Ped Chest Siriraj

Ped Chest Siriraj สาขาระบบการหายใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

13/06/2026

ขอแสดงความยินดีกับน้อง residents/ fellows ที่สำเร็จการฝึกอบรมในปีนี้ทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณที่ช่วยกันดูแลผู้ป่วยและเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในชีวิตที่น้องภูมิใจ ขอให้โชคดีในการสอบ สนุกและประสบความสำเร็จในชีวิตตามที่ตั้งใจนะครับ :)

ขอขอบคุณคุณฉันทนา สุวาณิชย์กุล และคุณวิชิต ภู่ประดิษฐ์ ที่ร่วมบริจาคเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์บำบัดรักษาด้านระบบหายใจสำห...
08/06/2026

ขอขอบคุณคุณฉันทนา สุวาณิชย์กุล และคุณวิชิต ภู่ประดิษฐ์ ที่ร่วมบริจาคเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์บำบัดรักษาด้านระบบหายใจสำหรับผู้ป่วยเด็ก

ผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคผ่านกองทุนเพื่อเด็กป่วยโรคระบบหายใจสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 024195673

24/05/2026
🅿️มาคลินิกพิเศษ จอดรถได้ที่ไหนบ้าง?📍อาคารจอดรถตึกอุบัติเหตุ📍ตึก 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้นใต้ดิน🔸รับสิทธิ์ส่วนลดค่...
15/05/2026

🅿️มาคลินิกพิเศษ จอดรถได้ที่ไหนบ้าง?
📍อาคารจอดรถตึกอุบัติเหตุ
📍ตึก 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้นใต้ดิน

🔸รับสิทธิ์ส่วนลดค่าจอดรถได้ที่ จุด E-Stamp ที่ใกล้ที่สุด
📍หน้าห้องการเงิน ตึก 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

🗺️Google map
https://maps.app.goo.gl/ezibG3AiU2kefadVA

📢 ฝากกด 👍🏻 Like, ↗️ Share, 💬 Comment ด้วยครับ👍🏻 1 Like = 2 คะแนน↗️ 1 Share = 3 คะแนน💬 1 Comment = 5 คะแนน โดย Comment ใน...
11/05/2026

📢 ฝากกด 👍🏻 Like, ↗️ Share, 💬 Comment ด้วยครับ
👍🏻 1 Like = 2 คะแนน
↗️ 1 Share = 3 คะแนน
💬 1 Comment = 5 คะแนน โดย Comment ในประเด็น “คุณค่าของวิจัยนี้คืออะไร” เช่น “ช่วยลดค่าใช้จ่าย...” “ช่วยลดระยะเวลา...” ความเห็นประเภทอื่น ๆ จะไม่ถูกนำมานับคะแนน

✒️ คณะกรรมการจะนับคะแนนจากยอด Like , Share และ Comment จาก FB Page : R2R Siriraj เท่านั้น โดยการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

⏳ ท่านสามารถร่วมโหวตได้ตั้งแต่วันนี้ - 24 กรกฎาคม 2569 (เวลา 15.00 น.)

👑 รหัส 03 : ผลของการฝึกทักษะการดูแลท่อหลอดคอร่วมกับการให้คําปรึกษาด้วยการแพทย์ทางไกลในการลดการใช้ทรัพยากรสุขภาพของผู้ป่วยเด็กที่ใส่ท่อหลอดคอ
🚩 โดย : รศ. นพ.ปราการ ตอวิเชียร และคณะ สาขาโรคระบบการหายใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
📓 อ่านบทความได้ที่ https://doi.org/10.1186/s12887-023-04455-7
—-------------
📢 กติกา : กด 👍🏻 Like, ↗️ Share, 💬 Comment เหตุผลที่ชื่นชอบ
👍🏻 1 Like = 2 คะแนน
↗️ 1 Share = 3 คะแนน
💬 1 Comment = 5 คะแนน โดย Comment ในประเด็น “คุณค่าของวิจัยนี้คืออะไร” เช่น “ช่วยลดค่าใช้จ่าย...” “ช่วยลดระยะเวลา...” ความเห็นประเภทอื่น ๆ จะไม่ถูกนำมานับคะแนน

✒️ คณะกรรมการจะนับคะแนนจากยอด Like , Share และ Comment จาก FB Page : R2R Siriraj เท่านั้น โดยการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

⏳ ท่านสามารถร่วมโหวตได้ตั้งแต่วันนี้ - 24 กรกฎาคม 2569 (เวลา 15.00 น.)

What's new in GINA 2026! สรุปสาระสำคัญและการเปลี่ยนแปลงในแนวทาง GINA 2026แนวทาง GINA 2026 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลาย...
05/05/2026

What's new in GINA 2026!
สรุปสาระสำคัญและการเปลี่ยนแปลงในแนวทาง GINA 2026
แนวทาง GINA 2026 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายมิติ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
• การจัดการโรคหืดกำเริบเฉียบพลัน: มีการเปิดตัว 4 แผนภูมิใหม่ เพื่อมาตรฐานการดูแลที่ชัดเจนขึ้นในสถานพยาบาลปฐมภูมิและแผนกฉุกเฉิน
• ความปลอดภัยในการใช้ยา: ปรับลดปริมาณการใช้ยา SABA ในโรคหืดกำเริบเฉียบพลันเนื่องจากความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ และให้ความสำคัญกับ "OCS Stewardship" เพื่อลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน
• การรักษาที่เน้นการต้านการอักเสบ: ขยายการใช้การรักษาแบบ Anti-Inflammatory Reliever (AIR) ในเด็ก (6-11 ปี) และเพิ่มทางเลือก ICS-SABA ใน step 1 ของผู้ใหญ่และวัยรุ่น
• เครื่องมือประเมินผลใหม่: แนะนำการใช้ CAAT สำหรับผู้ใหญ่, Peds-AIRQ สำหรับเด็ก และ PRAM สำหรับการประเมินความรุนแรงในโรคหืดกำเริบเฉียบพลัน
• นวัตกรรมยา: เพิ่มยาชนิดใหม่ (Depemokimab) และ Biosimilar สำหรับการรักษาโรคหืดชนิดรุนแรง

1. การจัดการโรคหืดกำเริบเฉียบพลัน
GINA ได้ริเริ่มโครงการสำคัญในปีนี้ด้วยการพัฒนา 4 แผนภูมิใหม่เพื่อใช้ในการประเมิน รักษา และติดตามผลผู้ป่วยที่มีอาการโรคหืดกำเริบเฉียบพลัน โดยแบ่งตามกลุ่มอายุและสถานที่รักษา:
• ผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กอายุ 6-11 ปี ในสถานพยาบาลปฐมภูมิ (Primary care)
• ผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กอายุ 6-11 ปี ในสถานพยาบาลผู้ป่วยในหรือแผนกฉุกเฉิน (ED)
• เด็กอายุ 5 ปีหรือต่ำกว่า ในสถานพยาบาลปฐมภูมิ
• เด็กอายุ 5 ปีหรือต่ำกว่า ในสถานพยาบาลผู้ป่วยในหรือแผนกฉุกเฉิน
มาตรฐานการประเมินและการรักษา
• เครื่องมือวัดความรุนแรง: แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้คะแนนทางคลินิกที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เช่น Pediatric Respiratory Assessment Measure (PRAM) สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี
• เกณฑ์ออกซิเจนใหม่: ปรับลดเกณฑ์การให้ออกซิเจนเสริม โดยจะไม่ให้เว้นแต่ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (saturation) จะต่ำกว่า 92% เป้าหมาย: สำหรับผู้ใหญ่และเด็ก 6-11 ปี อยู่ที่ 92-95% ส่วนเด็ก 5 ปีหรือต่ำกว่าอยู่ที่ 92%
• การจำกัดปริมาณ SABA: การใช้ยา Short-Acting Beta2-Agonist (SABA) ในขนาดที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดความเป็นพิษ เช่น ภาวะกรดแลกติก (lactic acidosis) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการหายใจเร็ว (hyperventilation) และถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการโรคหืดที่แย่ลง
• ทางเลือก ICS-formoterol: เพิ่มเป็นทางเลือกในแผนภูมิสำหรับเด็ก 6-11 ปี ที่มีอาการกำเริบเล็กน้อย เพื่อเป็นทางเลือกแทน SABA แบบพ่น และเพื่อเริ่มการรักษาแบบ MART (Maintenance-And-Reliever Therapy)

2. การวินิจฉัยและการประเมิน
เครื่องมือประเมินผลใหม่
• Chronic Airways Assessment Test (CAAT): เครื่องมือ 8 ข้อคำถามที่ปรับปรุงมาจาก COPD Assessment Test เพื่อประเมินสถานะสุขภาพในโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง (ทั้งโรคหืดและ COPD) ในผู้ใหญ่
• Pediatric Asthma Impairment and Risk Questionnaire (Peds-AIRQ): คะแนนรวมสำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี เพื่อประเมินอาการ การใช้ยาบรรเทาอาการ และผลกระทบต่อกิจกรรมในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงประวัติการใช้ OCS
• Lung Function Measurement: เน้นย้ำการวัดสมรรถภาพปอดด้วย spirometry (หรือหากไม่มีให้ใช้ peak flow) สำหรับผู้ป่วยทุกรายก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล
การวินิจฉัยในผู้ใหญ่และเด็ก 6-11 ปี
• มีการปรับปรุงแผนภูมิเพื่อการวินิจฉัยให้มีความชัดเจนและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
• การตอบสนองต่อยาขยายหลอดลม (bronchodilator responsiveness): ข้อมูลใหม่ชี้ให้เห็นว่าการใช้เกณฑ์ปี 2005 (เพิ่มขึ้นของ FEV1 หรือ FVC 12% และ 200 mL) จะช่วยลดปัญหาการวินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริง (underdiagnosis) เมื่อเทียบกับการใช้เกณฑ์ >10% predicted

3. กลยุทธ์การรักษาโรคหืด
สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี
• AIR Therapy ใน Step 1 และ 2: ผลจาก CARE study แสดงให้เห็นว่าการใช้ budesonide-formoterol ขนาดต่ำเมื่อมีอาการ ช่วยลดความเสี่ยงของอาการกำเริบรุนแรงได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ SABA อย่างเดียว
• OCS Stewardship: ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อลดผลข้างเคียงระยะสั้นและระยะยาว โดยเน้นการใช้ยาพ่นที่เหมาะสมและการใช้ยาชีววัตถุเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน
สำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่น
• Track 1 (Preferred): ยังคงเป็นแนวทางที่แนะนำ เนื่องจากใช้ยาพ่นชนิดเดียว อุปกรณ์เดียว ลดความสับสน และลดความเสี่ยงของอาการกำเริบรุนแรงได้มากกว่าเมื่อเทียบกับแนวทางที่ใช้ SABA
• Track 2 (Alternative): เพิ่มการรักษาด้วย Anti-Inflammatory Reliever (AIR) ร่วมกับ ICS-SABA ใน Step 1 (อ้างอิงจาก BATURA study) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของอาการกำเริบรุนแรงได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการใช้ SABA อย่างเดียว อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องใช้ยาพ่นสองชนิด ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการฝึกฝนอย่างดี
• Step 5: อัปเดตข้อมูลการใช้ Long-Acting Muscarinic Antagonists (LAMAs) เป็นยาเสริม โดยเฉพาะยาพ่นรวม 3 ชนิด (ICS-LABA-LAMA) ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่ยังคุมอาการไม่ได้และไม่สามารถเข้าถึงยาชีววัตถุได้

4. โรคหืดชนิดรุนแรงและยาชีววัตถุ
มีการขยายทางเลือกในการรักษาโรคหืดชนิดรุนแรง ดังนี้:
• Depemokimab: ยาต้าน IL-5 ออกฤทธิ์ยาวนาน (long-acting) ฉีดทุก 26 สัปดาห์ ได้รับอนุมัติสำหรับโรคหืดชนิด eosinophilic รุนแรงในผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป
• Generic/Biosimilar anti-IgE: เพิ่ม Biosimilar ของ Omalizumab (omalizumab-igec) ซึ่งมีข้อบ่งชี้การรักษาเช่นเดียวกับยาต้นแบบ
• Decision Tree: ปรับปรุงแผนภาพการตัดสินใจเลือกยาชีววัตถุให้ชัดเจนขึ้น โดยพิจารณาจากเกณฑ์การคัดเลือก ตัวบ่งชี้การตอบสนองต่อยา โรคที่เกิดร่วม (comorbidities) และปัจจัยด้านราคาและวิธีการบริหารยา

5. เทคนิคการใช้ยาพ่นและข้อมูลอัปเดตอื่นๆ
เทคนิคการใช้ยาพ่น (pMDI and Spacer)
• Tidal Breathing: แนะนำสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนและในภาวะฉุกเฉิน
• Single-breath technique: แนะนำสำหรับการใช้งานปกติทั่วไปในผู้ที่สามารถกลั้นหายใจได้
• การเขย่ายา: เน้นย้ำความสำคัญของการเขย่ายาพ่นประเภทสารแขวนลอย (suspension) เช่น salbutamol, budesonide-formoterol และ fluticasone-salmeterol ทันทีก่อนพ่นทุกครั้ง หากเว้นระยะเพียง 30 วินาที อาจทำให้ได้รับขนาดยาที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก
การป้องกันและปัจจัยอื่นๆ
• วัคซีน: อัปเดตข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนไข้หวัดใหญ่, RSV และ COVID-19 โดยเฉพาะการให้ภูมิคุ้มกัน RSV ในมารดาและการใช้ nirsevimab ในทารก ซึ่งช่วยลดภาระของโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง
• GLP-1 RA: มีข้อมูลจากการสังเกตการณ์ที่ชี้ว่ายาในกลุ่ม glucagon-like peptide-1 receptor agonists อาจมีบทบาทในการปรับปรุงผลลัพธ์การรักษาโรคหืดในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย
• คำเรียกขนาดยา: ปรับเปลี่ยนมาใช้คำว่า "delivered doses" (ขนาดยาที่ได้รับจริง) เป็นหลักในรายงาน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

Download GINA report 2026: https://bit.ly/4f0c1T8

ที่อยู่

ตึกเจ้ามหาจักรีชั้น 8 โรงพยาบาลศิริราช 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
Bangkok
10700

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ped Chest Sirirajผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ped Chest Siriraj:

แชร์