Arter Expert care-วางแผนประกันชีวิต ครบจบที่เดียว

Arter Expert care-วางแผนประกันชีวิต ครบจบที่เดียว ที่ปรึกษาการเงินและประกันชีวิต(Personal Financial Advisor)

ไปหาหมอแค่ ไข้หวัดปวดหัว หูอื้อข้างนึง   สู่การตรวจเจอ เนื้องอกสมอง  4cm.  ทันทีที่รู้ว่ามีเนื้องอกในสมอง มันเริ่มเบียดเ...
13/09/2026

ไปหาหมอแค่ ไข้หวัดปวดหัว หูอื้อข้างนึง สู่การตรวจเจอ เนื้องอกสมอง 4cm.

ทันทีที่รู้ว่ามีเนื้องอกในสมอง มันเริ่มเบียดเนื้อสมอง เริ่มส่งผลกระทบกับการควบคุมต่างๆ ลูกค้าก็เริ่มไม่สบายใจ เพราะหมอต้องเอาชิ้นเนื้อไปตรวจว่าเป็นเนื้อร้ายด้วยไหม ???

จากวันที่ได้รับสายว่าเจอเนื้องอก เราก็ประสานงานเรื่อง Pre-claim ติดตามเอกสารการเคลมจากทางบริษัทตามprocessสถานะ ทุกๆ 3 วัน โทรเร่งเอกสารจากทาง รพ. ที่มีการขอประวัติไป 3 รพ. ใช้เวลาสิริรวมทั้งหมด 3 สัปดาห์ จนอนุมัติค่ารักษาทั้งหมดในครั้งนี้

ลูกค้าดีใจมากๆๆครับ ตัวแทนก็ดีใจไม่ต่างกัน เพราะคิดว่าอาจจะช้ากว่านี้ ส่วนเรื่องเคลมเราค่อนข้างมั่นใจเพราะ เราDeclare ประวัติไปทั้งหมดตั้งแต่เริ่มทำประกัน (อายุกรมธรรม์ปีกว่า)

ต้องขอบคุณทางบริษัท FWD ที่ดูแลค่าใช้จ่ายลูกค้าเคสนี้ รวมถึงคุณหมอที่รักษาด้วยครับ

❗️ถ้าไม่มีประกันสุขภาพ ลูกค้าคงไม่ไปพบหมอ และคงไม่ถูกจับตรวจอย่างระเอียด

ถือว่าเป็นบุญสัมพันธ์กันที่ได้มีโอกาสดูแลกันครับ

ค่ารักษาทั้งหมดรวม Admitตรวจเจอก่อนหน้า

= 652,455 ฿ ❗️

#ความโชคดีไม่ได้มีกันทุกคน 🙏🏻😊

ขอบคุณ คุณษา มากๆครับ สำหรับความไว้วางใจนะครับ   ยินดีที่ได้มีโอกาสดูแลกันนะครับ 😊🧡❗️ประกันสุขภาพเหมาจ่าย 1 ล้าน เบี้ย  ...
10/09/2026

ขอบคุณ คุณษา มากๆครับ สำหรับความไว้วางใจนะครับ
ยินดีที่ได้มีโอกาสดูแลกันนะครับ 😊🧡

❗️ประกันสุขภาพเหมาจ่าย 1 ล้าน

เบี้ย 22,000 ฿

10/09/2026

🙏🏻🧡 ทำติดไว้กันนะครับ บริหารความเสี่ยง บริหารการเงินกันครับ😊

เพราะโลกหมุนเร็ว สุขภาพคนเลยแย่กว่าวัยอันควร   เมื่อป่วยมีโรงพยาบาล มีนวัตกรรมการรักษาที่ดีขึ้น  และส่วนใหญ่คนเราขาดเรื่...
03/09/2026

เพราะโลกหมุนเร็ว สุขภาพคนเลยแย่กว่าวัยอันควร เมื่อป่วยมีโรงพยาบาล มีนวัตกรรมการรักษาที่ดีขึ้น และส่วนใหญ่คนเราขาดเรื่องเงินที่ใช้รักษา ประกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ชีวิตมันก็เป็นวัฏจักรแบบนี้ ❗️

“วิถีชีวิตยุคใหม่ คือโรคภัยที่กัดกินเรา”

ผมเพิ่งอ่านบทความหนึ่งชื่อ
Modern Life Is A Disease

อ่านแล้วรู้สึกว่า
เออ… หรือจริงๆ เราไม่ได้ป่วยเพราะใช้ชีวิตไม่ดี

แต่เราอยู่ในประเทศและระบบที่ทำให้การใช้ชีวิตดีๆ แม่งยากขึ้นทุกวัน

มนุษย์ถูกสร้างมาให้เดิน แต่เมืองสร้างมาให้ขึ้นรถ และรถติดอีก

หมอบอกให้ออกกำลังกาย แต่ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง
รถติดอีก 2 ชั่วโมง กลับถึงบ้านสี่ทุ่ม

แล้วบอกว่า

“สุขภาพเป็นเรื่องที่คุณต้องรับผิดชอบตัวเองนะครับ”

ครับ

มนุษย์ควรกินอาหารจริง แต่ของที่ถูก เร็ว หาง่าย และอยู่รอบตัว คือของทอด ของหวาน ของแปรรูป ที่เจ้าตลอดยึดหมด

ของดีบางทีแพงกว่า ผักดีๆ แพง ปลาแพง อาหารดีแพง

แต่พอเป็นเบาหวาน เรามีโรงพยาบาลให้ครับ

นี่ประเทศเราวางระบบมาดีมาก ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเลย

เราบอกคนให้ “ลดความเครียด”

แต่เงินเดือนไม่พอ
หนี้บ้าน
หนี้รถ
ค่าเทอมลูก
ค่ารักษาพ่อแม่
เปิดมือถือมาก็เจอคนอื่นรวยกว่าเรา สวยกว่าเรา เที่ยวมากกว่าเรา ประสบความสำเร็จกว่าเรา

แล้วสุดท้ายมีบทความมาบอกว่า

ลองฝึกหายใจวันละ 5 นาทีนะครับ

แสรด

ไม่ใช่ว่าการฝึกหายใจไม่ดีนะ
มันดี

แต่บางทีเราก็ต้องยอมรับว่า
ปัญหาบางอย่างไม่ได้เกิดจากเราหายใจผิด
มันเกิดจากโลกที่เราอยู่แม่งหายใจไม่ออก

เรื่องนอนก็เหมือนกัน

หมอบอกให้นอน 7–9 ชั่วโมง
งดมือถือก่อนนอน
อย่าเครียด

แต่โลกทั้งใบกำลังแข่งกันทำทุกวิถีทาง
เพื่อไม่ให้เราวางมือถือ

Notification
Breaking News
Flash Sale
Live
Drama
คลิปต่อไป
คลิปต่อไป
คลิปต่อไป

บริษัทที่เก่งที่สุดในโลกใช้เงินเป็นหมื่นล้าน
เพื่อศึกษาว่าจะทำยังไงให้เราอยู่บนหน้าจอให้นานที่สุด

แล้ววันรุ่งขึ้น
มีอีกบริษัทขาย Smart Watch ให้เรา

เพื่อบอกว่า

“เมื่อคืนคุณนอนไม่ดีนะครับ”

5555555

แม่งฉลาด

เรามีเพื่อน 5,000 คน
Followers 100,000 คน
แต่ไม่มีใครกินข้าวด้วย

เราคุยกันทั้งวัน
แต่ไม่ได้คุยกับใครจริงๆ

เราเห็นชีวิตคนอื่นวันละเป็นร้อยชีวิต
จนไม่มีเวลานั่งดูชีวิตตัวเอง

และทั้งหมดนี้
เรายังเรียกมันว่า

“ความเจริญ”

ผมไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยีนะ
ผมก็ใช้แม่งเกือบทุกอย่างเหมือนกันครับ

แต่พออายุมากขึ้น ผมเริ่มรู้สึกว่า
สิ่งที่แพงที่สุดในโลกสมัยใหม่
อาจไม่ใช่บ้าน รถ หรือนาฬิกา ผู้ติดตาม ยอดไลค์ ของนอกกาย

แต่คือ

เวลาที่ได้นอนเต็มอิ่ม
อาหารที่เป็นอาหารจริงๆ
อากาศดีๆ
พื้นที่ให้เดิน
เวลาที่ไม่ต้องหาเงิน
และคนสักคนที่เราเจอและคุยได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

เรื่องพวกนี้เมื่อก่อนแทบไม่ต้องซื้อ

วันนี้บางอย่างกลายเป็น privilege ไปแล้ว

สุดท้ายระบบก็แปลกดี

เราทำงานหนักเพื่อหาเงิน
เอาเงินไปซื้อความสะดวก
ความสะดวกทำให้เราแทบไม่ต้องขยับ
พอร่างกายพัง
เราก็เอาเงินที่หาได้ไปซื้อ Fitness
ซื้ออาหารสุขภาพ
ซื้ออาหารเสริม
ซื้อ Smart Watch
แล้วจ่ายค่าหมอ

เท่ากับเราทำงานหาเงิน
เพื่อซื้อชีวิตแบบที่ทำให้เราป่วย
แล้วทำงานหาเงินเพิ่ม
เพื่อรักษาตัวเองจากชีวิตแบบนั้นอีกที

คิดแล้วก็นะ

บางทีทางออกอาจไม่ใช่การหนีโลกสมัยใหม่

เพราะคงหนีไม่ได้

แต่อาจเป็นการรู้ทันมัน

เดิน
ใช้แรง
กินของจริง
ออกแดด
นอน
วางมือถือ
เจอเพื่อน
เจอครอบครัว
อยู่เงียบๆ โดยไม่ต้องมีอะไร entertain เราตลอดเวลา

สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย

แต่แปลกดี

ยิ่งประเทศเจริญขึ้นเท่าไหร่
เรายิ่งต้องพยายามมากขึ้น
เพื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

ก่อนถามหมอว่า

“ผมเป็นโรคอะไรครับ?”

บางทีลองถามตัวเองก่อนก็ได้ว่า

“หรือจริงๆ กูแค่กำลังใช้ชีวิต
ในแบบที่มนุษย์ไม่ควรใช้วะ?”

ปะรื่ด

29/08/2026

ถ้าใครได้เห็นโพสต์นี้
แอดเอง ไม่คิดิว่าจะต้องเปิดตัว แบบนี้

โรคร้าย ภัยเงียบ…

จากข่าวการจากไปของ “เร แมคโดนัลด์” ในวัย 49 ปี

#เท่ากับกูเลย

ผมนั่งตามข่าวจนดึก

คืนนั้นผมมีอาการปวดต้นคอ ปวดแขนซ้าย เป็นมาหลายวันแล้ว และยังมีอาการปวดหัวบริเวณกลางกระหม่อม

ผมไม่ได้คิดอะไรมาก

เรียกลูกชายมานวดให้หน่อย

ลูกชายนวดให้ผมมาหลายวันแล้ว นวดแรงพอสมควร แต่รู้สึกสบายมาก

จากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงนอน คิดแค่ว่า…

พักสักหน่อย

แล้วก็หลับไปเลย



เช้าตื่นมากับฝันดีแปลก ๆ

(ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง)

แต่ทันทีที่ตื่นขึ้นมา อาการทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป

ผมปวดหัวอย่างรุนแรง

ปวดบริเวณท้ายทอย ด้านหลังหู และด้านข้างของศีรษะด้านบนหู ด้านซ้าย ทั้งหมด

ที่สำคัญ…

เจ็บหน้าอกด้านซ้าย

ผมเอาหมอนมานั่งพิงหัวเตียง นั่งดูอาการ

ตอนนั้นในหัวผมมีเบอร์โทรศัพท์อยู่เบอร์เดียว

1669

ผมโทรไป

ติดทันที

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ผมรีบอธิบายอาการ

“ตอนนี้ผมปวดหัวกับเจ็บหน้าอกมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนตามข่าวพี่เรทั้งคืน…”

ปลายสายตอบกลับมาว่า

“อันนี้เป็นเบอร์เรียกรถฉุกเฉินค่ะ จะเรียกรถเลยไหมคะ ถ้าอยากปรึกษาก่อน เดี๋ยวต่อสายให้ค่ะ”

ผมตอบไปว่า

“ครับ ขอปรึกษาก่อนครับ”

จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานก็โทรกลับมา



ผมยังปวดหัวหนักมาก

ลุกขึ้น ล้างหน้า แต่งตัว

ในหัวตอนนั้นคิดอยู่เรื่องเดียว

ไปโรงพยาบาลวชิระ

โรงพยาบาลที่ผมมีสิทธิบัตรทองอยู่

และไม่ไกลจากที่พัก

ระหว่างลงลิฟต์ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เป็นเจ้าหน้าที่ที่โทรกลับมาสอบถามอาการ

“ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”

ผมตอบว่า

“ยังปวดหัวมากครับ แล้วก็เจ็บหน้าอกด้านซ้ายเหมือนเดิม”

เจ้าหน้าที่ถามอาการผมเพียง 2-3 ประโยค

แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที แนะนำให้

“ให้ไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ”

ผมบอกว่า

“กำลังไปครับ”

เขาย้ำอีกว่า

“อย่าขับรถไปเองนะคะ”

และแนะนำให้หาลูกอมกินระหว่างทาง น้ำตาลอาจต่ำได้

ผมซื้อลูกอมที่ 7-Eleven

จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าของคอนโดออกมาปากซอย

มายืนงง ๆ อยู่ริมถนน

สักพัก…

มีแท็กซี่คันหนึ่งออกมาจากซอย

ผมเดินไปขึ้นทันที

โชคดีที่พี่แท็กซี่รับผมไป

ขอบคุณมาก ๆ ครับ

ผมเปิด Google Maps บอกทางพี่แท็กซี่

ในแผนที่ขึ้นประมาณ 21 นาที

ผมบอกทางไปเรื่อย ๆ

พี่แท็กซี่วิ่งฝ่าถนนที่กำลังทำทาง ออกบางโพ ผ่านรัฐสภา ผ่านบริษัทสิงห์

โชคดีที่รถไม่ติด

พอใกล้ถึงโรงพยาบาล ถนนตรงไปไม่ได้

พี่แท็กซี่ออกซ้าย

ผมให้กลับรถตรงทางเข้าสวนอ้อย แล้วเข้าโรงพยาบาลทางตึกทีปังกร

ประหยัดเวลาไปได้ประมาณ 7 นาที



ทันทีที่ถึงหน้าตึก ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า

“ผมเจ็บหน้าอก ปวดหัวครับ ผมโทร 1669 แล้ว เขาให้มาโรงพยาบาลด่วนครับ”

เจ้าหน้าที่เอารถเข็นนอนมาอย่างเร็ว

เข็นผ่าผู้คนมหาศาลเข้าไป

พยาบาล 2 คนเข้ามาถามอาการ

“เจ็บหน้าอกมากไหมคะ ให้คะแนน 1-10”

ผมตอบว่า

“ประมาณ 2 ครับ”

พยาบาลตอบทันที

“อย่างนั้นก็อย่าทำเหมือนเจ็บมากสิคะ”

ผมตอบกลับไปว่า

“หน้าอกเจ็บไม่มากครับ แต่ปวดหัวมาก”

พยาบาลทั้งสองคนมองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนส่งผมไปอีกจุดหนึ่ง



จุดที่ 2

คำถามเดิม

“เจ็บหน้าอกเยอะไหม?”

ผมตอบ

“ประมาณ 3 ครับ แต่ปวดหัวมาก”

เจ้าหน้าที่มองหน้ากัน

แล้วหยิบเครื่องมือบางอย่างมาติดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย

มีการถามกันไปมา

“ยกไหม?”

“ยกไหม?”

แล้วจู่ ๆ คนที่กำลังวัดก็บอกว่า

“ยกๆ” “ยกแล้ว”

หลังจากนั้นทุกอย่างก็เร็วขึ้นทันที

เจ้าหน้าที่เข้ามาทั้งซ้ายและขวา

ถอดเสื้อผม

ถามหาญาติ

“มาคนเดียวครับ”

“โทรหาใครได้ไหม?”

ผมหยิบโทรศัพท์โทรหาแม่

“แพ้ยาอะไรไหม?”

ผมตอบตามจริง

จากนั้นผมได้รับยา 2-3 อย่าง

แล้วก็ได้ยินประโยคที่ทำให้ผมเริ่มรู้ว่า…

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว

“หัวใจเต้นผิดปกติครับ เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดู แล้วฉีดสี”



“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ”

ผมถูกพาเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือประหลาด ๆ ห้อยลงมาจากเพดาน

คุณหมอเดินเข้ามาคุย

พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก

“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ เดี๋ยวฉีดสีดู ถ้าเจอก็จัดการเลย”

มาถึงตรงนี้…

ผมงงมาก

แต่แปลกที่ผม ไม่กลัวเลย

เพราะคุณหมอดูมั่นใจมาก

คุณหมออธิบายอาการให้หมออีกคนฟัง

“ปวดแล้วร้าวไปหลังหู ผมว่าเส้นนี้ชัวร์ คุณว่าไง?”

ผมยังไม่ทันได้ยินคำตอบ

คุณหมอก็บอกเลยว่า

“ชัวร์ เส้นนี้”

แล้วลงมือทันที



ไม่ถึง 15 นาที

ผมเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดบริเวณหลังหูและท้ายทอยหายไป

คุณหมอยังไม่หยุด

“ผมว่ามันต้องมีอีกจุด อาจจะอยู่ตรงนี้”

ผมบอกหมอว่า

“ตอนนี้ผมหายปวดตรงท้ายทอยกับหลังหูแล้วครับ แต่ยังปวดบริเวณด้านข้างหูอยู่”

หมอตอบว่า

“ทำไปจุดหนึ่งแล้ว แต่มันต้องมีอีก มันค่อนข้างแอบ”

คุณหมอพยายามหาอยู่นาน

แล้วก็เจอ

แต่เป็นจุดที่อยู่ตรงมุม

อุปกรณ์เข้าไปทำไม่ได้

คุณหมอพยายามอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะหยุด แล้วเดินมาคุยกับผม

“หมอทำจุดแรกไปแล้วนะ จุดที่สองมันอยู่ตรงมุม เข้าไปทำไม่ถึง แต่ทำด้านนอกให้แล้ว เดี๋ยวลองกินยาสลายลิ่มเลือดดูนะ”

ผมหันไปมองหน้าหมอ

“ครับ คุณหมอ”

คุณหมอกอดอก มองไปข้างหน้า

แล้วพยักหน้า

ผมคิดในใจว่า…

โคตรเท่เลยหมอ

หมอเพิ่งช่วยชีวิตผม

แต่สีหน้าหมอเหมือนยังไม่พอใจกับผลงานตัวเอง

เหมือนคนที่รู้ว่า…

“ยังมีอีกจุดหนึ่งที่กูอยากจัดการให้ได้”

ผมมองหมอแล้วคิดว่า

หมอเหมือนซูเปอร์ฮีโร่

สุดยอดฝีมือ มั่นใจ และทุ่มเท

แถมยังสอบถาม พูดคุย และถ่ายทอดความรู้ให้กับคุณหมออีกคนไปตลอดการทำงาน

หรือจริง ๆ แล้ว…

คุณหมออาจเป็นอาจารย์เจได

ที่กำลังสอนและถ่ายทอดวิชาให้กับ

พาดาวันของเขา



วันนี้ผมยังอยู่

ขอบคุณคุณหมอทั้ง 2 ท่าน

ขอบคุณพยาบาลทุกท่าน

ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคน

ขอบคุณพี่พลเปลที่เข็นเตียงมาให้ผม

และขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตเล็ก ๆ ของผมในครั้งนี้

รวมถึงพี่แท็กซี่คนนั้น

และเจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับโทรศัพท์ของผมในเช้าวันนั้น



เมื่อคืนผมยัง นั่งดูข่าว การจากไปของ เร แมคโดนัลด์

แล้วคิดเพียงว่า

#อายุเท่ากับกูเลย

ผมไม่คิดเลยว่า…

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

ผมจะเป็นคนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล

และกำลังได้รับการรักษาจากภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

เหตุการณ์ครั้งนี้สอนผมอย่างหนึ่งว่า

ชีวิตบางครั้งไม่ได้เตือนเราออกมาเสียงดัง

มันอาจมาในรูปของอาการปวด

แค่ ปวดคอ

ปวดแขน

ปวดหัว

หรือเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย

แล้วเราก็บอกตัวเองว่า

“เดี๋ยวมันก็คงหาย”

แต่บางครั้ง…

มันอาจไม่ได้มีเวลาให้เรารอ

โชคดีที่ครั้งนี้ผมไม่รอ

โชคดี ที่มีเคส ของ พี่เร พึ่งเกิดไป

โชคดี ที่ทำให้ผมไม่ลังเล ที่จะรีบมาโรงพยาบาล

โชคดีที่ผมนึกถึง 1669

โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่รับสาย

โชคดีที่มีพี่แท็กซี่คนนั้น

โชคดีที่มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน

และโชคดีที่สุด…

ที่มีคุณหมอ 2 ท่าน อยู่ตรงนั้น ( ทั้งอาจาร์ยเจได และ พาดาวัน ของเขา ขอพลัง…จงสถิตอยู่กับท่าน )

วันนี้ผมยังอยู่

และยังมีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนอ่าน

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังอ่านข้อความนี้

แล้วรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ

อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก

อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย

และอย่ากลัวว่าจะดูเป็นคนคิดมาก

เพราะบางครั้ง… บางครั้ง…

การตัดสินใจขอความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

อาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต

จากห้อง CCU โรคหัวใจ
โรงพยาบาลวชิระ

ศุภกร กุลวโรตตมะ
(ยอด โคตรอินดี้)
แอดมิน เพจวัยรุ่นยุค90

23 สิงหาคม 2569

MDRT Thailand with THAI Clothing 🇹🇭
24/08/2026

MDRT Thailand with THAI Clothing 🇹🇭

21-27  aug ผมได้มาร่วมงาน MDRT Global conference 2026 ครับ🙏🏻🧡
23/08/2026

21-27 aug
ผมได้มาร่วมงาน MDRT Global conference 2026
ครับ

🙏🏻🧡

15/08/2026

ไม่รู้โชคชะตาหรือฟ้าลิขิต
วันเดียวกันรับสายลูกค้า 2คนพร้อมๆกัน Admit วันเดียวกัน ตรวจเจอเนื้องอกสมอง 3cm และ 4cm.

ค่าผ่าตัดเคสนึง 6 แสน อีกเคส 8 แสน❗️

มะเร็ง โรคที่คนกลัว  ❗️ มะเร็งที่เป็นแล้วค่าใช้จ่ายสูงงงงงง  และปัจจุบันคนก็เป็นกันเยอะมากครับ  เคสนี้ผ่าตัดไป 2  ครั้ง ...
08/08/2026

มะเร็ง โรคที่คนกลัว ❗️

มะเร็งที่เป็นแล้วค่าใช้จ่ายสูงงงงงง และปัจจุบันคนก็เป็นกันเยอะมากครับ

เคสนี้ผ่าตัดไป 2 ครั้ง และมีกลืนแรงพิเศษเพิ่มเติมที่ MEDPARK ค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้น FWD ดูแลลูกค้าให้ต่อเนื่อง หมดกังวลใจ 🧡✔️

ที่อยู่

130-132 อาคารสินธรทาวเวอร์ 3 ชั้น 14, 16, 26, 27, 28, 29 Witthayu Road, Lumphini, Pathum Wan District
Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

+66641416256

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Arter Expert care-วางแผนประกันชีวิต ครบจบที่เดียวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Arter Expert care-วางแผนประกันชีวิต ครบจบที่เดียว:

ทางลัด

แชร์