ดีพอต ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดูแลปอด byศราวุฒิ

ดีพอต ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดูแลปอด byศราวุฒิ ดีพอตเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ ไอจามเรื้อรัง มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ Ginseng extract (สารสกัดจากโสม) 90mg. Lycopene 10% (ไลโคปืน 10%) 60mg.

ดีพอต D pot อาหารเสริมดูแล ปอด ระบบทางเดินหายใจ เสริมภูมิคุ้มกัน
ขนาดบรรจุ : 30เม็ด
Pomegranate extract (สารสกัดจากทับทิม) 100mg. Black galingale extract (สารสกัดจากกระชายดำ) 80mg. Pumpkin powder (ผงฟักทอง) 50 mg. Spinach powder (ผงปวยเล้ง) 50mg. Cordyceps sinensis extract (สารสกัดจากถั่งเช่า) 49.7mg. Zinc amino acid chelate 20% (ซิงค์อะมิโนแอซิดดีเลต 20%) 15mg. Niacinamide (ไนอะซินาไมค์) 8mg. T

hiamine mononitrate (ไทอะมีน โมโนไนเตรต) 1mg. Riboflavin (ไรโบฟลาวิน) 0.3mg.
เลขสารบบ อย. : 10-1-15456-5-0026

วิธีรับประทาน : รับประทานครั้งละ1เม็ด

คำเตือน : เด็กสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

การป้องกันของ  #โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง  #หอบหืด  #ภูมิแพ้  #ไอเรื้อรังโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ป้องกันได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่...
10/12/2021

การป้องกันของ #โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง #หอบหืด #ภูมิแพ้ #ไอเรื้อรัง
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ป้องกันได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่ ป้องกันตัวเองจากมลพิษในอากาศและละอองสารเคมี และการตรวจสุขภาพปอดอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

#ดีพอต ( D pot) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อบำรุงปอด เพื่อการช่วยฟื้นฟูสภาพปอด ของคุณและคนที่คุณรักให้หายใจได้ยาวนานตลอดไป
สนใจสั่งซื้อ/สอบถามข้อมูลได้ที่ tel 062-9085583 คุณหนุ่ม
หรือ Add line: dnw.s0066849 ทักมาเลยครับยินดีได้คำปรึกษา

08/12/2021

#หอบหืด #ปอดอักเสบ #หลอดลมอักเสบ #ถุงลมโป่งพอง #ไอเรื้อรัง #เสมหะเยอะ #ภูมิแพ้ ผู้ที่สูบบุหรี่มากๆจนเกิดปัญหาเรื่องไอ เหนื่อย หอบ เสมหะมาก คัดจมูก
#ดีพอต - ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมช่วยฟื้นฟูัญหาโรคปอด โรคระบบทางเดินทางใจ ภูมิแพ้ต่างๆ จากสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสเตียรอยด์
สนใจสอบถามข้อมูล/ทักข้อความ/โทรมาเบอร์ 062-908-5583 คุณหนุ่ม

รู้ทันพิษภัยของบุหรี่ที่มีผลต่อร่างกาย เพราะไม่มีคำว่าสายเกินกว่าจะเลิก!เพราะบุหรี่มีสารเคมีที่เป็นพิษมากมาย คุณยังคิดจะ...
06/12/2021

รู้ทันพิษภัยของบุหรี่ที่มีผลต่อร่างกาย เพราะไม่มีคำว่าสายเกินกว่าจะเลิก!
เพราะบุหรี่มีสารเคมีที่เป็นพิษมากมาย คุณยังคิดจะสูบบุหรี่ต่ออีกหรือไม่
เมื่อพูดถึงบุหรี่ คนส่วนใหญ่มักคิดถึงนิโคตินและเข้าใจว่าสารตัวนี้แหละที่เป็นอันตราย แต่ความจริงแล้วนิโคตินเป็นเพียงสารที่ทำให้คนติดบุหรี่แล้วเลิกยากเท่านั้น แต่สารที่เป็นอันตรายจริง ๆหรือ โทษของบุหรี่จริงๆ กลับเป็นสารอื่นๆ ในบุหรี่ที่มีมากกว่า 7,000 ชนิด ซึ่งกว่า70 ชนิดในนั้นเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และยังเร่งให้ผู้ที่สูบบุหรี่แก่ก่อนวัยอีกด้วย นิโคตินทดแทนที่คุณเคยได้ยินจึงเป็นสารที่เข้าไปช่วยทดแทนนิโคตินจากบุหรี่หลังหยุดสูบเพื่อช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้สำเร็จมากขึ้นโดยไม่มีอันตราย
นิโคตินทดแทนที่ช่วยลดความอยากบุหรี่ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากสารอื่นๆที่มีในบุหรี่ดังนี้
• อะซิโตน : สารไวไฟที่ใช้ในน้ำยาล้างเล็บ
• สารหนู : ยาพิษชนิดหนึ่งที่ใช้ฆ่าสัตว์
• น้ำมันเบนซิน : พบในกาวยาง
• ฟอร์มาลดีไฮด์ : สารประกอบหลักในน้ำยาดองศพ
• สารตะกั่ว : ใช้ในแบตเตอรี่
• ทาร์ : ส่วนประกอบที่ใช้ในการปูถนน
ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ล้วนพบในการสูบบุหรี่ และก่อให้เกิดโรคจากการสูบบุหรี่ และผลเสียต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…
ปอดและเซลล์
• ทาร์ หรือ น้ำมันดิน จากการสูบบุหรี่จะจับตัวอยู่ที่ปอด ก่อให้เกิดสารที่ชื่อว่าคาร์ซิโนเจน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งในร่างกายได้
• เมื่อได้รับสารเคมีเข้าไปหลายชนิด เช่น เบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ สารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งไต
ผิวหนัง
• แอซีทัลดีไฮด์เป็นหนึ่งในสารที่อยู่ในควันบุหรี่ซึ่งจะเข้าไปโจมตีเนื้อเยื่อที่ยึดผิวหนังไว้ ทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นและมีริ้วรอย
• สารในบุหรี่จะเข้าไปสลายวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจน และ ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดีและนุ่มนวล
• ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตของคุณมีปัญหาได้ เพราะออกซิเจนที่จะพาเม็ดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายไม่เพียงพอเหมือนคนปกติ ทำให้ผิวของคุณหยาบกร้าน
ฟัน
• “ทาร์” สารพิษเหนียวๆ ในบุหรี่จะไปเกาะทั่วบริเวณปากและฟันของคุณ
• การสูบบุหรี่จะไปลดปริมาณน้ำลายในปากของคุณ ทำให้ฟันมีคราบและเปลี่ยนสีได้
• เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบหรือโรคเหงือก ซึ่งเกิดการอักเสบรอบๆ ฟัน ทำให้เหงือกบวมมีกลิ่นปาก และในกรณีร้ายแรงอาจทำให้คุณสูญเสียฟันได้
เส้นผม
• เมื่อระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหาจากสารเคมีในบุหรี่ อาจทำให้เส้นผมแข็งกระด้างและมีผมหงอกก่อนวัยอีกด้วย
ดังนั้น การเลิกบุหรี่ไม่มีคำว่าสาย คุณจะมีความสุขกับสุขภาพที่ดีในวันที่คุณเขี่ยบุหรี่ออกไปจากชีวิตได้สำเร็จ

05/12/2021

#โควิด-19 ส่งผลต่อผู้คนในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และหายจากโรคได้เองโดยไม่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล
อาการทั่วไปมีดังนี้
-มีไข้
-ไอ
-อ่อนเพลีย
-สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่นและรับรส
อาการที่พบไม่บ่อยนักมีดังนี้
-เจ็บคอ
-ปวดศีรษะ
-ปวดเมื่อยเนื้อตัว
-ท้องเสีย
-มีผื่นบนผิวหนัง หรือนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี
-ตาแดงหรือระคายเคืองตา

ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
โปรดขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับภูมิภาคของคุณที่สุดจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้อื่น (อย่างน้อย 1 เมตร) แม้ว่าผู้นั้นจะไม่ได้ป่วยก็ตาม
สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดหรือเว้นระยะห่างไม่ได้
หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิด พยายามอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งและอากาศถ่ายเทสะดวก เปิดหน้าต่างเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด
ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
รับวัคซีนเมื่อได้รับสิทธิ์ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในพื้นที่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน
ปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระเมื่อไอหรือจาม
เก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบาย
หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก โปรดไปพบแพทย์ โดยติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะได้แนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัยที่กระชับกับใบหน้าช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น
การดูแลตนเอง
หลังจากสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 โปรดทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
โทรหาผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพหรือสายด่วนโควิด-19 เพื่อหาสถานที่และเวลาเพื่อรับการตรวจ
ให้ความร่วมมือตามขั้นตอนการติดตามผู้สัมผัสเพื่อหยุดการแพร่กระจายของไวรัส
หากยังไม่ทราบผลตรวจ ให้อยู่บ้านและอยู่ห่างจากผู้อื่นเป็นเวลา 14 วัน
ขณะที่กักตัว อย่าออกไปที่ทำงาน โรงเรียน หรือสถานที่สาธารณะ ขอให้ผู้อื่นนำของอุปโภคบริโภคมาให้
รักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร แม้จะเป็นสมาชิกในครอบครัวก็ตาม
สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น รวมถึงในกรณีที่คุณต้องเข้ารับการรักษา
ล้างมือบ่อยๆ
กักตัวเองในห้องแยกจากสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ หากทำไม่ได้ ให้สวมหน้ากากอนามัย
จัดให้ห้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก
หากใช้ห้องร่วมกับผู้อื่น ให้จัดเตียงห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน
โทรหาผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพทันทีหากพบสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ได้แก่ หายใจลำบาก สูญเสียความสามารถในการพูดและเคลื่อนไหว แน่นหน้าอกหรือมีภาวะสับสน
ติดต่อกับคนที่คุณรักด้วยโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ รวมถึงออกกำลังกายที่บ้าน เพื่อให้คุณมีสภาพจิตใจที่ดีอยู่เสมอ
สำหรับวัตถุประสงค์ทางการให้ข้อมูลเท่านั้น ปรึกษาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำ
การรักษาทางการแพทย์
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังค้นหาและพัฒนาแนวทางการรักษาโควิด-19
การรักษาแบบประคับประคองที่ดีที่สุด ได้แก่ การให้ออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง รวมถึงการดูแลระบบทางเดินหายใจขั้นสูงอื่นๆ เช่น การใช้เครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต
เดกซาเมทาโซนเป็นคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ช่วยลดระยะเวลาใช้เครื่องช่วยหายใจ และช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรืออยู่ในภาวะวิกฤตได้
WHO ไม่แนะนำให้ซื้อยาใดๆ กินเอง เช่น ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันหรือรักษาโควิด-19

ปอดติดเชื้อเกิดจากอะไรปอดติดเชื้อเกิดจากการที่ “เชื้อโรค” เข้าสู่ร่างกายไปที่ปอด แต่การที่เชื้อโรคเข้าไปสู่ปอดจะผ่าน จมู...
04/12/2021

ปอดติดเชื้อเกิดจากอะไร
ปอดติดเชื้อเกิดจากการที่ “เชื้อโรค” เข้าสู่ร่างกายไปที่ปอด แต่การที่เชื้อโรคเข้าไปสู่ปอดจะผ่าน จมูก, คอหอย, หลอดลมใหญ่, หลอดลมเล็ก และเข้าสู่ถุงลมปอด โดยเชื้อโรคสามารถเข้าไปสู่ปอด เข้าสู่ร่างกายเราได้ด้วยสาเหตุหลัก 2 ทาง คือ จากการสูดลมหายใจ และจากทางกระแสเลือด หมายถึงการติดเชื้อมาจากส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย แล้วกระจายมาสู่ปอดผ่านทางกระแสเลือด



ปัจจัยใดที่ทำเกิดปอดติดเชื้อ
โดยปกติร่างกายจะมีภูมิต้านทาน และมีกลไกในการป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคต่างๆ ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ปอดของคนเรามีโอกาสติดเชื้อได้แก่

1. ติดเชื้อโรคที่มีความรุนแรง
สามารถเกิดได้จากเชื้อโรคหลายประเภท เช่น ไวรัส แบคทีเรีย วัณโรค เชื้อราและ พยาธิ โดยเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเป็นเชื้อที่พบบ่อยที่สุด
2. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ภูมิคุ้มกันร่างกายเราบกพร่องทำให้เชื้อผ่านเข้าไปสู่ปอดได้โดยง่าย อีกทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคปอด โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือคนที่เคยมี ฝี หรือโพรงในปอดมาก่อนทำให้สมรรทภาพในปอดเปลี่ยนแปลงไปเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
3. รับประทานยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน
รับประทานยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่น กลุ่มคนไข้ที่ทานยากดภูมิ หรือกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการทำเคมีบำบัด
4. มีการสัมผัสเชื้อเป็นประจำ
การได้รับเชื้อในปริมาณมากเป็นประจำ ถึงแม้จะไม่ใช่เชื้อที่รุนแรงและมีคุ้มกันร่างกายที่ดี แต่หากได้รับสัมผัสกับเชื้อปริมาณมาก หรือเป็นประจำ หรือคนที่เป็นพาหะของเชื้ออยู่ ก็สามารถทำให้เกิดเป็นปอดติดเชื้อได้



อาการของโรคปอดติดเชื้อเป็นอย่างไร
• ไข้สูง หนาวสั่น
• อาการไอ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย อกบุ๋มเวลาหายใจ
• เจ็บชายโครง เวลาหายใจเข้า–ออก
จะเห็นว่าอาการของปอดติดเชื้ออาจจะคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แต่จุดสังเกตอย่างนึงคือ โรคปอดติดเชื้อ มักจะไอมากเมื่อสังเกตหายใจเข้าออกจะพบความผิดปกติ อาการเจ็บเสียดบริเวณหน้าอกหรือชายโครง พบได้หากน้ำขังในบริเวณเยื่อหุ้มปอดร่วมด้วย

การวินิจฉัยโรคปอดติดเชื้อ
แพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยการซักประวัติ สอบถามอาการและตรวจร่างกายฟังเสียงปอด โดยหากปอดมีการติดเชื้อจะพบเสียงผิดปกติ หลังจากนั้นจะทำการเอ็กซเรย์ปอด เพื่อดูความรุนแรง ตำแหน่งของการติดเชื้อและหาภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น ภาวะน้ำขังในเยื่อหุ้มปอด โพรงฝีในปอด เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการตรวจเลือดเพื่อประเมินเรื่องการติดเชื้อ การตรวจน้ำมูกหรือเสมหะเพื่อทำการค้นหาเชื้อโรค

แนวทางการรักษาโรคปอดติดเชื้อ
วิธีการรักษาโรคปอดขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรค หากเป็นการติดเชื้อไวรัสโดยส่วนใหญ่ไม่มียารักษาจำเพาะจะเป็นการรักษาตามอาการ เป็นการรักษาประคับประคองจนกว่าพยาธิสภาพของปอดจะดีขึ้น ยกเว้น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมียาต้านไวรัสในรูปแบบรับประทานเป็นเวลา 5 วัน ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียในปอดสิ่งสำคัญคือการใช้ยาฆ่าเชื้อให้ตรงกับเชื้อเป็นหลัก โดยเฉพาะปอดติดเชื้อจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หากได้รับยาฆ่าเชื้ออย่างทันท่วงที ก็จะทำให้มีอัตราการรอดชีวิตที่สูงมาก ดังนั้นควรเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติให้ดี หากมีอาการผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อเป็นโรคปอดติดเชื้อ สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หรือไม่ อะไรบ้าง
โดยปกติแล้ววิธีการรักษาโรคปอดติดเชื้อจะสังเกตการดำเนินของโรคและผลของการรักษาในช่วง 48-72 ชั่วโมง หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำการเอ็กซเรย์ปอดซ้ำ เพื่อดูว่ามีอาการแทรกซ้อนหรือไม่ โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ ก็คือการเกิดฝีหรือหนองที่ปอด ซึ่งหากพบลักษณะนี้อาจต้องพิจารณารักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม หรืออาจเกิดภาวะมีน้ำในเยื่อหุ้มปอด หรือเชื้ออาจกระจายลุกลามออกจากปอดไปสู่กระแสเลือดได้
ทั้งนี้หากเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นฝีขึ้นที่ปอด วิธีรักษาโรคปอดติดเชื้อในกลุ่มนี้แพทย์จะทำการปรับยาฆ่าเชื้อในการรักษาให้ครอบคลุมและตรงกับเชื้อมากขึ้น แต่หากอาการยังไม่ทุเลา ก็จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อเอาหนองออก ส่วนในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนมีน้ำในเยื่อหุ้มปอด แพทย์จะนำน้ำในเยื่อหุ้มปอดไปทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และหากมีปริมาณน้ำมาก จะทำการระบายน้ำออก

ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคปอดติดเชื้อ
แนวทางในการป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคปอดติดเชื้อนั้น สามารถทำได้โดยใช้หลักการเดียวกันกับการป้องกันโรคในระบบทางเดินหายใจโรคอื่นๆ คือ

 หลีกเลี่ยงคนพลุกพล่าน
หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่างไรก็ตามหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่กำลังป่วย หรือมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะเชื้อโรคอยู่รอบตัวเราโดยที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ เราอาจจะได้รับเชื้อโดรคมาโดยที่เราไม่รู้ตัว การป้องกันเอาไว้ก่อนจึงดีที่สุด
 ล้างมือและรักษาความสะอาด
ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะเราใช้มือสัมผัสสิ่งต่างๆที่อาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ หากเรานำมือที่สกปรกไปหยิบอาหารรับประทาน หรือนำมาขยี้ตา สูดดม ก็อาจทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ปอด เข้าสู่ร่างกายได้
 ฉีดวัคซีนป้องกัน
การรับวัคซีนป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมคอคคัส สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคปอดติดเชื้อได้
 ดูแลสุขภาพและพักผ่อนให้เพียงพอ
ดูแลร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นพื้นฐานทำให้เรามีสุขภาพที่ดี มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดี ซึ่งก็จะทำให้โอกาสปอดติดเชื้อลดน้อยลง

โรคปอดติดเชื้อนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินหายใจที่มีความร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ๆ และผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคปอดติดเชื้อได้มากกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่า ดังนั้นควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าฝน หากมีไข้สูง หนาวสั่น ไอ หายใจเร็วและหายใจหอบเหนื่อย หายใจแล้วเจ็บเสียด ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หากได้รับวิธีรักษาโรคปอดติดเชื้อที่รวดเร็วจะช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการเสียชีวิตไปได้มาก
ดี พอต ( D pot) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อบำรุงปอด เพื่อการช่วยฟื้นฟูสภาพปอด ของคุณและคนที่คุณรักให้หายใจได้ยาวนานตลอดไป
สนใจสั่งซื้อ/สอบถามข้อมูลได้ที่ tel 062-9085583 คุณหนุ่ม
หรือ Add line: dnw.s0066849 ทักมาเลยครับยินดีได้คำปรึกษา

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) เป็นกลุ่มของโรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยและเ...
29/11/2021

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) เป็นกลุ่มของโรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก

ลักษณะสำคัญของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คือ หลอดลม เนื้อปอด และหลอดเลือดปอดเกิดการอักเสบเสียหายเนื่องจากได้รับแก๊สหรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน ส่งผลให้หลอดลมค่อยๆ ตีบแคบลงหรือถูกอุดกั้นโดยไม่อาจฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้อีก

โรคหลักๆ ในกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่ โรคถุงลมโป่งพอง (emphysema) และโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) ซึ่งเป็นสองโรคที่มักพบร่วมกันเสมอ นอกจากนี้ยังมีโรคหืดหรือที่เรียกกันว่า โรคหอบหืด (asthma) และโรคหลอดลมพอง (bronchiectasis) ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน

สาเหตุสำคัญของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่
-การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดเนื่องจากในควันบุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด สารและแก๊สเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุหลอดลมและถุงลมจนนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง และทำให้ปอดเสื่อมสมรรถภาพในที่สุด ดังนั้น ผู้ที่สูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานานจึงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับควันบุหรี่แม้จะไม่ได้สูบก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน
-มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ รวมถึงการหายใจเอาสารเคมีบางอย่างเข้าไปในปอดติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นกรณีที่มักเกิดกับผู้ที่ต้องทำงานในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี เช่น เหมืองถ่านหิน งานเชื่อมโลหะ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการประกอบอาหารและขับเคลื่อนเครื่องจักรต่างๆ
-โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคพร่องสาร alpha-1-antitrypsin (AAT) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ผลิตในตับแล้วหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้ปอดถูกทำลายจากสารต่างๆ โรคนี้จึงสามารถเกิดได้ทั้งกับคนวัยหนุ่มสาว สำหรับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ การขาด AAT จะเร่งให้เกิดภาวะถุงลมโป่งพองเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนักและมักพบในชาวยุโรปหรือชนชาติผิวขาวอื่นๆ
-สำหรับปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้แก่ การสูบบุหรี่ทั้งที่เป็นโรคหืด และอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่พัฒนาอย่างช้าๆ ดังนั้นกว่าที่จะตรวจพบโรค ผู้ป่วยก็มักเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว
อาการ
-ในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการปรากฎ จนกระทั่งปอดถูกทำลายมากขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน รู้สึกเหนื่อยหอบ หมดเรี่ยวแรง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อยๆ บางรายอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีม่วง

-เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบมากจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ น้ำหนักลดลงอย่างมาก ในระยะท้ายของโรคมักพบการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ภาวะหายใจวาย (respiratory failure) และหัวใจด้านขวาล้มเหลว
การวินิจฉัย
แพทย์วินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้โดยการซักประวัติครอบครัว รูปแบบการใช้ชีวิต สอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วย ร่วมกับการตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ได้แก่

-การตรวจสมรรถภาพปอดด้วยวิธี spirometry ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด รวมถึงประสิทธิภาพของปอดในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด โดยแพทย์จะให้ยาขยายหลอดลมแล้วให้ผู้ป่วยหายใจเข้าเต็มที่แล้วเป่าลมหายใจออกให้เร็วและแรงผ่านเครื่อง spirometer เพื่อวัดค่าปริมาณอากาศที่ผู้ป่วยสามารถหายใจออกใน 1 วินาที เทียบกับค่าปริมาณของอากาศเมื่อหายใจออกทั้งหมด เมื่อนำผลมาพิจารณาประกอบกับอาการของผู้ป่วยก็จะสามารถบอกถึงระดับความรุนแรงของโรคได้
-การตรวจภาพรังสีทรวงอก หรือเอกซเรย์ปอด เพื่อแยกโรคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจเกิดร่วมด้วย เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว
-การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) อาจตรวจในผู้ป่วยบางรายเพื่อดูการกระจายตัวของโรคถุงลมโป่งพองประกอบการพิจารณาผ่าตัดรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปอด
-การตรวจวิเคราะห์แก๊สในเลือดแดง (arterial blood gas) เป็นอีกวิธีหนึ่งในการตรวจวัดการทำงานของปอด โดยดูจากระดับออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
-การตรวจอื่นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์สาเหตุของอาการบางอย่าง หรือตัดภาวะการเจ็บป่วยอื่นๆ ทิ้ง เช่น การตรวจคัดกรองภาวะพร่องสาร alpha-1-antitrypsin (AAT) ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยหรือมีประวัติครอบครัวป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และการตรวจเสมหะเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ
การรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
แม้ว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการของโรค ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนรวมถึงอาการกำเริบเฉียบพลันได้ โดยวิธีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นได้มีดังนี้

-เลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับแรกของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การเลิกบุหรี่จะช่วยไม่ให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงและทำให้หายใจได้ดีขึ้น หากผู้ป่วยไม่สามารถเลิกบุหรี่อย่างถาวรได้ด้วยตัวเอง อาจขอรับบริการเลิกบุหรี่ด้วยวิธีพฤติกรรมบำบัดได้ ณ ศูนย์โรคปอดและโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
-หลีกเลี่ยงมลพิษในอากาศ และการอยู่ในสถานที่ที่มีละอองสารเคมี หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองและสารเคมี
-การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ ลดการกำเริบ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตามอาการและระดับความรุนแรงของโรค สำหรับกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่
-ยาขยายหลอดลม มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจ ช่วยลดอาการไอ หายใจติดขัด ผู้ป่วยจึงหายใจได้สะดวกขึ้น ยาขยายหลอดแบ่งออกเป็นชนิดออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว และมีทั้งแบบสูดพ่นและแบบรับประทาน
-ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด ใช้ร่วมกับยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพื่อลดการกำเริบของโรคซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป
-ยาปฏิชีวนะ ให้ในกรณีที่มีการติดเชื้อ หรือการกำเริบเฉียบพลัน
การรักษาอื่นๆ เช่น การบำบัดด้วยออกซิเจนระยะยาว การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยรุนแรง การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยกายภาพบำบัด การดูแลภาวะโภชนาการ และการดูแลสภาพอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วย
-การผ่าตัด ในกรณีที่การรักษาด้วยยาและวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาถุงลมขนาดใหญ่ที่กดเนื้อปอดข้างเคียงออก ผ่าตัดเพื่อลดปริมาตรปอด เพื่อใส่อุปกรณ์ในหลอดลม หรือเพื่อปลูกถ่ายปอดหากมีผู้บริจาคอวัยวะ

การป้องกัน
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ป้องกันได้ด้วยการไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่ ป้องกันตัวเองจากมลพิษในอากาศและละอองสารเคมี และการตรวจสุขภาพปอดอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ดี พอต ( D pot) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อบำรุงปอด เพื่อการช่วยฟื้นฟูสภาพปอด ของคุณและคนที่คุณรักให้หายใจได้ยาวนานตลอดไป
สนใจสั่งซื้อ/สอบถามข้อมูลได้ที่ tel 062-9085583 คุณหนุ่ม
หรือ Add line: dnw.s0066849 ทักมาเลยครับยินดีได้คำปรึกษา

10 พฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่เราคุ้นชินเเละปฏิบัติกันเป็นปกติในชีวิตประจำวันเเต่ท่ามกลางสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโค...
23/08/2021

10 พฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่เราคุ้นชิน
เเละปฏิบัติกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
เเต่ท่ามกลางสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโควิด-19 เเบบนี้
จำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้องระมัดระวังกันมากขึ้น
ไม่เผลอทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความเคยชิน
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเเพร่ระบาดของโควิด-19
ที่มา : สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth
#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ #ไทยรู้สู้โควิด

เด็ก ๆ ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ดูแลสุขอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพราะเด็ก ๆ...
22/08/2021

เด็ก ๆ ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ดูแลสุขอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพราะเด็ก ๆ อาจจะดูแลตัวเองได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ วิธีที่จะช่วยป้องกันพวกเขาให้ห่างไกลจากการได้รับเชื้อ หนึ่งในนั้น คือ การสวมหน้ากาก
วันนี้ สสส.จึงนำแนวทางในการสวมหน้ากากอนามัยให้กับเด็ก เพื่อป้องการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ (UNICEF) ได้ร่วมกันปรับปรุงขึ้น

ดาวน์โหลดอินโฟกราฟิกได้ที่...สิ่งที่ควรรู้ เมื่อหนู ๆ ต้องสวมหน้ากาก http://ssss.network/bzs0u

สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.thaihealth.or.th/ไทยรู้สู้โควิด

สามารถติดตามวารสารสร้างสุขฉบับออนไลน์ ข่าวสารด้านสุขภาพ และร่วมสนุกตอบคำถามพร้อมของรางวัลได้ที่ Line Official Account “สสส.สร้างสุข” คลิก >> https://lin.ee/gtFSTfG

#สสส #สุขภาวะ #สร้างสุข #สุขภาพ #ชีวิตวิถีใหม่ #ชีวิตดีเริ่มที่เรา #ไทยรู้สู้โควิด #สวมหน้ากาก #เว้นระยะห่าง #ล้างมือบ่อยๆ #ช่วยกันยกระดับป้องกันโควิด19

22/08/2021

ที่อยู่

24/225 ม. นนทวีวิลล์ 5 ถนนมิตรไมตรี 6/4 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก
Bangkok
10530

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีพอต ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดูแลปอด byศราวุฒิผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ดีพอต ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดูแลปอด byศราวุฒิ:

แชร์