HONG YUAN THANG จำหน่ายสมุนไพรจีนแผนโบราณและแผนปั?

ยินดีต้อนรับผู้รักสุขภาพทุกท่าน เราเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสมุนไพรจีนเกรดพรีเมี่ยมทั้งปลีกและส่ง สนใจสินค้าสามารถติดต่อสอบถามได้ ทุกช่องทาง


ร้านเราตั้งอยู่ภายในโครงการสำเพ็ง 2 (ฝั่งตลาดน้ำ)
เปิดให้บริการ วันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 9.00น - 17.30น

😖ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เท้าบวม ผิวหน้าหมองคล้ำ และผมร่วง ทั้งๆ ที่ผลตรว...
18/02/2021

😖ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เท้าบวม ผิวหน้าหมองคล้ำ และผมร่วง ทั้งๆ ที่ผลตรวจร่างกายก็เป็นปกติ?😖
💟ไตมีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย การพัฒนาสมอง การสร้างกระดูก การสร้างเม็ดเลือด สมรรถภาพทางเพศ การสืบพันธุ์และความชรา ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ ม้าม ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันด้วย
🟨สาเหตุใดที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ...🟨
💟ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกายที่เป็นไปตามวัฏจักรของเกิดแก่เจ็บตาย จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้ามากหรือน้อยจะไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ
1.กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรือหรืออายุมากเกินไป หรือมีลูกหลายคน หรือตอนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอ หรือคลอดก่อนกำหนด ไตของลูกก็จะอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด
2.การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลัง
3.ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน
4.ทำงานหนัก ทำงานเกินกำลังหรือหามรุ่งหามค่ำ ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนอดหลับอดนอน
5.ผลกระทบจากโรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง sle อัมพฤกษ์ อัมพาต วัณโรค โรคเกาต์ ฯลฯ
6.ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจากการใช้น้ำยาเคมีมากเกินไป เช่น ยาคุมกำเนิด ยาลดความอ้วน ฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักและผลไม้ สารฮอร์โมนที่สะสมในเนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่แช่ฟอร์มาลีนหรือได้รับสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม
7.สารโซเดียมที่อยู่ตามอาหาร ขนมขบเคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น ผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ
ปัจจัยดังกล่าวล้วนแต่ทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร เราจึงพบบ่อยๆ ว่า หลายๆ คนแม้ว่ายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่ก็มีอาการของภาวะไตอ่อนแออย่างครบครันในที่สุด
🟨ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการอื่นๆ อย่างไรบ้าง??🟨
💟ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการหลากหลายตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการใดอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพความเสื่อมโทรมของไต อายุ และระยะเวลาที่เรื้อรัง
1.ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ
2.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลัง ปวดเอว ขาแขนอ่อนแรง เป็นตะคริวบ่อย หนาวหรือชาตามมือตามเท้า ปวดตามข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ
3.ระบบประสาท นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เวลานอนแขนขากระตุกหรือสะดุ้งตื่นเป็นประจำ หรือฝันว่าตกจากที่สูงจนตกใจตื่นเป็นประจำ ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า วิตกกังวล อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้หนาว ฯลฯ
4.ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ
5.ระบบภูมิต้านทาน เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย ลมพิษ สะเก็ดเงิน เริม sle ฯลฯ
6.ระบบทางเดินหายใจ ระคายคอบ่อย ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ
7.ระบบสืบพันธ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่องคลอดไม่กระชับ มีบุตรยากหรือแท้งบุตร เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ
8.สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ
9.หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ

ที่มา : http://xn--12cg5cwca1d9ab9lwa.blogspot.com/.../blog-post...

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
☎️โทร: 0659299388
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
🧡Shopee : https://shp.ee/ic5pic7
💜Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hong-yuanthang

💃ประจำเดือนมามากผิดปกติ อันตรายหรือไม่?ในภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณผู้หญิงบางคนต้องพบเจอ ทำให้มี...
17/02/2021

💃ประจำเดือนมามากผิดปกติ อันตรายหรือไม่?
ในภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณผู้หญิงบางคนต้องพบเจอ ทำให้มีคำถามอยู่ว่าภาวะดังกล่าวเป็นอันตรายหรือไม่อย่างไร วันนี้ทางเราก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติมาฝาก เพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน

โดยปกติแล้วผู้หญิงเราจะมีประจำเดือนออกมา 3-7 วันแล้วหมดไป ก่อนจะมาใหม่ในเดือนถัดไปตามลำดับ และมีการใช้ผ้าอนามัยต่อวัน 2-3 แผ่น ขึ้นอยู่กับปริมาณประจำเดือนของแต่ละคน แต่ในคนที่มีภาวะมามากกว่าปกติ มักจะมีปริมาณประจำเดือนที่ผิดไปจากเดิม สามารถสังเกตตัวเองได้โดยการเปรียบเทียบกับภาวะปกติที่ประจำเดือนเคยมาในเดือนก่อนๆ

เช่นในกรณีตัวอย่าง ผู้หญิงวัย 50 ปีหนึ่งราย ในภาวะปกติจะมีประจำเดือน 4-5 วันและต่อวันจะใช้ผ้าอนามัยสูงสุดอยู่ที่ 2 แผ่นเท่านั้น แม้ในวันที่มามาก แต่ในภาวะมามากผิดปกติ ผู้หญิงรายนี้มีประจำเดือนเพียงวันเดียวแล้วหมดไป โดยในวันนั้นมีการใช้ผ้าอนามัยมากกว่าปกติอยู่ที่จำนวน 3-4 แผ่นต่อวัน ในรายดังกล่าวยังมีการพบสูติ- นรีแพทย์ แล้วตรวจพบติ่งเนื้อที่บริเวณมดลูกด้วย

🔰กรณีนี้ที่มีติ่งเนื้อบริเวณมดลูกจะต้องได้รับการตรวจวินัจฉัยละเอียด โดยการขูดมดลูกเพื่อนำติ่งเนื้อดังกล่าวมาตรวจดู จึงจะสามารถสรุปได้ว่าใช่สาเหตุของประจำเดือนมามากผิดปกติหรือไม่อย่างไร แต่ในกรณีทั่วไปสำหรับคนที่มีประจำเดือนมากผิดปกติ โดยเฉพาะในวัยกลางคนอายุเข้าสู่เลข 5 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่วัยทอง มักมีประจำเดือนที่ลดน้อยลง หากพบว่าประจำเดือนมามากกว่าปกตินั้น แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติอยู่แน่นอน ส่วนคำถามที่ว่าอันตรายหรือไม่อย่างไร จะต้องได้รับการตรวจละเอียดอีกทีหนึ่ง ซึ่งไม่ควรปล่อยทิ้งไว้และควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

🔰สาเหตุหนึ่งที่สำคัญของปัญหาประจำเดือนมามากผิดปกตินั้นก็คือเยื่อบุมดลูกเป็นเนื้อร้ายหรือเป็นมะเร็งในผู้หญิงที่อายุมากขึ้น จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป โดยปกติแล้วติ่งเนื้อที่บริเวณมดลูก จะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนที่มีติ่งเนื้อนี้เกิดขึ้นจะมีความอันตรายทั้งหมด หากติ่งเนื้อดังกล่าวเป็นเพียงติ่งเนื้อทั่วไปจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุโพรงมดลูก และทำให้ประจำเดือนมามากผิดปกติได้ แต่ถ้าหากเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งถือเป็นอันตรายร้ายแรงและมีความจำเป็นที่จะต้องตัดทิ้งโดยเร็ว

🔰นอกจากนี้ในภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ อาจทำให้มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ด้วย ได้แก่ ภาวะเลือดจาง เป็นต้น ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น ซึ่งควรได้รับการรักษาโดยเร็วเช่นกัน แม้ไม่อันตรายก็ตาม แต่ส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว

ที่มา : https://www.rama.mahidol.ac.th

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
☎️โทร: 0659299388
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
🧡Shopee : https://shp.ee/ic5pic7
💜Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hong-yuanthang

สำหรับผู้หญิงในวัยที่มีประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนที่ต้องเผชิญเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีอาการปวดประจำเดือนม...
16/02/2021

สำหรับผู้หญิงในวัยที่มีประจำเดือน อาการปวดประจำเดือนที่ต้องเผชิญเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีอาการปวดประจำเดือนมาก ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งคุณผู้หญิงควรใส่ใจเพื่อให้รับมือได้อย่างรู้เท่าทัน

🟨รู้จักเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ในมดลูกมีเยื่อบุโพรงมดลูกที่บุภายใน ทำหน้าที่สร้างประจำเดือน ซึ่งสามารถหลุดร่อนได้ ดังนั้นภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จึงหมายถึง ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูกหรือแทรกในผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก รวมถึงอาจไปเติบโตตามอวัยวะต่าง ๆ ทั้งเยื่อบุช่องท้อง รังไข่ ผนังกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่ การทำหน้าที่ของเยื่อบุโพรงมดลูกในการสร้างประจำเดือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เลือดสีแดงคล้ำหรือข้นคล้ายช็อกโกแลตไปปรากฏในอวัยวะต่าง ๆ

🟨สาเหตุของโรค
สาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ส่วนใหญ่เกิดจากการไหลย้อนกลับของประจำเดือนเข้าไปในอุ้งเชิงกรานผ่านท่อนำไข่และฝังตัวในโพรงมดลูกหรือฝังตามอวัยวะต่าง ๆ บริเวณที่พบบ่อยคืออุ้งเชิงกราน รังไข่ ท่อนำไข่ ผนังอุ้งเชิงกราน ผิวมดลูก ปากมดลูก นอกจากนี้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกสามารถกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ อาทิ ผนังลำไส้ เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

❤️ตำแหน่งที่พบบ่อย
บริเวณที่มักพบเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ได้แก่

1️⃣รังไข่

หรือที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) เกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกและประจำเดือนไหลย้อนกลับไปสะสมในรังไข่ มีลักษณะเป็นถุงน้ำรังไข่ที่บรรจุของเหลวคล้ายช็อกโกแลต ซึ่งถุงน้ำจะใหญ่ขึ้น ๆ จากการถูกเติมเต็มในรอบเดือนแต่ละเดือน จะใหญ่เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และทำให้เกิดพังผืดหนาขึ้นเรื่อย ๆ

2️⃣กล้ามเนื้อมดลูก

เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้เกิดพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า โรคที่เกิดจากการที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis) ซึ่งมี 2 แบบคือ ชนิดที่อยู่เฉพาะที่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกและชนิดที่กระจายในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีบริเวณเส้นเอ็นยึดมดลูกด้านหลัง (Uterosacral Ligament) บริเวณรอยต่อมดลูกกับกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Reflection) เป็นต้น

⚠สัญญาณเตือน

อาการที่ควรหมั่นสังเกตเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้ ได้แก่

- ปวดประจำเดือนมากและนาน
- ประจำเดือนกะปริบกะปรอยหรือไม่มาเลย
- ปวดท้องน้อยเป็นประจำก่อน ระหว่าง และหลังมีประจำเดือน
- ปวดเสียดท้อง ปวดมากเวลาขับถ่าย
- ปวดขณะหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- มีบุตรยาก

ที่มา : https://www.bangkokhospital.com/content/woman-need-to-know-endometriosis

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
☎️โทร: 0659299388
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
🧡Shopee : https://shp.ee/ic5pic7
💜Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hong-yuanthang

เบาหวาน คือ ภาวะเรื้อรังของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเกิดการความบกพร่องของการสร้างอินซูลิน หรือของการทำงานของอินซูล...
15/02/2021

เบาหวาน คือ ภาวะเรื้อรังของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเกิดการความบกพร่องของการสร้างอินซูลิน หรือของการทำงานของอินซูลิน หรือทั้งสองกรณี โรคเบาหวานมักจะเกี่ยวพันกับโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลายโรคและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอัน

💛ชนิดของเบาหวาน
1️⃣เบาหวานชนิดที่พึ่งอินซูลิน

2️⃣เบาหวานชนิดไม่ต้องพึ่งอินซูลิน

พบเป็นจำนวน 90-95% ของจำนวนโรคเบาหวานทุกชนิด ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานประเภทนี้ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ความอ้วน บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นเบาหวาน ประวัติการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความต้านทานต่อกลูโคสต่ำ ร่างกายไม่เคลื่อนไหว เชื้อชาติ ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มีประวัติเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด

3️⃣เบาหวานที่เกิดในช่วงตั้งครรภ์

เกิดขึ้น 2-5% ของจำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่พบหลังการคลอดบุตรแล้ว ผู้หญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นของการพัฒนาที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีงานวิจัยกล่าวไว้ว่า ร้อยละ 40 ของผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะพัฒนาเป็นเบาหวานได้ในอนาคต

⚠️โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากเบาหวาน

1️⃣โรคหัวใจ เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 2-4 เท่าของผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน

2️⃣ภาวะหัวใจขาดเลือด ความเสี่ยงของโรคภาวะหัวใจขาดเลือดมีจำนวนสูงขึ้น 2-4 เท่าของคนที่เป็นโรคเบาหวาน

3️⃣ความดันโลหิตสูง

4️⃣ตาบอด

5️⃣โรคไต

6️⃣โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท

ที่มา : https://www.bumrungrad.com/th/conditions/diabetes

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
☎️โทร: 0659299388
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
🧡Shopee : https://shp.ee/ic5pic7
💜Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hong-yuanthang

โรคหลอดเลือดสมอง สัญญาณเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตและสามารถเป็นได้ทุกวัยโรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย ...
09/02/2021

โรคหลอดเลือดสมอง สัญญาณเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตและสามารถเป็นได้ทุกวัย

โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้ขัดขวางการลำเลียงเลือดซึ่งนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมอง ส่งผลให้สมองสูญเสียการทำหน้าที่จนเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
1️⃣ ภาวะหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือ ภาวะสมองขาดเลือด มีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดจากการสะสมของคราบไขมัน หินปูน ที่ผนังหลอดเลือดชั้นในจนหนานูน แข็ง ขาดความยืดหยุ่น ทำให้รูของหลอดเลือดค่อยๆ ตีบแคบลง
2️⃣ภาวะหลอดเลือดสมองแตก หรือ ภาวะเลือดออกในสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บจากการมีเลือดคั่งในเนื้อสมอง ทำให้เนื้อสมองตายมักพบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดมีความเปราะเเละโป่งพอง
3️⃣ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว มีอาการคล้ายโรคสมองขาดเลือด แต่มีอาการชั่วคราวมักเป็นไม่เกิน 24 ชั่วโมง

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

💓ความดันโลหิตสูง
💓โรคเบาหวาน
💓คอเลสเตอรอลในเลือดสูง

5 สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
1️⃣ชาหรืออ่อนแรงใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน ทำให้มุมปากตก ปากเบี้ยว อมน้ำไม่อยู่ น้ำไหลออกจากมุมปาก
2️⃣ชาหรืออ่อนแรงที่แขนขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน สูญเสียการทรงตัว
3️⃣พูดไม่ชัด พูดไม่ออก สับสน นึกคำพูดไม่ออก
4️⃣การมองเห็นมีปัญหาฉับพลัน อาจมองเห็นภาพซ้อน มองเห็นภาพครึ่งเดียว ตาบอดหนึ่งหรือสองข้าง
5️⃣มีอาการปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน

ที่มา : https://www.sikarin.com

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
☎️โทร: 0659299388
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
🧡Shopee : https://shp.ee/ic5pic7
💜Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hong-yuanthang

ภาวะมีบุตรยาก หมายถึง การที่คู่สมรสไม่สามารถมีการตั้งครรภ์ได้ โดยที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างสม่ำเสมอและไม่ได้คุมกำเน...
06/02/2021

ภาวะมีบุตรยาก หมายถึง การที่คู่สมรสไม่สามารถมีการตั้งครรภ์ได้ โดยที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างสม่ำเสมอและไม่ได้คุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือระยะเวลา 6 เดือนในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหญิงที่มีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป

🟦ภาวะมีบุตรยากแบบที่ 1 หมายถึง
ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่ไม่เคยมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นมาก่อนเลย

🟦ภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิแบบที่ 2
หมายถึง ภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสที่เคยมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยที่ไม่ว่าการตั้งครรภ์นั้นที่เป็นการตั้งครรภ์ที่สิ้นสุดลงด้วยการแท้งหรือการคลอดก็ตาม

โดยทั่วไปประมาณร้อยละ 85 ของคู่สมรสจะสามารถมีบุตรได้ภายใน 1 ปี หลังการแต่งงาน และประมาณร้อยละ 95 ของคู่สมรสจะมีบุตรได้ภายใน 2 ปี

แต่ภาวะมีบุตรยากมีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหาที่เพิ่มความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป การมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน และการเปลี่ยนคู่เพศสัมพันธ์บ่อยๆ การทำแท้งผิดกฎหมายที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเกิดการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะในช่องเชิงกรานได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก
อีกทั้งในปัจจุบันนี้สตรีมีโอกาสได้รับการศึกษาสูงขึ้น พร้อมที่จะแต่งงานและมีบุตรช้าลง ทำให้อุบัติการณ์การมีบุตรยากในปัจจุบันสูงเพิ่มมากขึ้น

👶ความสามารถในการมีบุตรของคู่สมรส👶

ความสามารถในการมีบุตรของคู่สมรสขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1.อายุ
🟪อายุของฝ่ายหญิง
ฝ่ายหญิงที่มีอายุระหว่าง 21-25 ปี จะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการมีบุตรได้สูงสุด และหลังจากนั้นโอกาสของการตั้งครรภ์จะค่อยๆลดลง ตามอายุที่มากขึ้น ดังนั้นหากคู่สมรสที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป และพยายามมีบุตรมาเป็นระยะเวลามากกว่า 6 เดือน ก็ควรได้รับการตรวจและรักษาภาวะมีบุตรยากได้
🟪อายุของฝ่ายชาย
ในคู่สมรสที่ฝ่ายชายมีอายุ 55 ปี ขึ้นไป จะมีความผิดปกติของอสุจิมากขึ้น

2.ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์
ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ มีผลโดยตรงต่อการตั้งครรภ์ เนื่องจากอสุจิที่สร้างขึ้นมาใหม่มีคุณภาพดีและแข็งแรงกว่าอสุจิที่สร้างมานานแล้ว และตัวอสุจิจะสามารถมีชีวิตอยู่ในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิงได้ประมาณ 2 วัน ดังนั้นความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมคือ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

3.ระยะเวลาของการแต่งงาน
ในระยะเวลา 18 เดือนแรกของการแต่งงาน อัตราการตั้งครรภ์สะสมจะเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น คือ ร้อยละ 60, 80 และ 90 หลังการแต่งงาน 6 เดือน 12 เดือน และ 18 เดือนตามลำดับ แต่หลังจากนั้นหากไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น อาจเกิดจากสาเหตุของการมีบุตรยาก ซึ่งต้องการการตรวจวินิจฉัยและการรักษา

💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

ทำงานหนัก นั่งจ้องจอคอม ออกกำลังการผิดท่า เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเมื่อย เคล็ดขัดยอกหรือฟกช้ำ💙สาเหตุของอาการเคล็ดขัดยอก-ฟก...
05/02/2021

ทำงานหนัก นั่งจ้องจอคอม ออกกำลังการผิดท่า เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเมื่อย เคล็ดขัดยอกหรือฟกช้ำ

💙สาเหตุของอาการเคล็ดขัดยอก-ฟกช้ำ💙

อาการเคล็ดขัดยอกมีสาเหตุจาก เมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงให้ยืดออกมากเกินไปเส้นใยกล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นจะตึง เจ็บ รวมทั้งอาจฉีกขาดและเกิดอาการเกร็ง การเกร็งจะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนนั้นได้น้อยลง ซึ่งจะทำให้เจ็บและเกร็งมากขึ้นอีก ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเช่นนี้ เช่น การเผชิญกับอากาศหนาวเย็น , เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรงและรวดเร็ว , การออกกำลังกายแบบหักโหมโดยไม่ได้อบอุ่นร่างกายเสียก่อน หรือออกกำลังกายผิดวิธี หรือใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ไม่ได้มาตราฐาน นอกจากนี้ในผู้สูงอายุจะมีโอกาสเกิดการเคล็ดขัดยอกได้ง่ายเป็นพิเศษ ส่วนสาเหตุของอาการฟกช้ำ เกิดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง เช่น โดนชก ก็ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาด หลอดเลือดใต้ผิวหนังฉีกขาด เป็นเลือดคลั่งภายใน

🔷ลักษณะอาการเคล็ดขัดยอก-ฟกช้ำ🔷

ปวด เจ็บ กล้ามเนื้อ หรือข้อและเส้นเอ็น ไม่ว่าจะเป็นที่มือและข้อมือ กล้ามเนื้อหลัง คอ ไหล่ เอว
นอกจากนี้ อาจสังเกตุเห็นเป็นเพียงรอยฟกซ้ำ ห้อเลือด ช้ำเลือดช้ำหนอง เนื่องจากในกล้ามเนื้อนั้นมีเส้นเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อฉีกขาดจึงมีเลือดไหลออกมาลึกลงไปใต้ผิวหนังเป็นก้อนบวมที่มีของเหลวและเลือดคั่งอยู่ภายใน
แต่ในกรณีที่มีแผลเปิดก็อาจมีเลือดไหลออกสู่ภายนอกได้ บริเวณที่บาดเจ็บอาจบวมและปรากฏรอยฟกซ้ำมากขึ้นที่ภายใน 2-3 ชั่วโมง

ที่มา : https://www.lokehoon.com/topic.php?q_id=426

💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระค...
04/02/2021

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้ โรคชนิดนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือทำงาน ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี

🍃อาการของโรคภูมิแพ้🍃
- มีผื่นที่ผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ คันตามผิวหนัง
- คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม
- ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด โรคหอบ หืด
- เคืองตาและตาแดง คัดจมูก
- บวมรอบปาก อาเจียน และถ่ายเหลว
- แสบคอ น้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ

🍂โรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้🍂
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยให้มีอาการเวลานานๆ อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ คออักเสบ ไอเรื้อรัง หูชั้นกลางอักเสบ ปวดหู หูอื้อ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้ง่าย หรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น อากาศหนาว อาการเปลี่ยน หรือมลพิษในอากาศ

💐สาเหตุ ของโรคภูมิแพ้💐
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 อย่าง คือ
1️⃣กรรมพันธุ์ กรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้คือสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย เพราะภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ ถ้าพ่อ หรือแม่เป็น ลูกก็จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 30% แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ ลูกที่เกิดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70 %

2️⃣สิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะสารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา เกิดจากภาวะแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่นการหายใจ การรับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งการสัมผัสสารที่ร่างกายได้รับ หรือสัมผัสแล้วทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ตามมา ที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา อาหารบางชนิด เช่น นมวัว ไข่ขาว อาหารทะเลนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งเสริมให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ ได้แก่ อากาศเปลี่ยน การสัมผัสสารระคายเคือง เช่น ควันธูป ควันบุหรี่

ที่มา : https://www.paolohospital.com

💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

สิว เป็นอีกปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจของวัยรุ่น ทั้งยังทิ้งรอยหลุมสิว รอยแผลสิวไว้อีกด้วย นอกจากจะขึ้นที่หน้าแล้ว ยังขึ้น...
03/02/2021

สิว เป็นอีกปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจของวัยรุ่น ทั้งยังทิ้งรอยหลุมสิว รอยแผลสิวไว้อีกด้วย นอกจากจะขึ้นที่หน้าแล้ว ยังขึ้นที่หน้าอก ที่หลัง ในหูหรือแม้กระทั่งในจมูกแถมยังเกิดในลักษณะที่ลุ้นไม่ได้ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวหัวช้าง สิวอักเสบ สิวเสี้ยนหรือแค่สิวผด บางคนก็มาครบทุกแบบ

💚สาเหตุของสิวในมุมมองการแพทย์จีน💚
ในทัศนะการแพทย์จีน สิวนั้นเป็นจุดบุ่งชี้ถึงระบบการทำงานของอวัยวะภายในขาดความสมดุล โดยเฉพาะในปอด กระเพาะอาหารและลำไส้ที่มีความร้อนและความชื้นสะสมมากเกินไปจนกลายเป็นพิษร้อนชื้น ส่งผลกระทบทั่วร่างกายการสะสมของพิษร้อนชื้นเกิดจากหลากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้ เช่น พันธุกรรม นอนดึก ดื่มน้ำน้อย ทานเผ็ด ผลไม้ฤทธิ์ร้อน ดื่มน้ำเย็น เครียด ยาปฏิชีวนะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดนแดดเยอะ อาหารทอด ปิ้งย่างและท้องผูก

🧡ทำไมพิษร้อนชื้นทำให้เกิดสิว🧡
พิษร้อนชื้นมักจะปะทุออกมาทางผิวหนังในรูปของสิว ผดผื่นคันหรือผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ อุดตันได้ง่ายและรูขุมขนเปิดกว่าง อีกทั้งยังทำให้แผลสิวสมานได้ไม่ดีเท่าที่ควรจึงง่ายต่อการทิ้งรอยคล้ำและแผลเป็นจากสิว นอกจากนี้แล้ว เมื่อพิษร้อนชื้นสะสมในปอด กระเพาะอาหารและลำไส้ยังอาจทำให้เกิดอาการได้อีกหลายหย่างเช่น ท้องผูก อุจจาระแข็ง กลิ่นตัว กลิ่นปาก แผลในช่องปาก ตาแดง เจ็บคอและปัสสาวะสีเข้ม

💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

คุณเคยมีอาการเหล่านี้ไหม อ่อนเพลีย ปวดหัว หน้ามืด ใจสั่น คุณอาจจะมีภาวะโลหิตจางได้ภาวะโลหิตจาง คือ ภาวะที่เกิดจากร่างกาย...
30/01/2021

คุณเคยมีอาการเหล่านี้ไหม อ่อนเพลีย ปวดหัว หน้ามืด ใจสั่น คุณอาจจะมีภาวะโลหิตจางได้

ภาวะโลหิตจาง คือ ภาวะที่เกิดจากร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ภาวะนี้พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ในการนำออกซิเจนไปให้เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย การที่เม็ดเลือดแดงลดลงจึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้หลากหลาย ตั้งแต่อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วูบ หมดสติ

🎲สาเหตุของภาวะโลหิตจางแบ่งตามกลไกการเกิดได้เป็น 3 สาเหตุใหญ่ๆ ได้แก่

1️⃣การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง ซึ่งเป็นได้จากหลายสาเหตุ เช่นขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งที่สำคัญ ได้แก่ ธาตุเหล็ก, วิตามินบี 12, กรดโฟลิค

🟣โรคไตวายเรื้อรัง ทำให้ขาดปัจจัยในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง

🟣โรคของไขกระดูก เช่น ไขกระดูกฝ่อ มะเร็งในไขกระดูก การติดเชื้อในไขกระดูก เป็นต้น

🟣โรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบ โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

2️⃣การทำลายเม็ดเลือดแดงมากขึ้นในร่างกาย โรคกลุ่มนี้จะเป็นสาเหตุให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายกว่าปกติ ผู้ป่วยมักจะมีอาการตัวและตาเหลือง (ดีซ่าน) ร่วมด้วย สาเหตุที่พบบ่อยในประเทศไทย เช่น

🟣โรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ที่พบบ่อย ผู้ป่วยโรคนี้มีอาการได้หลากหลาย อาจมีอาการเพียงเล็กน้อย หรือมีโลหิตจางรวดเร็วเมื่อเวลามีไข้ บางรายอาจมีภาวะโลหิตจางร่วมกับเหลือง ตับม้ามโต เป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ

🟣โรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจากการขาดเอนไซม์ G-6PD เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ มักพบในเพศชาย ในภาวะปกติผู้ป่วยมักไม่มีอาการ หากมีการติดเชื้อหรือได้รับยาบางชนิด จะเกิดการกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายขึ้นจนเกิดอาการโลหิตจางรวดเร็ว ดีซ่าน ปัสสาวะสีน้ำปลา

🟣โรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจากภูมิคุ้มกันของตนเองทำลายเม็ดเลือดแดง เป็นโรคที่พบมากในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ อาจพบร่วมกับโรคของระบบภูมิคุ้มกันอื่นๆ

🟣การติดเชื้อบางชนิด เช่น มาลาเรีย, คลอสติเดียม, มัยโคพลาสมา เป็นต้น

3️⃣การเสียเลือด อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การตกเลือด หรืออาจค่อยๆ เสียเลือดเรื้อรัง เช่น เสียเลือดทางประจำเดือนในผู้หญิง เสียเลือดในทางเดินอาหารในผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยที่เสียเลือดเรื้อรังก็มักจะมีการขาดธาตุเหล็กตามมาด้วย

โกศน้ำเต้าหรือตั่วอึ๊ง (大黄)
สรรพคุณ : ระบายความร้อน แก้พิษในเลือด แก้ปวดประจําเดือน เป็นยาระบายแก้อาการท้องผูกแก้ของเสียตกค้างภายในกระเพาะ อาหารและลําไส้

ที่มา : https://www.phyathai.com

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้  เพราะกระดูกทับเส้นเกิดขึ้นได้ทุกส่วนตามแนวกระดูกสันหลังซึ่งเริ่ม...
29/01/2021

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะกระดูกทับเส้นเกิดขึ้นได้ทุกส่วนตามแนวกระดูกสันหลังซึ่งเริ่มตั้งแต่คอไปจนถึงหลังส่วนล่าง ซึ่งกระดูกสันหลังส่วนล่างเป็นบริเวณที่เกิดกระดูกทับเส้นได้บ่อย ผู้ป่วยกระดูกทับเส้นมักมีอาการ ดังนี้

1️⃣เจ็บปวดบริเวณที่ถูกกดทับ
อาการเจ็บปวดนี้มักกำเริบเมื่อเกิดการกดทับบริเวณเส้นประสาท โดยจะมีอาการเมื่อไอ จาม ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บตั้งแต่ก้นลามไปถึงต้นขาหลัง สะโพก น่อง และเท้า โดยมีอาการเจ็บเล็กน้อยจนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดร้าวลงขาเมื่อต้องเดินในระยะทางสั้น ๆ และอาการแย่ลงเมื่อยืนขึ้น นั่งลง เคลื่อนไหวบางท่า หรือตอนกลางคืน

2️⃣รู้สึกชาหรือเสียวปลาบ
กระดูกทับเส้นอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกชาหรือเสียวปลาบที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เนื่องจากเส้นประสาทของร่างกายส่วนนั้นถูกกดทับ รวมทั้งเสียวปลาบ ปวด หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ

3️⃣กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับนั้นมีแนวโน้มอ่อนแรง หากกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยมักสะดุดหรือล้มบ่อย หยิบหรือถือของไม่ถนัด หากมีอาการรุนแรงอาจไม่สามารถยกหรือถือของได้

🕵️‍♀️สาเหตุของกระดูกทับเส้น🕵️‍♀️

กระดูกทับเส้นมักเกิดขึ้นเมื่อส่วนนอกของหมอนรองกระดูกแตก ทำให้กระดูกอ่อนที่อยู่ข้างในโผล่ออกมา และกดทับเส้นประสาท สาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกแตกนั้นเกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกมักสูญเสียมวลน้ำ ส่งผลให้ขาดความยืดหยุ่นและแตกได้ง่าย แต่โดยทั่วไป ไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดกระดูกทับเส้นได้อย่างชัดเจน แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่นำไปสู่กระดูกทับเส้น ดังนี้

1️⃣น้ำหนักตัวมากเกินไป ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะทำให้กระดูกสันหลังบริเวณหลังส่วนล่างต้องแบกรับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา

2️⃣แบกของหนัก ผู้ใช้แรงงานที่ต้องแบกหามสิ่งของหนักมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกทับเส้นได้ เนื่องจากการแบกของขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก ต้องใช้กล้ามเนื้อหลังแทนกล้ามเนื้อขาและต้นขา ทำให้กระดูกบิดและเคลื่อนได้
พันธุกรรม ผู้ป่วยกระดูกทับเส้นบางรายป่วยเป็นโรคนี้จากการ

3️⃣ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

4️⃣ประสบอุบัติเหตุ การได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอย่างตกจากที่สูง หรือได้รับการกระทบกระเทือนจากการถูกทำร้ายร่างกายบริเวณหลัง สามารถป่วยเป็นกระดูกทับเส้น แต่พบไม่บ่อยนัก

5️⃣สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระดูกทับเส้น เนื่องจากส่งผลให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่น

สนใจติดต่อสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
💙Fanpage: HONG YUAN THANG
https://www.facebook.com/pg/HONG-YUAN-THANG-105018718037705/posts/?ref=page_internal
💚Line@: https://lin.ee/nVR3xZs
☎️โทร: 0659299388

ที่อยู่

Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66659299388

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ HONG YUAN THANGผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง HONG YUAN THANG:

แชร์