18/12/2022
วันนี้มีสาระดีดีมาฝากันเช่ยเคยนะคะ
5 กลุ่มยาและอาหาร ที่ไม่ควรทานร่วมกัน เพื่อเลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์
ทราบไหมคะว่า กลุ่มยา วิตามิน และอาหารบางชนิด ไม่ควรที่จะทานคู่กัน เนื่องจากส่วนประกอบของอาหารอาจรบกวนการทํางานของยา ทําให้อาจเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ ยามีประสิทธิภาพในการรักษาลดลง หรืออาหารที่ทําให้ยาติดค้างอยู่ในร่างกายนานขึ้น จนก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ค่ะ
1.)อินซูลิน (Insulin) หรือยารักษาเบาหวาน
ไม่ควรทานร่วมกับ : มะระขี้นก,ว่านหางจระเข้, โสม, แมงลัก, พืชตระกูลลูกซัด, ผักเชียงดา, อาหารเสริมที่มีแร่ธาตุโครเมียม
ผลข้างเคียง : เสริมการออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดทำให้น้ำตาลลดลงมากเกินไป อาจเกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ สายตาพร่า เหงื่อออกมาก หิวบ่อย อ่อนเพลีย
2.)ยาลดความดันโลหิต (Nifedipine Felodipine) และยาลดไขมันในเลือด (Simvastatin Atorvastatin)
ไม่ควรทานร่วมกับ : น้ำเกรปฟรุต
ผลข้างเคียง : ทำให้ปริมาณยาสูงหลายเท่าในกระแสเลือด อาจส่งผลให้เกิดพิษจากยาได้
3.)ยาละลายลิ่มเลือด
ไม่ควรทานร่วมกับ : น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันปลา, น้ำมันดอกอีฟนิ่ง, ตังกุย, กระเทียม, แป๊ะก๊วย, ขิง
ผลข้างเคียง : หากรับประทานมากไป จะเสริมฤทธิ์ของยาทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
4.)ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น Warfarin, Aspirin)
ไม่ควรทานร่วมกับ : ผักใบเขียว, ยอ, ชาเขียว, ถั่วเหลือง, บรอกโคลี, อาหารเสริมโคเอ็นไซม์คิวเท็น
ผลข้างเคียง : ต้านการออกฤทธิ์ของยา ทำให้ระดับยาในเลือดไม่เพียงพอต่อการรักษา
5.)ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Fluoroquinolone และกลุ่ม Tetracycline
ไม่ควรทานร่วมกับ : นม, โยเกิร์ต, ยาลดกรด, ยาเคลือบกระเพาะอาหาร, แคลเซียม
ผลข้างเคียง : ทำให้ยาดูดซึมได้ลดลง ระดับยาในเลือดไม่เพียงพอต่อการรักษา
ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่จะรับประทานยา วิตามิน สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ร่วมกัน เราจึงควรศึกษาให้ดีก่อนว่ามีสรรพคุณอย่างไร หากทานร่วมกันจะก่อให้ประโยชน์หรือโทษอย่างไรบ้าง หรือจะให้ดีที่สุดก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทานนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.สมิติเวช