ดีท๊อกขจัดสารพิษฟื้นฟูสุขภาพ BY meja

ดีท๊อกขจัดสารพิษฟื้นฟูสุขภาพ BY meja ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ดีท๊อกขจัดสารพิษฟื้นฟูสุขภาพ BY meja, Bangkok.

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ สำ ห รั บ คุ ณ ▪▪ #สูตรล้างไขมันสะสมในลำไส้ ช่วยล้างพิษในลำไส้ให้สะอาด สุขภาพดีขึ้นแน่นอน🔹 🔹 อ...
30/12/2017

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ สำ ห รั บ คุ ณ ▪▪

#สูตรล้างไขมันสะสมในลำไส้ ช่วยล้างพิษในลำไส้ให้สะอาด สุขภาพดีขึ้นแน่นอน

🔹 🔹 อาหารแต่ละอย่างก็มีประโยชน์และให้ธาตุอาหารต่างกัน แต่ก็ต้องเลือกทานให้เป็น ถ้าหากเลือกทานไม่ถูกสุขลักษณะก็จะมีผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน และสูตรล้างลำไส้อาหารที่ช่วยทะลวงไขมัน ทำความสะอาดหลอดเลือดได้ ก็เป็นอาหารที่ต้องเลือกทานให้ดีด้วยเหมือนกันค่ะ จะประกอบไปด้วยอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1⃣ ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย

2⃣ . เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ

3⃣ . ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว

4⃣ . ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย

5⃣. ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด

6⃣ ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมาก ๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า

7⃣ ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก ฉะนั้นการดื่มตามสูตรนี้ นอกจากช่วยลดหน้าท้อง ยังส่งผลให้อาการป่วยทั้ง 7 ประการนี้หายไป ด้วย

🔹🔹 หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ เราจึงมีวิธีทำสูตรนี้มาแนะให้ทำกันค่ะ

🔹🔹 สูตรลดหน้าท้องนี้ จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้

- นมสดรสจืด หรือ นมสดไขมันต่ำ 1 กล่อง ขนาด 250 ml

- โยเกิร์ตรสจืด หรือ โยเกิร์ตรไขมันต่ำ ครึ่งถ้วย

- น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่อยากให้หวานมาก ก็ลดเหลือ 3/4 ช้อน)

- มะนาวสด 1 ลูก

🔹🔹 น้ำผึ้ง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต

นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากันชิมรสตามใจชอบ และต้องดื่มตอนเช้า มื้อเดียวก่อนอาหาร มื้ออื่นไม่เห็นผล ควรวางทิ้งไว้ 15-30 นาที เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงาน และควรดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว จะเห็นผลดียิ่งขึ้น

สรรพคุณไม่ใช่ยาลดน้ำหนักโดยตรง แต่จะปรับธาตุ ล้างพิษในลำไส้ ล้างไขมัน กินวันแรก ๆ จะ เห็นเลยว่าอุจจาระจะเป็นสีดำ และไล่ลมในกระเพาะดีมาก ระยะต่อมา เมื่อลำไส้และกระเพาะอาหารในร่างกายปรับตัวได้กับอาหารที่กินแล้วจะเข้าสู่ ภาวะปกติ แต่ต่อมาจะมีความรู้สึกว่าหน้าท้องยุบลงเนื่องจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต ทำให้ลำใส้ทำงานได้ดีไม่ทำให้ลำใส้บวมหน้าท้องป่องควรกินทุกเช้าติดต่อกันทุกวันนะคะ

***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪ #โรคนิ่ว  ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?มีโรคภัยบางอย่างที่คุกคามคุณได้อย่างน่ากลัว แม้ว่...
30/12/2017

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪

#โรคนิ่ว ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?

มีโรคภัยบางอย่างที่คุกคามคุณได้อย่างน่ากลัว แม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่สามารถทำให้คุณตรงเจ็บปวดจนลุกไม่ขึ้น ความเจ็บปวดนี้เปรียบเทียบได้กับความเจ็บปวดคลอดบุตรนั้นเอง โรคที่ว่าก็คือ "โรคนิ่ว"

โรคนิ่ว 3 ประเภทที่พบได้บ่อยมาก

1⃣ นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone)

อาการ-ปวดท้องด้านขวาตอนบน (ตำแหน่งที่อยู่ของถุงน้ำดี) ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปวดนานแต่ละครั้งอย่างน้อย 30 นาทีถึงหลายๆชั่วโมง และมักปวดร้าวไปยังไหล่ขวา

ท้องอืด ท้องเฟ้อ

เมื่อมีการอักเสบติดเชื้อของถุงน้ำดีร่วมด้วย จะมีไข้ ซึ่งอาจเป็นไข้สูงหรือไข้ต่ำ และอาจมีตัว ตาเหลือง (โรคดีซ่าน) จากสารบิลิรูบินคั่งในถุงน้ำดีต่อเนื่องถึงในตับและในเลือดเพราะถุงน้ำดีไม่บีบตัว ปัสสาวะจึงมีสีเหลืองเข็ม และลำไส้ขาดน้ำดี อุจจาระจึงสีซีดลง

2⃣.นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

อาการ-การปัสสาวะผิดปกติคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะไม่ออกหรือออกกะปริดกะปรอย คือปัสสาวะไหลๆ หยุดๆ มีเม็ดนิ่วลักษณะคล้ายกรวดทรายปนออกมากับปัสสาวะ

หากก้อนนิ่วไปครูดหรือเสียดสีกับผนังกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะจนเกิดแผล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยอาจมีไข้ร่วมด้วย

3⃣.นิ่วในกระเพาะอาหาร

โดยทั่วไปแล้วนิ่วในถุงน้ำดีไม่ก่อให้เกิดอาการ ผู้ป่วยมักจะทราบว่าเป็นโรคก็เมื่อมาตรวจสุขภาพหรือพบแพทย์ด้วยปัญหาสุขภาพอื่น แต่เมื่อมีอาการเกิดขึ้น อาการที่อาจพบได้ ได้แก่ ปวดท้องอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณช่วงท้องส่วนบนหรือด้านขวา โดยมีระยะเวลาปวดตั้งแต่ 15 นาทีถึงหลายชั่วโมง และอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณกระดูกสะบักหรือบริเวณไหล่ด้านขวา

อาเจียน,คลื่นไส้

อาการทางระบบทางเดินอาหารอื่นๆ เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย แสบร้อนที่ยอดอก มีลมในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะเสียดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่หลังรับประทานอาหารมัน

หากมีอาการของถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน จะทำให้มีไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา และอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มได้

🔹🔹 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดนิ่ว ต้องลดอาหาร 8 อย่าง

1⃣ เครื่องดื่มน้ำตาลสูง

คนที่ชื่นชอบกินขนมหรือของหวานนั้น คงไม่เป็นอันตรายอันมากหนัก แต่ถ้ากินทุกวัน โดยไม่ต้องยับยั้งชั่งใจก็อาจทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดี,กรดในถุงน้ำดี,ความไม่สมดุลของเลซิตินทั้ง 3 และคอเลสเตอรอลมากเกินไป สามารถก่อให้เกิดนิ่วในคอเลสเตอรอลได้ นอกจากนี้หากมีน้ำตาลที่มากเกินไปจะถูกแปลงเป็นไขมัน ส่งผลให้อ้วน ไขมันในร่างกายจะไปกระตุ้นการหลั่งของคอเลสเตอรอลให้เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิด "โรคนิ่ว"

2⃣บำรุงแคลเซียมมากเกินไป

โดยทั่วไปแล้วแคลเซียมในนมนั้น เป็นสิ่งที่ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมได้ง่าย หากต้องการเสริมแคลเซียม ด้วยการดื่มนมนั้นเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับแคลเซียมที่เป็นเม็ด ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์หรือ แพทย์เป็นคนจ่ายให้ เพราะหากเสริมแคลเซียมที่มากไป อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วได้มากขึ้น

3⃣ รับประทานอาหารมังสวิรัติมากเกินไป

อย่าคิดว่าการกินเจนั้นเป็นสิ่งที่ดีและได้บุญมากมาย ในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ อาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย

ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และเป็นสาเหตุของการเกิด "โรคนิ่ว" และเมื่อร่างกายขาดวิตามินอE ,วิตามินA อาจส่งผลต่อการเผาผลาญคอเลสเตอรอลและก่อให้เกิดก้อนนิ่วได้

4⃣ หลังอาหารดื่มชา

การดื่มชาหลังอาหารมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดก้อนนิ่วได้ นั้นเป็นเพราะว่าในใบชาประกอบไปด้วยกรดแทนนิน และ สารทีโอฟิลลีน สารเหล่านี้อาจไปเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับธาตุเหล็กแมกนีเซียมในอาหารได้ เมื่อนานเข้าก็อาจก่อให้เกิด "ก้อนนิ่ว"

5⃣ ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

จากการวิจัยของต่างประเทศกล่าวว่า การลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็วภายใน 2-4 เดือน 1 ใน 4 จะพบว่าเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ไม่ว่าจริงแท้แค่ไหน แต่สามารถแน่ใจได้ว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วนั้น จะทำให้ร่างกายได้รับอันตราย โดยเฉพาะคนที่รับประทานยาลดน้ำหนัก จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการหดตัวของถุงน้ำดีลดลง ส่งผลให้มีความเข้มข้นของเมือก และทำให้แคลเซียมเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เป็นโรคนิ่วได้ง่าย

6⃣นอนหลังทานอาหารเสร็จ

น้ำปัสสาวะที่เกิดจากหลังรับประทานอาหาร จะทำให้มีปัสสาวะหลงเหลืออยู่ในท่อทางเดินปัสสาวะ ไม่สามารถขับออกมาได้ในทันที เพราะเราไปนอนหลับเสียก่อน ทำให้เพิ่มปริมาณแคลเซียมในปัสสาวะเพิ่มขึ้น นำไปสู่ "โรคนิ่วในปัสสาวะ"

7⃣ ดื่มน้ำน้อยไป

คนส่วนใหญ่คงทราบว่า การเป็นโรคนิ่วนั้นเกิดจากการดื่มน้ำน้อย หมอจะพยายามบอกว่าให้ดื่มน้ำมากๆ เนื่องจากไตต้องการน้ำเพียงพอเพื่อช่วยในการใช้งานต่างๆและน้ำที่เพียงพอก็สามารถส่งเสริมการเผาผลาญอาหารของร่างกายและลดความเสี่ยงของโรคนิ่วได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นลองดื่มน้ำมาก ๆนะ !

8⃣ ปริมาณสารพิวรีนในอาหารสูง

อาหารที่มีสารพิวรีนสูงได้แก่ อาหารทะเล,ตับหมู,ไตหมู,เครื่องในสัตว์ รวมถึงน้ำซุปเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อหมู,เนื้อวัว เป็นต้น เมื่อสารพิวรีนเข้าสู่ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญอาหาร ทำให้เกิดกรดยูริค หากในกระเพาะปัสสาวะมีกรดยูริคมากไปจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วได้

ป้องกันโรคนิ่ว อาหาร 4 จำพวกที่ต้องทานให้มาก

☑ เห็ดหูหนู

เห็ดหูหนู มี เชื้อที่ก่อให้เกิดความบูด และ สารแอลคาลอยด์ ช่วยขับนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในทางเดินกระเพาะปัสสาวะ

☑ ถั่วดำ

ถั่วดำเป็นถั่วที่ใหญ่ชนิดหนึ่ง ช่วยการไหลเวียนโลหิต หากดื่มพร้อมกัย ผักกาดน้ำและข้าวจาปอนิกา จะช่วยให้มีฤทธิ์ในการขับนิ่วได้

☑ ต้นมันฮ่อ หรือ วอลนัท

ช่วยในการป้องกันการเกิดนิ่วได้ ต้นมันฮ่อ อุดมไปด้วยกรดไลโนเลอิก และความหลากหลายของแร่ธาตุที่สามารถยับยั้ง การก่อตัวของคอเลสเตอรอลในร่างกายซึ่งจะช่วยลดความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีได้ ป้องกันการเกิดโรคนิ่ว และวอลนัทมีสารไพรูเวต ช่วยให้โปรตีนและแคลเซียมไม่ก่อตัวเป็นก้อน ที่เป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วในไตนั่นเอง

***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪ #หัวไชเท้า..ประโยชน์ดีที่หลายคนมองข้าม  🔳 “หัวไชเท้า” พืชผักชนิดหนึ่งที่เราคุ้นเค...
30/12/2017

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪

#หัวไชเท้า..ประโยชน์ดีที่หลายคนมองข้าม

🔳 “หัวไชเท้า” พืชผักชนิดหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดี หากินได้ตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้ ทำอาหารได้หลายอย่าง อย่างที่นิยมมากๆ ก็จะเป็นแกงจืดค่ะ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าหัวไชเท้ามีคุณประโยชน์และสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมายเลยทีเดียว โดยที่เราอาจนึกไม่ถึง

หัวไชเท้ามีชื่อเรียกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น หัวไช้เท้า หัวผักกาด ผักกาดหัว มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ตามตำราจีนโบราณบอกว่าหัวไชเท้าสามารถกำจัดสิ่งสกปรกที่หมักหมมภายในร่างกาย มีฤทธิ์เป็นหยาง หรือเป็นภาษาไทยก็คือ ฤทธิ์เย็นนั่นเอง หัวไชเท้าจะมีรสชาติเผ็ดร้อนหน่อยๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในหลายๆด้าน

🔹🔹 สารอาหารสำคัญในหัวไช้เท้า

มีวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินซี ไนอะซิน วิตามินบี 9 โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง แมกนีเซียม นอกจากนี้ยังประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร และโปรตีน

1) แก้ไข้หวัด

หัวไชเท้าอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายและช่วยเสริมสร้างร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรค มีการนำหัวไชเท้ามาปรุงเป็นยารักษาไข้หวัดได้ผลดี

2) ช่วยเผาผลาญพลังงาน

หัวไชเท้ามีเอนไซม์ เช่น อะมัยเลส (Amylase) เอสเทอร์เรส (Esterase) ไดแอสเทส (Diastase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สามารถกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ช่วยในกระบวนการย่อยอาหารโดยเฉพาะแป้งและไขมัน นอกจากนี้หัวไช้เท้ายังสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

3) ฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณ

มีวิตามินซี ฟอสฟอรัส สังกะสี และวิตามินบีบางชนิดในหัวไชเท้า เป็นประโยชน์กับผิวพรรณเป็นอย่างมาก น้ำจากหัวไชเท้าช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น หัวไชเท้าที่สับหรือบดจนละเอียดมีสรรพคุณด้านการฆ่าเชื้อ สามารถนำมาใช้ทำความสะอาดผิวอย่างสะอาดหมดจด นอกจากนี้หัวไชเท้ายังช่วยรักษาผิวที่แห้ง เป็นผื่น เป็นฝ้ากระได้อีกด้วย

4) ช่วยลดน้ำหนัก

ส่วนประกอบของหัวไชเท้ามีคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำ มีน้ำมาก ทำให้เราอิ่มโดยไม่ทำให้ระดับแคลลอรี่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีใยอาหารมากทานแล้วอิ่มง่าย และทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย ดังนั้นหัวไชเท้าจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

5) ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การดื่มน้ำหัวไชเท้าเพียงครึ่งแก้ว หรือทานเป็นอาหารว่างจะทำให้เราได้รับวิตามินซีมากเกือบ 15% ของปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน การทานแบบนี้เป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เราจะได้รับสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidants) และอาจช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวได้ ซึ่งมีความสำคัญมากในการต่อสู้กับโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัดธรรมดาหรือโรคมะเร็ง!

6) ป้องกันโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ

วิตามินซีไม่เพียงเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการสร้างคอลลาเจน (collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนที่จำเป็นในการสร้างความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือด ทำให้ลดโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ

7) รักษาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย

หัวไชเท้ามีสรรพคุณบรรเทาอาการคัน จึงสามารถใช้บรรเทาอาการแมลงกัดต่อยและผึ้งต่อย นอกจากนี้น้ำหัวไชเท้าสามารถลดอาการเจ็บ ปวด บวม ในบริเวณที่โดนกัดต่อยและบริเวณใกล้เคียงได้

8) ล้างสารพิษในระบบเลือด

หัวไชเท้ามีประโยชน์มากสำหรับตับและกระเพาะอาหาร นอกจากนี้มันยังเป็นตัวดีท็อกซ์ช่วยให้เลือดบริสุทธิ์ ขจัดสารพิษและของเสียออกไป

9) รักษาโรคดีซ่าน

หัวไชเท้ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาโรคดีซ่าน เพราะหัวไชเท้าจะลดระดับของ Bilirubin และช่วยให้สารผลิตภัณฑ์ของ Bilirubin อยู่ในระดับที่ปกติอีกด้วย นอกจากนี้หัวไชเท้ายังช่วยลดการทำลายของเม็ดเลือดแดงซึ่งทำให้ผู้ป่วยดีซ่านต้องทรมานด้วยการเพิ่มออกซิเจนที่บริสุทธิ์ให้แก่เลือด

10) รักษาโรคริดสีดวงทวาร

หัวไชเท้าจะช่วยให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยเก็บรักษาน้ำ และช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่เป็นสาเหตุหลักของโรคริดสีดวงทวาร เนื่องจากหัวไชเท้าเป็นตัวดีท็อกซ์ที่ดีเยี่ยม มันจึงรักษาอาการริดสีดวงทวารได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้น้ำของหัวไชเท้ายังมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายได้อีกด้วย

11) ดีต่อทางเดินปัสสาวะ

น้ำของหัวไชเท้ามีสรรพคุณบรรเทาอาการอักเสบและอาการปวดแสบปวดร้อนขณะปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยทำความสะอาดไต ยับยั้งการติดเชื้อของไตและระบบปัสสาวะ ทำให้หัวไชเท้าเป็นตัวช่วยในการรักษาสภาพของระบบปัสสาวะที่มีพิษเยอะเกินไปให้เป็นปกติได้

12) ความดันโลหิตสูง

หัวไชเท้าอุดมไปด้วยโพแทสเซี่ยม (Potassium) ที่มีส่วนช่วยในการลดความดันเลือด เพราะโพแทสเซี่ยมช่วยให้หลอดเลือดแดงคลายตัวใหญ่ขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การลดความดันเลือดเกิดจากหลอดเลือดแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นนั่นเอง

13) โรคไต

ด้วยสรรพคุณช่าวฆ่าเชื้อ ดีท็อกซ์ หัวไชเท้าจึงสามารถรักษาความผิดปกติของไตได้หลายชนิด หัวไชเท้าสามารถล้างพิษที่สะสมในไต และลดการสะสมพิษภายในกระแสเลือด นอกจากนี้ยังลดโอกาสการจิดเชื้อในไตได้อีกด้วย

14) โรคเบาหวาน

มีน้ำตาลในระดับที่ต่ำ ดังนั้นการทานหัวไชเท้าจึงไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการดูดซึมน้ำตาลในกระแสเลือดด้วย

15) โรคมะเร็ง

ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณในเรื่องตัวท็อกซ์และอุดมไปด้วยวิตามินซี, โฟลิค(Foric) และ Anthocyanins หัวไชเท้าจึงสามารถรักษาโรคมะเร็งได้หลายชนิดเช่น ลำไส้ใหญ่, ไต, กระเพาะอาหาร, และช่องปาก นอกจากนี้สาร Isothiocyanate ในหัวไชเท้ายังสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้

16) โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบ และโรคหอบหืด

🔹 หัวไชเท้าลดความแน่นภายในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการระคายเคืองของจมูก ลำคอ และปอด ที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นโรคหวัด โรคภูมิแพ้ หรือเกิดการติดเชื้อ หัวไชเท้ามีประสิทธิภายในการฆ่าเชื้อและอุดมไปด้วยวิตามิน ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้

🔹 ตามตำรับยาจีนนำหัวไช้เท้าช่วยขจัดสารพิษ ล้างพิษในร่างกาย ช่วยละลายเสมหะจากปอด เจ็บคอ แก้ไข้หวัด ส่วนตำรับยาไทยนิยมนำรากหัวรักษาโรคไข้หวัด ช่วยละลายเสมหะ รักษาอาการท้องอืด กระหายน้ำ บรรเทาอาการเจ็บคอ และทำให้ช่วยเจริญอาหาร

***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪ #ถ่ายท้องตอนเช้า  ไม่มีของเสียตกค้าง ด้วย 3 วิธีแบบง่ายๆ   🔳 ระบบการขับถ่ายเป็นปั...
30/12/2017

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪

#ถ่ายท้องตอนเช้า ไม่มีของเสียตกค้าง ด้วย 3 วิธีแบบง่ายๆ

🔳 ระบบการขับถ่ายเป็นปัญหาของหลายคนซึ่งนำไปสู่โรคเรื้อรังอย่างอื่น แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ไม่ยาก ถ้าเราทำความรู้จักและเข้าใจอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถควบคุมกระบวนการทำงานได้ตามต้องการ ด้วย 3 วิธีดังต่อไปนี้

1⃣ วางแผนการขับถ่าย เมื่อคุณต้องการให้ระบบการขับถ่ายทำงานในตอนเช้า ก็ควรจะเตรียมตัวตั้งแต่การเข้านอน เช่น คุณมีงานตอน 9 โมงเช้าควรจะตื่นไม่เกิน 6 โมงเช้าเพื่อใช้เวลาเตรียมตัวที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป เพราะความเร่งรีบคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบการขับถ่ายแปรปรวน

โดยต้องมีเวลานอนอย่างน้อย 6-7 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงควรเข้านอนในช่วง 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ไม่ควรเกินกว่านี้ การนอนหลับอย่างเพียงพอจะช่วยให้การขับถ่ายมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

2⃣ ดื่มกาแฟดำเพียวๆ ที่ไม่ผสมอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลหรือครีม ซึ่งคาเฟอีนจะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ และการดื่มกาแฟดำเพียวๆ มีประโยชน์อย่างมาก หรือถ้าใครไม่ชอบดื่มกาแฟอาจดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว หรือ น้ำผลไม้ก็ได้



3⃣ หลังจากดื่มกาแฟดำแล้ว ควรดื่มน้ำอุ่นตาม 1-2 แก้ว แม้การดื่มกาแฟอาจทำให้เราเริ่มปวดท้อง แต่ถ้ายังไม่ปวดมากจนเกินไปควรดื่มน้ำอุ่นตาม ซึ่งการดื่มน้ำอุ่นนอกจากจะเร่งการขับถ่ายได้ดีแล้ว การดื่มน้ำอุ่นตอนเช้าก่อนแปรงฟันยังช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย

***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ

▪▪   แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪ #การแช่เท้าด้วยเกลือ การแช่เท้าในน้ำเกลือกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนไทยกำลังพูดถึ...
30/12/2017

▪▪ แ บ่ ง ปั น สิ่ ง ดี ๆ ใ ห้ คุ ณ ▪▪

#การแช่เท้าด้วยเกลือ

การแช่เท้าในน้ำเกลือกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนไทยกำลังพูดถึง และให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

วันนี้ มีจ๋า เลยจะมาแบ่งปันให้คนที่ดูแลสุขภาพ ทุกคนได้รับรู้ด้วยกันค่ะ

การแช่เท้าด้วยเกลือ อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์เรื่องพลังงาน ในการถ่ายเทประจุ จาก มากไปน้อย โดยในที่นี้เกลือ มีประจุบวก มันก็จะช่วยดึง ประจุลบออกจากร่างกาย

🌹 ประโยชน์ของการแช่เท้าด้วยเกลือ

1. ช่วยดึงประจุพลังงานลบ ซึ่งเป็นพลังงานไม่ดี ออกจากร่างกาย

2.หลังจากที่ดึงพลังงานลบออกจากร่างกายแล้วเราก็ใช้วิธีการรักษาได้ตามปกติ ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการช่วยดึงพลังงานลบออกจากร่างกาย ก่อนการรักษา ทำให้รักษาได้ง่ายขึ้น

3.ดึงสิ่งที่ตกค้างในร่างกายออก

4.ดึงพลังงานลบที่เกิดจากอารมณ์ออก

5.เมื่อแช่เท้าด้วยเกลือ บ่อยๆ ร่างกายจึงไม่มีพลังงานลบที่ก่อโรคหลงเหลืออยู่อีก และนี่เองจึงทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น

🌹 วิธีการแช่เท้าด้วยเกลือ

การแช่เท้าในน้ำเกลือไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ และทำได้เองตอนอยู่บ้าน ไม่มีขั้นตอนซับซ้อน และราคาถูก สามารถเริ่มทำได้ทันที

1.เริ่มด้วยการหากะละมัง ที่สามารถวางเท้าแช่ได้ และใส่น้ำลงไปให้ท่วมตาตุ่มจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาก็ได้

2.ใส่เกลือทะเล (ที่เป็นเกลือแบบเม็ด) ลงไปประมาณ 1 กำมือ

3.เอาเท้าเหยียบไว้ที่เกลือที่ยังไม่ละลาย

4.ทำจิตใจให้สงบ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ

5.นั่งอยู่แบบนี้ประมาณ 15-20 นาที

6.หลังจากนั้นให้ล้างเท้าด้วยน้ำเปล่า

คนปกติ สามารถทำได้ทำอาทิตย์ละครั้ง ส่วนคนป่วย ทำได้ทุกวันก่อนนอน

คนที่ธาตุไม่สมดุล มีอาการหนาว สั่น ให้ใช้น้ำอุ่นในการแช่เท้า คนที่ร้อน ให้ใช้น้ำเย็น

🌹 การแช่เท้าในอ่างน้ำอุ่น

นับว่าเป็นเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน ตามหลักทฤษฎีการแพทย์ทางเลือกสาขา Reflexology โดยมีความเชื่อกันว่าเท้า มีจุดสัมผัส ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เพราะฉะนั้นวิธีกรการผ่อนคลาย ด้วยการแช่เท้าลงในน้ำร้อน จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยกระตุ้นจุดสัมผัสเหล่านี้ด้วยพลังงานความร้อน

🌹 นอกจากนี้การแช่เท้า ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำเกลือหรือไม่ ยังมีข้อดีอีกหลายข้อเช่น

1.ลดอาการปวดบวมที่เท้าแล้ว

2.ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

3.ลดอาการปวดท้อง

4.ลดอาการอักเสบของจมูกและลำคอ

5.กระตุ้นความต้านทานของร่างกาย

6.ลดอาการคั่งของเลือดที่ส่วนอื่นๆ

7.ป้องกันอาการมือเท้าเย็นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

8.ช่วยให้อาการปวดหัวหรือปวดประจำเดือนลดลง

9.ทำให้นอนหลับง่ายตลอดคืน เป็นต้น

 #สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #             🔔“หนาวใน” 🔔     หลายๆคนคงเคยเจอปัญหานี้ เกิดอาการหนาวมากๆ หนาวลึกถึงในอก ติ...
06/09/2017

#สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #

🔔“หนาวใน” 🔔
หลายๆคนคงเคยเจอปัญหานี้ เกิดอาการหนาวมากๆ หนาวลึกถึงในอก
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

ในบางครั้งแค่ฝนตั้งเค้ายังไม่ทันจะตก ก็เกิดอาการหนาว มือเท้าเย็น ปากเขียว มือเขียว หนาวสั่นสะท้าน เหมือนเลือดไหลเวียนไม่ดี เมื่อมีอาการหนาวในเป็นประจำจะทำให้เกิดอาการต่างๆตามมาได้ เช่น ปวดหลังชาๆ ขัดข้อสะโพก มีจ้ำเขียวตามร่างกายได้ง่าย เป็นไข้ทับระดูทุกครั้งที่มีประจำเดือน มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว

🔔สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหนาวใน

🛎เลือดจาง เลือดน้อย
ด้วยภาวะที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ช่วยขนส่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง และนำพาความร้อน

🍂และสารอาหารที่สำคัญเข้าสู่ กระบวนการทำงานของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า หากขาดธาตุเหล็กไป การทำงานดังกล่าวไม่เต็มประสิทธิภาพ ความอบอุ่นในร่างกายก็ลดน้อยลงไปด้วย

🛎ผอมมากเกินไป
น้ำหนักที่ต่ำกว่ามาตรฐาน อาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างคามอบอุ่นได้อย่างเพียงพอ ความร้อนของระบบเผาผลาญน้อยลงจากการทานอาหารน้อย อีกทั้งในคนผอมมากๆ ร่างกายขาดไขมันที่จำเป็นต่อการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

🛎ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ
อาการหนาวเป็นพักๆ ร่วมด้วยผมเริ่มบาง ผิวแห้งมากขึ้น อาการอ่อนเพลีย อาจเข้าข่ายภาวะผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายจึงลดน้อยลงไปด้วย

🛎ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี
โดยเฉพาะในคนที่มักจะมือเย็นเท้าเย็นบ่อยๆ อาจเกิดจากระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายของคุณทำงานไม่ปกติ ทำให้ไม่สามารถไหลเวียนเลือดได้สะดวก ไม่ทั่วทั้งร่างกาย หรืออาจจะมีภาวะของโรคหลอดเลือดอุดตันตามตำแหน่งต่างๆ

🛎โรคเรย์นอยด์ (Raynaud’s Disease)
ซึ่งเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดบริเวณมือตีบ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่ดี ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วมือ ร่วมกับอาการนิ้วมือนิ้วเท้าเย็นตามมาด้วย

🛎พักผ่อนไม่เพียงพอ
ยิ่งคุณนอนหลับได้ไม่เพียงพอ และยาวนานเท่าใด ยิ่งสะสมให้สมองรวมไปถึงระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติไปมากเท่านั้น ซึ่งก็นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง รู้สึกหนาวได้ง่ายๆ

🛎ดื่มน้ำน้อยเกินไป
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้เป็นปกติ เมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพออาจเกิดได้ทั้งภาวะแปรปรวน ร้อนจัดและเย็นจัด และการขาดน้ำที่จำเป็นต่อระบบเผาผลาญ

🛎ร่างกายขาดวิตามินบี 12
วิตามินบี 12 มีหน้าที่สำคัญเหมือนธาตุเหล็ก ในเรื่องช่วยลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งถ้าหลอดเลือดแดงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การไหลเวียนของเลือดก็จะติดขัด จึงทำให้ร่างกายหนาวเย็นได้ง่ายๆ

🛎ผู้หญิงมักหนาวได้ง่ายมากกว่าผู้ชาย
ในเรื่องของฮอร์โมน และกลไกร่างกายของผู้หญิง ต้องคงความสมดุลของการไหลเวียนเลือดในสมอง และหัวใจอย่างเต็มที่ การไหลเวียนเลือดในส่วนประสาทมือและเท้าจึงถูกลดความสำคัญลงไป เป็นเหตุให้รู้สึกหนาวเย็นที่มือและเท้าเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาท

🛎สัญญาณโรคเบาหวาน
ด้วยอาการปลายประสาทอักเสบที่อาจเกิดได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะส่งผลให้มือและเท้าของคุณไวต่อสิ่งเร้าและการสัมผัส โดยเฉพาะอากาศหนาว ร่วมด้วยอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ อ่อนเพลีย และรู้สึกคอแห้งถี่ขึ้น สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน

🛎กล้ามเนื้ออ่อนแอเกินไป
เพราะกล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่มีการเผาผลาญมากที่สุดและมีการใช้กลูโคสมากที่สุดนั่นเอง จึงมีหน้าที่สำคัญช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกายได้ด้วย

🛎หนาวสั่นในหญิงหลังคลอด
หลังคลอดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะลดลง และกลไกของร่างกายจะกำจัดน้ำออกด้วย ส่งผลให้ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ และเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำมาก จะมีไข้และทำให้เกิดอาการหนาวสั่นตามมาได้

🛎วิธีป้องกันและรักษา🛎
แนวทางคือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สุขภาพดีเสมอ และรักษาได้จากสาเหตุที่เกิดขึ้นค่ะ

🍂บำรุงร่างกายด้วยอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลือกทานไขมันดีจากพืช วิตามินบี12 ก็จำเป็น และหากคุณมีภาวะเลือดจาง ต้องเน้นอาหารประเภทธาตุเหล็กสูง

🍂รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

🍂ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

🍂พักผ่อนอย่างเพียงพอ

🍂ดื่มน้ำให้ได้มากกว่า 8 แก้วต่อวัน

🍂หากเกิดอาการหนาวสั่นที่ผิดปกติ หรือเข้าข่ายอาการของโรคร้าย ควรเข้าพบแพทย์

**ทางศูนย์ของเราดูแลด้วย...**
#นวัตกรรมการฟื้นฟูและต้านโรคด้วยสารสกัดธรรมชาติ การเสริมโภชนาการหรือใช้วิธีการกระตุ้นเพื่อเร่งกระบวนการขจัดเซลล์เสียซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน
การดูแลจัดการที่ปัจจัยต้นเหตุหรือพื้นฐานร่วมไปกับการบำบัดอาการเฉพาะหน้านี้ ย่อมจะทำให้ผลการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยั่งยืนกว่า... #
***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

 #สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #                🔔โลหิตจาง🔔โลหิตจางหรือเลือดจาง (anemia) เป็นภาวะที่จำนวนเม็ดเลือดแดงในร่...
05/09/2017

#สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #
🔔โลหิตจาง🔔
โลหิตจางหรือเลือดจาง (anemia) เป็นภาวะที่จำนวนเม็ดเลือดแดงในร่างกายลดน้อยลง
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

ผู้ที่มีโลหิตจางจะมีอาการซีด, เพลีย, เหนื่อยง่าย ทำงานไม่ค่อยไหว ผู้ป่วยที่มีโลหิตจางรุนแรงอาจจะมีการทำงานของหัวใจล้มเหลว เกิดภาวะหัวใจวาย และสมองจะทำงานช้าลง จนกระทั่งหมดสติได้

โรคหรือสาเหตุของโลหิตจางมีหลายชนิด ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

1️⃣การสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น ขาดธาตุเหล็ก, โฟเลต (folate), วิตามินบี 12, โรคไขกระดูกฝ่อ โรคที่มีเซลล์มะเร็งในไขกระดูก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) เป็นต้น

2️⃣การสูญเสียเม็ดเลือดแดงจากกระแสเลือด ได้แก่การเสียเลือดทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง (ซึ่งชนิดเรื้อรังจะทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็ก), การที่เม็ดเลือดแดงแตกหรือถูกทำลายไปเร็วกว่าปกติ เช่น โรคที่ร่างกายต่อต้านเม็ดเลือดแดงของตนเองโรคโลหิตจางกรรมพันธุ์บางชนิด เช่น โรคขาดเอ็นซัยม์ของเม็ดเลือดแดง, โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น

🛎อาการที่ชี้แนะว่าโลหิตจาง 🛎
ผู้ที่โลหิตจางไม่มากหรือไม่มีโรคหลอดเลือดร่วมด้วยอาจไม่มีอาการก็ได้
อาการจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโลหิตจาง และความเฉียบพลันของการเกิดโรค

▶️อาการเหนื่อยง่าย เหนื่อยง่ายหมายถึงรู้สึกเหนื่อยผิดปกติเวลาที่ต้องออกแรง เวลาเหนื่อยอาจมีอาการใจสั่นร่วมด้วย
ที่รุนแรงอาการมีอาการของโรคหัวใจวาย คือ เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ เป็นต้น

▶️อาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ

▶️อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียน

▶️อาการทางสมอง เช่น รู้สึกสมองล้า หลงลืมง่าย ขาดสมาธิในการทำงาน เรียนหนังสือไม่ดีเท่าที่ควร นอนไม่หลับ

▶️อาการหัวใจขาดเลือด มักพบในคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โลหิตจาง ทำให้อาการของหัวใจรุนแรงขึ้น เจ็บหน้าอกง่ายขึ้น

▶️อาการขาขาดเลือด พบในคนที่มีโรคหลอดเลือดของขาทำให้ปวดขา เวลาเดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดพักบ่อยๆ เวลาเดิน

▶️อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร ท้องอืด

🛎อาการแสดงที่บอกว่ามีภาวะโลหิตจาง

อาการแสดงที่พบบ่อยได้แก่ ลักษณะซีด
▶️ดูได้จากสีของผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ใต้เล็บ

▶️หรือดูจากสีของเยื่อบุด้านในของเปลือกตาล่าง (พลิกเปลือกตาดู)

🛎อาการแสดงที่ช่วยชี้แนะถึงสาเหตุของโลหิตจาง

▶️มีตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) อย่างอ่อน แสดงถึงภาวะโลหิตจาง จากการแตกสลายของเม็ดเลือดแดง

▶️มีจุดและจ้ำเลือดตามตัวชี้แนะถึงการมีเกร็ดเลือดต่ำ เป็นโรคไขกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดโลหิตขาว หรือโรคที่เกิดการทำลายทั้งเม็ดเลือดแดงและเกร็ดเลือด

▶️ลิ้นเลี่ยน อาจแสดงถึงโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ผิวลิ้นจะเลี่ยนและซีด

▶️เล็บอ่อนยุบเป็นแอ่ง พบในโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก

▶️ความดันโลหิตสูง อาจหมายถึงโลหิตจางจากไตวายเรื้อรัง

▶️ความดันโลหิตต่ำ อาจหมายถึงภาวะช็อกจากการสูญเสียโลหิตอย่างรวดเร็ว เช่น

▶️เลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหารหรือจากภาวะหัวใจวาย

▶️ตับและม้ามโต พบได้ในโลหิตจางจากโรคเลือดธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

▶️ต่อมน้ำเหลืองโต อาจหมายถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมักจะมีตับโตและม้ามโตด้วย

▶️อาการบวม ผิวแห้ง มักพบในโรคไต

▶️อาการขึ้นผื่นที่ใบหน้า และผมร่วง พบในโรคเอสแอลอี (SLE)

▶️ท้องมาน พบในโรคตับแข็ง

▶️ข้อบวม พิการ พบในโรคข้อเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์อาไทรติส โรคเอสแอลอี เป็นต้น

**ทางศูนย์ของเราดูแลด้วย...**
#นวัตกรรมการฟื้นฟูและต้านโรคด้วยสารสกัดธรรมชาติ การเสริมโภชนาการหรือใช้วิธีการกระตุ้นเพื่อเร่งกระบวนการขจัดเซลล์เสียซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน
การดูแลจัดการที่ปัจจัยต้นเหตุหรือพื้นฐานร่วมไปกับการบำบัดอาการเฉพาะหน้านี้ ย่อมจะทำให้ผลการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยั่งยืนกว่า... #
***ติดตามข้อมูลกันต่อนะค่ะ***
ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

🔔นิ่วในตับและถุงน้ำดี🛎สารพิษต่างๆ ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762...
05/09/2017

🔔นิ่วในตับและถุงน้ำดี🛎
สารพิษต่างๆ ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

ทั้งจากการรับประทานอาหาร (สารกันบูด สารปรุงรส ยาฆ่าแมลง เชื่อรา) การสูดดม การซึมผ่านผิวหนัง หรือแม้แต่สารพิษที่ร่างกายผลิตเอง

🛎สารพิษทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปที่ตับ เพื่อทำการขจัดสารพิษ ถ้าตับทำงานไม่ทัน สารพิษเหล่านี้จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดและเคลื่อนที่ไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกายทำให้ เราเกิดโรคและอาการเจ็บป่วยต่างๆมากมายตามมา

🛎ผู้มีนิ่วในตับและถุงน้ำดีเป็นจำนวนมาก อาจจะมีอาการบ่งบอกได้บางอย่าง...ดังต่อไปนี้

1. ไม่อยากอาหาร ไม่หิวอาหาร
2. หิวตลอดเวลา
3. ภาวะการย่อยอาหารผิดปกติ
4. ท้องร่วง
5. ท้องผูก
6. อุจจาระมีสีโคลน
7. ไส้เลื่อน
8. ท้องอืดท้องเฟ้อ เกิดก๊าซในทางเดินอาหาร
9. รีดสีดวงทวาร
10. ชาทางด้านซีกขวาของร่างกาย
11. หายใจลำบาก
12. โรคตับแข็ง
13. โรคตับอักเสบ
14. ภาวะติดเชื้อง่าย
15. โคเลสเตอรอลในเลือดสูง
16. โรคตับอ่อนอักเสบ
17. โรคหัวใจ
18. ผิดปกติทางสมอง
19. แผลที่ปลายลำไส้เล็ก
20. คลื่นเหียน อาเจียน
21. เป็นคนอารมณ์ร้าย โมโหฉุนเฉียวง่าย
22. มีแต่ความหดหู่ เก็บกด
23. หย่อนสมรรถภาพ ทางเพศและอื่นๆ
24. มีปัญหาทางเพศศักยภาพอื่นๆ
25. โรคต่อมลูกหมากอักเสบ
26. ปัญหาระบบขับถ่ายปัสสาวะ
27. ภาวะการขาดสมดุลทางฮอร์โมน
28. ประจำเดือนผิดปกติ
29. มีปัญหาในการมองเห็น
30. ตาบวม มีถุงน้ำใต้ตา
31. มีความผิดปกติทางผิวหนัง
32. ดำช้ำบริเวณหลังมือและใบหน้า/มีฝ้า กระและจุดด่างดำต่างๆ
33. วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
34. กล้ามเนื้อหย่อนยาน
35. น้ำหนักเพิ่มหรือลดผิดปกติ
36. ปวดบริเวณไหล่และหลังอย่างแรง
37. ปวดในกระดูกหัวไหล่และหรือบริเวณกระดูกหัวไหล่
38. ใต้ตามีสีดำคล้ำ
39. เป็นโรคผิวหนังหรือมีความผิดปกติทางสีผิว
40. ลิ้นขาววาวหรือเหลือง
41. โรคกระดูกสันหลังคด
42. โรคเกาต์ (Gout)
43. ชาบริเวณไหล่
44. คอแข็ง (
45. โรคหอบหืด
46. ปวดศีรษะ และอาการปวดศีรษะข้างเดียว
47. มีปัญหาทางเหงือกและฟัน
48. ตาเหลือง ผิวเหลือง
49. อาการปวดร้าวไปตามขา ชาตามเส้นประสาท (Sciatica)
50. ชา อัมพาตตามขา
51. โรคข้อต่ออักเสบ
52. โรคปวดเข่า
53. โรคภาวะกระดูกพรุน )
54. ภาวะอ้วนเกิน อ้วนผิดปกติ )
55. เหนื่อยอ่อนเรื้อรัง
56. โรคเกี่ยวกับไต
57. โรคมะเร็ง (Cancer)
58. อาการแข็งตัวของเนื้อเยื่อตามร่างกาย เช่น การแข็งตัวของหลอดเลือดแดง-หลอดเลือดดำ ภาวะสมองกระด้าง โรคหนังแข็ง
59. โรคอัลไซเมอร์ (หลงๆลืมๆ)
60. เย็นตามแขนขา
61. เนื้อตัวร้อนเกินปกติและมีเหงื่อออกบริเวณร่างกายท่อนบน
62. ขนเป็นมันและร่วง
63. แผลหายช้าnd don’t want to heal)
64. นอนไม่หลับ นอนหลับยาก
65. ฝันร้าย
66. ขัดตามข้อต่อและกล้ามเนื้อ
67. มีอาการร้อน

🛎อาการดังกล่าวเหล่านี้ แสดงว่าตับทำงานเฉื่อยลง มีการคั่งของสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายภายในตับ

🛎สารพิษเหล่านี้จะทยอยไหลผ่านไปตามเส้นเลือด และส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ...

🛎การล้างพิษตับ ขับสารพิษต่างๆที่สะสมอยู่ในตับออกมา เมื่อตับสะอาดขึ้น การทำงานของตับก็จะดีขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยส่งผลทำให้อาการของโรคดังกล่าวข้างต้น สามารถทุเลาเบาบางลงหรือหายดีขึ้นได้

🛎การล้างพิษตับ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นกระบวนการกรรมวิธีในการขับสารพิษที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย (ในตับ ในถุงน้ำดี ในท่อน้ำดีตับ ในลำไส้) นั้นออกมา ซึ่งพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายของเรานี้เอง ที่มักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งถือเป็นการดูแลสุขภาพของเราทางหนึ่ง ให้ฟื้นฟูกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิมหรือดีเท่าที่ควรจะเป็น

🛎สาเหตุที่ทำให้ตับ และถุงน้ำดีมีปัญหา

1. กินอิ่มมากเกินไป
2. กินอาหารรสจัด
3. กินไขมันมากเกินไป
4. กินเนื้อสัตว์หรือโปรตีนจากผลิตภัณฑ์อื่น มากเกินไป
5. ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
6. กินอาหารสุกๆดิบๆ เช่น ปลาร้าดิบ ลาบดิบ ก้อยดิบ เนื้อส้ม ปลาส้ม กุ้งเต้น เป็นต้น
7. ดื่มน้ำน้อย

ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

 #สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #        🔔ล้างสารพิษออกจากตับ🔔           ทำไมต้องล้าง (พิษ) ตับ?ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุ...
04/09/2017

#สาระดีๆที่นี่มีให้ทุกๆวันค่ะ #

🔔ล้างสารพิษออกจากตับ🔔

ทำไมต้องล้าง (พิษ) ตับ?
ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย
https://line.me/R/ti/p%40hzs9762l
มีน้ำหนักประมาณ 2% เช่น เราหนัก 60 ก.ก. ตับของเราจะหนักประมาณ 1,200 กรัม

🔐ตับมีหน้าที่สำคัญมากกว่า 500 อย่าง ที่เรารู้กันเป็นอย่างดีก็คือหน้าที่กำจัดสารพิษต่างๆ อาหารทุกคำ ยาทุกเม็ด ที่เรากินล้วนมีสิ่งที่ตับต้องกำจัดทั้งสิ้น
🔐ตับเป็นต่อมมีท่อใหญ่ที่สุด สิ่งที่ตับสร้างคือ น้ำดี (bile) เซลล์ตับปกติทุกเซลล์จะสร้างน้ำดี (bile) น้ำดีที่สร้างจะไหลไปตามท่อเล็กๆ ซึ่งมองด้วย กล้อง จุลทรรศน์ ธรรมดาไม่เห็น เรียกว่า “bile canaliculi” แล้วรวมกันถึงท่อน้ำดีที่ ใหญ่ขึ้นในตับ เรียก “bile duct” ตับมี 2 กลีบ (lobes) ท่อน้ำดีจากทั้ง 2 กลีบ จะ รวมตัวกันเป็น “hepatic duct” จะไปเชื่อมต่อกับท่อน้ำดีที่ไหลไปยังถุงน้ำดี (gallbladder)

🔐ตับปกติของผู้ใหญ่จะสร้างน้ำดีวันละหลายลิตร ส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ 2 ของลำไส้เล็กช่วงแรก มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (ไม่เกิน 100 cc)

▶️เมื่อตับกำจัดพิษจากสิ่งที่เรากินเข้าไป กากหรือขยะของสารพิษจะถูกขับออกจากตับได้ 2 วิธี

1️⃣ถ้าเป็นสารละลายน้ำได้จะถูกกำจัดออกทางไต

2️⃣ถ้าเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ตับจะอาศัยน้ำดีนำไปทิ้งที่ลำไส้เล็กกลายเป็น อุจจาระต่อไป และขยะที่กำจัดไม่ได้จะสะสมอยู่ในตับ

🔐ตับทำงานตลอดเวลา และเป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งไม่เคยพักเลย (เช่นเดียวกับ หัวใจ และปอด)

🔐ตับเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงกำจัดพิษ และโกดังสะสมทั้งสิ่งที่เป็น และไม่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย เช่น ไขมัน

🔐เครื่องยนต์ของรถ เรือ หรือพาหนะใดๆ ต้องการการทำความสะอาดทั้งสิ้น ตับก็ต้องการเช่นกัน

🔐ตับที่สะอาดจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าตับที่สะสมกากขยะไว้ทั้งในตับเอง และในถุงน้ำดี

เพราะฉะนั้นการล้าง (พิษ) ตับมีประโยชน์นะค่ะ

🔐หลักการ และเหตุผล

🎗การที่ตับต้องทำงานตลอดเวลาเพราะเรากิน

🎗ถ้าเราหยุดกิน ตับก็จะได้พัก ระบบย่อยอาหารทั้งหมดก็จะได้พักด้วย

🔐สังเกตไหมว่าเวลาเราป่วย ความอยากอาหารจะหมดไป ร่างกายเราบอกว่าขอหยุดทำงานก่อน หลักการนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิธีล้าง (พิษ) ตับได้

🔐ตับที่พักการทำงานไประยะหนึ่งเมื่อถูกกระตุ้น จะสร้างน้ำดี (ซึ่งหยุดทำไประยะหนึ่งแล้ว) อย่างมากมาย น้ำดีที่ตับสร้างขึ้นนี้มีปริมาณมาก และ สามารถนำสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจากระบบท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ออกมาทางอุจจาระได้อย่างไม่น่าเชื่อ

▶️ สาเหตุที่ทำให้ตับ และถุงน้ำดีมีปัญหา

1️⃣กินอิ่มมากเกินไป
2️⃣กินอาหารรสจัด
3️⃣กินไขมันมากเกินไป
4️⃣กินเนื้อสัตว์หรือโปรตีนจากผลิตภัณฑ์อื่น มากเกินไป
5️⃣ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
6️⃣กินอาหารสุกๆดิบๆ เช่น ปลาร้าดิบ ลาบดิบ ก้อยดิบ เนื้อส้ม ปลาส้ม กุ้งเต้น เป็นต้น
7️⃣ดื่มน้ำน้อย

▶️ประโยชน์จากการล้างพิษตับ

🎗ช่วยลดน้ำหนัก เพราะหนึ่งในขั้นตอน
การล้างพิษตับนั้นคือต้องอดอาหาร

🎗ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น เพราะตับสะอาดขึ้น

🎗ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย

🎗ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง

🎗ช่วยบรรเทาความรุนแรงของหวัด หรืออาการภูมิแพ้

🎗เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ

🎗ช่วยลดการสะสมของไขมันที่พอกตับ และลดการเกาะตัวของไขมันที่บริเวณผนังหลอดเลือด

🎗ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง

🎗ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง

ปรึกษาเพิ่มเติมฟรี 💕
คุณมีจ๋า 📞081-6221256
หรือ In box มาคุยกันในเพจ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมคลิก➡https://line.me/R/ti/p/%40hzs9762l

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีท๊อกขจัดสารพิษฟื้นฟูสุขภาพ BY mejaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์