Zuellig Pharma Thailand

Zuellig Pharma Thailand Zuellig Pharma is a leading healthcare solutions company in Asia, and our purpose is to make healthcare more accessible to the communities we serve.

การทำให้ผู้คนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น หมายถึง การสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพที่ยั่งยืนเพื่อดูแลชุมชนของเราในระ...
04/09/2026

การทำให้ผู้คนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น หมายถึง การสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพที่ยั่งยืนเพื่อดูแลชุมชนของเราในระยะยาว ควบคู่ไปกับการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero)

จากความคืบหน้าที่ผ่านมา เราได้ยกระดับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของเราให้สูงขึ้น เพื่อเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานไปสู่การลดคาร์บอนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี พ.ศ. 2588 (ค.ศ. 2045) ครอบคลุมทั้งในการดำเนินงานและตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเรา ซึ่งได้รับการรับรองล่าสุดจาก Science Based Targets initiative (SBTi)

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เรากำลังมุ่งมั่นปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของเรา เปลี่ยนผ่านเครือข่ายการขนส่งและจัดส่งไปสู่โซลูชันพลังงานที่สะอาดขึ้น ตลอดจนส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายการดำเนินงานในระดับภูมิภาค

เรายังคงยึดมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนระบบบริการด้านสุขภาพที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชีย

hashtag hashtag hashtag

เพราะพนักงานคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรที่ ซิลลิค ฟาร์มา เราเชื่อว่า การสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เริ่มต้นจา...
01/09/2026

เพราะพนักงานคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร

ที่ ซิลลิค ฟาร์มา เราเชื่อว่า การสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เริ่มต้นจากการดูแลพนักงานในทุกมิติ

นอกเหนือจากการสนับสนุนการเติบโตในสายอาชีพ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และความสุขในการทำงานของพนักงานทุกคน

กิจกรรมชมรมสำหรับพนักงานเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ พบปะเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายทีม และสร้างความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตของการทำงานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นกีฬา การออกกำลังกาย การเต้น หรือกิจกรรมสร้างสรรค์

แม้แต่ละคนจะมีความสนใจที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน คือ โอกาสในการเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และเติบโตไปด้วยกันในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เราเชื่อว่า เมื่อพนักงานมีพื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเอง ได้ดูแลทั้งสุขภาพกายและใจ และมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน ความผูกพันต่อองค์กรและพลังในการขับเคลื่อนความสำเร็จก็จะเติบโตไปพร้อมกัน

เพราะการดูแลพนักงานไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของการทำงาน แต่เป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ


ภาวะโลกร้อนและวิกฤตสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพ" และระบบสุขภาพของไทยอย่างหล...
28/08/2026

ภาวะโลกร้อนและวิกฤตสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพ" และระบบสุขภาพของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษจาก คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ที่จะมาเจาะลึกถึงแนวทางการขนส่งและจัดเก็บยา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบสุขภาพของไทย พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หรือกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1249555 หรือคลิก https://heyzine.com/flip-book/eb3e1c025c.html

28/08/2026

[ความเชื่อ VS ความจริง] ตอนที่ 7: วิตามินยิ่งกินเยอะ ยิ่งดี... จริงหรือ?

หลายคนเชื่อว่าการรับประทานวิตามินเสริมในปริมาณมากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ป้องกันโรคได้มากขึ้น และหากรับประทานมากเกินไป ร่างกายก็จะขับออกไปเองทั้งหมด แต่ความเชื่อนี้ถูกต้องหรือไม่?

❌ ความเชื่อ:"วิตามินยิ่งกินเยอะ ยิ่งดี"

✅ ความจริง: วิตามินเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่ยิ่งได้รับมาก ยิ่งเกิดประโยชน์เสมอไป การรับประทานวิตามินเกินความจำเป็นอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบีและวิตามินซีซึ่งละลายในน้ำ ร่างกายสามารถขับวิตามันส่วนเกินเหล่านี้ออกทางปัสสาวะได้ แต่หากรับประทานในปริมาณสูงมาก อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือผลกระทบต่อระบบประสาทได้

ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E และ K สามารถสะสมอยู่ในร่างกาย ดังนั้นหากได้รับมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะวิตามินเกิน ส่งผลกระทบต่อตับ ไต กระดูก หรือระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้

✅ แล้ววิตามินตกค้างในร่างกายหรือไม่?

คำตอบ คือ "มีโอกาส" โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งร่างกายไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างรวดเร็วเหมือนวิตามินที่ละลายในน้ำ จึงอาจเกิดการสะสมเมื่อรับประทานมากเกินความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง

✅ ควรรับประทานวิตามินอย่างไรให้เหมาะสม?

รับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่เพื่อให้ได้รับวิตามินจากแหล่งธรรมชาติ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเมื่อมีความจำเป็น หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร อ่านฉลากและปฏิบัติตามปริมาณที่แนะนำ หลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินหลายชนิดซ้ำซ้อน เพราะอาจได้รับสารอาหารบางตัวเกินความจำเป็น ตรวจสุขภาพหรือประเมินภาวะขาดวิตามินก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

รู้ไว้ก่อนเชื่อ วิตามินมีประโยชน์เมื่อรับประทานอย่างเหมาะสม แต่การได้รับมากเกินความจำเป็นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้

ด้วยความห่วงใยจาก ซิลลิค ฟาร์มา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: National Institutes of Health (NIH) Office of Dietary Supplements, Harvard T.H. Chan School of Public Health, Harvard Health Publishing

คำแนะนำ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ.

ซิลลิค ฟาร์มา รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมการสัมมนา “การส่งเสริมกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและธุรกิจที่โปร่งใส: เส้นทางของ...
25/08/2026

ซิลลิค ฟาร์มา รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมการสัมมนา “การส่งเสริมกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและธุรกิจที่โปร่งใส: เส้นทางของประเทศไทยสู่มาตรฐานการต่อต้านสินบนขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)” ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะทำงานว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของ OECD

การเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจด้วย จริยธรรม ความโปร่งใส และการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบตามมาตรฐานสากล

เราเชื่อมั่นว่า การยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต คือ รากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และจะยังคงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

21/08/2026

[ความเชื่อ VS ความจริง] ตอนที่ 6: โดนน้ำร้อนลวก น้ำมันลวก ต้องรีบทายาสีฟันจริงหรือ?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากน้ำร้อนลวกหรือน้ำมันกระเด็นใส่ หลายคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำว่า ให้รีบทา "ยาสีฟัน" ลงบนแผล เพราะเชื่อว่า จะช่วยลดความร้อนและบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ แต่ความเชื่อนี้ถูกต้องหรือไม่?

❌ ความเชื่อ:
"โดนน้ำร้อนลวกหรือน้ำมันลวก ให้รีบทายาสีฟัน แผลจะเย็นลงและหายเร็วขึ้น"

✅ ความจริง:
ยาสีฟันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รักษาแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก การทายาสีฟันลงบนแผลอาจทำให้เกิดการระคายเคืองจากสารต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบ เช่น เมนทอล สารแต่งกลิ่น หรือสารทำความสะอาด

นอกจากนี้ เนื้อยาสีฟันยังอาจเคลือบปิดผิวแผล ทำให้ความร้อนสะสมอยู่ภายใน ระบายออกได้ไม่ดี ส่งผลให้เนื้อเยื่อได้รับความเสียหายมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจทำให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของแผลได้ยากขึ้น

✅ วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง: รีบนำบริเวณที่ถูกลวกผ่านน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องทันที และเปิดน้ำไหลผ่านแผลอย่างต่อเนื่องประมาณ 10-20 นาที ซับบริเวณรอบแผลให้แห้งเบา ๆ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดที่ไม่ติดแผล หากแผลมีขนาดใหญ่ พุพองมาก หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที

รู้ไว้ก่อนสาย การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตั้งแต่นาทีแรก อาจช่วยลดความรุนแรงของแผลและลดโอกาสเกิดแผลเป็นได้

💙 ด้วยความห่วงใยจาก ซิลลิค ฟาร์มา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สภากาชาดไทย, ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

คำแนะนำ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการดูแลตนเองเบื้องต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ


#จับเข่าคุยเรื่องสุขภาพ #ปฐมพยาบาล #น้ำร้อนลวก #ความเชื่อVSความจริง

สำหรับยาและเวชภัณฑ์ช่วยชีวิต ความปลอดภัย และคุณภาพ คือ สิ่งสำคัญสูงสุดที่เราจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดอุณหภูมิที่เปลี่ยน...
18/08/2026

สำหรับยาและเวชภัณฑ์ช่วยชีวิต ความปลอดภัย และคุณภาพ คือ สิ่งสำคัญสูงสุดที่เราจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาด

อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยระหว่างการกระจายสินค้าอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หลากหลายและภูมิประเทศที่ซับซ้อนในภูมิภาคเอเชีย การรักษามาตรฐานระบบการจัดส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) จึงไม่ใช่แค่ภารกิจด้านโลจิสติกส์ แต่หมายถึง "ชีวิตของผู้ป่วย"

และนี่ คือ เหตุผลที่เราพัฒนา eZCooler นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบควบคุมอุณหภูมิเอกสิทธิ์เฉพาะของซิลลิค ฟาร์มา ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ eZCooler สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำตั้งแต่สินค้าออกจากคลังของเราจนถึงคลินิกปลายทาง ช่วยปกป้องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์แบบ แม้ต้องเดินทางไกลผ่านสภาพอากาศที่แปรปรวน และยกระดับขีดความสามารถในการจัดส่งถึงจุดหมายปลายทาง (Last-mile delivery) ให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถในการยืดระยะเวลาการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง ทำให้เราจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ได้ไกลขึ้นโดยที่คุณภาพยังคงเดิม ปัจจุบัน eZCooler ถูกนำมาใช้งานแล้วในสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศไทยช่วยให้เราส่งมอบนวัตกรรมการรักษาใหม่ ๆ กระจายออกไปสู่ชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon footprint) ในทุก ๆ รอบการจัดส่ง

การจัดส่งที่ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และมีความยืดหยุ่นสูง คือ รากฐานสำคัญในการทำให้การเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนสถานพยาบาลกว่า 200,000 แห่งใน 18 ตลาด เพื่อส่งมอบการรักษาที่มีคุณภาพสูงสุดถึงมือผู้ป่วยตามความมุ่งมั่นของเรา

14/08/2026

[ความเชื่อ VS ความจริง] ตอนที่ 5: เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว... รีบกินยา "ดัก" ไข้ไว้ก่อน ดีจริงหรือ?

เวลาที่มีอาการอ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นหวัด หรือหลังจากตากฝนมา หลายท่านอาจเคยได้รับคำแนะนำ ว่าให้รีบทานยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ปวด "ดัก" เอาไว้ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก วันนี้ ซิลลิค ฟาร์มา ขอแนะนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของยา เพื่อให้ใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อร่างกายที่สุดครับ

❌ ความเชื่อ: "ถ้ารู้สึกเหมือนจะเป็นไข้หรือโดนละอองฝนมา ให้รีบกินยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดลดไข้ดักไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ป่วย"

✅ ความจริง: ยาแก้ปวดลดไข้ (เช่น พาราเซตามอล) มีกลไกในการ "บรรเทาอาการ" ที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น กล่าวคือ ยาจะออกฤทธิ์ลดระดับอุณหภูมิในร่างกายเมื่อมีไข้เกิดขึ้น หรือระงับอาการปวดเมื่อมีการอักเสบ โดยไม่มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการเกิดโรค หรือกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นหวัดได้

การรับประทานยาแก้ปวดเพื่อลดไข้ล่วงหน้าในขณะที่ร่างกายยังไม่มีไข้ จึงไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยแต่อย่างใด ในทางกลับกัน หากรับประทานยาโดยไม่จำเป็น หรือรับประทานติดต่อกันในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผล กระทบเพิ่มความเสี่ยงต่อตับได้

วิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องเมื่อรู้สึกคล้ายจะเป็นไข้ คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ และรักษาความอบอุ่นของร่างกาย หากเวลาผ่านไปแล้วเริ่มมีอาการไข้ สามารถพิจารณาเริ่มรับประทานยาลดไข้ตามปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ตามคำแนะนำบนฉลากยา หรือภายใต้คำแนะนำของแพทย์

หากเห็นว่าข้อมูลนี้มีประโยชน์ สามารถร่วมแชร์วิธีการดูแลสุขภาพ เพื่อการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัยของคนที่คุณรักและครอบครัว

ด้วยความห่วงใยจาก ซิลลิค ฟาร์มา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

คำเตือน: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์ได้

การใช้ยาพาราเซตามอลควรใช้ตามขนาดที่แนะนำและไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์


#จับเข่าคุยเรื่องสุขภาพ #ยาดักไข้ #พาราเซตามอล #ความเชื่อVSความจริง #ใช้ยาอย่างปลอดภัย

12/08/2026

12 สิงหาคม 2569
วันแม่แห่งชาติ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา

07/08/2026

[ความเชื่อ VS ความจริง] ตอนที่ 4: ข้อเท้าพลิก ปวดบวมเฉียบพลัน... ต้องรีบ "ประคบร้อน" หรือ "ประคบเย็น" ?

อุบัติเหตุจากการลื่นล้ม ข้อเท้าพลิก หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นเฉียบพลัน หลายคนมักสับสนระหว่างการใช้ "ความร้อน" และ "ความเย็น" ในการปฐมพยาบาลจนอาจส่งผลให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น วันนี้ ซิลลิค ฟาร์มา ขอพามาทำความเข้าใจวิธีปฐมพยาบาลเพื่อบรรเทาอาการปวดบวมอย่างถูกต้อง

❌ ความเชื่อ: "เมื่อมีอาการข้อเท้าพลิก ช้ำบวม หรือปวดเคล็ดขัดยอกกะทันหัน ให้รีบประคบร้อน นวดคลึงด้วยน้ำมันร้อน หรืออบสมุนไพรทันที เพื่อให้เส้นเอ็นคลายตัวและหายเร็วขึ้น"

✅ ความจริง: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หลังเกิดการบาดเจ็บเฉียบพลัน ห้ามประคบร้อนหรือนวดคลึงรุนแรงเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนจะกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนมาบริเวณนั้นมากขึ้น ส่งผลให้อาการอักเสบ ปวด และบวมแดงรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง:

ประคบเย็นทันที (Cold Compress): ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการปวดบวมเฉียบพลัน ให้ประคบด้วยน้ำแข็งหรือเจลประคบเย็น ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดอาการเลือดออกใต้ผิวหนัง บรรเทาอาการบวม และระงับความเจ็บปวดได้

ประคบร้อนเมื่อพ้น 48 ชั่วโมงไปแล้ว (Hot Compress): เมื่ออาการอักเสบเฉียบพลันเริ่มคงที่และไม่มีอาการบวมแดงเพิ่มขึ้น (มักเป็นหลังเกิดอุบัติเหตุ 2 วันขึ้นไป) จึงเริ่มเปลี่ยนมาประคบร้อนได้ เพื่อช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็ง และลดอาการคั่งช้ำหลงเหลือ

การแยกแยะระหว่างการประคบร้อนและเย็นอย่างถูกต้องจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการบาดเจ็บได้รวดเร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้อาการบวมอักเสบลุกลามจนเป็นเรื้อรัง

หากเห็นว่าข้อมูลนี้มีประโยชน์ สามารถร่วมแชร์วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อให้คนรอบข้างและครอบครัวสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดอุบัติเหตุกะทันหัน

ด้วยความห่วงใยจาก ซิลลิค ฟาร์มา 💙

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (Sources): คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

คำแนะนำ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการปวดรุนแรงจนทิ้งน้ำหนักไม่ได้ ข้อต่อผิดรูป หรืออาการบวมไม่ลดลงหลังผ่านไป 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด


#จับเข่าคุยเรื่องสุขภาพ #ปฐมพยาบาล #ประคบร้อนประคบเย็น #ข้อเท้าพลิก #ความเชื่อVSความจริง

ที่อยู่

8-9/F Ploenchit Center, 2 Sukhumvit Road, Klongtoey, Klongtoey
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

+6626569800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Zuellig Pharma Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์