Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation

เส้นทาง เว็บไซต์

Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation, การแพทย์และสุขภาพ, 12, 27 Krungthep Kreetha Road, Tabchang, Saphan Sung, Bangkok

Brainwell Medical
Precise Brain Stimulation
www.BrainwellMedical.com
ประสบการณ์การกระตุ้นสมองตั้งแต่ปี 2011
TPS, TMS
Bangkok 098-793-9203
Line OA: https://lin.ee/w5gJMPh
Pattaya 088-790-6088
Line OA: https://lin.ee/8XzFWfC

21 กันยายน วันอัลไซเมอร์โลกอัลไซเมอร์ คือภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องชรา แต่เกิดจากเซลล์สมองเสื่อมลงเรื...
21/09/2026

21 กันยายน วันอัลไซเมอร์โลก

อัลไซเมอร์ คือภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องชรา แต่เกิดจากเซลล์สมองเสื่อมลงเรื่อยๆ หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั้งหมด

ปีนี้ข้อความสำคัญ: รู้เร็ว เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
ตรวจพบเร็ว = คุมได้ ดูแลได้ มีทางออก

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
ลืมบ่อย ทำงานเดิมไม่ได้ พูดจาไม่คล่อง ถอยห่างจากคนอื่น

ที่ Brainwell ประเมินสมองอย่างเข้าใจ ไม่ทำให้เสียความรู้สึก เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้องที่สุด

#วันอัลไซเมอร์โลก #สมองเสื่อม #ตรวจความจำ #สุขภาพสมอง #คลินิกพัฒนาสมอง #ดูแลคนที่รัก #ไม่ทิ้งกัน

📲 สอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายปรึกษาแพทย์:
📍 สาขาพัทยา: 088-790-6088
📍 สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
💬 หรือทัก inbox page ได้เลยค่ะ

EP 2. จากการกระตุ้นสมองสู่การใช้ชีวิต Brainwell Stim (TMS)  และกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ต่อจากโพสต์ก่อนหน้าที่เราเ...
14/09/2026

EP 2. จากการกระตุ้นสมองสู่การใช้ชีวิต Brainwell Stim (TMS) และกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
ต่อจากโพสต์ก่อนหน้าที่เราเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์กันแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือ "เราจะช่วยฟื้นฟูและคงความสามารถในการใช้ชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้อย่างไร?"

วันนี้ Brainwell Medical ขอพามาเจาะลึก 2 ตัวช่วยสำคัญที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

กลไก Brainwell Stim (TMS) ต่อสมองในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
1.Brainwell Stim (TMS) กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท
Brainwell Stim (TMS) ใช้ขดลวดสร้าง สนามแม่เหล็ก ผ่านกะโหลกศีรษะเข้าสู่สมอง โดยสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในเนื้อสมองและปรับความไวในการทำงานของวงจรประสาท
เมื่อเลือกตำแหน่งและรูปแบบการกระตุ้นที่เหมาะสม Brainwell Stim (TMS) จึงสามารถ เพิ่มหรือลด excitability ของ neural circuits ได้ ขึ้นอยู่กับ protocol ที่ใช้

2.ส่งผลต่อ “เครือข่ายสมอง” มากกว่าจุดที่กระตุ้นเพียงจุดเดียว
อัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดความผิดปกติเฉพาะบริเวณเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของ brain networks หลายเครือข่าย
ตัวอย่างเช่น
Hippocampus → การสร้างและเรียกคืนความทรงจำ
Prefrontal cortex → การวางแผน สมาธิ และการคิด
Temporoparietal regions → ความจำ ภาษา และการประมวลผลข้อมูล
Default Mode Network (DMN) → เกี่ยวข้องกับความจำและกระบวนการคิดภายใน
Brainwell Stim (TMS) ที่กระตุ้นบริเวณหนึ่งจึงอาจส่งผลต่อบริเวณอื่นผ่าน การเชื่อมต่อของเครือข่ายประสาท (network connectivity)

3.กระตุ้น Neuroplasticity
หนึ่งในกลไกที่ได้รับความสนใจมากคือ neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อและการทำงานของเซลล์ประสาท
Brainwell Stim (TMS) ส่งผลต่อกลไกที่เกี่ยวข้องกับ synaptic plasticity เช่น LTP/LTD และการปรับความแข็งแรงของการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท
พูดง่าย ๆ คือ
Brainwell Stim (TMS) → กระตุ้นวงจรประสาท → ปรับ synaptic plasticity → ส่งเสริมการทำงานของ neural networks
แต่ควรใช้คำว่า “อาจส่งเสริม/มีส่วนช่วย” มากกว่าการกล่าวว่า Brainwell Stim (TMS) สามารถสร้างเซลล์สมองใหม่โดยตรง

4.ช่วยปรับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับความจำ
งานวิจัย Brainwell Stim (TMS) ใน Alzheimer's disease ให้ความสนใจกับบริเวณที่เชื่อมโยงกับ memory network และ cognitive networks
แนวคิดสำคัญคือการกระตุ้นบริเวณ cortical node ที่เชื่อมต่อกับบริเวณความจำ อาจช่วยปรับการทำงานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้
ดังนั้น Brainwell Stim (TMS) จึงไม่ได้หมายความว่า
“ยิงสนามแม่เหล็กเข้าไปที่ hippocampus แล้วทำให้ hippocampus หายฝ่อ”
แต่เป็นแนวคิดว่า
กระตุ้นบริเวณที่เข้าถึงได้ → ส่งผลต่อวงจรและเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน → ปรับการทำงานของระบบที่เกี่ยวข้องกับการรู้คิดและความจำ

5.ส่งผลต่อสมดุลของสารสื่อประสาท
Brainwell Stim (TMS) สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของวงจรประสาทที่ใช้สารสื่อประสาทหลายระบบ เช่น glutamate และ GABA รวมถึงระบบ dopaminergic และ cholinergic ในบางบริบท
ในอัลไซเมอร์มีความผิดปกติของระบบสารสื่อประสาทหลายชนิด โดยเฉพาะ cholinergic system
อย่างไรก็ตาม หลักฐานในส่วนนี้ยังมีความซับซ้อน และไม่ควรสรุปว่า Brainwell Stim (TMS) “เพิ่ม acetylcholine” โดยตรงในผู้ป่วยทุกราย

6.มีผลต่อการไหลเวียนเลือดและการทำงานของสมอง
การกระตุ้นด้วย Brainwell Stim (TMS) สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ cerebral blood flow และ neurovascular coupling ในบริเวณที่เกี่ยวข้องได้
จึงมีการศึกษาว่า Brainwell Stim (TMS) อาจช่วยปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของ neural networks แต่กลไกนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

🧠 สรุปกลไกแบบเข้าใจง่าย
Brainwell Stim (TMS)
⬇️
สนามแม่เหล็กกระตุ้นวงจรประสาท
⬇️
ปรับ Excitability ของเซลล์ประสาท
⬇️
ปรับ Synaptic Plasticity
⬇️
ส่งผลต่อการเชื่อมต่อของ Brain Networks
⬇️
ปรับการทำงานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรู้คิด
⬇️
🧠 อาจช่วยสนับสนุนการทำงานด้านความจำและการรู้คิดในผู้ป่วยบางราย

Brainwell Stim (TMS) ไม่ได้มุ่งรักษาอัลไซเมอร์ด้วยการกำจัดโปรตีนโดยตรง แต่เป็นการ neuromodulation ที่อาจช่วยปรับการทำงานของเซลล์ประสาทและเครือข่ายสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรู้คิด ผ่านกลไกด้าน neural excitability, synaptic plasticity และ network connectivity”

การฟื้นฟูสมองด้วย Brainwell Stim (TMS) ในโรคอัลไซเมอร์ ผลลัพธ์ขึ้นกับตำแหน่งกระตุ้น รูปแบบ/ความถี่ของ Brainwell Stim (TMS) ระยะของโรค และลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

แล้ว “กิจกรรมบำบัด” ช่วยอย่างไร?
🧩 กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) ตัวช่วยฝึกทักษะการใช้ชีวิต มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมที่มีความหมายและจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น:ฝึกทักษะชีวิต: เช่น การเลือกเสื้อผ้าและฝึกแต่งทีละขั้นตอน หรือการทำอาหารง่าย ๆ ร่วมกับผู้ดูแล
ฝึกกระตุ้นการรู้คิด: เช่น จับคู่ภาพ เล่นเกมหมวดหมู่ หรือใช้ปฏิทินเตือนความจำประจำวัน
ปรับบ้านให้ปลอดภัย: ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ และให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ผู้ดูแล

💡 เมื่อ “การกระตุ้นสมอง Brainwell Stim (TMS) ” มาพบกับ “การฝึกใช้ชีวิต”
แนวคิดสำคัญของการฟื้นฟูคือ ไม่ควรมองสมองและการใช้ชีวิตแยกออกจากกัน
การประเมินและการดูแลควรพิจารณาเป็นรายบุคคลว่า
ผู้ป่วยมีความสามารถอะไรเหลืออยู่ → มีข้อจำกัดอะไร → ต้องการกลับไปทำกิจกรรมใด → และควรได้รับการช่วยเหลือหรือปรับสภาพแวดล้อมอย่างไร
ดังนั้น หากมีการพิจารณา Brainwell Stim (TMS) ในผู้ป่วยบางราย ควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสม และอาจพิจารณาการฟื้นฟูด้านกิจวัตรและการทำงานร่วมด้วยตามความต้องการของแต่ละบุคคล

🌱 เป้าหมายสูงสุดของการดูแลไม่ใช่แค่ “จำได้มากขึ้น” แต่คือการช่วยให้ผู้ป่วยใช้ความสามารถที่ยังมีอยู่ เพื่อ ดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีความหมาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ค่ะ 😊

📌 สรุปสั้น ๆ จำง่าย:
Brainwell Stim (TMS) = กระตุ้นการทำงานของสมอง
กิจกรรมบำบัด = พาความสามารถนั้นกลับมาสู่การใช้ชีวิตจริง
เป้าหมายร่วมกัน = คุณภาพชีวิตที่ดีและความเป็นอิสระของผู้ป่วยค่ะ

💙 เพราะทุกช่วงเวลาของคุณและคนที่คุณรักมีความหมาย...ให้ Brainwell Medical เราได้ช่วยดูแลและคงรอยยิ้มแห่งความสุขไปด้วยกันนะคะ
📞 นัดหมายประเมินล่วงหน้า / สอบถามข้อมูล:
สาขาพัทยา: 088-790-6088
สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
Inbox: ทักข้อความเพจเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ
#อัลไซเมอร์ #ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ #กิจกรรมบำบัด #สุขภาพสมอง #ผู้สูงอายุ

13/09/2026

ถ้าลูกดีขึ้นวันละ 1% คุณคิดว่าคุ้มไหม?

"ความคุ้มค่า" ของการรักษา...อาจไม่ได้วัดจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายไป

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ของ "น้องเจ้าสัว"
ความคุ้มค่า คือ วันที่ลูกสื่อสารได้ดีขึ้น
เรียนรู้ได้มากขึ้น และช่วยเหลือตัวเองได้

ชมเรื่องราวของ "น้องเจ้าสัว" ต่อเนื่อง แล้วคุณอาจพบคำตอบว่า...
การลงทุนเพื่อพัฒนาการลูกในวันนี้ คุ้มค่าแค่ไหน

ปรึกษาทีมแพทย์ Brainwell Medical เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับลูกของคุณ

#ออทิสติก

10/09/2026

“ผมยอมเสี่ยงดวง พาลูกมารักษาที่นี่”

เป็นประโยคที่คุณพ่อพูดกับเราในวันแรก

น้องเป็นเด็กพิเศษ เคยทำ TMS มาก่อน หลังทำอาละวาดมากขึ้น มีช่วงเอาหัวชนกำแพง จนต้องหยุด TMS

ต่อมาครอบครัวมาปรึกษาที่ Brainwell

หลังดูแลมา 5 เดือน คุณพ่อบอกว่า น้องอารมณ์สงบขึ้น เรียนรู้ได้ดีขึ้น และเริ่มออกเสียงมากขึ้น

“TMS เหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าการรักษาเหมือนกัน”

ผลของ TMS ขึ้นกับหลายปัจจัย
- ทั้งหัวกระตุ้น
- ตำแหน่ง
- ความถี่
- ความแรง
- รูปแบบการกระตุ้น
- และที่สำคัญคือการประเมินและปรับแผนตามเด็กแต่ละคน

เพราะ “สมองเด็กไม่ใช่สมองผู้ใหญ่ย่อส่วน”

สมองเด็กยังพัฒนาและมี neuroplasticity สูง การนำ protocol ของผู้ใหญ่มาใช้ตรงๆ จึงไม่เหมาะเสมอไป

ถ้าหลังกระตุ้นเด็กมี irritability, restlessness หรือพฤติกรรมเปลี่ยนชัดเจน สิ่งสำคัญคือหยุด ประเมินใหม่ และทบทวนว่าเกิดจากอะไร ไม่ใช่ทำ protocol เดิมต่อไป

งานวิจัยปี 2026 น่าสนใจ

RCT ใน The BMJ พบว่า cTBS อาจช่วย social communication ในเด็ก ASD ได้ ขณะที่ meta-analysis รวม 53 RCTs พบว่ามีประโยชน์เช่นกัน แต่คุณภาพหลักฐานโดยรวมยังอยู่ระดับ low ถึง very low

แปลตรงๆ คือ TMS ในเด็กออทิสติก “มีศักยภาพ” แต่ยังไม่ใช่การรักษาที่รับประกันผลได้

สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่า TMS คือ

ใครประเมิน ?
ทำกับใคร ?
กระตุ้นตรงไหนและอย่างไร ?
ติดตามผลอย่างไร ?
และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรปรับหรือหยุด ?

สำหรับเรา ความรับผิดชอบของแพทย์ไม่ใช่การบอกว่าการรักษาของตัวเองดีที่สุด

แต่คือการรู้ว่า เมื่อไหร่ควรทำ เมื่อไหร่ควรปรับ และเมื่อไหร่ควรหยุด

หมายเหตุ: ครอบครัวอนุญาตให้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแล้ว ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่สามารถรับประกันผลการรักษาได้

#ออทิสติก

EP 1. เมื่อความจำเปลี่ยนไป…สมองกำลังเกิดอะไรขึ้น?โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้กระทบแค่เรื่อง “ความจำ” แต่ยังทำให้การแต่งตัว การกิน...
09/09/2026

EP 1. เมื่อความจำเปลี่ยนไป…สมองกำลังเกิดอะไรขึ้น?

โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้กระทบแค่เรื่อง “ความจำ” แต่ยังทำให้การแต่งตัว การกินอาหาร หรือการทำกิจวัตรประจำวันยากขึ้น เป้าหมายสำคัญในการดูแลจึงไม่ใช่แค่การทำให้ความจำดีขึ้น แต่คือ "การคงความสามารถในการใช้ชีวิตและความเป็นอิสระ" ให้ได้นานที่สุดค่ะ 💙

🧠 สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสมอง
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease; AD) เป็นโรคทางระบบประสาทที่มีการเสื่อมของเซลล์ประสาทอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลต่อความจำ การคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุ “สาเหตุเดียว” ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดอัลไซเมอร์ได้ แต่เชื่อว่าเกิดจาก หลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ อายุ พันธุกรรม สุขภาพหลอดเลือด เมตาบอลิซึม วิถีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของสมอง

1. 🧬 อายุที่เพิ่มขึ้น
อายุเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของอัลไซเมอร์ โดยเมื่ออายุมากขึ้น สมองจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น การฝ่อของบางบริเวณ การอักเสบ ความผิดปกติของหลอดเลือด การทำงานของไมโทคอนเดรียลดลง และความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ลดลง ซึ่งอาจเพิ่มความเปราะบางต่อกระบวนการเสื่อมของสมอง

2. 🧬 พันธุกรรม
พันธุกรรมมีทั้งส่วนที่ เพิ่มความเสี่ยง และส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์ชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง
ยีน APOE ε4 เป็นปัจจัยทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์ แต่ ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มียีนนี้จะต้องเป็นอัลไซเมอร์ทุกคน
สำหรับอัลไซเมอร์ชนิดเริ่มเร็วที่ถ่ายทอดในครอบครัว พบความผิดปกติของยีน เช่น APP, PSEN1 และ PSEN2 ซึ่งพบได้น้อยกว่ามาก

3. 🩸 สุขภาพหลอดเลือดและเมตาบอลิซึม
ปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน
โรคอ้วน
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหลอดเลือดสมอง
การสูบบุหรี่
การไม่ค่อยออกกำลังกาย
มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเสื่อมทางความคิดและอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะเมื่อมีความผิดปกติของหลอดเลือดร่วมด้วย

🔬 แล้ว “เกิดอะไรขึ้นในสมอง” ของคนที่เป็นอัลไซเมอร์?
กระบวนการของโรคสามารถเกิดขึ้น หลายปีก่อนที่อาการความจำจะปรากฏชัดเจน และไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ความจำเสื่อม” เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพหลายระบบในสมอง

1. 🧩 Amyloid-beta สะสม
หนึ่งในลักษณะสำคัญของอัลไซเมอร์คือการสะสมของโปรตีน amyloid-beta (Aβ) ภายนอกเซลล์ประสาท จนเกิดเป็น amyloid plaques
การสะสมของ Aβ เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท และเป็นหนึ่งในกระบวนการทางชีวภาพสำคัญของโรค

2. 🧶 Tau protein ผิดปกติ
ภายในเซลล์ประสาทมีโปรตีน tau ซึ่งตามปกติช่วยพยุงโครงสร้างของ microtubules ที่ทำหน้าที่เหมือน “รางลำเลียง” ภายในเซลล์ ในอัลไซเมอร์ tau เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและรวมตัวกันเป็น neurofibrillary tangles สิ่งนี้รบกวนระบบลำเลียงภายในเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติและในที่สุดอาจตายลง

3. 🔥 Neuroinflammation การอักเสบในสมอง
เซลล์ภูมิคุ้มกันในสมอง โดยเฉพาะ microglia มีบทบาทในการกำจัดสิ่งผิดปกติและดูแลสภาพแวดล้อมของเซลล์ประสาท ในอัลไซเมอร์ microglia และเซลล์อื่น ๆ อาจเกิดการตอบสนองต่อ amyloid และ tau อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระบวนการ neuroinflammation ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการดำเนินของโรค
จุดสำคัญคือ การอักเสบในสมองไม่ได้เป็นเพียง “สาเหตุเดียว” ของอัลไซเมอร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกระบวนการทางชีวภาพที่ซับซ้อน

4. 🔌 การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทลดลง
เมื่อเซลล์ประสาทได้รับความเสียหาย การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทหรือ synapses และการทำงานของเครือข่ายประสาทจะค่อย ๆ ผิดปกติ จึงเกิดผลกระทบต่อความสามารถต่าง ๆ เช่น
ความจำ → การเรียนรู้ → ภาษา → การคิดวิเคราะห์ → การวางแผน → การทำกิจวัตรประจำวัน
NIA ระบุว่าในอัลไซเมอร์ เซลล์ประสาทที่เคยทำงานปกติจะสูญเสียการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ทำงานผิดปกติ และในที่สุดตายลง

5. 🧠 สมองฝ่อ (Brain atrophy)
ความเสียหายของเซลล์ประสาทที่สะสมต่อเนื่องนำไปสู่ brain atrophy หรือการสูญเสียปริมาตรของเนื้อสมองระยะแรก ๆ ความเสียหายมักพบเด่นในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและจัดเก็บความทรงจำ เช่น
Hippocampus
Entorhinal cortex
เมื่อโรคดำเนินต่อไป ความเสียหายจะขยายไปยังบริเวณอื่น ๆ ของสมองมากขึ้น

🧠 สรุปกระบวนการแบบเข้าใจง่าย
ปัจจัยเสี่ยง + ความเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของสมอง
⬇️
Amyloid-beta สะสม
⬇️
Tau ผิดปกติและเกิด tangles
⬇️
การอักเสบและความผิดปกติของเซลล์สมอง
⬇️
การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทลดลง
⬇️
เซลล์ประสาทเสียหน้าที่และตาย
⬇️
สมองบางบริเวณฝ่อ
⬇️
ความจำและการทำงานด้านการคิดลดลง
⬇️
ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ ไม่ใช่เส้นตรงแบบเหตุ → ผลเพียงชุดเดียว ปัจจุบันนักวิจัยมองว่า amyloid, tau, neuroinflammation, ความผิดปกติของหลอดเลือด และปัจจัยอื่น ๆ มีปฏิสัมพันธ์กัน และอาจมีโรคทางสมองอื่นเกิดร่วมกับอัลไซเมอร์ได้ด้วย

📌 ข้อมูลทางวิชาการที่สำคัญ
ปัจจุบันแนวคิดทางการแแพทย์สมัยใหม่ไม่ได้มองอัลไซเมอร์เพียงว่าเป็น “ภาวะความจำเสื่อม” แต่เป็น โรคทางชีวภาพของสมอง (biological disease process) ที่สามารถเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในสมองก่อนเกิดอาการทางคลินิกเป็นเวลานาน เกณฑ์ปี 2024 ของ Alzheimer’s Association ให้ความสำคัญกับ biomarkers เช่น amyloid และ phosphorylated tau ในการระบุพยาธิสภาพของโรค และมีการนำ biomarkers จากเลือด เช่น p-tau217 เข้ามาอยู่ในแนวทางการประเมินด้วย
หมายเหตุ: การมี amyloid หรือ biomarker ผิดปกติไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะมีอาการสมองเสื่อมรุนแรงแล้ว และการตรวจ biomarker ควรตีความโดยบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกับอาการและข้อมูลทางคลินิก

เมื่อเรารู้จักกลไกที่เกิดขึ้นในสมองแล้ว ในตอนถัดไปเราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกแนวทางการดูแลที่ช่วยคงความสามารถในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างการกระตุ้นสมองด้วย Brainwell Program และกิจกรรมบำบัด ร่วมติดตามสาระความรู้เชิงลึกได้ใน EP.2 ค่ะ 💙

06/09/2026

จากวัยรุ่นที่ต้องเพิ่มยาซึมเศร้าทุกครั้งที่พบแพทย์ จนแม่ท้อ → วันนี้ลูกบอกว่า "อย่ายอมแพ้" และอดทนถึงวันที่ลดยาได้ ภายใน 9 เดือน

◼️Case Study:
การกระตุ้นสมองในวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า ทำร้ายตนเอง วิตกกังวล อารมณ์รุนแรง ด้วยโปรแกรม Brainwell Depression & Anxiety พร้อมติดตามอาการด้วยการตรวจคลื่นสมองเชิงปริมาณ (qEEG, connectivity) อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ: ได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยและครอบครัวให้เผยแพร่เป็นกรณีศึกษาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลทั้งหมดมีเอกสารและผลตรวจยืนยัน ปกปิดข้อมูลระบุตัวตนทั้งหมด

◼️ ประวัติ (History)

ชายไทย อายุ 19 ปี มาพบ Brainwell Medical ด้วยปัญหาหลัก 3 ด้าน
1. อารมณ์: หงุดหงิดรุนแรง ควบคุมไม่ได้ ทำลายข้าวของ และทำร้ายตนเอง (self-injurious behavior)
2. ภาวะซึมเศร้า: แรงจูงใจในการใช้ชีวิตลดลง
3. วิตกกังวล: แพนิก (panic attack) ร่วมกับอาการคิดวน

เดิมได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะซึมเศร้า (major depressive disorder) และดูแลรักษาด้วยยาต่อเนื่องโดยจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

◼️ข้อมูลก่อนมากระตุ้นสมอง

▪️ยาที่ใช้

1. Paliperidone (9 mg) 1 เม็ด เช้า
2. Vortioxetine (10 mg) 1 เม็ด เช้า
3. Escitalopram (10 mg) 1 เม็ด เช้า-เย็น
4. Lorazepam (0.5mg) 1 เม็ด ก่อนนอน, เวลาเครียด

▪️คะแนนแบบประเมิน
- ซึมเศร้า (HAM-D) 13 คะแนน
- วิตกกังวล (GAD-7) 8 คะแนน
- ย้ำคิดย้ำทำ (Y-BOCS) 12 คะแนน

▪️ผลตรวจคลื่นสมอง (Baseline Brainwell NeuroScan / qEEG - 30 ก.ย. 2025)
เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลค่าเฉลี่ยคนวัยเดียวกัน (normative database) พบว่า

1- คลื่นสมอง Delta น้อยกว่าคนวัยเดียวกันราว 99.9% (-3 SD) ทั้งศีรษะ ทำให้สมองมีความยับยั้งชั่งใจต่ำ
2- คลื่นสมอง High Beta มากกว่าเกณฑ์ (+3 SD) ตรงกับอาการแพนิก คิดวน และคุมอารมณ์ไม่ได้
3- วงจรเชื่อมโยงสมองส่วนหน้า (frontal connectivity) มีความยุ่งเหยิง ทำงานเร็วเกินไป

🧠 ภาพรวม = ภาวะตื่นตัวเกิน (hyperarousal) ที่ระบบยับยั้งตามไม่ทัน

จุดที่ครอบครัวกังวล คือช่วงแรกอาการดีขึ้นชัดเจน แต่เมื่อรักษาไปสักระยะกลับต้องปรับเพิ่มขนาดและจำนวนยาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อคุมอาการเดิม คุณแม่จึงมองหาแนวทางเสริมที่ทำงานคนละกลไกกับยา

◼️ การกระตุ้นสมอง (Intervention)

กระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell Depression & Anxiety
- ความถี่: สัปดาห์ละสองครั้ง ต่อเนื่อง 9 เดือน
- ตำแหน่ง: สมองส่วนหน้า, ก้านสมอง และจุดเชื่อมโยงตรงกลาง
- การกระตุ้น: ใช้ความถี่จำเพาะที่ออกแบบสำหรับเคสนี้โดยตรงและเป็นหัวกระตุ้น (coil) ที่ลงลึกกว่าปกติ

โดยยังอยู่ในการดูแลของจิตแพทย์ตลอดการกระตุ้นสมอง

◼️ ผลลัพธ์ (Clinical Outcomes)

อารมณ์รุนแรง การทำลายข้าวของ และพฤติกรรมทำร้ายตนเองลดลงชัดเจน ควบคุมตนเองได้ดีขึ้น และอาการแพนิกลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

สามารถลดยาคลายกังวลกลุ่ม benzodiazepine ได้ (การปรับยาอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างละเอียด)

▪️ผลตรวจคลื่นสมองซ้ำ (26 ก.ค. 2026)

1- คลื่นสมอง Delta ดีขึ้นมาก จาก -3 SD เหลือ -1.5 SD
2- คลื่นสมอง High Beta จาก +3 SD เป็น 0 SD การทำงานเทียบเท่ากับคนวัยเดียวกัน
3- วงจรเชื่อมโยงสมองส่วนหน้าที่ยุ่งเหยิงหายไป

◼️ยาที่ใช้ปัจจุบัน

1. Paliperidone (6 mg) 1 เม็ดเช้า
2. Vortioxetine (10 mg) 2 เม็ดเช้า
3. Venlafaxine (150 mg) 1 เม็ดเช้า

◼️คะแนนแบบประเมินล่าสุด
- ซึมเศร้า (HAM-D) 0 คะแนน
- วิตกกังวล (GAD-7) 0 คะแนน
- ย้ำคิดย้ำทำ (Y-BOCS) 0 คะแนน

◼️ วิจารณ์ (Discussion)

▪️ ปัญหาของเคสนี้อยู่ที่ "วงจรสมอง" ไม่ใช่ "นิสัย" เพียงอย่างเดียว

สมองถูกกระตุ้นให้อารมณ์รุนแรงได้ง่าย และ ส่วนที่เกี่ยวกับการยับยั้งชั่งใจทำงานได้น้อย จึงคุมอารมณ์ยาก

โดยคลื่นสมอง Delta ที่สมองส่วนหน้าขณะพัก สัมพันธ์กับความสามารถในการยับยั้งชั่งใจตัวเอง มีงานวิจัยในคนหนุ่มสาวที่พบว่า เดลตาส่วนหน้าขณะพักยิ่งต่ำ ยิ่งทำผิดพลาดในแบบทดสอบการยับยั้งการตอบสนองบ่อยขึ้น (D**g F et al., 2021)

ส่วนคลื่นเบตาที่สูงขณะพัก สะท้อนภาวะตื่นตัวเกินของเปลือกสมอง ซึ่งพบชัดในผู้ป่วยโรคแพนิก (Gao Z et al., 2025)

อารมณ์หงุดหงิดพุ่งเร็ว หยุดไม่ทัน ทุบของ ทำร้ายตัวเอง แพนิก - ทั้งหมดคือการคุมอารมณ์ไม่ทัน ไม่ใช่ "นิสัย" หรือ “การเลี้ยงดูไม่ดี”

แล้วทำไมกินยาหลายตัวแล้วอาการยังคงที่

เพราะยาช่วยเรื่องระดับสารเคมี
แต่การกระตุ้นสมอง แก้ไขระดับวงจรการนำไฟฟ้าในสมอง
แปลว่ายาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในเคสที่มีปัญหาระดับวงจรสมองด้วย
การช่วยพร้อมๆกันจึงส่งผลได้ดียิ่งขึ้น

▪️การกระตุ้นสมองช่วยได้แค่ไหน

- การทบทวนงานวิจัยปี 2025 รวมการทดลองแบบสุ่ม 34 ชิ้น (กว่า 2,700 คน) พบว่าการกระตุ้นสมองลดภาวะซึมเศร้าในคนอายุน้อยได้อย่างมีนัยสำคัญ (Wang X et al., 2025)

- การทดลองที่ใหญ่ที่สุดในวัยรุ่นที่ดื้อต่อยา ทำ 13 ศูนย์ 103 คน กลับไม่ต่างจากกลุ่มหลอกเลย (Croarkin PE et al., 2021)

- การทดลองที่เจาะจงพฤติกรรมทำร้ายตนเองในวัยรุ่นซึมเศร้า 60 คน พบว่าลดได้จริงเมื่อติดตาม 4 สัปดาห์ (Qin Y et al., 2026)

- ปี 2026 การกระตุ้นด้วยคลื่นพัลส์ในผู้ใหญ่ซึมเศร้า มีการทดลองแบบมีกลุ่มหลอกชิ้นแรก ได้ผลดีกว่าจริง แต่ขนาดผลอยู่ระดับปานกลางค่อนไปทางน้อย (Qin PP et al., 2026)

สรุปคือ ช่วยได้ในบางคน ไม่ใช่ทุกคน

▪️คำถามที่สำคัญกว่าคือ กระตุ้นตรงจุดหรือเปล่า และถูกความถี่หรือเปล่า

ทำไมผลถึงสวนทางกันขนาดนั้น ข้อสังเกตคือ งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้สูตรเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคน ตำแหน่งเดียว ความถี่เดียว โดยไม่ได้ดูก่อนว่าสมองของคนคนนั้นพร่องตรงไหนและไวเกินตรงไหน

- การวิเคราะห์ปี 2024 พบว่าค่าที่เหมาะสมต่างกันไปตามโรคและตามตำแหน่ง ไม่ใช่ยิ่งกระตุ้นเยอะยิ่งดี (Sabé M et al., 2024)

- การศึกษาปี 2023 ในผู้ป่วยซึมเศร้า 295 คน พบว่าวิธีเลือกตำแหน่งที่นิยมใช้กันอยู่ อธิบายผลการรักษาได้เพียงราว 3% แปลว่าตำแหน่งมีผลจริง แต่วิธีเลือกที่ใช้อยู่ยังหยาบเกินไป (Elbau IG et al., 2023)

- งานปี 2025 พบว่าความถี่คลื่นสมองประจำตัวของแต่ละคนสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการกระตุ้น (Baradits M et al., 2025) สอดคล้องกับทิศทางใหม่ที่เริ่มใช้คลื่นสมองแบบเรียลไทม์กำหนดจังหวะกระตุ้นในวัยรุ่นซึมเศร้าที่มีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง (Liu H et al., 2025)

พูดง่าย ๆ คือวงการกำลังเคลื่อนจาก "กระตุ้นตามสูตร" ไปเป็น "วัดสมองก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะกระตุ้นตรงไหน ด้วยความถี่เท่าไร"

โปรแกรม Brainwell Depression & Anxiety จึงมีการตรวจ Brainwell NeuroScan เพื่อดูว่าสมองส่วนไหนทำงานน้อย ส่วนไหนทำงานมากเกินไป แล้วจึงออกแบบตำแหน่ง ความถี่ และจำนวนจุดเฉพาะบุคคล

- แต่ต้องย้ำว่าแนวคิดนี้ยังเป็นเหตุผลเชิงหลักการ (rationale) ยังไม่มีงานวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุมพิสูจน์ว่าเหนือกว่าการกระตุ้นแบบทั่วไป

▪️4- สิ่งที่น่าสนใจในเคสนี้
เป็นการยืนยันว่าการกระตุ้นสมองเหมาะสมกับสมองรายนี้มาก
เพราะทำให้อาการต่างๆดีขึ้นชัดเจน
และยังสามารถช่วยลดยา ลดผลข้างเคียงของยาลงได้อีก
เมื่อตรวจคลื่นสมอง Delta ไปก็พบว่าแนวโน้มใกล้เคียงคนทั่วไปมากขึ้น

◼️ ข้อจำกัด (Limitations)

1- เป็นรายงานผู้ป่วยเพียงรายเดียว (single case report) ไม่มีกลุ่มควบคุม ไม่มีกลุ่มหลอก
2- มีปัจจัยร่วมหลายอย่าง (confounders) เช่น
- รักษาต่อเนื่องกับจิตแพทย์เดิม
- การสนับสนุนของครอบครัว การใช้ชีวิตประจำวัน
- พัฒนาการตามวัยในช่วงอายุ 19-20 ปี ซึ่งสมองส่วนหน้ายังเจริญไม่เต็มที่

◼️ แผนการดูแลต่อ (Plan)

▪️ 1- ฝึก Delta self-control (neurofeedback) ต่อ เพราะเป้าที่เหลือคือคลื่น Delta บริเวณหน้าผาก
▪️ 2- ยังไม่ควรลดยาต้านเศร้ากลุ่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นในตอนนี้ หากจะลด ควรรอหลังตรวจ qEEG ครั้งถัดไป เพื่อให้แยกได้ว่าอะไรคือผลของอะไร
▪️ 3- ตรวจซ้ำใน 6-9 เดือน โดยดูว่า Delta ที่หน้าผากขยับขึ้นต่อได้อีกหรือไม่

การตัดสินใจปรับยาทั้งหมดเป็นของจิตแพทย์เจ้าของไข้

◼️ บทสรุป (Conclusion)

เคสนี้แสดงให้เห็นวัยรุ่นรายหนึ่งที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับอารมณ์รุนแรงและพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ซึ่งอาการดีขึ้นหลายด้าน มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง และลดยาลงได้ภายใน 9 เดือน ภายหลังการดูแลแบบองค์รวมที่มีโปรแกรม Brainwell Depression & Anxiety เป็นส่วนหนึ่ง ควบคู่กับการรักษาของจิตแพทย์เดิมและการสนับสนุนของครอบครัว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องนิสัยหรือการเลี้ยงดูแบบผิดๆ แต่เป็นการทำงานของสมอง ซึ่งแก้ไขและฟื้นฟูได้หากเข้าใจและดูแลตรงจุด

◼️ หมายเหตุผู้เขียน

การกระตุ้นสมองเป็นเพียงชื่อนวัตกรรม ควรเลือกวิธี การตั้งค่า ตำแหน่ง ความถี่ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ต้องระวังเป็นพิเศษในทุกเคส เพราะการกระตุ้นมีผลกับยาจิตเวชทุกตัวที่ผ่านสมอง

เราหวังว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการศึกษาที่เป็นระบบมากขึ้น (เช่น การวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุม และการเก็บแบบประเมินมาตรฐานคู่กับ qEEG) เพื่อยืนยันและต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อเด็กและวัยรุ่นไทยในวงกว้างต่อไป ยินดีต้อนรับนักวิจัยที่สนใจร่วมศึกษาครับ

หากท่านหรือคนใกล้ตัวมีความคิดทำร้ายตนเอง สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ซึมเศร้า #วิตกกังวล

03/09/2026

จากเด็กออทิสติกระดับรุนแรงมาก ที่สื่อสารไม่ได้ ไม่มองหน้า ไม่สบตา เรียกไม่หัน ไวต่อเสียง และตีศีรษะตัวเอง

ผ่านมา 3 ปี น้องพูดโต้ตอบได้ ต่อรองเก่ง และเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องมีครู Shadow
เราทำอะไรใน 3 ปีนี้ ?

◼️ บทนำ (Introduction)

เด็กชายออทิสติก อายุ 2 ปี 7 เดือน ไม่มองหน้า ไม่สบตา เรียกไม่หัน ไม่ทำตามคำสั่ง ไวต่อเสียง ตีศีรษะตัวเองเวลาไม่พอใจ สื่อสารไม่ได้

ได้รับการวินิจฉัยออทิสติก ตามเกณฑ์ DSM-5

คะแนนความรุนแรงของออทิสติก ATEC 97 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับรุนแรงมาก

หลังกระตุ้นสมอง ด้วยโปรแกรม Brainwell ต่อเนื่องทุกสัปดาห์เป็นเวลาสามปี จำนวน 179 sessions ร่วมกับการรักษามาตรฐาน OT ต่อเนื่อง 1 ครั้ง/สัปดาห์ โดยไม่ได้กินยา

ปัจจุบันอายุ 6 ปี คะแนน ATEC เหลือ 21 คะแนน อยู่ในระดับรุนแรงน้อย พูดสื่อสารและโต้ตอบได้เป็นประโยค ต่อรองได้ เข้าเรียนร่วมกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องมีครู shadow และมีความสามารถด้านการเคลื่อนไหวดีขึ้นอย่างชัดเจน

ซึ่งจากประสบการณ์การรักษาโดยมาตรฐานทั่วไป พบว่าได้ผลลัพธ์ในเคสนี้เร็วและมากกว่าการรักษามาตรฐานในปัจจุบัน มีความแตกต่างอย่างชัดเจนมาก

เมื่อติดตามอาการมานาน 3 ปี จนมั่นใจว่าเป็นผลจากการกระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell จริง มิใช่เป็นอคติ เป็นหนึ่งในหลายพันเคส และหลายเคสที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องระยะยาวหลายปี

หมายเหตุ: ครอบครัวยินยอมให้เผยแพร่ประวัติ ผลประเมิน ภาพ วิดีโอ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นกรณีศึกษา

◼️ ประวัติ (History)

เด็กชาย ได้รับการวินิจฉัย Autism Spectrum Disorder ตามเกณฑ์ DSM-5 โดยกุมารแพทย์ ปัญหาหลักในช่วงเริ่มต้น ได้แก่
- ไม่มองหน้า ไม่สบตา
- ไม่เข้าใจหรือไม่ทำตามคำสั่ง
- เรียกชื่อแล้วไม่หัน แม้บางช่วงเริ่มมีหันมาบ้าง
- ไวต่อเสียงมาก เมื่อได้ยินเสียงบางชนิดจะใช้มืออุดหู เช่น ฟ้าร้อง เครื่องมือช่าง รถมอเตอร์ไซค์ท่อดัง เสียงประกาศผ่านไมโครโฟน และเสียงสุนัขบางครั้ง หากเสียงดังมากอาจร้องไห้ร่วมด้วย หากเสียงไม่มากมักอุดหู
- ทำร้ายตนเอง โดยใช้ฝ่ามือตีศีรษะเมื่อไม่พอใจ เช่น สะดุด หกล้ม วิ่งล้ม หรือถูกผู้อื่นชนจนล้ม
- ยังไม่สามารถสื่อสารบอกความต้องการได้

◼️ ผลตรวจก่อนรักษา (Baseline Assessment)

ATEC total score ครั้งแรก = 97 คะแนน สะท้อนอาการและข้อจำกัดในการทำหน้าที่ที่สูงมากในช่วงเริ่มต้น

หมายเหตุทางวิชาการ: ATEC เป็นเครื่องมือสำหรับติดตามความเปลี่ยนแปลงของอาการ ไม่ใช่เครื่องมือใช้กำหนด DSM-5 support level โดยตรง ประเมินโดยผู้ดูแล ผู้ปกครอง ไม่ใช่บุคลากรการแพทย์

Baseline qEEG ถูกใช้เป็นข้อมูล neurophysiological ประกอบการออกแบบและติดตามแผนกระตุ้นสมอง รายละเอียดการตีความ qEEG ให้แยกนำเสนอในส่วนเฉพาะของเคส เพื่อไม่ใช้ qEEG เป็นหลักฐานวินิจฉัย ASD หรืออธิบายอาการทั้งหมดจากตัวชี้วัดเดียว

◼️ การรักษามาตรฐานร่วม (Concurrent Standard Care)

ตลอดช่วงติดตามยังได้ฝึกกิจกรรมบำบัด Occupational therapy (OT)

คุณพ่อฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยตนเอง

ไม่ได้รับยาทางจิตเวชหรือยาที่มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมระหว่างช่วงติดตาม

◼️ การรักษา (Treatment)
เริ่มโปรแกรม Brainwell ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เป็นระยะเวลาสามปี ปัจจุบันกระตุ้นรวม 179 sessions

การรักษาไม่ได้ใช้ protocol เดียวตลอด (one-size-fits-all) แต่ปรับตามข้อมูลทางคลินิกและการเปลี่ยนแปลงของสมองในแต่ละช่วง โดยปรับตำแหน่ง ความถี่ และองค์ประกอบของ protocol ให้เหมาะกับปัญหาที่เด่นในช่วงนั้น

จุดสำคัญของเคสนี้ จึงไม่ใช่จำนวน session เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการติดตาม และการปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ให้สอดคล้องกับลักษณะอาการผู้ป่วย (Clinical phenotype) และข้อมูลสมองที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ้าทำไม่เหมาะสม การเพิ่มจำนวนครั้งก็สิ้นเปลืองและไม่จำเป็น หรืออาจจะทำให้เกิดผลเสียได้

◼️ ผลการรักษา (Clinical Outcomes)

1. ประมาณ 6 เดือนหลังเริ่ม Brainwell:
- เริ่มพูดเป็นคำ
- การตอบสนองและพฤติกรรมโดยรวมดีขึ้นชัดเจน
2. ประมาณ 1 ปี 6 เดือน:
- ภาษาพัฒนาขึ้นมาก
- เริ่มสื่อสารแบบโต้ตอบได้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการพูดคำเดี่ยว
3. ประมาณ 2 ปี:
- สามารถเข้าโรงเรียนร่วมกับเด็กคนอื่นได้
4. ปัจจุบัน อายุ 6 ปี:
- ATEC = 21 คะแนน จาก baseline 97
- พูดเก่งและสื่อสารโต้ตอบได้
- สามารถต่อรองและแสดงความต้องการได้
- เข้าเรียนร่วมกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องมี shadow teacher
- กำลังจะขึ้นชั้นอนุบาล 2
- แขนขาแข็งแรงและมี gross motor function ดี สามารถตีลังกาได้
- การใช้ชีวิตโดยรวมใกล้เคียงเด็กทั่วไปมากขึ้นเมื่อเทียบกับ baseline

◼️ ผลคะแนน ATEC ระยะยาว (Longitudinal ATEC Outcome)

คะแนน ATEC ลดจาก 97 → 21 คะแนน โดยมีการประเมินซ้ำต่อเนื่องหลายครั้งตลอดระยะเวลาติดตาม จึงสะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตามเวลาได้มากกว่าการเปรียบเทียบเฉพาะก่อนและหลังการรักษาเพียงสองช่วงเวลา

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้สะท้อนเฉพาะในคะแนน ATEC รวมเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับรายงานของครอบครัวและทีมรักษาที่พบพัฒนาการในหลายด้านของการทำหน้าที่ ได้แก่
- ภาษาและการสื่อสาร
- การเข้าสังคม
- การตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส
- พฤติกรรม
- การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ

◼️ วิจารณ์ (Discussion)

Mahapatra et al. 2018 รายงาน longitudinal ATEC reference trajectories จากผู้เข้าร่วม 2,649 คน และเสนอเส้นอ้างอิงของคะแนน ATEC ตามอายุและ baseline severity ระดับความรุนแรงของอาการ ณ จุดเริ่มต้น

สำหรับเด็กที่เริ่มต้นด้วยคะแนนใกล้เคียง 94-105 คะแนนในช่วงอายุประมาณ 2 ปี เส้นอ้างอิงคาดว่าคะแนนรวมจะลดลงเหลือประมาณ 42 คะแนนเมื่ออายุ 6 ปี และประมาณ 27 คะแนนเมื่ออายุ 12 ปี

เด็กในเคสนี้มี ATEC 21 คะแนนเมื่ออายุประมาณ 6 ปี ซึ่งต่ำกว่า reference trajectory ที่คาดไว้ในวัยเดียวกันอย่างมาก และต่ำกว่าคะแนนที่ trajectory ดังกล่าวคาดไว้แม้กระทั่งเมื่ออายุ 12 ปี

จึงสามารถกล่าวเชิง descriptive ได้ว่า เมื่ออายุประมาณ 6 ปี เด็กมีคะแนน ATEC ต่ำกว่าค่าที่ published reference trajectory ของ baseline ใกล้เคียงกันคาดไว้แม้กระทั่งเมื่ออายุ 12 ปี ซึ่งเป็นความต่างประมาณ 6 ปีบนแกนอายุของ reference curve นี้

ในฐานะที่ดูแลคนไข้กลุ่มนี้มาเป็นเวลาหลายปี ผลของการเปลี่ยนแปลงในเคสนี้มีความสำคัญทางคลินิกอย่างมาก เนื่องจากสามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นมากกว่าการรักษามาตรฐานเพียงอย่างเดียว ที่เราทำกันมายาวนานอย่างเต็มที่ (ยา กิจกรรมบำบัด) เพราะพบพร้อมกันทั้ง
- ATEC ลดจาก 97 เหลือ 21
- จากสื่อสารความต้องการไม่ได้ → พูดและโต้ตอบได้
- จากไม่ค่อยตอบสนองต่อชื่อและมี sensory intolerance ชัดเจน → function ในชีวิตประจำวันดีขึ้นมาก
- จากมี self-injurious behavior เมื่อ frustrate → ภาพรวมพฤติกรรมดีขึ้น
- จากยังไม่สามารถเข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไป → เข้าโรงเรียนโดยไม่ต้องมี shadow
- motor function พัฒนาอย่างเด่นชัด

สิ่งที่เคสแสดงได้

- มี longitudinal improvement ขนาดใหญ่ในคะแนน ATEC
- improvement เกิดในหลาย functional domains และสัมพันธ์กับ milestone ในชีวิตจริง
- trajectory ของคะแนนดีกว่า published ATEC reference trajectory อย่างมาก
- ไม่มี confounding factor จากยา
- มีการติดตามซ้ำหลายครั้งและ Brainwell exposure ชัดเจน 179 sessions

◼️ ข้อจำกัด (Limitations)

- ไม่ใช่ randomized controlled comparison
- ยังไม่ใช้คำว่า cure หรือหายจาก autism ในเคสนี้ ณ เวลานี้
- ไม่สามารถระบุว่า โปรแกรม Brainwell เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของการเปลี่ยนแปลง และยืนยันข้อเท็จจริงว่าควรต้องทำร่วมกันเป็นองค์รวม ได้ผลมากสุด

◼️ บทสรุป (Conclusion)

การกระตุ้นสมองด้วยโปรแกรม Brainwell Autism ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เสริมการรักษาตามมาตรฐาน และติดตามอาการ 3 ปี ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

#ออทิสติก

ลืมแบบไหน... แค่ลืมตามวัย หรือสัญญาณ “อัลไซเมอร์”? 🧠"ลืมกุญแจบ้าน", "นึกชื่อเพื่อนไม่ออก", "ลืมนัด"... พฤติกรรมหลงลืมเหล...
02/09/2026

ลืมแบบไหน... แค่ลืมตามวัย หรือสัญญาณ “อัลไซเมอร์”? 🧠

"ลืมกุญแจบ้าน", "นึกชื่อเพื่อนไม่ออก", "ลืมนัด"...
พฤติกรรมหลงลืมเหล่านี้ เป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ หรือกำลังเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมกันแน่?
ความจริงแล้ว ความจำเสื่อมตามวัย (Normal Aging) กับ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s)
มีจุดต่างกันอยู่นะคะ ลองปัด slide เลื่อนดูตารางเปรียบเทียบ
5 จุดสังเกตง่ายๆ นี้ เพื่อเช็กอาการของผู้สูงอายุที่บ้านกันได้เลยค่ะ 👇

📲 สอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายปรึกษาแพทย์:
📍 สาขาพัทยา: 088-790-6088
📍 สาขากรุงเทพกรีฑา: 098-793-9203
💬 หรือทัก inbox page ได้เลยค่ะ

ส่งท้ายเดือนวันแม่แบบมีคุณค่า... มาชวนคุณยาย คุณแม่ และลูกๆ มาใช้เวลาร่วมกันด้วย "บอร์ดเกม & กิจกรรมฝึกสมอง" กันค่ะ 🧩✨บอ...
31/08/2026

ส่งท้ายเดือนวันแม่แบบมีคุณค่า... มาชวนคุณยาย คุณแม่ และลูกๆ มาใช้
เวลาร่วมกันด้วย "บอร์ดเกม & กิจกรรมฝึกสมอง" กันค่ะ 🧩✨

บอร์ดเกมไม่ใช่แค่เรื่องสนุกของเด็กๆ เท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นตัวช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และชะลอความเสื่อมของสมองได้ดีมากๆ สำหรับผู้สูงอายุ
ที่สำคัญคือได้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว เติมรอยยิ้มให้กันในทุกวัน

🤍 ลองดูไอเดียกิจกรรมในรูป แล้วหยิบมาเล่นกับคนที่บ้านกันนะคะ

สอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องสุขภาพสมองและระบบประสาท:
📍 Brainwell Medical Pattaya: 088-790-6088 | Line: -pattaya
📍 Brainwell Medical Bangkok: 098-793-9203 | Line: -bangkok
🌐 www.BrainwellMedical.com

📍 เดินทางมา Brainwell Medical พัทยา ไม่ยากเลยค่ะ 💚ใครกำลังวางแผนเดินทางมาที่ Brainwell Medical พัทยา เซฟโพสต์นี้ไว้ได้เล...
25/08/2026

📍 เดินทางมา Brainwell Medical พัทยา ไม่ยากเลยค่ะ 💚
ใครกำลังวางแผนเดินทางมาที่ Brainwell Medical พัทยา เซฟโพสต์นี้ไว้ได้เลย! 🚗✨

แผนที่เส้นทางมาให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมจุดสังเกตสำคัญระหว่างทาง
🚘 เริ่มต้นจากระยอง
➡️ มุ่งหน้าตามถนนสาย 36 ระยอง–พัทยา
➡️ เลี้ยวซ้ายตรงแยกกระทิงลายเข้าสู่เส้นสุขุมวิท
➡️ เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 25
➡️ เดินทางต่อมายัง Brainwell Medical พัทยา 🧠💚

📌 มีจุดสังเกตระหว่างทาง เช่น The Coral ซ้ายมือ
ช่วยให้เดินทางได้สะดวกและไม่หลงค่ะ

🧠 Brainwell Medical พัทยา
ดูแลสุขภาพสมองและสุขภาพจิตด้วยความใส่ใจ
เพราะเราเชื่อว่า… สมองของคุณเป็นสิ่งสำคัญ 💚

📞 088-790-6088
💚 LINE: -pattaya
🌐 www.BrainwellMedical.com

#คลินิกพัทยา ัทยา #สุขภาพสมอง #สุขภาพจิต #ซึมเศร้า #แผนที่มาBrainwell #เดินทางมาBrainwell

ที่อยู่

12, 27 Krungthep Kreetha Road, Tabchang, Saphan Sung
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 18:00
อาทิตย์ 08:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Brainwell Medical : Precise Brain Stimulation โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์