุ้นสมองช่วยได้จริง แต่ต้องกระตุ้นถูกจุด การทดลองปี 2025 พบว่าการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็ก (TMS) ไปยัง left temporo-parietal cortex ในผู้มีภาวะอ่านลำบาก (dyslexia) ช่วยให้อ่านคำที่ไม่คุ้นเคยได้ดีขึ้น และภาพสมองแสดงว่าเครือข่ายการอ่าน (reading network) เชื่อมต่อกันดีขึ้น - ดีขึ้นจริงเชิงกลไก ไม่ใช่แค่คะแนน (Turker et al., 2025) ฝั่ง ADHD บทวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ปี 2025 รวม 33 การทดลองแบบสุ่ม (ผู้ป่วยกว่า 1,000 คน) สรุปว่า rTMS ลดอาการขาดสมาธิและอยู่ไม่นิ่งได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลขึ้นกับตำแหน่งที่กระตุ้นเป็นสำคัญ และอาจเป็นทางเลือกที่มีคุณค่าในผู้ที่ตอบสนองต่อยาไม่ดี (Chen et al., 2025)

- ทำไม TMS ทั่วไปมักได้ผลน้อย และ Brainwell ต่างตรงไหน งานวิจัย TMS จำนวนมากใช้สูตรสำเร็จเดียวกันทุกคน (one-size-fits-all) กระตุ้นตำแหน่งเดียว ความถี่ (Hz) เดียว จำนวนจุดน้อย โดยไม่ดูว่าสมองเด็กแต่ละคนพร่องตรงไหน ผลจึงไม่คงที่ และที่สำคัญ meta-analysis เดียวกันยัง "ไม่พบความสัมพันธ์แบบ dose-response" ในผู้ป่วย ADHD (Chen et al., 2025) แปลว่า "กระตุ้นเยอะขึ้น" ไม่ได้แปลว่า "ดีขึ้น" ถ้าไม่ตรงกับปัญหาของสมองคนนั้น และทบทวนงานวิจัยแบบสุ่มในภาวะ dyslexia ปี 2025 ก็ชี้ทางเดียวกันว่า ได้ผลดีที่สุดเมื่อเลือกตำแหน่งให้ตรงกับวงจรที่บกพร่อง และทำควบคู่กับการฝึกอ่าน (Naghavi et al., 2025) นี่คือเหตุผลที่โปรแกรม Brainwell LD ไม่ใช้สูตรสำเร็จ แต่เริ่มจากตรวจคลื่นสมอง (Brainwell NeuroScan) หาว่าวงจรไหนพร่อง วงจรไหนไวเกิน แล้วจึงออกแบบตำแหน่ง–ความถี่–จำนวนจุดเฉพาะบุคคล (personalized protocol) ใช้ biomarker นำทางแทนการเดา

- จุดที่น่าสนใจ: ดีขึ้น "ทั้งที่ลดยา" ไม่ใช่เพิ่มยา ปกติเมื่ออาการดีขึ้นเรามักคิดว่าเป็นผลจากยา แต่เคสนี้ดีขึ้นในขณะที่ลดยาลง ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กที่มากระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell LD คือหลายรายค่อยๆ ลดยาลงได้ ช่วยลดผลข้างเคียง (เช่น เบื่ออาหาร นอนหลับยาก) คำอธิบายเชิงกลไกที่เป็นไปได้ (proposed mechanism) คือ การกระตุ้นต่อเนื่องช่วยให้วงจรประสาททำงานมีประสิทธิภาพขึ้นผ่าน "ความยืดหยุ่นของสมอง" (neuroplasticity) เช่น เสริมความแข็งแรงของจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท (synaptic strengthening) และปรับความไวของตัวรับสัญญาณ (receptor sensitivity) เมื่อวงจรพื้นฐานทำงานดีขึ้น สมองจึงพึ่งพายาน้อยลง - แต่ย้ำว่านี่ยังเป็นสมมติฐานตามหลักการทั่วไป ยังไม่ได้พิสูจน์โดยตรงในเคสนี้

🍀 สรุปประเด็นเชิงคลินิก: ยา ช่วยที่ระดับสารเคมี (neurotransmitter); การกระตุ้นสมอง ช่วยปรับการทำงานของวงจรและเครือข่ายประสาท - ทำงานคนละระดับ จึงเสริมกันได้ การดูแลที่ได้ผลต้องอาศัยหลายส่วนร่วมกัน (multimodal) ทั้งยา การฝึกทักษะ วินัยของครอบครัว และการให้พื้นที่เติบโตควบคู่กับกติกาที่ชัดเจน การกระตุ้นสมองไม่ใช่ plug-and-play ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะมีผลต่อยาทุกตัวที่ผ่านสมอง จึงต้องดูแลร่วมกับแพทย์ผู้ดูแลเดิม

🍀 ข้อจำกัด (Limitations)
- เป็นรายงานผู้ป่วยรายเดียว (single case report) ไม่มีกลุ่มควบคุม
- มีปัจจัยร่วมหลายอย่าง (confounders) ทั้งยาเดิม การเรียนพิเศษ การเตรียมสอบ การสนับสนุนของครอบครัว และพัฒนาการตามวัย (maturation) จึงแยกได้ยากว่าส่วนใดมาจากการกระตุ้นสมองล้วนๆ
- การประเมินบางส่วนเป็นเชิงคุณภาพ ยังไม่ได้ใช้แบบประเมินมาตรฐาน (เช่น SNAP-IV) หรือ IQ/WISC วัดซ้ำก่อน–หลัง
- งานวิจัยที่อ้างอิงส่วนใหญ่ทำในผู้ใหญ่/วัยรุ่นโต และหลายชิ้นเป็น tDCS ไม่ใช่ TMS โดยตรง การนำมาใช้กับเด็กจึงต้องระวัง
- ยังไม่มี RCT พิสูจน์โดยตรงว่า การกระตุ้นที่นำทางด้วยคลื่นสมอง (qEEG-guided) เหนือกว่าการกระตุ้นทั่วไป แนวคิดนี้เป็นหลักการที่สมเหตุสมผล (rationale) แต่ต้องพิสูจน์ต่อไป
- กลไกการลดยายังเป็นสมมติฐาน อาจมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน การอธิบายระดับ synapse/receptor เป็นการตีความตามหลักการ ไม่ได้วัดโดยตรงในเคสนี้

🍀 บทสรุป (Conclusion) เคสนี้แสดงให้เห็นว่า เด็ก ADHD ร่วมกับ LD รายหนึ่ง ดีขึ้นหลายด้าน
- สอบเข้า ม.1 ได้ เกรดขึ้นจาก 2.8 เป็น 3.81 อารมณ์และการเข้าสังคมดีขึ้น และลดยาลงได้
- ภายหลังได้รับการดูแลแบบองค์รวมที่มีโปรแกรม Brainwell LD เป็นส่วนหนึ่ง ควบคู่กับการรักษาเดิมและการสนับสนุนของครอบครัว ADHD และ LD ไม่ใช่ปัญหาถาวร และไม่ใช่เรื่องความขี้เกียจ แต่เป็นภาวะที่วงจรสมองทำงานผิดแนว ซึ่งแก้ไขและฟื้นฟูได้หากเข้าใจและดูแลตรงจุด

เราหวังว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการศึกษาที่เป็นระบบมากขึ้น (เช่น การวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุม) เพื่อยืนยันและต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อเด็กไทยในวงกว้างต่อไป ยินดีต้อนรับนักวิจัยที่สนใจร่วมศึกษาครับ

🍀 เอกสารอ้างอิง (References)
Turker S, et al. Neurostimulation improves reading and alters communication within reading networks in dyslexia. Ann N Y Acad Sci. 2025. https://doi.org/10.1111/nyas.15291
Chen Q, et al. Noninvasive Brain Stimulation in ADHD: A Systematic Review and Meta-Analysis of Treatment Efficacy and Targeting Strategies. J Am Acad Child Adolesc Psychiatry. 2025. https://doi.org/10.1016/j.jaac.2025.07.009
Naghavi A, et al. Non-Invasive Brain Stimulation Techniques on Developmental Dyslexia: A Systematic Review of RCTs. Iran J Psychiatry. 2025. https://doi.org/10.18502/ijps.v20i2.18203

#เรียนรู้ช้า #ออทิสติก

ที่อยู่

12, 27 Krungthep Kreetha Road, Tabchang, Saphan Sung
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 18:00
อาทิตย์ 08:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Brainwell Medical : Precise Brain Stimulationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์