05/03/2026
เป็นมะเร็ง แล้วไม่ยอมกินโปรตีน = หายนะ 🫠
📌ขอมาส่งเสียงว่า “เป็นมะเร็งกินโปรตีนได้ เเละต้องกินเยอะกว่าคนปกติด้วย”
คือยังงี้ครับ โดยปกติโปรตีนเป็นสารอาหารหลักในการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงเสริมสร้างการทำงานทำการของระบบภูมิคุ้มกันอยู่เเล้ว
เเต่เมื่อป่วยด้วยโรคมะเร็ง เซลล์มะเร็งจะมีการหลั่งสารที่กระตุ้นการอักเสบ (Tumor-driven inflammation) ประกอบกับการที่ผู้ป่วยกินอาหารได้น้อยไม่ว่าจะด้วยความอยากอาหารลดลง การอักเสบในช่องปาก การรับรสชาติและกลิ่นเพี้ยนไปหรือลดลง ความเจ็บปวด ความอ่อนเพลีย ฯลฯ ร่ายกายเลยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานเเทนอาหารที่ไม่ได้กินเข้าไป
ด้วยเหตุฉะนี้เอง จึงเกิดเป็นความเชื่อที่ว่า “เซลล์มะเร็งกินโปรตีน” คนไข้หลายคนเลยไม่ยอมกินโปรตีน ซึ่งในทางการแพทย์จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากแม้ว่าผู้ป่วยจะไม่รับประทานอาหารที่มีโปรตีน ร่างกายก็จะไปสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อออกมาอยู่ดี ในที่สุดจะยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม ขาดสารอาหาร เกิดเป็นภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก หรือ cancer cachexia ตามในภาพ จนไม่อาจทนต่อการรักษาได้ หรือไม่มีโปรตีนเพียงพอจะสร้างเม็ดเลือดขาว จึงต้องเลื่อนการรักษา (หากเม็ดเลือดขาวต่ำเกิน แพทย์จะเลื่อนการรักษาออกไป และให้ผู้ป่วยกินอาหารให้เยอะขึ้นเพื่อให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น) ซึ่งหากเลื่อนการรักษา อาจทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นระหว่างนั้นได้ #สุดท้ายตายจากการขาดสารอาหารมากกว่าตายเพราะมะเร็ง
#เเล้วยังงี้ควรเเนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารอย่างไร 🤔
หากคนไข้สามารถรับประทานอาหารแบบปกติได้ดี ให้คนไข้กินอะไรก็ได้ เน้นกินให้ได้ก่อนนะครับ เพราะส่วนใหญ่จะกินไม่ค่อยได้ เเต่ขอให้ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ในเเต่ละวัน เน้นให้คนไข้กินโปรตีนสูงขึ้นมาหน่อยได้เลยครับ “ไม่ต้องกลัว”
จะกินเป็นโปรตีนจากสัตว์ หรือ พืชก็ได้ ไม่ติด (แอบกระซิบว่าคุณภาพของโปรตีนโดยรวมจากสัตว์จะดีกว่าพืชมาก) เเต่ขอให้กินโปรตีนรวมให้ได้ประมาณ 1.2-1.5 กรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (เอาน้ำหนักตัว x 1.2 = ปริมาณโปรตีนที่ต้องกิน) เเละผมขอเน้นย้ำไว้ตรงนี้เลยว่า “ว่าน้ำหนักของเนื้อสัตว์ ไม่เท่ากับน้ำหนักของโปรตีนนะครับ” โดยเนื้อสัตว์สุกทุกๆ 30 กรัม หรือประมาณ 2 ช้อนกินข้าวพูนๆ จะมีโปรตีนแค่ 7 กรัม ครับ
ส่วนตัวอยากเเนะนำให้เลือกทานเป็นเนื้อปลาก็จะดีครับ โดยเฉพาะปลาทะเล เนื่องจากเป็นเเหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย เป็นเเหล่งของกรดไขมัน Eicosapentaenoic acid (EPA) ปริมาณสูง ซึ่งเมื่อถูกเปลี่ยนแปลงด้วย เอนไซม์ Cyclooxygenases และ Lipoxygenases จะได้สาร Series 3 Prostaglandins และ Series 5 Leukotriene ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ
อย่างปลาทู 100 กรัม นี่มี EPA สูงถึง 1,636 มก. เลยนะครับ โดยแนวทางเวชปฏิบัติ (Guideline) ของสถาบันทางโภชนศาสตร์และการกำหนดอาหารสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับ EPA 1.1-1.2 กรัม/วัน ของออสเตรเลีย 1.4-2.0 กรัม/วัน และ European Society for Clinical Nutrition and Metabolism (ESPEN) แนะนำช่วงกว้างๆ ไว้คือ คือ 0.26-6.0 กรัม/วัน โดยทั่วไปจะเเนะนำที่ 1.5 ถึง 2 กรัมต่อวัน ครับ เเต่ถ้าหากกินอาหารในรูปแบบปกติไม่ได้ หรือ ได้น้อย อาจเสริมด้วยอาหารทางการเเพทย์สูตรครบถ้วนโปรตีนสูงที่มีส่วนประกอบของ EPA ก็ได้ครับ มีให้เลือกอยู่ 2-3 ยี่ห้อ สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารได้ครับ
นอกจากเรื่องโปรตีนเเล้วก็อยากให้คนไข้เลี่ยงของหมักดอง พวกอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารที่ไม่สุก หรืออาหารอะไรก็ตามที่ไม่สะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ท้องเสีย เนื่องจากภูมิคุ้มกันในคนไข้มะเร็งจะต่ำอยู่เเล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ครับ
#สุดท้ายนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าโพสต์นี้จะไปถึงมือใครบ้าง แต่ขอส่งเสียงไปถึงทุกคนไม่ว่าจะเป็นเหล่า clinician หรือ ญาติ ให้ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เรื่องอาหารของผู้ป่วยมะเร็งมากขึ้น เพราะนี่ คือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะไขประตูไปสู่การรักษาในขั้นต่อๆ ไปครับ
“ให้เขากินดีกว่า เพราะเขากินได้น้อยอยู่แล้ว ยังไงก็เน้นโปรตีนหน่อยนะ”
#เรื่องอาหารมะเร็งต้องปรึกษาคนรู้จริง
#อาหารมะเร็ง #โภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง
#ฟาฮัดเป็นนักกำหนดอาหาร
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้นะครับ
https://www.chulacancer.net/patient-34-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%94.html
https://www.nci.go.th/th/File_download/D_index/onco2558/burerum/10.pdf
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ramajournal/article/download/237430/168553/867552
https://clinicalnutritionespen.com/article/S1751-4991(08)00067-X/pdf